Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,021 ทุบตีองค์ชายจักรพรรดิอย่างบ้าคลั่ง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 2,021 ทุบตีองค์ชายจักรพรรดิอย่างบ้าคลั่ง
แสงศักดิ์สิทธิ์กลืนกินทุกอย่างและเสียงทั้งหมดก็เลือนหายไป ภายใน
พื้นที่โดยรอบ มีเพียงแสงจ้าที่แผ่ออกไปด้านนอกด้วยความเร็วที่คาดไม่
ถึง
มันเป็นดั่งดวงอาทิตย์ที่พองตัวอย่างรวดเร็วซึ่งบรรจุพลังที่มิอาจหยั่ง
ทุกที่ที่มันไป ห้วงมิติขนาดใหญ่จะถูกทำลาย ทำให้เกิดพายุอวกาศที่น่า
กลัวกวาดออกไปภายนอก
บึ้มมมม!
ออร่าของแสงนั้นกวาดออกไปเป็นล้านล้านไมล์ ในความมืดมิดของ
อวกาศ นี่คือแสงเจิดจ้าที่เปล่งประกายด้วยความงดงามตระการตา
กลุ่มก๊าซอวกาศส่วนใหญ่แตกสลาย ศูนย์กลางของการระเบิดยุบเข้า
ก่อตัวเป็นพลังงานกลวงขนาดยักษ์
ตำหนักสวรรค์ที่ชาวภูติเทพสร้างขึ้นในดาราจักรเมฆาโลหิต เรือจิต
วิญญาณ ป้อมปราการขนาดใหญ่ ทั้งหมดถูกกลืนหายไปกับแสงศักดิ์สิทธิ์
และปลิวไปราวกับแมลงวันในพายุ จากนั้น พวกมันสลายตัวครั้งแล้วครั้ง
เล่า เหลืออยู่เพียงฝุ่นที่ลอยอยู่ในอวกาศ
สำหรับนักสู้ชาวภูติเทพ พวกเขาตกตายทันทีจากการระเบิด มัน
เป็นไปไม่ได้สำหรับทุกคนที่อยู่ต่ำกว่าราชันสวรรค์จะอยู่รอด
แสงศักดิ์สิทธิ์ยังมิได้หยุดลง มันดำเนินต่อไปหลายลมหายใจก่อนที่
จะจางหายไปอย่างช้าๆ
เมื่อมันจบลง โดยรอบที่เคยเต็มไปด้วยดวงดาวก็ว่างเปล่า ทุกอย่าง
ภายในรัศมีหนึ่งล้านไมล์ถูกกวาดล้างอย่างหมดจด ตำหนักสวรรค์และ
ป้อมปราการหายไปอย่างไร้ร่องรอย
อาจกล่าวได้ว่าฐานของชาวภูติเทพในดาราจักรเมฆาโลหิตถูกกำจัด
อย่างสิ้นซาก
เฮือก –
อ้าวรื่อกุมหน้าอก เดินกะโผลกกะเผลกขณะที่เขาก้าวผ่านอวกาศ
เขาประสบบาดแผลจากความผันผวนของพลังงาน และกระดูกจำนวน
มากหัก อวัยวะภายในของเขาได้รับความเสียหายหลายจุดและแผลสด
เปิดที่หน้าอกของเขา การระเบิดครั้งนั้นทำให้เขาได้รับความเสียหาย
อย่างน่าประหลาดใจ
ถึงกระนั้น เขาก็ยังไม่สามารถตอบสนองต่อสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นได้
สำหรับ เสียเยว่ นางถูกส่งกระเด็นออกไปจากบ่าของอ้าวรื่อ ระหว่าง
การระเบิดครั้งนั้น โชคดีที่ร่างของนางเล็ก และพื้นที่ซึ่งนางต้องการ
ป้องกันเล็กกว่าอ้าวรื่อมาก ดังนั้นบาดแผลของนางจึงน้อยลงเช่นกัน
ใบหน้าของมีสีแดงแปลกๆ เห็นได้ชัดว่านางจำเป็นต้องใช้พลังโลหิตชีวิต
ของตนเพื่อต้านทานการระเบิดครั้งนี้และผลาญมันไปมากหลือเชื่อ
“นี่… มันเกิดอันใดขึ้น…”
เสียเยว่มองดูที่เทพธิดาชิงเหลียน
โลหิตไหลออกมาจากมุมปากของเทพธิดาชิงเหลียน นางสูญเสีย
ความสงบไปอย่างสมบูรณ์และชุดเกราะและชุดยาวของนางฉีกเป็นผ้าขี้ริ้ว
แม้แต่งผมของนางก็ยุ่งเหยิง ทำให้นางดูเป็นทุกข์มาก
เมื่อมองถึงฉากต่อหน้านาง เทพธิดาชิงเหลียนที่สงบก็หน้าเปลี่ยนสี
นางไม่รู้ว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นเมื่อครู่
“เหตุใด เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?”
