Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,022 การโต้กลับของชิงเหลียน
บึ้มมมม!
ด้วยอีกหมัด พลังแห่งเทพเจ้าและอสูรภายในร่างกายของหลินหมิงก็
โหมสู่ซีเซิ่นผ่านกำปั้น พลังนี้ตรึงพลังโลหิตชีวิตของซีเซิ่น ทำให้เขา
สูญเสียพลังการต่อสู้เกือบทั้งหมดไป
หลินหมิงไม่ได้วางแผนที่จะฆ่าซีเซิ่น เขายังคงจะใช้ประโยชน์ และนี่
จะเป็นจุดเริ่มต้นของโชคชะตาที่น่าสังเวชของเขา…
ในขณะที่เป็นเทพธิดาชิงเหลียน, อ้าวรื่อและเสียเยว่เฝ้าดูสิ่งนี้เกิดขึ้น
มันดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้เห็นการต่อสู้ระหว่างผู้ทรงพลังราชันสวรรค์
โดยปกติแล้ว การต่อสู้ระหว่างราชันสวรรค์ควรจะทำลายสวรรค์และปฐพี
การโจมตีของพวกเขาสามารถทำลายดาวเคราะห์ได้ ฉากของการต่อสู้
น่าจะครอบคลุมบริเวณและเหลือเชื่อ
แต่ตอนนี้ การต่อสู้ระหว่างหลินหมิงและองค์ชายจักรพรรดิซีเซิ่น
ไม่ได้เป็นสิ่งใดนอกจากหมัด หลินหมิงกำราบซีเซิ่นอย่างสมบูรณ์
เช่นเดียวกับที่นักสู้ทุบตีปุถุชนข้างถนนในเมือง
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือในทุกครั้งที่หลินหมิงโจมตีซีเซิ่น
คลื่นกระแทกจากหมัดของเขาสามารถทำให้มิติโดยรอบแตกสลายได้ สิ่ง
นี้ย้ำเตือนทุกคนว่าความแข็งแกร่งที่มีอยู่ในการโจมตีทุกครั้งเป็นเช่นไร
เมื่อเทพธิดาชิงเหลียนเห็นสิ่งนี้ นางเริ่มมั่นใจมากขึ้นว่าหลินหมิ
งเป็นอสูรโลกันต์ มิเช่นนั้น ด้วยสายเลือดเฉพาะของซีเซิ่นและความ
หนาแน่นของร่างกายแล้ว เขาจะถูกทุบตีจนอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมเช่นนี้
ได้อย่างไร?
และสิ่งที่น่ากลัวต่อเทพธิดาชิงเหลียนที่สุดก็คือหลังจากช่วง
ระยะเวลาหนึ่ง หมัดดังกล่าวจะมุ่งเป้ามาที่นางด้วย
“พวกเราจะทำอย่างไร?”
เสียเยว่ถามอย่างรวดเร็ว นางไม่ต้องการตกอยู่ในมือของ ‘อสูรโล
กันต์’ ในเมื่อสามารถควบคุมกองทหารจอมเขมือบได้ เขาจึงอาจมาจาก
สายเลือดเดียวกันกับจอมเขมือบ เมื่อนางนึกถึงหนวดของจอมเขมือบ
นางก็รู้สึกถึงอาการสั่นสะท้านถึงกระดูกสันหลัง
ถ้าเด็กคนนี้ซึ่งเป็นร่างจำแลงของอสูรโลกันต์แล้งจับนางไว้ด้วยหนวด
พวกนั้น นางก็จะถูกกินโดยไม่มีเหลือแม้แต่กระดูก
“เราต้องพนันทุกอย่าง เนื่องจากเรากำลังจะตายแล้ว ข้าควรจะตาย
อย่างมีเกียรติ!” อ้าวรื่อกัดฟันในขณะที่เขามองไปยังชิงเหลียน แม้ว่าเขา
จะเป็นคนที่หยาบ แต่เขาก็ไม่ยอมประมาทในสนามรบโดยไม่สนใจชีวิต
ของตน กลับกัน เขาจะปฏิบัติตามเทพธิดาชิงเหลียนที่เป็นผู้นำ เพราะ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การแสดงของนางในสนามรบได้รับการยอมรับ
จากเขา
ในเวลานี้ เทพธิดาชิงเหลียน, อ้าวรื่อและเสียเยว่ต่างก็รู้สึกว่านี่เป็น
สถานการณ์ที่สิ้นหวัง
คู่ต่อสู้ไม่เพียงแต่มีความแข็งแกร่งเหนือกว่าพวกเขา แต่เขายัง
ควบคุมกองกำลังที่แข็งแกร่ง 60,000 คนด้วย
พวกเขาจะชนะได้อย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้?
