Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,029 ส่งกองกำลังไปยังดาราจักรมังกรเร้น
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 2,029 ส่งกองกำลังไปยังดาราจักรมังกรเร้น
ดาราจักรมังกรเร้น, ตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาล –
บึ้มม!
การระเบิดดังออกมาและปราณดาราหนามากจนมองเห็นได้ด้วยตา
เปล่าเริ่มกวาดเป็นระลอกคลื่นสีขาว ที่อยู่โดยรอบมิติที่ถูกทำลายเป็นสัตว์
อสูรสีแดงที่ถูกทุบหลังโดยชายร่างสูง
สัตว์อสูรตัวนี้เปล่งเสียงคร่ำครวญขณะที่มันล้มลงกับพื้น
บึกก!
เนื่องจากมังกรตัวใหญ่ล้มกับพื้น มันจึงเกิดหลุมที่มีความยาว
มากกว่าหนึ่งร้อยไมล์
ชายร่างสูงร่อนลงบนยอดเขาหิน ร่างกายส่วนบนที่เปลือยเปล่าเผย
ให้เห็นกล้ามแข็งแกร่งดุจก้อนหิน ทำให้เขาดูคล้ายเทพเจ้าสงครามที่น่า
ภาคภูมิ
ชายร่างสูงสวมชุดสีแดงนี้คือบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล
พื้นที่นี้เป็นสนามฝึกฝนที่เขาใช้ มันเป็นโลกใบเล็กที่ตั้งอยู่ในตำหนัก
ภูติเทพฟ้าบันดาลและสัตว์อสูรดุร้ายที่ได้รับบาดเจ็บที่นี่คือสัตว์อสูรเลือด
ผสมของสัตว์อสูรเทวะและสัตว์อสูรโบราณ
ภายในตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาล มันมีสัตว์อสูรดุร้ายที่มีสายเลือดไม่
บริสุทธิ์ถูกเลี้ยงดูมาตลอดทั้งปี สัตว์อสูรเหล่านี้ถูกใช้เป็นคู่ต่อสู้สำหรับ
ศิษย์อัจฉริยะของตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลเพื่อฝึกฝน แม้ว่าสัตว์อสูร
เหล่านี้จะมีสายเลือดที่ไม่บริสุทธิ์ แต่ก็ยังเป็นสัตว์ที่มีค่าอย่างไม่น่าเชื่อ ถึง
กระนั้น พวกมันก็ถูกนำมาใช้เป็นเพียงกระสอบทราย จากสิ่งนี้ จะเห็นได้
ว่าตำหนักภูติเทพฟ้าบันดาลมั่งคั่งถึงเพียงใด
“ฝ่าบาท โปรดหยุดพัก หากท่านทุบตีสัตว์อสูรมังกรแดงอีกครั้ง มัน
จะตาย”
จากด้านหลังจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล หญิงผิวสีข้าวสาลีก้าวไป
ข้างหน้า นางถือผ้าเช็ดตัวที่ใช้เช็ดเหงื่อมา
แสงดุดันสาดประกายในดวงตาของบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล เขา
อารมณ์ไม่ดีอย่างยิ่งและใช้ช่วงเวลาฝึกนี้เพื่อระบายความโกรธ ถึงกระนั้น
หน้าอกของเขาก็ยังโหมดุจเพลิง
มันเพราะบุคคลลึกลับนั้น
บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลได้รับข่าวทั้งหมดที่มีเกี่ยวกับดาราจักร
เมฆโลหิตในเวลาก่อนหน้าจักรพรรดิสักกะ
หากเป็นเวลาปกติ เขาจะมีความสุขกับการสูญเสียขององค์ชาย
จักรพรรดิซีเซิ่นและเทพธิดาชิงเหลียน เขาคงหัวเราะกับตัวเองกระทั่งใน
ความฝันของเขา
แต่ตอนนี้ กองทหารจอมเขมือบไม่ได้ ‘สูญเสียอย่างหนัก’ แต่ถูก
ทำลายอย่างสมบูรณ์ แม้แต่แม่ทัพชาวภูติเทพสี่คนก็หายตัวไป!
