Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,018 ตำราโบราณลึกลับ
เทพธิดาชิงเหลียนไม่มีความประทับใจที่ดีต่อองค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่น
นัก ศิษย์สูงสุดของตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลสองคนคือ บุตรชายภูติเทพ
ฟ้าบันดาลและองค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่นต่างก็เป็นบุคคลที่มีความ
ทะเยอทะยานอย่างไม่น่าเชื่อ
ทั้งคู่มีความอันตรายอย่างมาก
ถึงแม้ว่าบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลจะเลินเล่อ เขามักจะตรงไปยัง
เป้าหมายและไม่เคยมีส่วนร่วมในแผนการที่น่าละอายและเล็กน้อย
แน่นอน ในสายตาของเทพธิดาชิงเหลียน ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความ
แข็งแกร่งในการต่อสู้ของบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลสูงอย่างน่าขัน ดังนั้น
จึงทำให้ความชาญฉลาดของเขาอยู่เพียงค่าเฉลี่ยเท่านั้น
ทว่าเจ้าชายจักรพรรดิซีเซิ่นไม่เพียงโหดร้ายแต่ชั่วร้ายด้วย เขาเป็น
ดั่งอสรพิษที่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ ทำให้เทพธิดาชิงเหลียนไม่มีทางเลือก
นอกจากหวาดกลัวเขา
ถ้าองค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่นจู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นที่นี่ มันก็ย่อมเพื่อต่อสู้
ในประโยชน์ทางทหาร เขาต้องการสะสมอิทธิพลมากขึ้นเพื่อให้เหนือกว่า
บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลในอนาคต
เทพธิดาชิงเหลียนจ้องมองซีเซิ่นอย่างเย็นชาและพูดอย่าง
ตรงไปตรงมาว่า “หากเจ้าต้องการเข้าร่วมกับเรา เช่นนั้นก็จงแสดงให้เห็น
ว่าเจ้ามีค่าอันใด ข้าไม่เชื่อว่าความแข็งแกร่งของเจ้าจะเป็นภัยคุกคามต่อ
บุคคลลึกลับนี้ได้”
“ฮ่าฮ่า! ศิษย์พี่หญิงชิงเหลียนมิอ้อมคอมเลย วิเศษยิ่ง” องค์ชาย
จักรพรรดิซีเซิ่นหัวเราะเบาๆ “ความแข็งแกร่งของข้าอยู่ไกลจากศิษย์พี่
หญิงชิงเหลียน และแน่นอนว่ายิ่งห่างไกลจากบุคคลลึกลับนั้น แต่…”
ในขณะที่องค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่นพูด เขาดึงตำราสีดำหนาออกมา
จากวงแหวนมิติและวางไว้ด้านหน้าเทพธิดาชิงเหลียน มันเป็นตำรา
โบราณที่แปลกและปกมีรูปแบบของดวงตาสีแดงโลหิต ดวงตานี้ดูราวกับ
ว่ามันมีชีวิต ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน เทพธิดาชิงเหลียนก็รู้สึกราวกับว่า
ดวงตาโลหิตกำลังจ้องมองนาง
มีลวดลายลึกลับรอบดวงตาและผนึกคล้านหนอนมากมาย ผนึก
เหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นงานเขียน แต่เทพธิดาชิงเหลียนเองไม่เคยเห็นงาน
เขียนเช่นนี้มาก่อน
ภายใน 33 สวรรค์ งานเขียนที่เก่าแก่ที่สุดน่าจะเป็นภาษากลางที่ใช้
โดยเผ่าพันธุ์เทพบรรพกาลและเผ่าสวรรค์ แต่งานเขียนในตำราสีดำเล่มนี้
ดูเหมือนจะแตกต่างออกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
นี่คือตำราโบราณที่เต็มไปด้วยความลึกลับและความชั่วร้าย เมื่อ
เทพธิดาชิงเหลียนมองดู นางก็รู้สึกถึงความหวาดกลัวอย่างลึกลับ ราวกับ
ว่ามีคำสาปที่น่าเกลียดน่ากลัวแฝงตัวอยู่ในนั้น
“นี่คือตำราโบราณที่ได้รับจากซากแดนปฐมกาล?” เทพธิดาชิง
เหลียนถาม
“ใช่แล้ว!” องค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่นยอมรับอย่างตรงไปตรงมา มัน
ชัดเจนว่าตำราโบราณลึกลับมิได้เป็นของยุคนี้ มันมีพลังรบกวนและน่า
หวั่นสะพรึง ถ้าเป็นเช่นนั้น มันก็จะมาจากซากแดนปฐมกาลเท่านั้น องค์
ชายจักรพรรดิซีเซิ่นเองก็ไม่แปลกใจกับการคาดเดาของเทพธิดาชิงเหลียน
“ตำราเล่มนี้… มันชั่วร้าย” อ้าวรื่อขมวดคิ้ว ตำราโบราณเล่มนี้ดู
เหมือนจะมีเสน่ห์ของปีศาจบางอย่างที่เรียกให้เขาเปิดมันและมองดู
ภายใน ความรู้ของการถูกเรียกหาโดยไม่รู้ตัวจากตำราทำให้อ้าวรื่อกระ
สับกระส่าย
“ฮ่าฮ่าฮ่า… ตำราเล่มนี้ืั้ที่ศิษย์น้องซีเซิ่นนำออกมานั้นดึงดูดความ
สนใจของข้าอย่างยิ่ง เอาเป็นว่ามาเปิดมันเพื่อให้เราทุกคนได้ดูเป็น
อย่างไร?”
