Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,000B กึ่งราชันสวรรค์
เครื่องหมายของกฎสูงสุดทั้งสองนี้ทำงานเพื่อปราบปรามอสูรโลกันต์
ร่วมกัน!
แม้ว่าอสูรโลกันต์นั้นจะทรงพลัง แต่มันก็ยังถูกสังหารโดยจ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่าและมีความเกรงกลัวต่อเขา เมื่อรู้สึกถึงออร่าของจ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่า จิตสังหารที่โหดร้ายและป่าเถื่อนก็ค่อยๆเลือนหายไป
อย่างมาก
ในสถานการณ์เหล่านี้ กฎทั้งสองได้ทำการกลั่นอสูรโลกันต์อย่าง
ต่อเนื่อง ทำให้มันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดครั้งแล้วครั้งเล่า จากนั้น
ด้วยเสียงดัง อสูรโลกันต์ก็ระเบิดอย่างสมบูรณ์ภายใต้การโจมตีของกฎ!
หลินหมิงรู้ว่าในเวลานี้นั้น เขาได้กลั่นเสี้ยวเจตจำนงอสูรภายในธาตุ
กระดูกอสูรได้อย่างสมบูรณ์แล้ว และตอนนี้ก็สามารถควบคุมพลังนี้ได้
อย่างสมบูรณ์!
ภายในเตาหลอมห้วงดาราจักร แสงดาวไม่รู้จบทะลวงผ่านร่างของ
หลินหมิง รูนดวงดาวไร้สิ้นสุดแผ่เจตจำนงโบราณขณะที่พวกมันห่อหุ้ม
หลินหมิง
ในเวลานี้ ส่วนสุดท้ายของแก่นธาตุกระดูกอสูรระเบิด เปลี่ยนเป็น
ปราณบริสุทธิ์และแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายของหลินหมิง
ทักษะเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของเขาได้หายไปแล้ว รูปร่างหน้าตา
ของเขาหวนกลับไปสู่วัยหนุ่มที่น่าเกรงขามและหล่อเหลา
“เสี่ยวเฮย จงออกมาแล้ว!”
ในเวลานี้ หลินหมิงเรียกร้องให้มังกรทมิฬน้อยโผล่ออกมา มังกร
ทมิฬน้อยร้องอย่างมีความสุขขณะที่พุ่งลงไปในทะเลแห่งพลังงาน
ร่างกายของสัตว์อสูรเทวะนั้นมีขีดความสามารถที่เหลือเชื่อ ในเวลา
นี้ เสี่ยวเฮยเป็นเช่นฟองน้ำที่ถูกโยนลงไปในน้ำ
กระแสพลังงานไหลเข้าสู่ปากของมัน ไหลเข้าสู่อวัยวะของมันและ
เริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงร่างกายของมัน
กว่าพันปีที่ผ่านมาตั้งแต่เสี่ยวเฮยได้ไปยังด่านทดสอบหล่อหลอม
สุดท้าย ร่างของมันมีขนาดใหญ่พอๆกับมังกรหนุ่มของเผ่ามังกร และมี
ความสามารถในการดูดซับพลังอสูรบริสุทธิ์นี้มากขึ้นหลายเท่า
กึก กึก!
เขาของเสี่ยวเฮยยาวขึ้นและหนาขึ้น แหลมเช่นที่ปรากฎบนร่าง
อสูรโลกันต์บนหางของมัน หากหางนี้ตวัดไปยังใครบางคนแล้ว ความ
เสียหายที่อาจเกิดก็มิอาจจินตนาการได้
อย่างช้าๆ กระดูกสันหลังของเสี่ยวเฮย ปีกกรง เล็บ ทุกอย่างได้รับ
ผลกระทบจากพลังอสูรนี้และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากดูดซับพลังอสูรนี้ ร่างกายของมันก็แตกต่างจากมังกรทมิฬ
ราชวงศ์ทั่วไป
แต่ในเวลานี้ หลินหมิงไม่สามารถใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้ได้ เสียงกึกก้อง
ดังออกมาจากภายในร่างกายของเขาดุจกลองศึก
ปราณธาตุกระดูกอสูรเผาไหม้ดั่งดวงดาวขณะที่พวกมันเปล่งสาด
ผ่านร่างของหลินหมิง
เมื่อหลินหมิงและเสี่ยวเฮยกลืนกินส่วนที่เหลืออีก 70% ของธาตุ
กระดูกอสูรไป กว่า 50% ถูกกลืนกินโดยหลินหมิง แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่ง
แต่ความเจ็บปวดก็รุนแรงจนเส้นเลือดบนหน้าผากโป่งพอง มันให้
ความรู้สึกเหมือนว่าเนื้อหนังและโลหิต แม้แต่วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ถูกเผา
อย่างหมดจดโดยธาตุกระดูกอสูร
แต่ร่างกายของหลินหมิงได้รับการขัดเกลาจนเกินปกติ เขาทนอยู่กับ
พลังอสูรมหาศาลนี้และกระทั่งดึงมันไปแนบกับสถานที่ต่างๆทั่วร่างกาย
ของเขา
ครึ่นนนนน!