และไม่ว่าบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลจะคิดเช่นไร เขาก็ไม่สามารถ
จินตนาการได้ว่าบุคคลลึกลับทำสิ่งเหล่านี้สำเร็จอย่างไร
นี่คือเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกกังวลใจ เขาส่งการตรวจสอบดาราจักร
เมฆโลหิตครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขาก็ไม่สามารถหาสิ่งใดได้เลย
บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลไม่จำเป็นต้องมีญาณทิพย์ก็รู้ว่าไม่ช้าก็เร็ว
คนลึกลับคนนี้จะตามหาเขา
และเมื่อเผชิญหน้ากับตัวตนที่เขาไม่รู้อะไรเลย เขาก็ย่อมรู้สึกปวดหัว
แม้ว่าเขาจะมีร่างจำแลงของจอมเขมือบ เขาไม่รู้ว่าคู่ต่อสู้ลึกลับนี้
ครอบครองไพ่ใบใดหรือว่าพวกเขากำจัดกองทหารจอมเขมือบได้อย่างไร
“ฝ่าบาทไม่จำเป็นต้องกังวล หากสิ่งต่างๆเป็นเช่นนี้แล้ว เอาเป็นว่า
เราแจ้งให้เหนือหัวทราบเป็นอย่างไร?”
หญิงสาวแนะนำขณะที่นางเห็นสีหน้าบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล
“แจ้งต่อท่านบรรพชนหรือ?” บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลขมวดคิ้ว
ทันทีและหญิงสาวก็เงียบไป
“เจ้าคิดว่าองค์จักรพรรดิไม่ทราบว่ากองทัพจอมเขมือบถูกทำลาย
หรือไม่? นักสู้ทุกคนในกองทหารจอมเขมือบนั้นมีตราประทับวิญญาณที่
ถูกทิ้งไว้โดยท่านบรรพชนและไม่ว่าพวกเขาจะตายหรือยังมีชีวิตอยู่ องค์
จักรพรรดิจะรับรู้ถึงมันได้
บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลพึมพำอย่างเย็นชา
33 เต๋าสวรรค์เป็นเต๋าอันยิ่งใหญ่ครอบคลุมมากที่สุดในจักรวาล พวก
มันหาใช่เรื่องเล็กน้อยแต่อย่างใด สำหรับจอมเขมือบ มันถูกนำมาใช้เพื่อ
กลืนกินความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่ชาวมนุษย์มีกับ 33 เต๋าสวรรค์เก้าผัน
แปรศักดิ์สิทธิ์
แต่ถึงกระนั้น ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของกฎแห่ง
เต๋าสวรรค์ สำหรับชาวมนุษย์ที่จะถูกหวนกลับกฎแห่งเต๋าสวรรค์ พวกเขา
จะถูกบังคับให้ต้องทนทุกข์ทรมานจากสวรรค์!
นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถหยุดได้เพียงเพราะพวกเขาต้องการ
และในกระบวนการกลืนกินเก้าผันแปรศักดิ์สิทธิ์นั้น จอมเขมือบและ
องค์จักรพรรดิจะต้องทนต่อทัณฑ์สวรรค์
ในโลกของนักสู้ ทัณฑ์สวรรค์มิได้เป็นปรากฏการณ์ที่หายาก เมื่อใดก็
ตามที่ใครบางคนทะยานขึ้นสู่ระดับของกฎแห่งเต๋าสวรรค์ พวกเขาจะต้อง
ทนต่อทัณฑ์สวรรค์
แต่กฎแห่งเต๋าสวรรค์ก็ถูกแบ่งออกเป็นกฎระดับต่ำและกฎระดับสูง
ตัวอย่างเช่น เมื่อนักสู้ทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ เมื่อพลังศักดิ์สิทธิ์แห่ง
เทพถูกสร้าง เมื่อโอสถศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพถูกกลั่น เมื่อสัตว์อสูรเทวะผ่าน
นิพพานและเติบโตขึ้น การกระทำเหล่านี้ทั้งหมดจะเรียกทัณฑ์สวรรค์ลง
มา
อย่างไรก็ตาม ทัณฑ์สวรรค์ประเภทนี้มีระดับต่ำที่สุดเท่านั้น เมื่อ
เปรียบเทียบกับเก้าผันแปรศักดิ์สิทธิ์ที่จอมเขมือบกลืนกินแล้ว ความ
แตกต่างก็ห่างแผ่นสวรรค์และผืนปฐพี
บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลไม่สามารถจินตนาการได้ว่าทัณฑ์สวรรค์ที่
ตกลงมาบนร่างกายของจอมเขมือบนั้นน่าสะพรึงเพียงใด แต่สิ่งที่เขารู้ก็
คือว่า หากจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลและจอมเขมือบสามารถต้านทาน
และเอาชีวิตรอดจากทัณฑ์สวรรค์ได้ นั่นจะเป็นความได้เปรียบที่เหลือเชื่อ
สำหรับพวกเขา!