เสียเยว่กล่าวออกมาจากบนไหล่ของอ้าวรื่อ ซีเซิ่นเกาที่คาง ส่ายหัว
แล้วพูดว่า “มันน่าละอาย แต่ข้าไม่สามารถเปิดตำราเล่มนี้ได้…”
คำพูดเหล่านี้ทำให้ทุกคนตกใจ พวกเขาจ้องมองตำราโบราณเล่มนี้
ไม่สามารถเปิดมันได้เช่นนั้นหรือ? มีสิ่งใดอยู่ในนั้น?
ทุกคนเริ่มสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ
“เจ้าสามารถเข้าร่วมกับเราได้!” เทพธิดาชิงเหลียนตัดสินใจ เมื่อซี
เซิ่นหยิบตำราโบราณเล่มนี้ออกมาและถ่ายเทปราณดาราของเขาลงไปใน
ตำราเล่มนี้ นางก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังงานรอบตัว นางรู้สึกได้
ถึงพลังของตำราโบราณเล่มนี้อย่างชัดเจน
แม้ว่านางจะไม่ต้องการแบ่งผลประโยชน์ใดๆให้กับซีเซิ่น แต่แผนการ
ทั้งหมดของนางนั้นมีพื้นฐานมาจากการที่ว่าพวกเขาสามารถฆ่าคนลึกลับ
นี้ได้ ถ้าซีเซิ่นอยู่ที่นี่ โอกาสในการประสบความสำเร็จก็จะเพิ่มขึ้นอีก
10% นางจึงไม่ปฏิเสธเงื่อนไขเช่นนี้
ด้วยวิธีนี้ การใช้งานกองทหารอย่างรัดกุมในดาราจักรเมฆาโลหิตก็
เริ่มขึ้น
กองทหารจอมเขมือบและรูปแบบค่ายกลที่หลากหลายถูกวางใน
เวลาประมาณสิบวัน สำหรับภารกิจนี้เพียงอย่างเดียว ชาวภูติเทพก็ได้ใช้
สมบัติจิตวิญญาณราชันสวรรค์ธวัชชัยค่ายกลทั้ง 108 อัน!
เพื่อที่จะวาง 108 ธวัชชัย ค่ายกลกักขังเทพและป้องกันไม่ให้บุคคล
ลึกลับหลบหนี เทพธิดาชิงเหลียนก็ยังใช้ผลึกตะวันม่วง ผลึกโลหิตปีศาจ
และหินพลังงานอื่นๆที่ปล้นมาจากจักรวาลรกร้าง
และเมื่อสองวันก่อน การโจมตีครั้งที่หกของบุคคลลึกลับก็ได้เริ่มขึ้น
แล้ว ตามที่คาดไว้ ใกล้ดาราจักรหยางโลหิตถูกโจมตี วิธีการของคนลึกลับ
นั้นสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย และทั้งกองทัพของชาวภูติเทพที่
ประจำอยู่ในดาราจักรหยางโลหิตก็ถูกกวาดล้าง!
สิ่งนี้เองก็ยังยืนยันข้อสงสัยของเทพธิดาชิงเหลียน หากไม่มีอุบัติเหตุ
ใดๆ เช่นนั้นอีกไม่กี่วัน บุคคลลึกลับจะมาถึงจุดหมายต่อไป – ดาราจักร
เมฆาโลหิต
กับดักถูกวางไว้แล้ว ตอนนี้ บุคคนลึกลับเพียงแค่ต้องเดินเข้ามาสู่
หายนะของตนเอง
“ฮ่าๆๆๆ! กลยุทธ์ของศิษย์พี่หญิงประเสริฐนัก!”
อ้าวรื่อหัวเราะ มหาค่ายที่พวกเขาจัดวางไว้อาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่มิ
อาจหลบหนี เขาไม่สามารถนึกถึงสถานการณ์เดียวที่บุคคลลึกลับสามารถ
หลบหนีได้เลย
“ข้าคาดหวังถึงการต่อสู้ครั้งนี้อย่างยิ่ง ด้วยการหันเหความสนใจของ
รูปแบบค่ายกลและการประสานงานของกองทหารจอมเขมือบ บางทีข้า
อาจสามารถต่อสู้ตัวต่อตัวกับบุคคลลึกลับคนนั้นได้!”
ในขณะที่อ้าวรื่อพูด เขาใช้สองดาบหนักกระแทกกัน เสียงโลหะ
กระทบกังวานไปในอากาศ ในขณะที่เขาคิดว่าจะได้ต่อสู้กับผู้เชี่ยวชาญ
เช่นนั้น เขาก็รู้สึกว่าโลหิตของตนเดือดดาลด้วยความตื่นเต้น
บนไหล่ของเขา เสียเยว่หัวเราะคิกคักราวกับว่านางใจร้อนเช่นกัน
“สนามรบเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ไม่มีใครสามารถทำนายสิ่งที่จะ
เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง ข้ารับประกันได้เพียงว่าเรามีโอกาสชนะสูงมาก
เท่านั้น”
ขณะที่เทพธิดาชิงเหลียนพูด ความร้อนรนก็เกิดขึ้นใจในใจนาง นาง
ไม่รู้เลยว่าความร้อนรนนี้มาจากไหน มันเป็นสัมผัสที่หกล้วนๆ ความรู้สึก
ถึงอันตรายเมื่อโชคชะตาของคนผู้นั้นสูงพอ
อย่างไรก็ตาม นางได้พิจารณาแผนการของตนซ้ำแล้วซ้ำเล่า และก็
ไม่พบข้อบกพร่องใดๆในพวกมัน นางไม่ควรเข้าใจผิดในการคาดเดาถึง
ความแข็งแกร่งของบุคคลลึกลับนี้
ถ้าเป็นเช่นนั้น ปัญหาเกิดจากสิ่งใด?
มันเกี่ยวข้องกับตำราโบราณเล่มนั้นหรือไม่?
เทพธิดาชิงเหลียนส่ายหัวของนาง ไม่คิดอะไรเพิ่มเติมอีก ท้ายที่สุด
นางก็ได้จ่ายไปในราคาสูงสำหรับเตรียมการเหล่านี้และเพื่อการต่อสู้ครั้ง
เดียว หากนางต้องยอมแพ้ทุกอย่างโดยอาศัยเพียงความรู้สึกลวงตา นั่น
จะไร้สาระมากเกินไป
นางทำได้เพียงรอ
อย่างไรก็ตาม การรอนี้ยังคงดำเนินต่อไปตลอดทั้งเดือน บุคคลลึกลับ
นั้นกลับยังไม่ปรากฏในดาราจักรเมฆาโลหิต…
จากการคำนวณครั้งก่อนหน้านี้ พวกเขาควรมาหลังจากผ่านไป 10-
20 วัน แต่พวกเขากลับยังมาไม่ถึง…
ผู้ที่อยู่ในดาราจักรเมฆาโลหิตรออย่างใจร้อน
อ้าวรื่อยกสองดาบใหญ่ขึ้นทุกวันแล้วลาดตระเวนไปมาข้ามจัตุรัส
ของตำหนักสวรรค์ นานๆครั้งเขาจะมองขึ้นไปบนผืนฟ้าที่เต็มไปด้วย
ดวงดาว แม้แต่ริมฝีปากของเขาก็จะแห้งไปพร้อมกับการรอคอย หลังจาก
ใช้ความพยายามอย่างมากและแม้กระทั่งการเสียสละขุมกำลังระดับราชัน
สวรรค์เพื่อสร้างกับดักนี้ ถ้าหาได้มีสิ่งใดเป็นการตอบแทนแล้ว พวกเขาก็
จะถูกล้อเลียน
เขาไม่ต้องการถูกเยาะเย้ยโดยจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล
“ศิษย์น้องหญิงชิงเหลียน…” อ้าวรื่อวิ่งไปยังบริเวณที่เทพธิดาชิง
เหลียนปิดด่านบ่อยครั้ง แต่นางจะมีเพียงคำเดียวที่จะตอบเขาด้วย นั่นคือ
– รอ!
ในเรื่องนี้ องค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่นเองก็นั่งอยู่ในห้องโถงผู้บัญชาการ
และลูบตำราสีดำในมือของเขา เขาไม่ได้เย้ยหยันเทพธิดาชิงเหลียนใน
แผนการของนางและไม่ว่านางจะตัดสินสถานการณ์ผิดอย่างไร เพราะเขา
รู้ว่าไม่ว่าผู้บัญชาการจะชาญฉลาดเพียงใด มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะแยกแยะ
ในทุกสถานการณ์ได้อย่างสมบูรณ์ อย่างน้อยที่สุด ถ้าเขาอยู่ในตำแหน่ง
ของเทพธิดาชิงเหลียน เช่นนั้นเขาก็จะทำได้ไม่ดีไปกว่ากัน
อย่างไรก็ตาม อย่างช้าๆหลังจากที่เทพธิดาชิงเหลียนออกจากดารา
จักรผู่โถวนั้น กองกำลังที่ซ่อนอยู่ในค่ายกลซึ่งนางทิ้งไว้เบื้องหลังก็เริ่ม
ปลุกเร้าความสงสัยของจักรพรรดิสักกะ
นักบวชของขุนเขาผู่โถวมักจะสวดและใช้ชีวิตเรียบง่าย พวกเขาไม่
เก่งในเรื่องสงคราม ข้อมูลที่หน่วยสอดแนมของพวกเขาส่งกลับมามี
ปัญหามากมายที่ทำให้จักรพรรดิสักกะและโพธิสัตว์เกรียงฟ้ามีปัญหาใน
การวิเคราะห์สนามรบ
แม้ว่านักบวชจำนวนมากที่เชื่อว่าป้อมปราการนั้นถูกกำจัดไปแล้ว
พวกเขายังกังวลว่าความจริงก็คือชาวภูติเทพได้สร้างกับดักไว้เพื่อที่พวก
เขาจะได้เดินเข้าไปในนั้น
ในเวลานี้ ไม่มีใครกล้าที่จะผลักดันไปข้างหน้าอย่างประมาท มิ
เช่นนั้น หากมีข้อผิดพลาดในการตัดสินใจเกิดขึ้น การถูกทำลายล้าง
ทั้งหมดก็จะเป็นไปได้
มันเป็นเพียงเมื่อวันที่จักรพรรดิสักกะทะลวงเข้าสู่พื้นที่ซึ่งควบคุม
โดยชาวภูติเทพด้วยตัวคนเดียวแล้วเท่านั้น!
สิ่งนี้อาจเรียกได้ว่าการกระทำของชายที่มีความกล้าหาญและผู้ที่
ไว้วางใจในทักษะของตนเองอย่างยิ่ง เขาเท่านั้นที่จะมีอิสระในการไป
ตามที่พอใจ แม้ว่าเขาจะต้องเดินเข้าไปในกับดักที่ซับซ้อนบางอย่างของ
ชาวภูติเทพ แต่เขาเชื่อว่าตนจะสามารถล่าถอยได้
เป็นผลให้เขาค้นพบว่ากองทหารจอมเขมือบ รวมถึงผู้บังคับการของ
ชาวภูติเทพเช่น เทพธิดาชิงเหลียน, อ้าวรื่อและเสียเยว่นั้นหายไปนาน
จากตำแหน่งของพวกเขานานแล้ว!
จักรพรรดิสักกะปลุกปั่นสงครามครั้งใหญ่ในค่ายของชาวภูติเทพ
และแม้กระทั่งให้กองทัพของขุนเขาผู่โถวและเผ่าพันธุ์เทพมาช่วยเขา แต่
ในเวลานี้ ส่วนที่เหลือของกองทัพชาวภูติเทพที่แตกพ่ายหนีผ่านค่ายกล
เคลื่อนย้ายที่เตรียมไว้ล่วงหน้าไปแล้ว แม้ว่าชาวมนุษย์จะประสบ
ความสำเร็จในการต่อสู้ครั้งนี้ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถฆ่าคนจำนวนมากได้
เมื่อเห็นฉากดังกล่าว จักรพรรดิสักกะรู้สึกว่าหัวใจของเขาตกลงไปยัง
ท้อง
“เจ้าพวกชาวภูติเทพเหล่านี้ มันหนีออกจากบริเวณนี้ได้อย่างไร?”
