Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,019 ล้อมรอบหลินหมิง
เมื่อข่าวความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ในดาราจักรผู่โถวมาถึงเทพธิดาชิง
เหลียน นางก็ไม่ได้ถามว่าจำนวนผู้เสียชีวิตสูงเพียงใด นางเพียงวางแผ่น
หยกรายงานและพูดกับผู้ส่งสารว่า “ข้าเข้าใจแล้ว กลับไปได้”
“ขอรับ… ”
ผู้ส่งสารโค้งคำนับแล้วถอยกลับ อ้าวรื่อมองดูด้วยดวงตาเบิกกว้าง
เป็นกังวล อีกครึ่งเดือนผ่านไปและมันก็นานเกินไป
“พวกเราจะทำอย่างไรดี? ศิษย์น้องหญิงชิงเหลียน เจ้าต้องให้คำตอบ
สำหรับเรื่องนี้! ในขณะที่เรารอที่นี่ เราก็ประสบความพ่ายแพ้ในดาราจักร
ผู่โถว; นั่นเป็นเช่นเดียวกับการยื่นก้นออกมาและปล่อยพวกสารเลวนั่นตบ
ตีเรา! หากใครรู้เรื่องนี้ เราก็จะเป็นที่น่าหัวเราะจนตาย และบุตรชายภูติ
เทพฟ้าบันดาลที่จะใช้เรื่องนี้เล่นงานเราอย่างแน่นอน! พวกเราจะแค่รอ
ที่นี่ต่อไปหรือไม่?”
อ้าวรื่ออารมณ์ไม่ดีและเป็นคนที่ไม่อ้อมค้อม การละทิ้งดาราจักรผู่
โถวไปเช่นนี้และไม่ใช่เพราะพวกเขาขาดความแข็งแกร่ง แต่เพราะพวก
เขาทิ้งมันด้วยตนเอง มันเป็นสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด
“เจ้าอยากจะสังหารกลับไปยังดาราจักรผู่โถวเพื่อที่เจ้าจะได้กู้หน้า
ของตนอีกหรือ?” เทพธิดาชิงเหลียนถามว คำถามของนางที่ทิ้งให้อ้าวรื่อ
สำลัก
“เราจะรอต่อไป…”
เทพธิดาชิงเหลียนยืนหยัดต่อ นักล่าที่เก่งกาจนั้นไม่เพียงแต่ต้องการ
ความแม่นย่ำ แต่ยังต้องมีความอดทนอย่างเพียงพอด้วย!
จากนั้น อ้าวรื่อก็จากไป
มันไม่ใช่แค่อ้าวรื่อ แต่แม้แต่ผู้ปกครองเทวะและราชันพิภพในกอง
ทหารจอมเขมือบเองก็วิตกกังวล กองทหารจอมเขมือบของพวกเขานั้นมี
ชื่อเสียงมาโดยตลอด ตั้งแต่เมื่อใดกันที่พวกเขาประสบกับความอัปยศ
เช่นนี้
มีเพียงองค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่นที่ไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นในดาราจักรผู่
โถวและดาราจักรเมฆาโลหิตอย่างสมบูรณ์ เขาคลุกคลีกับตำราโบราณนิร
นามในมืออย่างสงบ บางครั้งมองที่ดวงตาบนหน้าปกของมัน และมี
รอยยิ้มแปลกๆบนใบหน้า
เวลาดูเหมือนนานกว่าปกติเมื่อรอคอยสิ่งใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ
รอผลที่ไม่ชัดเจนหลังจากเดิมพันทุกอย่างในการทอยเต๋าครั้งเดียวด้วย
แล้ว
ในที่สุด 1 เดือนและ 20 วันก็ผ่านไป ในวันนี้ อ้าวรื่อที่หงุดหงิดยก
ดาบขึ้นและเริ่มลาดตระเวนรอบตำหนักสวรรค์
สำหรับสมาชิกของกองทหารจอมเขมือบ พวกเขาใช้เวลาว่างไปกับ
รูปแบบค่ายกล บางคนฝึกฝนและบางคนพักผ่อน แม้แต่มหาราชันพิภพก็
ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะคงรูปแบบค่ายกลไว้เป็นเวลาหลายเดือนโดยไม่ทำสิ่ง
ใด
แสงอาทิตย์ที่สดใสเริ่มจางหายไป เช่นเดียวกับอ้าวรื่อที่คิดว่าเขาสูญ
เปล่าไปอีกหนึ่งวัน การระเบิดที่น่ากลัวก็ดังกึกก้องทั่วดาราจักรเมฆโลหิต
ก้องกังวานไปทั่วตำหนักสวรรค์!