แม้ว่าอ้าวรื่อจะมองที่เทพธิดาชิงเหลียน แต่จริงๆแล้วเขาก็ไม่ได้
คาดหวังว่านางจะมีวิธีการใดๆที่จะอยู่รอดได้ในสถานการณ์นี้
เทพธิดาชิงเหลียนได้ค่อยๆปรับสภาพสู่ความสงบก่อนหน้านี้ นาง
สัมผัสแหวนมิติอย่างเงียบๆและพูดผ่านกระแสเสียง “เรามีโอกาส…”
“มีโอกาส?” ดวงตาของอ้าวรื่อสว่างขึ้น
“กองทหารจอมเขมือบนั้นร้ายกาจ แต่ความแข็งแกร่งของสมาชิก
รายคนนั้นค่อนข้างด้อย เพื่อที่จะแสดงพลังที่โดดเด่นที่สุด พวกเขาต้อง
ร่วมกันใช้มหารูปแบบค่ายกล ในการเริ่มต้นค่ายกลนั้น มันต้องใช้เวลา
หลายลมหายใจหรือแม้แต่สิบลมหายใจเป็นอย่างน้อยที่สุด กล่าวอีกนัย
หนึ่ง เราต้องลอบโจมตีเขาและบีบอัดความแข็งแกร่งทั้งหมดของเรามาใช้
ใน 10 ลมหายใจ หรือจะดีกว่านั้นคือใน 5 ลมหายใจ!
“เขาแข็งแกร่งเกินไป ไม่มีทางที่เราจะฆ่าเขาได้ แต่มีโอกาสที่ในเวลา
5 ลมหายใจนี้เราสามารถสร้างความเสียหายให้กับทะเลแห่งจิตวิญญาณ
ของเขา ตราบใดที่เราสามารถทำให้เขาชะงักไปในช่วงเวลาสั้นๆและแยก
กองทหารจอมเขมือบออกจากการควบคุมของเขาได้แล้ว จากนั้นข้าก็
สามารถสั่งการให้กองทหารจอมเขมือบฆ่าเขาแทน! เพื่อที่จะทำสิ่งนี้ ทุก
อย่างจะต้องสมบูรณ์แบบและเรายังต้องการโชคช่วย แต่ในความเป็นจริง
โอกาสที่แท้จริงของเราอาจไม่ถึง 10% …”
เทพธิดาชิงเหลียนเปิดเผยแผนการของนาง ทำให้หัวใจของอ้าวรื่อ
ร้อนผ่าว
“แม้เพียง 10% ก็มากเกินพอ!” อ้าวรื่อกล่าว เจตจำนงแห่งการต่อสู้
เดือดพล่านในน้ำเสียงของเขา
“ดี เช่นนั้นต้องโจมตีทุกสิ่งที่เจ้ามี ข้าจะจัดการส่วนที่เหลือเอง ทุกคน
โจมตีร่วมกัน!”
เทพธิดาชิงเหลียนออกคำสั่ง ทั้งสามเรียงตัวเป็นสามเหลี่ยมและพุ่ง
เข้าหาหลินหมิง!
ไม่ว่าจะเป็นอ้าวรื่อ, เสียเยว่หรือเทพธิดาชิงเหลียน ทุกคนโจมตีด้วย
ทุกสิ่งที่พวกเขามี!