ด้วยการกลืนกินส่วนหนึ่งของเต๋าสวรรค์ จอมเขมือบอาจจะได้รับ
การวิวัฒนาการอีก ถ้าเป็นเช่นนั้น จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลจะเป็นอีก
ก้าวหนึ่งในการเข้าถึงขอบเขตราชันเทพเจ้า
ความเสี่ยงสูงหมายถึงผลตอบแทนสูง ในความเป็นจริง จักรพรรดิภูติ
เทพฟ้าบันดาลได้ผ่านการเตรียมตัวมาเป็นร้อยล้านปีแล้วก่อนที่จะกล้า
ลองอะไรทำนองนี้ เขาต้องการลองสิ่งที่จอมเขมือบทำเมื่อ 3.6 พันล้านปี
ก่อน
อันตรายนี้สูงอย่างยิ่ง ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยนั้นก็หมายความ
ว่าจะไม่เหลือซาก!
ด้วยการรู้เช่นนี้ บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลจึงไม่สามารถรบกวน
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในความเป็นจริง
พื้นที่ซึ่งจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลปิดด่านนั้นเป็นความลับสูงสุด ไม่
แม้แต่เขาที่จะรู้ว่ามันอยู่ที่ใด
เมื่อเป็นบางสิ่งเช่นนี้ จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลย่อมจะไม่ไว้ใจใคร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่แข่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา – จักรพรรดิวิญญาณ
ด้วยวิธีการลึกลับของบุคคลนี้ มันจะมิใช่เรื่องยากสำหรับเขาที่จะดึงข้อมูล
ใดๆจากจิตใจของบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลได้
จักรพรรดิวิญญาณผู้ลึกลับนี้เป็นตัวตนประเภทที่จักรพรรดิภูติเทพ
ฟ้าบันดาลหวาดเกรงมากที่สุดในชีวิตของเขา
ถึงตอนนี้ จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลก็ยังไม่รู้ว่าหมากจบเกมที่
จักรพรรดิวิญญาณเป็นเช่นใด อย่างไรก็ตาม เขาไม่สงสัยเลยว่าความ
ทะเยอทะยานของจักรพรรดิวิญญาณนั้นมากมายเพียงใด ถ้าเขาต้องการ
ที่จะต่อสู้กับจักรพรรดิวิญญาณแล้ว เขาจะต้องพึ่งพาจอมเขมือบอย่าง
ขาดมิได้
หากจอมเขมือบสามารถพัฒนาต่อไปได้ มันก็จะสามารถกลืนกิน
พลังงานอนันต์ สสารและกฎของจักรวาล ทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่ใกล้กับ
ขอบเขตราชันเทพเจ้า จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลอาจสามารถใช้จอม
เขมือบเพื่อกลืนกินชะตากรรมของจักรพรรดิวิญญาณและอาจเป็นกรรม
ระหว่างชาววิญญาณและเต๋าสวรรค์!
ในเวลานั้น จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลผู้มีอำนาจสูงสุด มิต้องเกรง
กลัวจักรพรรดิวิญญาณอีกต่อไป
เกมหมากของโลกและความลับ ความคิดที่แท้จริงภายในหัวใจของ
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล มันคือสิ่งที่จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล
เท่านั้นที่รู้ ดวงตาของจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลและเขามองเห็นโลกที่
แตกต่าง
สิ่งที่จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลเห็นคือเกมหมากของโลกและคน
เดียวที่เล่นมันกับจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลคือจักรพรรดิวิญญาณ
สำหรับคนอื่นๆ รวมถึงบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล, ราชันสวรรค์ชาวภูติ
เทพ, กองทหารจอมเขมือบ, ชาวมนุษย์, ราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ ทุก
คนในโลก พวกเขามิได้เป็นสิ่งใดนอกจากตัวหมาก!
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ ตัวหมากเหล่านี้มีความแตกต่างที่
ขนาด ความสำคัญและไม่สำคัญ
ในเรื่องทั้งหมดนี้ บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลก็ไม่รู้สึกเศร้าหรือเสียใจ
เลย นี่เป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ซึ่งมาจากความห่างของความแข็งแกร่ง
อย่างแท้จริง
ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่ได้กะจะเป็นเพียงตัวหมากตลอดไป ดังนั้น
เขาจึงต้องเพิ่มความแข็งแกร่งของตนอย่างต่อเนื่อง
และในปัจจุบัน บุคคลลึกลับนี้ต่อหน้าเขาก็เป็นความท้าทายที่
ยิ่งใหญ่
หากเขาไม่สามารถผ่านการทดสอบนี้ได้และต้องพึ่งพาจักรพรรดิภูติ
เทพฟ้าบันดาลผู้ที่ไม่สามารถมาช่วยได้ แล้วเขาจะมีคุณสมบัติในการ
กลายเป็นผู้เล่นในอนาคต?
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ เขาก็เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
หากศัตรูต้องการที่จะมาแล้ว เขาก็จะต่อสู้!
บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลได้คำนวนปราณดาราของตน ใช้มัน
ระเหยเหงื่อและสิ่งสกปรกที่ปกคลุมเขาออกไป จากนั้น เขาสวมเสื้อคลุม
และชุดเกราะต่อสู้ ก้าวออกจากโลกใบเล็ก เขามาถึงที่ห้องประชุมอย่าง
เป็นทางการและในเวลานี้ หน่วยสอดแนมก็ส่งรายงานมาอีกครั้งมาให้เขา
แผ่นหยกนี้ได้ทำให้เขาต้องตกตะลึงอย่างสมบูรณ์
นี่คือสิ่งที่หน่วยสอดแนมชาวภูติเทพพบในซากปรักหักพังของ
ตำหนักสวรรค์ที่ดาราจักรเมฆาโลหิต – มันเป็นเศษผลึกที่มีภาพอยู่ภายใน
และบังเอิญ ชิ้นส่วนของผลึกนี้บันทึกภาพที่ไม่สมบูรณ์ของบุคคล
ลึกลับนั้นไว้ได้
ในภาพนี้ ชายลึกลับขี่บนมังกรทมิฬ เขาถือหอก ทำลายดาวเคราะห์
ด้วยการกวาดแขนของเขา!
การบันทึกมีเพียงชั่วครู่ แต่ช่วงเวลาที่บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลเห็น
เขาก็รู้สึกว่าหัวใจของตนเต้นข้ามจังหวะและสีหน้ากลายเป็นอัปลักษ์
สำหรับทหารที่ยืนอยู่ในห้องประชุม มันก็ไม่มีใครกล้าพูดขณะที่พวก
เขาเห็นความมืดมนของบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล พวกเขากลัวที่จะ
ดึงดูดความโกรธของเขา
ชั่วครู่หนึ่ง ทั้งห้องก็เงียบกริบ
สีหน้าของบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ความคิด
หลากหลายแล่นผ่านจิตใจของเขาอย่างรวดเร็ว
“อาวุธเป็นหอก… พาหนะเป็นมังกร… มันจะมีความบังเอิญเช่นนี้ได้
อย่างไร…”
เขาจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อ 6,000 ปีก่อนในการต่อสู้ที่น่าอับอาย
ที่สุดในชีวิตของเขา ในช่วงงานเลี้ยงฉลองชันษาจักรพรรดิอสูร หลินหมิง
ได้ต่อสู้ข้ามขั้นเพื่อเอาชนะเขา ยิ่งกว่านั้น หลินหมิงยังข้ามขอบเขตใหญ่
เพื่อทำเช่นนั้น – ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์เอาชนะขั้นผู้ปกครองเทวะ
ในเวลานั้น หลินหมิงได้เดิมพันในการต่อสู้ด้วย นั่นคือ – ไข่มังกร!