เทพธิดาชิงเหลียนพึมพำกับตัวเอง ในเวลานี้ กองทหารจอมเขมือบ
ยังคงยืนอยู่ต่อหน้านาง!
กองทหารจอมเขมือบที่มีสมาชิก 60,000 คนเป็นต้นกำเนิดของการ
ระเบิด เนื่องจากพวกเขาตั้งอยู่ในใจกลางของรูปแบบค่ายกล มันจึง
เท่ากับยืนอยู่ในตาพายุ ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากการโจมตีที่กวาด
สู่ภายนอกเลย
นี่เองก็สมเหตุสมผล มิเช่นนั้นแล้ว การโจมตีของกองทหารจอม
เขมือบจะไม่แตกต่างจากการโจมตีฆ่าตัวตาย
แต่ในเวลานี้ เทพธิดาชิงเหลียนก็เห็นว่ากองทหารจอมเขมือบส่วน
ใหญ่ได้ใช้ร่างแปลงแล้ว
พวกเขากระตุ้นสายเลือดจอมเขมือบและใช้ความแข็งแกร่งนี้โจมตี!
นี่เทียบเท่ากับ 180 ราชันสวรรค์ที่อ่อนแอ, 2,000 มหาราชันพิภพ
และผู้ปกครองเทวะสูงสุดจำนวนมากมารวมตัวกันในการโจมตีที่รุนแรง
เมื่อครู่
หากมิใช่เพราะความจริงที่ว่าการโจมตีครั้งนี้พุ่งออกไปอย่างไม่
เจาะจงและไม่ได้กำหนดเป้าหมายไปยังใครโดยเฉพาะ มิเช่นนั้นนางคงจะ
กลายเป็นฝุ่นไปแล้ว!
“สำหรับการโจมตีครั้งนี้พวกเขากลับใช้ร่างแปลง…
เทพธิดาชิงเหลียนไม่ได้ออกคำสั่งนี้เลย แผนเดิมของนางคือการส่ง
การโจมตีหยั่งเชิงเพื่อดูว่าศัตรูมีไพ่เช่นใดในมือก่อนที่จะให้กองทหารจอม
เขมือบใช้ร่างแปลงได้ แต่ตอนนี้ ดังเช่นที่เทพธิดาชิงเหลียนคาดไว้ คน
ลึกลับผู้นี้มีไพ่อยู่ในมือ และไพ่ใบนี้ทำให้ความกล้าหาญของนางต้องแตก
สลาย!
เทพธิดาชิงเหลียนมองดูหลินหมิง เมื่อสบตากัน นางก็รู้สึกราวกับตก
อยู่ในทะเลสาบน้ำแข็ง!
“เขาสามารถ… เข้าควบคุมเหนือกองทหารจอมเขมือบได้!”