เมื่อพลังงานถูกควบแน่นจนถึงจุดสูงสุด มันก็ดูเหมือนว่าประตูอัน
ยิ่งใหญ่จะถูกเปิดออกภายในร่างหลินหมิง พลังงานปราณที่ไร้สิ้นสุดและ
มหาศาลกลายเป็นค้อนยักษ์ที่ทุบลงยังโลกภายในของหลินหมิง!
ภายในโลกภายในของหลินหมิง พลังมหาศาลเริ่มรวมตัวกันอย่างบ้า
คลั่ง กลั่นตัวในใจกลางจักรวาลของเขา มันค่อยๆพัฒนาเป็นภาพร่างยักษ์
ของบุคคล!
ภาพร่างนี้มีขนาดใหญ่มาก โดยยืดฝ่ามือออก มันสามารถกุมทั้งโลก
ไว้ได้!
ใบหน้าของร่างเงานี้น่าเกรงขามและสง่างาม ราวกับว่ามันยืนอยู่
เหนือสรรพสิ่งและสูงส่งจนไม่มีสิ่งสามารถเผชิญหน้ามันได้
มันเป็นดั่งราชาเทพที่ลุกขึ้น ออร่าน่าหวั่นสะพรึงดั่งห้วงอวกาศอัน
กว้างใหญ่ แสงศักดิ์สิทธิ์ของมันส่องสว่างสู่ดาราจักร!
และเมื่อมองดูรูปร่างหน้าตา มันก็ค่อนข้างคล้ายกับหลินหมิง
นี่คือราชันสวรรค์ที่เป็นของหลินหมิง!
ที่เรียกว่าราชันสวรรค์คือเป็นที่สุดของสวรรค์และปฐพี เมื่อนักสู้
มาถึงขอบเขตนี้ พวกเขาสามารถสร้างตัวตนสูงสุดที่แท้จริงขึ้นได้ในโลก
ภายในของพวกเขา
กึ่งราชันสวรรค์เป็นเพียงภาพเสมือนของมัน
สำหรับราชันสวรรค์ที่แท้จริง พวกเขาจะผลิตวัตถุสูงสุดอย่างแท้จริง
สามารถทำให้โลกตกตะลึงและหวั่นเกรงได้
ตั้งแต่มหาราชันพิภพไปจนถึงกึ่งราชันสวรรค์ นี่เป็นขั้นตอนที่ยาก
อย่างไม่น่าเชื่อ ผู้ทรงพลังหลายคนได้ติดอยู่ที่จุดตรวจนี้ไปตลอดชีวิต
แต่เมื่อผู้หนึ่งกลายเป็นกึ่งราชันสวรรค์และสร้างร่างเงาสูงสุดแล้ว
เปลี่ยนไปสู่วัตถุสูงสุดที่แท้จริงของพวกเขาก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย
กล่าวอีกนัยหนึ่ง สำหรับกึ่งราชันสวรรค์ส่วนใหญ่ ตราบใดที่พวกเขา
ไม่พินาศ พวกเขาก็สามารถกลายเป็นราชันสวรรค์ได้ในที่สุด
แม้แต่ระหว่างมหาราชันพิภพและกึ่งราชันสวรรค์ก็ มันก็มีความ
แตกต่างที่สำคัญ เมื่อกึ่งราชันสวรรค์ก่อร่างเงาสูงสุดของตนขึ้นแล้ว การ
สังหารมหาราชันพิภพผู้มีพรสวรรค์คล้ายพวกเขาก็จะกลายเป็นเรื่องง่าย
ในขณะที่ร่างเงาสูงสุดก่อตัวขึ้น โลกภายในของหลินหมิงที่สร้างขึ้น
เองก็เริ่มประสบกับการเปลี่ยนแปลงที่สั่นสะเทือนสวรรค์เมื่อมันถูกหล่อ
เลี้ยงด้วยแก่นธาตุกระดูกอสูร
แม้ว่าเขาจะได้สร้างโลกภายใน แต่โลกภายในนั้นก็เต็มไปด้วยหมอก
และความพร่ามัวไม่รู้จบ มันกว้างใหญ่ แต่พลังภายในนั้นไม่เป็นระเบียบ
และหลากหลายเกินไป
แต่ด้วยแก่นธาตุกระดูกอสูรมากมายที่ถ่ายเทลงมาพร้อมกับออร่า
แห่งความตายอันเย็นยะเยือก มันกลับจึงเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงอันน่า
อัศจรรย์
จากพลังของหลินหมิง ไม่ว่าจะเป็นพลังแห่งเทพเจ้าจากกฎแห่ง 33
สวรรค์หรือพลังแห่งชีวิตจากคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ มันก็เป็นพลังฝั่งสว่างแห่ง
แสง
แต่พลังของธาตุกระดูกอสูรที่หลินหมิงดูดซับนั้นเป็นพลังแห่งความ
มืดอันบริสุทธิ์
พลังทั้งสองนี้เป็นตัวแทนขั้วตรงข้ามของกัน
และหยินและหยางเป็นรากฐานของต้นกำเนิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก
ที่ซึ่งสรรพสิ่งกำเนิดมา
ขณะที่ขุมพลังทั้งสองชนเข้าด้วยกัน เสียงสายฟ้ากระหึ่มก็บังเกิด
พลังเหล่านี้กลายเป็นโกลาหล และในไม่ช้า ร่องรอยแห่งความชีวิตชีวาก็
ปรากฏขึ้น
ส่วนหนึ่งของโลกนี้ถูกเปิดโดยพลังงานหยินและหยาง พลังสีน้ำตาล
สลัวมีการพัฒนาอย่างคลุมเครือจากพวกมัน มันกลายเป็นเช่นเต่าลึกลับ
แบกโลกบนหลังของมัน พลังงานศักดิ์สิทธิ์กวาดออกไป ท่องผ่านท้องฟ้าสี
คราม…
โลกยังคงขยายตัว ภายใต้ออร่าของหยินและหยาง กฎของโลกที่
โกลาหลเริ่มถูกนำมาใช้
ความจริงก็คือ เมื่อหลินหมิงกลายเป็นราชันพิภพ โลกภายในของเขา
แตกต่างจากโลกภายในของนักสู้ทั่วไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
และตอนนี้ ความแตกต่างก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอีก!