อ้าวรื่อระเบิดเสียงคำรามในขณะที่เขาเผาผลาญปราณโลหิตของตน
โดยไม่ลังเล ในบรรดาชาวภูติเทพ อ้าวรื่อมีสายเลือดราชันสุริยัน เมื่อเขา
เผาผลาญปราณโลหิตแล้ว ความแข็งแกร่งของเขาก็จะเพิ่มเป็นสองเท่า
ในเวลานี้ ร่างกายของเขาสว่างขึ้นด้วยเสาเปลวเพลิง เขาปลดปล่อย
เปลวเพลิงแผดเผาราวกับดวงอาทิตย์ ดุจดั่งเทพอัคคี
สำหรับเสียเยว่ นางหยิบเคียวจันทร์เสี้ยวคู่หนึ่งออกมา เมื่อนางแกว่ง
เคียว นางก็กลายเป็นเย็นยะเยือกดุจคมของมัน มิติแยกออกจากกันอย่าง
เงียบๆ ก่อให้เกิดคมมิติรูปจันทร์เสี้ยวที่ตัดไปทางลำคอของหลินหมิง
ระหว่างทั้งสองคือเทพธิดาชิงเหลียน นางคว้ากระบี่ยาวแล้วแทง
ออกไปโดยไม่มีการเคลื่อนไหวพิเศษใดๆเลย เมื่อเปรียบเทียบกับอ้าวรื่อ
และเสียเยว่ การโจมตีของเทพธิดาชิงเหลียนนั้นดูเรียบง่ายโดยไม่มีความ
อะไรพิเศษอะไรเลย อย่างไรก็ตาม หากใครรู้เรื่องเทพธิดาชิงเหลียนแล้ว
พวกเขาก็จะรู้ว่าการโจมตีครั้งนี้ของนางอย่างสิ้นหวังจะไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
แต่อย่างใด
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีที่รวดเร็วและบ้าคลั่งซึ่งมาจากสาม
ทิศทาง หลินหมิงกลับไม่ได้ขยับเลย เสียงคำรามดังลั่นผ่านอากาศและ
มังกรทมิฬที่อยู่ใต้หลินหมิงพุ่งสูงขึ้น หางของมันฟาดออกไป
หลังจากที่เงียบไปหลายปี มังกรทมิฬก็ได้กลืนกินเนื้อหนังและโลหิต
ของจอมเขมือบไปจำนวนมาก ตอนนี้มันปะทุขึ้นด้วยความแข็งแกร่งนี้
แม้แต่ดาวเคราะห์ก็จะแตกเป็นเสี่ยงๆ
บึ้มมมม!
อ้าวรื่อ ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงคล้ายสุริยัน เข้าปะทะกับหางของ
มังกรทมิฬอย่างรุนแรง!
เขาเปล่งเสียงคำรามสั่นสะเทือนโลก โลหิตของเขาเริ่มเดือดดุจลาวา
เส้นเลือดบิดราวกับหนอน ฉีกขาดเพราะพวกมันมิอาจทนต่อภาระ!
ถึงกระนั้น อ้าวรื่อก็ยังโดนตบหางของมังกรทมิฬจนกระเด็นออกไป
หนามบนหางของมันเกือบเจาะทะลุร่างเขา
ในเวลานี้ จันทร์เสี้ยวคู่ของเสียเยว่พุ่งไปยังดวงตาของมังกรทมิฬ
แม้ว่ามังกรทมิฬจะมีร่างกายที่มีศักยภาพอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ดวงตาของ
มันก็ยังคงอ่อนแอ ในขณะที่มันถูกบังคับให้ต้องปกป้องการโจมตี มังกร
ทมิฬก็ชะลอตัวลงและใช้สองกรงเล็บยักษ์ทำลายจันทร์เสี้ยวนี้
เช่นนี้ จากการโจมตีของสามแม่ทัพ อ้าวรื่อและเสียเยวได้ถูกป้องกัน
โดยมังกรทมิฬไปแล้ว
และตอนนี้ ผู้เดียวที่ไปถึงหลินหมิงคือเทพธิดาชิงเหลียน
เทพธิดาชิงเหลียนเข้าหาหลินหมิง!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือการปะทะของความแข็งแกร่งไม่สมส่วนกัน
อย่างสมบูรณ์
หลินหมิงคว้าหอกมังกรทมิฬแล้วพุ่งมันออกไป การโจมตีครั้งนี้บรรจุ
แรงผลักดันของสวรรค์และปฐพี ชั่วครู่หนึ่ง มันเหมือนพลังจากดาวหลาย
พันล้านล้านดวงถูกถ่ายเทลงในหอกของหลินหมิง ทำให้มันมีพลัง
มหาศาลเหลือล้น!