บึ้มมมมมมม!
ด้วยพลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีเป็นสื่อกลาง คลื่นเสียงอันสะ
พรึงก็กระจายออกไป บดขยี้ม่านพลังปราณดาราของตำหนักสวรรค์
โดยตรง!
อสรพิษอัคคีสีดำพวยพุ่งออกมา กระแสพลังงานโกลาหลทะยานสู่
ท้องฟ้า
ในเวลาเดียวกัน เสียงมังกรก็ดังก้องไปทั่วโลกดุจเสียงฟ้าคำรามไร้
สิ้นสุด ระเบิดผ่านขอบฟ้า!
ศัตรูโจมตี!
เสียงเตือนดังขึ้นทั่วทั้งตำหนักสวรรค์ เมื่อเห็นการระเบิดที่น่า
สะพรึงกลัวนี้และได้ยินเสียงสัญญาณเตือน อ้าวรื่อก็ไม่แปลกใจหรือ
หวาดกลัวเลย ตรงกันข้าม เขามีความสุขอย่างมาก “สารเลว ข้ารอมาก
ว่า 50 วันแล้ว และในที่สุดเจ้าก็มา ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่าอารมณ์ของ
ข้าหงุดหงิดเพียงใด!
อ้าวรื่อดึงสองดาบใหญ่ออกมาแล้วรีบพุ่งออกไป!
ในทิศทางของห้องโถงใหญ่ตำหนักสวรรค์ เทพธิดาชิงเหลียนเองก็ยืน
ขึ้นเช่นกัน แม้ว่านางจะดูสงบมากในอดีตที่ผ่านมา แต่ความจริงก็คือ นาง
เองก็หวังอย่างแรงกล้าว่าคนลึกลับคนนี้จะปรากฏตัวขึ้น
ไม่เช่นนั้น ความพยายามทั้งหมดของนางและแม้แต่การเสียสละกอง
กำลังชาวภูติเทพจะถูกหัวเราะโดยผู้อื่น แม้ว่านางจะเฉยเมย แต่นางก็ยัง
ต้องการให้คนอื่นจดจำนางได้!
เทพธิดาชิงเหลียนไม่ได้ปั่นป่วน นางแผ่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์และ
ตรวจสอบอย่างรอบคอบ
“มันคือเขา!”
ความจริงก็คือ นางไม่จำเป็นต้องใช้สัมผัสตรวจสอบ เพียงแค่มอง
ผ่านหน้าต่าง นางก็สามารถเห็นมังกรทมิฬปีศาจที่ยาวกว่าหนึ่งพันไมล์ได้
เช่นเดียวกับชายหนุ่มที่สวมชุดดำซึ่งยืนอยู่เหนือหัวของมัน
ในช่วงเวลานั้น ในระยะทางที่ไกลออกไป ดวงตาของเทพธิดาชิง
เหลียนและดวงตาของชายหนุ่มที่ยืนอยู่บนมังกรทมิฬสบกัน พวกเขามอง
หน้ากัน ราวกับว่าไม่สนใจระยะทางในอวกาศ
เทพธิดาชิงเหลียนคิดด้วยซ้ำว่าในตอนนี้นางถูกแยกออกจากชาย
ลึกลับคนนี้เพียงโต๊ะตัวเดียว ซึ่งทั้งคู่ยืนอยู่ในห้องโถงใหญ่แห่งนี้
นางยังรู้สึกราวกับว่าได้เห็นภาพของตัวเองสะท้อนให้เห็นอย่าง
ชัดเจนในรูม่านตาของบุคคลนั้น!
ดวงตาของเขาเหมือนก้นเหวลึก อุโมงค์ที่นำไปสู่จักรวาลอื่น ราวกับ
ว่ามีมิติและเวลาไร้สิ้นสุดอยู่ในนั้น
เทพธิดาชิงเหลียนรู้สึกได้ทันทีว่าหัวใจของนางสั่นไหว คนผู้นี้เป็นใคร
กันแน่!? เขามาจากไหน!?