พลังแห่งเทพเจ้า พลังแห่งอสูร ทั้งสองเกี่ยวพันกันในโลกภายในของ
เขา ทำให้เกิดสิ่งต่างๆมากมายที่ปรากฏอยู่ภายใน
นอกเหนือจากกฎสูงสุดทั้งสองของคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์อาชูร่า
แล้ว โลกภายในของหลินหมิงก็กลายเป็นปาฏิหาริย์ที่ไม่มีใครสามารถทำ
ได้ผ่านแม่น้ำอันกว้างใหญ่และไร้สิ้นสุดของกาลเวลา
แม้แต่วีรบุรุษอย่างจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า แม้แต่อัจฉริยะที่มี
พรสวรรค์เช่นผู้สร้างคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าพวกเขาทั้งสองจะได้เดินทางไป
ปลายเส้นทางของตน คนหนึ่งเดินทางไปสุดขั้วของจักรวาลโลก และ
เดินทางไปสุดขั้วของจักรวาลของร่างกาย
และหลินหมิงวิวัฒนาการโลกในร่างกายของเขา นี่เป็นสิ่งเดียวกันกับ
การรวมโลกแห่งจักรวาลและโลกของร่างกายเข้าด้วยกัน
จากนั้น โดยการรวบรวมพลังแห่งเทพเจ้าและพลังอสูร เขาก็ได้
ค่อยๆก้าวเข้าสู่เส้นทางที่ไม่มีใครเคยริลองมาก่อน
หากเขาสามารถปรับแต่งโลกภายในของตนให้สำเร็จลุล่วงได้ เช่นนั้น
หลินหมิงจะกลายเป็นผู้ที่เหนือกว่าอัจฉริยะใดๆหรือเคยมีอยู่มาก่อน
ในขณะที่ร่างเงาสูงสุดในโลกภายในของหลินหมิงเสถียรตัวมันเอง
เขาก็คำรามสู่สวรรค์ ทั้งร่างทะยานขึ้น!
บึ้ม!
เตาหลอมห้วงดาราจักรปะทุระเบิด!
พลังโลหิตชีวิตของหลินหมิงพลุ่งพล่านราวกับคลื่นคลั่ง ดั่งราชาเทพ
ไร้เปรียบ ในเวลานี้ ร่างกายของเขาสาดแสงระยิบระยับ เจิดจ้าราวกับ
แสงอาทิตย์
เขาสามารถรู้สึกได้ว่าร่างกายไม่เคยทรงพลังเช่นวันนี้มาก่อน ราวกับ
ว่าเขาสามารถหวนแม่น้ำแห่งดวงดาวและสังหารทวยเทพได้!
หวึ่ง!
หอกมังกรทมิฬกระโจนสู่มือของหลินหมิง มันสั่นสะเทือนอย่าง
รุนแรงและส่งเสียงสะท้อนไปทั่วโลก
จากนั้น ด้วยเสียงคำรามที่น่ากลัวของมังกร มังกรทมิฬตัวใหญ่ก็ฉีก
ผ่านแสงดาวออกไป กางสองปีกออก!
หลินหมิงยืนอยู่บนหัวมังกรทมิฬ เขาถือหอกมังกรทมิฬ ดวงตาเฉียบ
คมราวกับสายฟ้า เขาจ้องมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวเหนือเขา
เป้าหมายของเขาไม่เคยเป็นชาวภูติเทพ แต่เป็นดาราจักรที่กว้างใหญ่
และไร้สิ้นสุด จักรวาลแห่ง 33 สวรรค์ โลกแห่งนิรันดร์
สำหรับมหาภัยพิบัติของชาวมนุษย์ บางที… มันอาจเป็นด่านทดสอบ
หล่อหลอมของเขา!