เพียงไม่กี่คำของเทพธิดาชิงเหลียนก็ทำให้อ้าวรื่อและเสียเยว่ต้อง
หลั่งเหงื่อเย็น
เข้าควบคุมเหนือกองทหารจอมเขมือบได้เช่นนั้นหรือ? สิ่งนั้นเป็นไป
ได้ด้วยหรือ!? กองทหารจอมเขมือบเป็นพลังที่อยู่ภายใต้การควบคุม
โดยตรงของจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล นอกเหนือจากจักรพรรดิภูติเทพ
ฟ้าบันดาล มันก็ไม่ควรมีใครที่สามารถลบเจตจำนงของพวกเขาและสั่ง
การโดยตรงได้
ตัวอย่างเช่น แม้ว่าเทพธิดาชิงเหลียนจะสามารถสั่งการกองทหาร
จอมเขมือบได้ แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพราะจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้มอบ
สิทธิ์ทางการทหารให้นาง การที่เทพธิดาชิงเหลียนบัญชากองทัพจอม
เขมือบก็ไม่ต่างจากบัญชาทหารทั่วไป แต่ละคนจะมีความคิดของตัวเองใน
สนามรบและอาจมีทหารบางคนที่ไม่ฟังคำสั่งในสงครามและพยายาม
หลบหนี หรือแม้แต่หักหลัง
แต่ตอนนี้ กองทหารจอมเขมือบที่ควบคุมโดยบุคคลลึกลับนี้ก็ชัดเจน
ว่ามิได้อยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น
เพราะในเวลานี้ กองทหารจอมเขมือบได้หันไปหาไม่กี่คนที่รอดชีวิต
จากการระเบิดครั้งใหญ่ นักสู้จำนวน 60,000 คนเหล่านี้ แต่ละคนมี
ดวงตาแดงก่ำด้วยจิตสังหาร พวกเขาสูญเสียความสว่างและความคมชัด
ทั้งหมดไป
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากองทหารจอมเขมือบนั้นถูกควบคุมโดยบุคคลนี้
และสูญเสียเจตจำนงของตนเองไปแล้ว ตอนนี้ พวกเขาไม่มีอันใดนอกจาก
หุ่นเชิด หากบุคคลลึกลับนี้ต้องการให้ทุกคนฆ่าตัวตาย พวกเขาก็จะทำ
โดยไม่กระพริบตา!
เพื่อที่จะสามารถควบคุมกองทหารจอมเขมือบและยังมีความ
แข็งแกร่งที่น่าเกรงขาม เขาเป็นใครกันแน่?
“เจ้า… เจ้าเป็นคน หรืออสูรโลกันต์กันแน่?”
เทพธิดาชิงเหลียนถามอย่างเย็นชา คำถามของนางทำให้ขนทั่วร่าง
อ้าวรื่อและเสียเยว่ลุกชู แน่นอนพวกเขารู้เกี่ยวกับการดำรงอยู่ของอสูรโล
กันต์ แต่สำหรับต้นกำเนิดของอสูรโลกันต์หรือความลับของพวกมันนั้น
พวกเขาก็ไม่รู้ สิ่งที่พวกเขารู้ก็คือ อสูรโลกันต์เป็นรูปแบบชีวิตที่ทรงพลัง
และเต็มไปด้วยความลึกลับ พวกมันยังเป็นศัตรูตามธรรมชาติของสิ่งชีวิต
สติปัญญาสูงทั้งหมดใน 33 สวรรค์ ความรู้นี้ทำให้พวกเขาสั่นเทาด้วย
ความกลัว
ถึงกระนั้น… บุคคลลึกลับผู้นี้กลับโผล่ออกมาจากอากาศธาตุ ไม่ว่า
จะเป็นในแง่ของความแข็งแกร่งหรือความสามารถในการควบคุมกอง
ทหารจอมเขมือบ ทุกอย่างจะสามารถอธิบายได้ถ้าเขาเป็นอสูรโลกันต์
มีความเป็นไปได้สูงมากที่บุคคลลึกลับนี้จะเป็นอสูรโลกันต์ระดับสูงที่
มีความสามารถในการแปลงกายคล้ายบุคคลจาก 33 สวรรค์ ยิ่งไปกว่านั้น
เพียงแค่มองพวกเขา มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะพบข้อบกพร่องใดๆ
ในใจกลางของ 60,000 กองทัพจอมเขมือบที่แข็งแกร่ง หลินหมิงยิ้ม