นางมิอาจมองเห็นผ่านการบ่มเพาะของเขา แต่ก็สามารถมั่นใจได้
อย่างแน่นอนว่าเขามิใช่เทพแท้จริง
ทันใดนั้น นางก็หลับตาและตัดการเชื่อมต่อทางจิตวิญญาณระหว่าง
นางกับชายชุดคลุมสีดำ “เขาค้นพบข้า!”
เปลือกตาของเทพธิดาชิงเหลียนเลิกขึ้น ชายชุดคลุมสีดำคนนี้ให้
ความรู้สึกที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้ แม้ว่าเขาจะมิใช่เทพแท้จริง แต่แรงกดดันที่
เขาปลดปล่อยออกมานั้นก็ไม่ด้อยไปกว่าเทพแท้จริง!
แม้จะด้วยความโกลาหลทั้งหมดนี้ แม้จะมีศัตรูมากมาย แต่ฝ่ายตรง
ข้ามก็สามารถมองเข้าไปมาในห้องลับของนาง เจาะผ่านชั้นของม่านพลัง
และสนามพลังจนเห็นนางได้ สัมผัสของเขาเฉียบคมถึงเพียงใดกันแน่!?
เทพธิดาชิงเหลียนตระหนักดีว่าแม้กองทหารจอมเขมือบจะไร้เทียม
ทานในการต่อสู้ครั้งนี้ แต่ก็ยังคงไม่ง่ายเลย
และเมื่อสิ่งต่างๆถึงขั้นตอนนี้ พวกเขาก็อยู่ในจุดที่มิอาจถอยกลับ
แล้ว มันไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเดินทัพต่อไป!
“เตรียมพร้อม!”
เสียงที่ราบง่ายและสง่างามของเทพธิดาชิงเหลียนเป็นดั่งเสียงร้อง
ของฟีนิกซ์ แพร่กระจายไปทั่วอย่างรวดเร็ว!
ในเวลาเดียวกัน นางก็กระโจนขึ้นไปและทะลุหลังคาตำหนักสวรรค์
ดุจเทพธิดาแห่งสายลม นางปรากฏตัวขึ้นในท้องฟ้า
ด้านหลังเทพธิดาชิงเหลียน องค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่นเองก็ปรากฏตัว
ตำราสีดำแปลกๆยังอยู่ในมือของเขา
สำหรับอ้าวรื่อ กล้ามเนื้อบนแขนของเขานูนออกมาแล้ว พร้อม
สำหรับการต่อสู้ หลอดเลือดบนแขนบิดไปมาเช่นไส้เดือนอ้วน
แม้เขาจะปรารถนาอย่างเร่งรีบที่จะไปหาบุคคลลึกลับนี้และต่อสู้กับ
พวกเขา แต่เขาก็ตระหนักว่าตนมิใช่คู่มือของบุคคลนั้น
วูป! วูป! วูป!
โดยไม่มีการแจ้ง ทั่วทั้งสถานที่ต่างๆของชาวภูติเทพสวรรค์, 108
ธวัชชัยปรากฏขึ้นทันที!
ธวัชชัยค่ายกลเหล่านี้ล้วน แต่มันมีสีดำสนิทและมีมังกรสีแดงโลหิต
วาดอยู่บนพวกมัน นี่คือสัญลักษณ์หนวดของจอมเขมือบ
ธวัชชัยค่ายกล 108 ทั้งเหล่านี้ถูกควบคุมแยกกันอยู่ในมือมหาราชัน
พิภพทั้ง 108 คน
หลินหมิงไม่จำเป็นต้องมองก็รู้เลยว่ามหาราชันพิภพทั้ง 108 คนนี้
เป็นสมาชิกของกองทหารจอมเขมือบ นี่เป็นเพราะเขาสามารถสัมผัสได้ถึง
เนื้อหนังและโลหิตของจอมเขมือบภายในร่างกายของพวกเขา!