ราชันสงครามและทัวป๋ากุยสาปแช่ง เผ่าพันธุ์สวรรค์และเผ่าพันธุ์
เทพได้ประสานงานกับขุนเขาผู่โถวล่วงหน้าและเตรียมพร้อมที่จะ
ช่วยเหลือ หลังจากถูกควบคุมโดยชาวภูติเทพเป็นเวลาหลายปีและถูกทิ้ง
ไว้โดยไม่มีโอกาสได้หายใจ ในที่สุดพวกเขาก็มีโอกาศโต้กลับ แต่เพื่อพบว่า
หมัดของพวกเขาไม่ได้ชนกับสิ่งใดนอกจากอากาศ สิ่งนี้ก็ทำให้ทัวป๋ากุย
รู้สึกไม่สบาย
โพธิสัตว์เกรียงฟ้าขมวดคิ้ว เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วค่อยกล่าวว่า
“อมิตพุทธ ถ้านักบวชชราผู้นี้ไม่ผิดล่ะก็ เทพธิดาชิงเหลียน, อ้าวรื่อ, เสีย
เยว่และคนอื่นๆยังคงอยู่ที่นี่ก่อนย้ายไปต่อสู้ที่อื่น หากมีบางสิ่งที่พวกเขา
จะทำอย่างจริงจัง นั่นก็น่าจะเป็นเพราะผู้มีพระคุณลึกลับของเราที่
ปรากฏตัวในด้านหลัง…”
คำพูดของโพธิสัตว์เกรียงฟ้าทำให้พวกเขารู้สึกเย็นยะเยือก ต่อ
พันธมิตรที่ปรากฏจากอากาศธาตุ พวกเขาต่างอยากรู้อยากเห็นและรู้สึก
ขอบคุณ ต้องขอบคุณพันธมิตรลึกลับที่เบี่ยงเบนความสนใจของชาวภูติ
เทพ ทำให้ชาวมนุษย์ได้รับช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลาย
แต่ถ้ากองทหารจอมเขมือบต้องหันกลับไปแล้ว เช่นนั้นพันธมิตรนี้
ไม่ว่าจะเป็นคนคนเดียวหรือหลายคน พวกเขาหวังจะต่อต้านชาวภูติเทพ
ได้อย่างไร?
นี่คือกองทหารจอมเขมือบ!
มิต้องกล่าวถึงผู้มีพระคุณคนเดียว หากทั้งขุนเขาผู่โถวและศิษย์ถูก
ล้อมรอบด้วยกองทหารจอมเขมือบ การถูกทำลายล้างทั้งหมดก็เป็นไปได้!
“เราต้องแจ้งให้เขาทราบ!” แต่ในฐานะที่ทัวป๋ากุยพูดคำเหล่านี้ เขา
ก็ตระหนักว่าพวกเขาไร้สาระเพียงใด พวกเขาไม่รู้ว่าใครเป็นคนลึกลับคน
นี้ และเขาก็อยู่ห่างออกไปไม่ทราบระยะ แล้วพวกเขาจะหวังติดต่อเขาได้
อย่างไร?
ชั่วครู่หนึ่ง ผู้ทรงพลังของชาวมนุษย์กำลังสูญเสียสิ่งที่ต้องทำ
ความสุขก่อนหน้าทั้งหมดเลือนหายไป
ตอนนี้ พวกเขาทำได้เพียงจ้องมองอย่างช่วยไม่ได้เมื่อคนลึกลับคนนี้
ต้องสะดุดกับกองทหารจอมเขมือบ
“เทพธิดาชิงเหลียนหาใช่บุคคลทั่วไปในยุคของนาง รูปแบบค่ายกล
ของกองทหารจอมเขมือบนั้นเป็นสิ่งที่มิอาจหลบหนี ด้วยกองทหารจอม
เขมือบที่ได้รับคำสั่งจากเทพธิดาชิงเหลียน ความแข็งแกร่งที่พวกเขา
สามารถแสดงได้นั้นจะน่าสะพรึงอย่างเหลือเชื่อ บางที…” ตี้อู๋เหินพูด
อย่างประหม่า
“จงสวดอธิษฐาน…” โพธิสัตว์เกรียงฟ้าเริ่มสวด “ขอให้โพธิสัตว์
ประทานพรต่อเขา หากถูกคำสาปก็ขอให้เขาหลุดพ้นได้ แต่ทุกอย่างอยู่ใน
มือแห่งโชคชะตาแล้ว…”