เย้ยเมื่อเขาได้ยินคำถามของชิงเหลียน แม้แต่ในหมอกหนาของข้อมูลที่ไม่
แน่นอน หญิงคนนี้กับยังสามารถวิเคราะห์ได้อย่างสมเหตุสมผลที่สุด นี่คือ
ความสามารถที่ผู้บัญชาการที่มีคุณสมบัติเหมาะสมควรมี หากนาง
เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ทั่วไป นางจะสามารถทำภารกิจให้สำเร็จได้อย่าง
ง่ายดาย
น่าเสียดายที่คู่มือของนางคือหลินหมิง ทุกสิ่งที่เป็นการคาดเดาที่
สมเหตุสมผลในสายตาของนางนั้นจึงผิดพลาด
นี่เป็นเพราะไม่ว่าจินตนาการของนางจะยอดเยี่ยมเพียงใด นางก็ย่อม
ไม่เคยคิดเลยว่าคนที่ถูกอาจารย์ของนางฆ่าในอดีตจะกลับมาพร้อมกับ
ความแข็งแกร่งชที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและยังเปิดผนึก หลอมรวมและ
ควบคุมวิญญาณของจอมเขมือบจากเมื่อ 3.6 พันล้านปีก่อนอีกด้วย
“หอกของข้าและมังกรทมิฬ ดูเหมือนว่าไม่มีสิ่งใดที่ทำให้นางต้อง
สงสัย ดูเหมือนว่าราชาเทพขนวิหคเหินหาวเชื่อว่าข้าตายไปแล้วจริง…”
หลินหมิงเดาว่าเป็นจักรพรรดิวิญญาณผู้ได้กระทำการหลอกราชา
เทพขนวิหคเหินหาว
กว่า 6,000 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่เซิ่งเหม่ยเอาวิญญาณนิรันดร์ของ
เขาไปแล้ว ราชาเทพขนวิหคเหินหาวก็หายไปโดยไม่ปรากฏตัวอีกเลย
สถานการณ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ จักรพรรดิวิญญาณใช้พลัง
วิญญาณและพลังจิตใจที่เหนือกว่าผู้ทรงพลังอื่นๆในการสร้างภาพลวงตา
ที่เขาตายขึ้นมา เขาได้ใช้อุบายที่มิอาจจินตนาการหลอกโลกแห่งจิตสำนึก
ราชาเทพขนวิหคเหินหาวและให้คิดว่าเขาตายไปแล้ว
นี่เป็นเพราะจักรพรรดิวิญญาณก็ไม่ต้องการให้เขาถูกพบโดยราชา
เทพขนวิหคเหินหาว ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วราชาเทพขนวิหคเหินหาวอยู่จะ
เห็นว่าวิญญาณนิรันดร์ของเขาถูกเอาไปและความแข็งแกร่งทั้งหมดของ
เขาก็ต้องสูญสิ้นไป หากสิ่งนี้เกิดขึ้น นั่นจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดความ
สงสัยต่อจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล
ในเกมหมากเงาที่จักรพรรดิวิญญาณกำลังเล่น มันไม่มีใครรู้ถึงแผน
อันยิ่งใหญ่ของเขาว่าเป็นเช่นใด แม้แต่หลินหมิงก็ไม่สามารถหาเบาะแส
เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้
เมื่อความคิดทั้งหมดเหล่านี้แล่นจิตใจของหลินหมิง เขาก็เย้ยหยัน
ด้วยการเคลื่อนไหวเล็กน้อย ร่างของเขาก็หายไป!
การเห็นหลินหมิงหายตัวไปจากภายในกองทัพจอมเขมือบ, เทพธิดา
ชิงเหลียน, เสียเยว่และอ้าวรื่อต่างดวงตาหรี่ลง พวกเขาถอยกลับอย่าง
รวดเร็ว ความคิดแรกของพวกเขาคือหลินหมิงกำลังจะโจมตี
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงกลับไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา ร่างของ
เขาหายตัวไป 10,000 ไมล์ ภายในท้องฟ้า หมัดของเขาชกออกไป!
เพล้งงง!