ไม่มีใครสงสัยเลยว่าเมื่อเทพธิดาชิงเหลียนปะทะกับหอกของหลินห
มิงนั้น ผลที่ตามมาก็คือนางย่อมจะประสบกับความบาดเจ็บอย่างหนัก
และกระอักโลหิตออกมา
อย่างไรก็ตาม เทพธิดาชิงเหลียนดูเหมือนจะไม่หวาดกลัวสิ่งนี้เลย
กระบี่ของนางตัดไปทางหลินหมิงอย่างต่อเนื่อง ทันทีที่กระบี่ของนาง
สัมผัสกับหอกมังกรทมิฬ แสงมืดก็สาดประกาย แสงมืดนี้พุ่งเข้าหาทะเล
แห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง เป้าหมายของเทพธิดาชิงเหลียนคือทะเล
แห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง!
โดยตอนนี้ หลินหมิงได้ค้นพบว่าเทพธิดาชิงเหลียนปะทุขึ้นด้วยพลัง
วิญญาณที่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ มันไม่ทราบวิธีการที่นางใช้ในการเก็บ
งำไว้ก่อนหน้านี้เพื่อให้ไม่มีใครรู้ แต่นางเป็นนักสู้ที่ได้บ่มเพาะแก่นสาร
และวิญญาณ!
33 เต๋าอันยิ่งใหญ่ของจักรวาลสามารถแบ่งออกเป็นสามประเภท
หลัก แก่นสาร พลังงานและวิญญาณ ชาวภูติเทพเชี่ยวชาญในระบบกาย
ผันแปร แต่ก็ด้อยเมื่อเป็นระบบหลอมวิญญาณ แต่นั่นหาใช่ว่าจะไม่มี
อัจฉริยะที่ท้าทายสวรรค์ซึ่งมีความสามารถพิเศษในการบ่มเพาะแก่นสาร
และวิญญาณได้ ตัวอย่างเช่น นิมิตฝันเทวะที่ได้บ่มเพาะพลังงานและ
วิญญาณ และหลินหมิงที่กระทั่งบ่มเพาะทั้งสาม
“ดังนั้นเจ้าก็มีไพ่ตายซ่อนอยู่! เจ้าต้องการที่จะทำให้ทะเลแห่งจิต
วิญญาณของข้าเสียหายและฟื้นคืนการควบคุมกลับสู่มือตนเอง
หลินหมิงไม่ถอยแต่แย่างใด ความแตกต่างในความแข็งแกร่งนั้นมี
มากเกินไปและเขาไม่มีความอ่อนแอในการต่อสู้ครั้งนี้ เทพธิดาชิงเหลียน
ผสานการโจมตีทางกายภาพและวิญญาณ ทำให้หลินหมิงรู้สึกแปลกใจ
เล็กน้อย
นี่เป็นดั่งสองคนที่เล่นหมากรุก และผู้เล่นคนหนึ่งแทบไม่มีชิ้นหมาก
รุกเหลืออยู่เลย ไม่ว่าการเคลื่อนไหวของพวกเขาจะน่าอัศจรรย์เพียงใด
พวกเขาก็จะยังคงประสบความพ่ายแพ้ในท้ายที่สุด
ถึงกระนั้น หลินหมิงมิได้ประมาท เขายังคงถ่ายเทพลังวิญญาณลงไป
ในทะเลแห่งจิตวิญญาณ ทำให้มันมิอาจต้านทานได้ เช่นนี้ แม้ว่าเขาจะ
ไม่ได้ป้องกันการโจมตีทางวิญญาณของเทพธิดาชิงเหลียน เขาก็ยังคงจะ
ไม่ได้รับบาดแผลใดๆ
แต่ทันทีที่กระบี่ของเทพธิดาชิงเหลียนสัมผัสบนผิวของหลินหมิง สี
หน้าของหลินหมิงก็เปลี่ยนไปและตกใจอย่างมาก
ในแสงจ้า หลินหมิงยังได้ค้นพบเงาคลุมเครือที่แนบอยู่บนปลาย
กระบี่ของนาง นี่คือ… ขนนก!
หลินหมิงไวต่อขนมาก เขาจะไม่มีวันลืมว่ากว่า 6,000 ปีที่แล้วนั้น
ขนนกชนิดนี้เกือบฆ่ากุมชีวิตของเขาไป!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าขนนกนี้มาจากอาจารย์ของนาง – ราชาเทพขน
วิหคเหินหาว!
ความจริงก็คือเทพธิดาชิงเหลียนไม่เคยคิดเลยว่าการโจมตีทาง
กายภาพและวิญญาณของนางจะสามารถทำสิ่งใดให้สำเร็จได้ เริ่มต้นด้วย
การโจมตีทางกายภาพ และจากนั้นก็ปะทุด้วยพลังวิญญาณอันทรงพลัง
กลางทาง ทั้งหมดนี้ทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของหลินหมิงและทำให้ดู
เหมือนว่านี่เป็นไพ่ตายสุดท้ายของนางแล้ว
แต่กระบวนท่าสังหารที่แท้จริงคือขนนกที่ติดกับคมกระบี่
เมื่อมันติดกับด้านหลังของกระบี่และเมื่อรวมกับแสงจ้าแล้ว ด้วยการ
โจมตีที่รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ คนทั่วไปย่อมจะไม่สามารถค้นพบมันได้
และแม้ว่าพวกเขาจะทำเช่นนั้นได้ แต่พวกเขาก็ยังจะไม่สามารถระบุได้ว่า
ขนนกนี้คือสิ่งใด
จากจุดเริ่มต้นของการโจมตีไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงในการโจมตี
จากนั้นก็ไปสู่การโจมตีสังหารสุดท้าย
เทพธิดาชิงเหลียนทำทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์แบบและการโจมตีของ
นางก็จะโดนเป้าหมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับหลินหมิง เขา
ตอบสนองทันที่ ปะทุพลังงานจนถึงขีดสุดและถอยกลับในขณะที่เกวาด
หอกออกไป!
เคล้งง!
กระบี่ยาวของเทพธิดาชิงเหลียนถูกส่งกระเด็นออกไป ฝ่ามือของนาง
ฉีกเปิดและกระอักโลหิต
ในช่วงเวลานั้น นางรู้สึกถึงพลังงานเกี้ยวกราดทะลวงเข้าสู่ร่างกาย
ของนาง สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเมื่อพลังงานโลหิตพองตัวขึ้น
ภายใน
การโจมตีของหลินหมิงไม่ได้มุ่งเป้าไปยังร่างของเทพธิดาชิงเหลียน
เป็นหลัก แต่พลังงานที่ไหลเวียนอยู่ภายในหอกมังกรทมิฬยังคงทำร้าย
นางได้อยู่
ความตกตะลึงสาดประกายบนใบหน้าของเทพธิดาชิงเหลียน แม้นาง
จะรู้ว่าหลินหมิงจะจัดการได้ยาก แต่นางก็ไม่คิดว่ามันจะยากถึงเพียงนี้
เขาสามารถค้นพบขนนกนั้นได้ทันที่
ถึงกระนั้น ขนนกนี้ก็ลอยไปต่อหน้าหลินหมิงแล้ว!
แม้ว่ามันจะดูเชื่องช้าและอ่อนโยน แต่มันก็มีจิตสังหารที่หนาแน่น
และจิตสังหารครั้งนี้ได้จับเป้าหลินหมิงไว้
ขนนกร่วงลงมา จากลักษณะที่ปรากฏ ขนนกนี้ไม่แตกต่างจากขนนก
อื่นๆ แต่เมื่อมันมาใกล้ภายในสามฟุต ทันใดนั้นมันก็กลายร่างเงาของหญิง
คนหนึ่ง หญิงคนนี้คือ… ราชาเทพขนวิหคเหินหาว!