ในขณะที่ธวัชชัยค่ายกล 108 เหล่านี้และกองทหารจอมเขมือบ
ปรากฏขึ้นในทันใด ดวงตาที่เปล่งประกายของเทพธิดาชิงเหลียนก็จ้อง
มองที่หลินหมิง นางต้องการเห็นความตื่นตระหนกที่แวบเข้ามาในดวงตา
ของเขาเพื่อที่นางจะได้ว่าเขาเข้าใจว่าตนเองได้เดินเข้าไปในกับดักแล้ว ไม่
ว่าคนๆนั้นจะสงบเพียงใด มันก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะไม่รู้สึกตกใจหรือ
หวาดกลัวเมื่อรู้ว่าตนเข้าสู่กับดักแห่งความตาย
ยิ่งไปกว่านั้น กับดักนี้ถูกจัดวางโดยกองทหารจอมเขมือบ แม้ว่าจะมี
ใครบางคนที่มีพลังยิ่งกว่าจักรพรรดิสักกะมาปรากฏตัวที่นี่ ตราบใดที่พวก
เขาไม่ได้อยู่ในระดับเทพแท้จริง พวกเขาก็จะไม่สามารถหลบหนีไปได้
แม้ว่าพวกเขาจะมีปีก!
แต่นางก็รู้สึกผิดหวัง
คนลึกลับผู้นี้กลับยืนอยู่บนมังกรอย่างไม่สะทกสะท้าน ร่างของเขา
ตะหง่านและมั่งคงดุจหอก ไม่ว่าจะมีการระเบิดเกิดขึ้นรอบตัวเขาหรือมี
พลังงานความวุ่นวายโกลาหลมากเพียงใด หรือว่ามี 108 ธวัชชัยค่ายกล
โบกสะบัดในสายลม แต่สีหน้าของเขาก็ยังคงสงบเช่นเดิม!
เมื่อเห็นเช่นนี้ เทพธิดาชิงเหลียนก็รู้สึกว่าหัวใจของนางจมดิ่งทันที…
ความจริงก็คือ เมื่อเดือนก่อน หลินหมิงมาถึงที่ดาราจักรเมฆาโลหิต
เรียบร้อยแล้ว ในวันที่ผ่านมาเหล่านี้ เขาได้ก่อพายุและเขย่าด้านหลังของ
กองทัพชาวภูติเทพ แม้ว่าการกระทำของเขาดูจะดุร้ายและอุจอาจ แต่ใน
ความเป็นจริง เขาก็ระมัดระวังอย่างเหลือเชื่อในการเคลื่อนไหว ก่อนที่
เขาจะโจมตีสถานที่ใด เขาจะใช้สัมผัสรับรู้ในตรวจสอบพื้นที่นั้น
เทพธิดาชิงเหลียนเป็นแม่ทัพที่มีคุณสมบัติและนางจะไม่ทำผิดพลาด
ในระดับต่ำเช่นการเปิดเผยกับดักของตน นางรวบรวมพลังของกองทหาร
จอมเขมือบและใช้รูปแบบการปกปิดเพื่อซ่อนกับดักของนางอย่าง
ระมัดระวัง ไม่ว่าสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของหลินหมิงจะน่าทึ่งเพียงใด ตราบใดที่
เขาไม่ได้เป็นเทพแท้จริงแล้ว เขาก็จะไม่สามารถค้นพบอะไรได้เลย
หากผู้อื่นมาที่นี่แล้ว พวกเขาก็จะตกหลุมพรางนี้และเทพธิดาชิง
เหลียนก็จะทำแผนการของนางได้สำเร็จ ล้อมรอบพวกเขาอย่างราบรื่น
แต่มันน่าเสียดาย ฝ่ายตรงข้ามของนางคือหลินหมิง นอกจากการ
ตรวจสอบด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์แล้ว หลินหมิงยังมีความสามารถพิเศษอีก
อย่างหนึ่งที่เทพธิดาชิงเหลียนไม่เคยคาดคิดมาก่อน
นั่นคือ เขามีความไวต่อเนื้อหนังและโลหิตของจอมเขมือบ
ตราบใดที่เขาอยู่ในระยะเพียงพอ เช่นนั้นวิญญาณของจอมเขมือบใน