ห้วงมิติสั่นและแตก ด้วยเสียงกรีดร้องอันน่าสังเวช คนที่ซ่อนตัวอยู่
ในมิติบิดเบี้ยวถูกส่งออกมาดั่งสุนัขที่ตายแล้ว
คนผู้นี้มีโลหิตเต็มปาก ร่างกายกลิ้งไปราวกับกระสอบที่ถูกโยนลงมา
จากยอดเขา
บุคคลผู้นี้คือองค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่น
องค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่นยังคงถือตำราสีดำลึกลับในมือ ร่างของเขา
ถูกปกคลุมด้วยโลหิตและบาดแผล แผนการของเขาคือทำให้ดูเหมือนว่า
ตนกลายเป็นฝุ่นในการระเบิดครั้งใหญ่นั้น จากนั้นก็หลบหนีผ่านมิติ
บิดเบือน หลินหมิงมองเห็นวิธีน่าขันเช่นนี้ได้อย่างง่ายดาย
ในความเป็นจริง ไม่นานหลังจากเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ หลินหมิงได้
แผ่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกไปและระบุผู้รอดชีวิตทุกคนไว้
เขาไม่พบราชันสวรรค์ผู้ที่ควรทำการปกป้องดาราจักรเมฆาโลหิตอยู่;
ดูเหมือนว่าบุคคลนี้ถูกส่งไปแล้ว โชคดีสำหรับเขา การลงมือนี้เปิดโอกาส
ให้เขาหลบหนีภัยพิบัตินี้ได้
สำหรับผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ พวกเขาทั้งหมดยืนอยู่ตรงหน้าเขา
ตอนนี้ หลินหมิงมิอาจปล่อยให้ข่าวที่ว่าเขาสามารถควบคุมเหนือ
กองทหารจอมเขมือบได้แพร่ออกไป มิเช่นนั้น มันจะเป็นการยากในการ
ทำตามแผนที่เขาคิดไว้ อย่างน้อยที่สุด จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลก็ไม่
กล้าที่จะนำร่างจำแลงของจอมเขมือบมาท้าทายเขา
ดังนั้น หลินหมิงจะไม่อนุญาตให้ใครก็ตามที่เห็นเหตุการณ์นี้หลบหนี
ในเวลานี้ เส้นผมขององค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่นยุ่งเหยิง แต่ดวงตาของ
เขายังคงเปล่งประกายด้วยความมืดและดุร้าย ในฐานะที่เป็นตัวตนอันน่า
ภาคภูมิ เขาจึงมีความรู้สึกเย่อหยิ่งอย่างมาก เมื่อใดกันที่เขาถูกทำให้อับ
อายเช่นนี้?
บึ้มมมมม!
ด้วยการชกอีกครั้ง องค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่นก็ถูกส่งกระเด็นไปอย่าง
น่าประหลาดใจ ใบหน้าของเขาปกคลุมไปด้วยโลหิต
“อ๊ากก!”
ซีเซิ่นกู่ร้อง เส้นผมของเขายุ่งเหยิงและร่างกายของเขาเปล่งเสียงลั่น
เขาต้องการใช้ร่างแปลงของสายเลือด!
นักสู้ชาวภูติเทพระดับสูงส่วนใหญ่มีความสามารถในร่างแปลง ร่าง
แปลงประเภทนี้แตกต่างจากร่างแปลงอสูรที่เกิดจากการใช้เนื้อหนังและ
โลหิตของจอมเขมือบ ชาวภูติเทพไม่จำเป็นต้องจ่ายด้วยราคาสูงเพื่อใช้
ร่างแปลงของสายเลือด
ซีเซิ่นมีความสามารถนี้ตามธรรมชาติ
“เจ้ายังคิดว่าเจ้าจะสามารถเปลี่ยนเป็นร่างแปลงได้เสร็จต่อหน้า
ข้า?”
หลินหมิงเย้ยหยันและชกที่อกของซีเซิ่น กำปั้นนี้มีพลังงานมืดและมี
ศักยภาพสูง เมื่อมันกระแทกซีเซิ่น พลังงานนี้จะแทรกซึมผ่านอวัยวะ
ภายในและเส้นชีพจรของเขา
กึกกก!
ด้วยร่างกายของซีเซิ่นเป็นจุดศูนย์กลาง มิติโดยรอบยุบตัว ซีเซิ่นเริ่ม
มีโลหิตไหลออกจากหัว และความแข็งแรงทั้งหมดที่เขารวบรวมไว้สำหรับ
ร่างแปลงก็กระจัดกระจาย
เมื่อเห็นเช่นนี้ แม่ทัพภูติเทพอีกสามคนต่างก็หน้าซีด
ซีเซิ่นเป็นหนึ่งในอัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในหมู่คนรุ่นใหม่ของชาว
ภูติเทพ แม้เขาจะถือว่าอ่อนแอที่สุดในบรรดาแม่ทัพชาวภูติเทพทั้งห้า
เพราะอายุ แต่เขาไม่อ่อนแอกว่านัก ตอนนี้ ภายใต้มือของหลินหมิง เขา
กำลังถูกบีบเหมือนแป้ง
ความเหลื่อมล้ำมีมากเกินไป!
No comments: