Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,001 ไปยังเมืองหลวงโบราณกาลอีกครั้ง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 2,001 ไปยังเมืองหลวงโบราณกาลอีกครั้ง
สามปีผ่านไปในพริบตา ด่านทดสอบหล่อหลอมของสมรภูมิผืนนภา
นิมิตฝันได้มาถึงวันสิ้นสุดแล้ว
ตั้งแต่ต้นจนจบ หลินหมิงเป็นเพียงผู้สัญจรในด่านทดสอบหล่อหลอม
นี้ ไม่มีใครพบเขาและเขาก็ไม่ได้ฆ่าใครเช่นกัน
เขาออกจากสมรภูมิดาราจักรโบราณและค่อยๆเดินไปยังทางออก
ของสมรภูมิผืนนภานิมิตฝัน
ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา หลินหมิงได้รวบรวมการบ่มเพาะกึ่ง
ราชันสวรรค์
ในขั้นต้น เขาคาดการณ์ว่าเนื่องจากกฎที่ตนได้รับรู้นั้นกว้างและ
ลึกซึ้งเกินไป เขาจึงจะต้องใช้เวลานาน บางทีอาจจะเป็นหมื่นปีเพื่อ
ทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่จำเป็นต้องรอ
นาน
ในขณะที่หลินหมิงอยู่ในสมรภูมิดาราจักรโบราณและดูดซับพลังของ
โลกที่นั่น ร่างเงาสูงสุดในโลกภายในของเขาดูดซับพลังนี้ จากนั้น มีบางสิ่ง
ที่น่าอัศจรรย์เกิดขึ้น มันยังได้รับการสันดาบผ่านพลังแห่งโลกนี้ด้วย
หลังจากนั้น กระทั่งมีบางสิ่งน่าตกตะลึงยิ่งกว่า เมล็ดพันธุ์โลกที่เขา
ได้รับจากด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายเริ่มหลอมรวมกับร่างเงาสูงสุดใน
โลกภายในของเขา
นี่เป็นสองแกนหลักแห่งโลกภายในของหลินหมิง ในหนึ่งปี พวกมัน
สามารถรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
ในที่สุด เมล็ดพันธุ์โลกก็ปรากฏขึ้นระหว่างคิ้วของร่างเงาสูงสุดยักษ์
ดุจดวงตา
นี่เท่ากับการพูดว่ามีโลกที่เชื่อมต่ออยู่ระหว่างดวงตาของร่างเงา
สูงสุด
นี่เป็นเหตุการณ์ที่แปลกประหลาด หลินหมิงไม่รู้ว่าเหตุใดสิ่งต่างๆ
พัฒนาไปในทิศทางนี้หรือจะเกิดขึ้นหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป แต่ผลลัพธ์
โดยตรงคือมันเพิ่มความเร็วให้โลกภายในของเขาดูดซับพลังของโลกขึ้น
อย่างมาก
เมื่อหลอมรวมแกนโลกทั้งสองเข้าด้วยกัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่เรียบง่าย
เช่นหนึ่งบวกหนึ่ง พวกมันต่างเติมเต็มซึ่งกันและกัน ผลกระทบของพวก
มันเป็นทวีคูณ
ด้วยความเร็วเช่นนี้ การเปลี่ยนของหลินหมิงจากกึ่งราชันสวรรค์ไป
เป็นราชันสวรรค์จริงจะเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ
สำหรับหลินหมิง นี่เป็นสิ่งที่ต้องเฉลิมฉลอง มิเช่นนั้น ในคลื่นที่
ยิ่งใหญ่ซึ่งจะเขย่าโลกในไม่ช้า เขาจะไม่สามารถมีบทบาทยิ่งใหญ่เกินไป
หากเขาไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ได้
เมื่อความคิดเหล่านี้สะท้อนในใจของหลินหมิง เขาก็เหยียบบนสาย
ลมและเตรียมออกเดินทาง แต่ในเวลานี้ เขาหยุดลง
ข้างหน้าเขามีทะเลสาบสีฟ้าหยก ทะเลสาบแห่งนี้งดงาม แต่ความ
จริงก็คือ มันเป็นทะเลสาบที่ตายแล้วโดยไร้ซึ่งชีวิต
“พี่ใหญ่หลิน มันคือสิ่งใด?”
หงเอ๋อร์เปลี่ยนเป็นมวลพลังงานวิญญาณและติดตามหลินหมิงไป
เมื่อนางเห็นการเปลี่ยนแปลงในสีหน้าของเขา นางก็ช่วยไม่ได้ที่จะถาม
คำถามนี้
“ไม่มีอันใด ข้าเพียงคิดถึงอดีต…” หลินหมิงส่ายหัวเบาๆ จากนั้นหง
เอ๋อร์ก็จำได้เช่นกัน
ในอดีตเมื่อหลินหมิงและหงเอ๋อร์ออกมาจากสมรภูมิดาราจักร
โบราณครั้งแรก เขาได้มาถึงที่ทะเลสาบแห่งนี้ ที่นี่ เขาได้สะดุดกับชาย
หนุ่มชรา ชายหนุ่มชราคนนั้นเป็นผู้นำของเผ่าพันธุ์วิญญาณแห่ง 33
สวรรค์ – จักรพรรดิวิญญาณ
หลินหมิงเพียงใดสนทนาช่วงสั้นๆกับเขา ในเวลานั้น เขารู้สึกว่า
ขอบเขตของชายหนุมชราคนนี้เป็นดั่งขุนเขาที่ไม่สามารถข้ามผ่านได้
ในความเป็นจริง หลังจากนั้นอยู่นาน หลินหมิงก็ยังไม่สามารถบอก
ได้ว่าชายหนุ่มชราคนนี้เป็นมิตรหรือศัตรู
มันเพียงหลังที่เซิ่งเหม่ยมาและเอาวิญญาณนิรันดร์ไปเขาจึงได้รู้
จักรพรรดิวิญญาณแห่ง 33 สวรรค์… บางทีเขาอาจเป็นบุคคลที่น่า
กลัวที่สุดในโลก…
หลินหมิงส่ายหัวโดยไม่คิดถึงอดีตอีกต่อไป เขากวาดผ่านทะเลสาบ
แห่งนี้ด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ นี่เป็นทะเลสาบที่ธรรมดาอย่างแท้จริง
นอกเหนือจากการไร้พลังชีวิตใดๆแล้ว มันก็ไม่มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับมัน
บางครั้ง สิ่งที่ธรรมดากลับมีความจริงที่ไม่ธรรมดา
“จักรพรรดิวิญญาณ ตอนนี้เขายังคงกลั่นวิญญาณนิรันดร์เพื่อให้
เคล็ดชีวิตนิรันดร์สำเร็จหรือไม่?”
หลินหมิงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจักรพรรดิวิญญาณกำลังวางแผนอะไรอยู่ เขา
เพียงแต่คาดเดาว่าการไม่เคลื่อนไหวของเผ่าพันธุ์วิญญาณในปัจจุบันนั้น
เกี่ยวข้องกับความเงียบของจักรพรรดิวิญญาณ
“ไปกันเถอะ ด่านทดสอบหล่อหลอมของสมรภูมิผืนนภานิมิตฝัน
กำลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า”
ขณะที่หลินหมิงพูด เขาก็จากโลกนี้ไปพร้อมกับหงเอ๋อร์…
…….
แดนเทวะ, โลกนักสู้ที่แท้จริงอันยิ่งใหญ่, เมืองหลวงโบราณกาล –
กว่า 6,000 ปีที่แล้ว เมืองที่มีชื่อเสียงมายาวนานแห่งนี้เคยเป็นเมือง
ที่คึกคักบนทวีปหลักโลกนักสู้ที่แท้จริงอันยิ่งใหญ่ หลังจากนั้น เมื่อเกิด
มหาภัยพิบัติของชาวมนุษย์เกิดขึ้น เมืองหลวงโบราณกาลจึงได้รับ
ผลกระทบและถูกทำลายส่วนใหญ่ ต่อมามันถูกสร้างใหม่ อย่างไรก็ตาม
สิ่งที่ปกครองเมืองนี้มานานกว่าร้อยล้านปีหาใช่ชาวมนุษย์อีกต่อไป แต่
เป็นชาวภูติเทพ
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนักสู้ที่แท้จริงซึ่งควบคุมโลกนักสู้ที่แท้จริงอัน
ยิ่งใหญ่ได้ถูกทำลายไปนานแล้ว อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและความมั่งคั่ง
ที่พวกเขาสะสมมาเป็นเวลาเกือบพันล้านปีได้ถูกเอาไปอย่างสมบูรณ์จาก
ขุมกำลังชาวภูติเทพที่ถูกเรียกว่า โถงมังกรทองคำ
เมืองหลวงโบราณกาลในปัจจุบันถูกน้ำท่วมด้วยขุมกำลังของชาวภูติ
เทพหลายร้อย ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ที่นี่ ชาวภูติเทพควบคุม
ทรัพยากรและความมั่งคั่งทั้งหมด สำหรับชาวมนุษย์ พวกเขาส่วนใหญ่
เป็นพลเมืองสามัญ คนงานเหมือง คนขับพาหนะ… และอื่นๆ
หลินหมิงไม่ได้เข้าเมือง เขาเพียงแค่กวาดผ่านมันด้วยสัมผัสรับรู้แล้ว
ถอนหายใจลึกในหัวใจ ย่านธุรกิจที่คึกคักแห่งนี้ยังคงมีชีวิตชีวา แต่ร้านค้า
เหล่านั้นล้วนเป็นของชาวภูติเทพ และสำหรับชาวมนุษย์ที่เกิดในเมือง
หลวงโบราณกาล พวกเขามักจะเป็นบริกรเฝ้าประตูและบทบาทอื่นๆ
หากพวกเขามีชื่อเสียงมากขึ้น พวกเขาอาจเป็นผู้จัดการร้านค้าหรือนัก
บัญชี
ชาวมนุษย์ของแดนเทวะสามารถดำรงชีวิตได้ด้วยวิธีดังกล่าวต่อไป
เส้นทางของการบ่มเพาะนั้นถูกตัดทอนมานานแล้ว
หลินหมิงส่ายหัวและไม่สนใจเรื่องนี้อีก เขาไม่ได้หยุดที่เมืองหลวง
โบราณกาลเช่นกัน
เขามุ่งหน้าไปยังที่ที่เสี่ยวหยูได้ชี้ไปในอดีต
ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อหลินหมิงมาถึงสถานที่นี้เขาก็ได้จมลงไปในพื้นดิน
แล้ว และสิ่งที่ยังคงเดินขึ้นไปด้านบนเป็นภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้น
แม้ว่าราชันสวรรค์จะมาถึง แต่พวกเขาก็ยังคงมิอาจมองผ่านภาพลวง
ตานี้ได้ และในความเป็นจริงแล้ว เมืองหลวงโบราณกาลไร้ราชันสวรรค์ ผู้
ที่มีการบ่มเพาะสูงสุดในโถงมังกรทองคำคือผู้อาวุโสสูงสุดของพวกเขา ซึ่ง
มีเพียงการบ่มเพาะขึ้นมหาราชันพิภพสูงสุด
ภาพลวงตาของหลินหมิงมาถึงลึกในขุนเขา จากนั้น มันก็หายไป
ในเวลานี้ หลินหมิงอยู่ใต้ดินไปแล้วหนึ่งพันไมล์แล้ว
หลินหมิงเดินทางใต้ดินอย่างมั่นคงและสม่ำเสมอ สนามพลังสีดำปก
คลุมร่างกายของเขา นี่คือมิติอนุภาคแรกกำเนิดทำลายล้างกฎ ตัวพื้นโลก
เองเป็นของกฎปฐพี และเมื่อกฎเหล่านี้พบกับมิติอนุภาคแรกกำเนิดที่
ระดับสูงกว่า มันก็จะสลายตัวตามธรรมชาติ เช่นนี้ หลินหมิงจึงเจาะผ่าน
ใต้ดินได้อย่างง่ายดาย
อุณหภูมิค่อยๆสูงขึ้น ภายใต้แรงกดดันอันยิ่งใหญ่ หินก็แข็งขึ้น แต่
สำหรับหลินหมิงในปัจจุบัน มันไม่มีสิ่งใดที่ควรค่าแก่การกล่าวถึง
หลังจากผ่านไปหนึ่งพันไมล์ มันก็มีศิลาเวหาเร้นที่แยกสัมผัสรับรู้
ในโลกปุถุชน ศิลาชนิดนี้มีค่ามากกว่าทองคำ แต่สำหรับนักสู้ มันหา
ใช่ของแปลก ถึงกระนั้น ศิลาเวหาเร้นก็มีผลพิเศษ และนั่นคือมันสามารถ
แยกสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกไปได้ เมื่อชั้นของศิลาเวหาเร้นก่อตัวหนาหลาย
พันไมล์สะสมเมื่อเวลาผ่านไป มันจึงเป็นเรื่องยากที่นักสู้ใดๆจะรู้สึกถึงมัน
ได้ ยิ่งกว่านั้น ที่แกนกลางของมันก็มีรูปแบบค่ายกลปกปิดอยู่มากมายซึ่ง
วางไว้โดยราชันสวรรค์ผนึกเทวะ
หลังจากไปถึง 5,000 ไมล์ใต้ดิน หลินหมิงก็จมอยู่ใต้ทะเลหินหนืดที่
ละลายอย่างสมบูรณ์แล้ว
หินชนิดนี้เป็นสีขาวบริสุทธิ์อยู่แต่แรก และแมกมาที่เกิดขึ้นจากมันก็
เป็นสีของนมเช่นกัน ความร้อนของมันน่ากลัวมากและมันก็มีความ
หนาแน่นมากกว่าปรอท สร้างแรงกดดันได้อย่างมาก
ในขณะที่ผู้หนึ่งถูกแช่อยู่ภายในและรวมกับคุณสมบัติการป้องกัน
สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของด้วยแล้ว แม้แต่หลินหมิงก็ยังรู้สึกถึงสัมผัสศักดิ์สิทธิ์
ของเขาค่อนข้างจำกัด
กฎมิติเริ่มบิดเบี้ยว สิ่งที่หลินหมิงกำลังค้นหาคือปมมิติที่เสี่ยวหยู
ค้นพบในอดีต
หลินหมิงค้นหาอย่างระมัดระวัง ในที่สุด โดยการอาศัยพลังวิญญาณ
อันน่าทึ่งของตน เขาก็สามารถเล็ดลอดผ่านศิลาเวหาเร้นแมกมาเหล่านี้
และปมมิติ
เมื่อหลินหมิงมาที่นี่ในอดีต เขาพึ่งคำแนะนำของเสี่ยวหยูอย่าง
สมบูรณ์เพื่อที่จะหาปมมิติ
แต่หลินหมิงไม่ได้เป็นเช่นอดีตอีกต่อไป เมื่อเขาเห็นปมมิตินี้อีกครั้ง
เขาก็สามารถรับรู้ความลึกลับจากมันได้อย่างแผ่วเบา
โดยไม่ต้องสงสัย นี่เป็นรูปแบบค่ายกลที่วางโดยราชันสวรรค์ผนึกเท
วะในอดีต เป็นเพราะเพียง 3.6 พันล้านปีได้ผ่านไป รูปแบบค่ายกลเริ่ม
อ่อนลงเรื่อยๆ มิเช่นงั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่หลินหมิงจะพบมัน
เขายืนอยู่ต่อหน้าปมมิติระยะหนึ่ง หลินหมิงสามารถรู้สึกถึงกระแส
วังวนที่หมุนวนอยู่ด้านหน้าเขา จากนั้น เขาก็เข้าไป
ในช่วงเวลาต่อมา หลินหมิงผ่านชั้นหินหนืดและมายังพื้นที่ใต้ดินอัน
กว้างใหญ่ไพศาล
สถานที่แห่งนี้เป็นเทือกเขาผลึกตะวันม่วงขนาดใหญ่ที่น่าตื่นตา!
เมื่อหลินหมิงเดินทางผ่านทวีปนภารินไหล มันก็ไม่มียอดเขาใดที่
สามารถเปรียบเทียบกับเทือกเขาผลึกตะวันม่วงขนาดใหญ่นี้ได้
ผลึกตะวันม่วงมหาศาลนี้วางเป็นตัวอักษร ‘ผนึก’ ขนาดใหญ่ นี่คือ
รูปแบบค่ายกลผนึกขนาดใหญ่
แม้ว่าจะด้วยมาตรฐานปัจจุบันของหลินหมิงแล้วก็ตาม แต่คุณค่า
ของเทือกเขาผลึกตะวันม่วงเหล่านี้ก็มากมายยิ่ง
นี่เป็นเพราะภายในเทือกเขานี้มีโลกที่พัฒนาไปแล้ว ที่ปิดผนึกอยู่ใน
นั้นคือทะเลสาบ ป่า ทุ่งหญ้าและฉากอื่นๆอีกมากมาย
มีต้นไม้ กวางจิตวิญญาณ วานรขาว ปลาบิน…
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกสร้างโดยราชันสวรรค์ผนึกเทวะในอดีต แต่พวกมัน
พัฒนาผ่านช่วงเวลาที่ยาวนานถึง 3.6 พันล้านปี พวกมันเป็นตัวอ่อนหิน
ตะวันม่วงที่กำเนิดจากผลึกตะวันม่วง มันเป็นเช่นหินตัวอ่อนจิตวิญญาณ
ปราณที่หลินหมิงได้รับในอดีต จิตวิญญาณตระหนักรู้ที่วิวัฒนาการมาจาก
หินศักดิ์สิทธิ์
แม้ว่าตัวอ่อนหินตะวันม่วงเหล่านี้ไม่สามารถเปรียบเทียบกับหินตัว
อ่อนจิตวิญญาณปราณด้านคุณค่า แต่ด้วยปริมาณและมีโลกที่พัฒนาโลก
ด้วยกันแล้ว ค่าของมันก็มิอาจประมาณ
หลินหมิงสัมผัสกำแพงที่ส่องประกายของเทือกเขาผลึกตะวันม่วง
เขามองดูโลกภายใน กำลังรอ…
และหลังจากผ่านไปสองชั่วโมง หลินหมิงก็ได้ยินเสียงโบราณและ
ห่างไกล “เจ้า… ผู้เยาว์จากเมื่อ… 6,000 ปีที่แล้วหรือ?”
จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ของผนึกข่ายสวรรค์โบราณได้ฟื้นคืนสติ
ผนึกข่ายสวรรค์โบราณดำรงอยู่มาอย่างน้อย 3.6 พันล้านปี ดังนั้น
6,500 ปีที่แล้วจึงเป็นเพียงช่วงสั้นๆเท่านั้น แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่
รู้จัก หลินหมิงรู้สึกว่าในช่วง 6,000 ปีที่ผ่านมาแล้ว เสียงของผนึกข่าย
สวรรค์โบราณดูเหมือนจะอ่อนแอลง เต็มไปด้วยการกัดกร่อนของ
กาลเวลา…
เมื่อเปรียบเทียบกับตัวตนในอดีตที่น่ากลัวของเขา พลังงานที่ผนึก
ข่ายสวรรค์โบราณครอบครองได้ลดลงอย่างชัดเจน
สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์เองก็มีอายุขัย หลังจากผ่านไปนานเกินไป
แล้ว มันจะตายโดยไม่เหลือสิ่งใด แต่ตัวหลักของสมบัติจิตวิญญาณจะ
ยังคงอยู่ในโลก แต่นี่เป็นสมบัติจิตวิญญาณเช่นใดน่ะหรือ? เพียง 6500 ปี
ที่ผ่านมาก็ย่อมไม่ควรทำให้ผนึกข่ายสวรรค์โบราณอ่อนแอลงได้มากมาย
ถึงเพียงนี้!
“ผู้อาวุโส เกิดสิ่งใดขึ้นกับท่าน…?” หลินหมิงถามอย่างเป็นกังวล