ตัวเขาและความสามารถของเขาในการใช้พลังแห่งอสูรของหลินหมิงก็
สามารถทะลุทะลวงผ่านรูปแบบค่ายกลนับไม่ถ้วนเพื่อสัมผัสถึงการดำรง
อยู่ของเนื้อหนังและโลหิตจอมเขมือบได้
และถ้าหลินหมิงทิ้งตราประทับวิญญาณไว้ในเนื้อหนังและโลหิตของ
จอมเขมือบ เขาก็จะรู้สึกถึงระยะทางนี้ได้ไม่ว่ามันจะอยู่ไกลเพียงใดก็ตาม
นี่คือกองทัพจอมเขมือบที่มีราชันพิภพประมาณ 2,500 คนและ
ผู้ปกครองเทวะ 60,000 คน
แต่ในสายตาของหลินหมิง คนเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกับทรงกลมสี
แดง 62,500 ดวงที่เปล่งประกายบนท้องฟ้า กระจัดกระจายไปทั่วตำหนัก
สวรรค์ พวกเขาไม่แตกต่างจากดวงดาวที่สว่างจ้า ส่องแสงในท้องฟ้ายาม
ค่ำคืน
หลินหมิงยังสามารถตัดสินได้จากขนาดและความสว่างของทรงกลม
สีแดงเหล่านี้เพื่อระบุถึงระดับปราณอสูรที่อยู่ภายในนั้น ดังนั้น จากสิ่งนี้
เขาก็สามารถอนุมานความแข็งแกร่งของผู้ทรงพลังที่หลอมรวมกับเนื้อ
หนังและโลหิตจอมเขมือบได้
แม้ว่าหลินหมิงไม่ได้กลัวกองทัพจอมเขมือบ แต่เขาก็ยังต้องเฝ้าระวัง
กับดักของชาวภูติเทพ เขาได้ตรวจสอบกับดักนี้อย่างลับๆที่เตรียมไว้
สำหรับเขา และในวันที่ผ่านมา เขาได้เห็นความลนลานในสายตาของ
อ้าวรื่อและคนอื่นๆ
ในเวลานี้ หลินหมิงและเทพธิดาชิงเหลียนจ้องมองกัน เทพธิดาชิง
เหลียนรู้สึกกระวนกระวายในใจนาง นางรู้ว่าคนลึกลับคนนี้ไม่ได้แสร้ง
สงบ บุคคลนี้ได้ค้นพบกับดักของนางแล้วหรือ?
เป็นไปได้อย่างไร? นางใช้กองทหารจอมเขมือบเพื่อจัดวางค่ายกล
ปกปิด ถ้าไม่มีใครเป็นเทพแท้จริงแล้ว มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะค้นพบมัน
ในเวลานี้ เทพธิดาชิงเหลียนไม่มีเวลาคิดอีกต่อไปว่ามีช่องโหว่ใดใน
แผนของนาง เผชิญหน้ากับบุคคลลึกลับนี้ซึ่งประกอบด้วยชายหนึ่งคน
และมังกรหนึ่งตัว และต่างก็มิใช่เทพแท้จริง นางจึงไม่สามารถหาเหตุผลที่
เป็นไปได้ว่านางจะพ่ายแพ้ที่นี่
นี่เป็นการต่อสู้ที่นางควรจะชนะ!
“ค่ายกลกักขังเทพ! ปิดผนึกเขา!”
เทพธิดาชิงเหลียนตะโกนออกมา 108 มหาราชันพิภพโบกธวัชชัย
ค่ายกลของพวกเขา ชั่วเวลาหนึ่ง พลังงานอสูรเต็มไปในอากาศด้วยเสียง
กรีดร้องและโหยหวน ราวกับวิญญาณไร้สิ้นสุดกำลังคืบคลานในอากาศ
สิ่งที่ถูกกักขังไว้คือวิญญาณของคนตาย
สมบัติประเภทนี้มักจะผนึกวิญญาณของนักสู้ที่ตายไว้เพื่อเพิ่มความ
แข็งแกร่งของตนเอง นี่คือสิ่งที่เรียกว่าธวัชชัยภูตผี ในธวัชชัยค่ายกล 108
เหล่านี้ มันไม่ทราบว่ามีโลหิตมากเพียงใดที่ถูกสังเวยไป
ธวัชชัยค่ายกลอันแล้วอันเล่าแผ่พลังงานมืดที่เชื่อมต่อกันเข้าด้วยกัน
ออกมา!