นอกเหนือจากอาวุธของบุคคลลึกลับนี้แล้ว… บุตรชายภูติเทพฟ้า
บันดาลทันใดนั้นก็รู้สึกถึงลางร้ายในใจ
แม้บุคคลในภาพนี้นั้น ไม่ว่าจะเป็นในเคล็ดบ่มเพาะหรือรูปลักษณ์
มันก็ล้วนไม่ตรงกับหลินหมิง แต่บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลก็ยังคิดว่า
บุคคลนี้อาจเป็นเขา
นี่คือการสงสัยตามสัญชาตญาณ ในอดีต เมื่อราชาเทพขนวิหคเหิน
หาวกล่าวว่าหลินหมิงได้ตายไปแล้ว บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลก็ไม่เชื่อใน
ข่าวนี้เล็กน้อย ในความคิดของเขา หลินหมิงมีชีวิตตายยากอย่างเหลือเชื่อ
เขาจะตายไปอย่างง่ายดายจริงหรือ?
“มันไม่ควรจะ…”
ชั่วประเดี๋ยว บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลรู้สึกเย็นยะเยือกในใจของ
เขา ความไม่สงบและความกังวลใจคืบคลานไปบนแผ่นหลัง
ดังเช่นผู้ที่ถูกงูกัด พวกเขาจะหวาดกลัวเชือกไปนานนับ 10 ปี
บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลเป็นบุคคลที่น่าภาคภูมิและสูงส่ง แต่จริงๆแล้ว
เขาก็มีความหวาดกลัวอย่างยิ่งต่อหลินหมิง นี่เป็นสะเก็ดในหัวใจของเขาที่
ยากต่อการรักษา
“ถ่ายทอดคำสั่งของข้า ออกคำสั่งฉุกเฉิน! เรียกรวมราชันสวรรค์ที่
สวรรค์สันนิบาตภูติเทพที่คอยปกป้องทางเข้าสู่จักรวาลรกร้างมา! จาก
กองทหารที่ 1-6, ให้พวกเขาทั้งหมดมายังดาราจักรมังกรเร้น!”
“อะไรกัน?”
เมื่อได้ยินคำสั่ง นายทหารก็ตกตะลึง บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลมี
แผนเช่นใดกัน?
สวรรค์สันนิบาตภูติเทพเป็นจุดยุทธศาสตร์สูงสุดของชาวภูติเทพและ
เป็นที่ตั้งของกองกำลังหลักด้วย ถ้าการถ่ายโอนกองทหาร 1-6 มา มันจะ
มิมากล้นดาราจักรมังกรเร้นหรอกหรือ?
ผู้คนจำนวนมากจะถูกเรียกมาให้จัดการเสี่ยวหมัวเซียนคนเดียว
หรือไม่?
“นี่… องค์จักรพรรดิทรงมีบัญชาให้กองทัพเหล่านี้ปกป้องสวรรค์
สันนิบาตภูติเทพเพื่อป้องกันการโจมตีใดๆจากชาววิญญาณ แต่ชาวมนุษย์
ในจักรวาลรกร้างนั้น พวกเขาเสียเปรียบเราอย่างมากอยู่แล้ว มีความ
จำเป็นต้องดึงผู้คนจำนวนมากมาด้วยหรือ?”
“เจ้ากำลังตั้งคำถามต่อข้า!?”
บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลคิ้วขมวด คิ้วของเขาดูเหมือนสิงโตพร้อม
ที่จะกระโจนตะครุบเหยื่อได้ทุกเวลา ทหารคนนั้นกลืนน้ำลายแล้วผงกหัว
หลังจากจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้ปิดด่าน ตอนนี้บุตรชายภูติเทพฟ้า
บันดาลจึงเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด เขาย่อมจะเชื่อฟังคำสั่งเหล่านี้อย่างขัด
มิได้
“แล้วเราจะทำอย่างไรเกี่ยวกับชาววิญญาณ?” นายทหารช่วยไม่ได้ที่
จะถามเช่นนี้
บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดว่า “ถ้าชาว
วิญญาณที่ตั้งใจจะมาอย่างแท้จริง เจ้าคิดว่าเหล่าราชันสวรรค์สูงสุดจะ
สามารถหยุดพวกเขาได้? หากสิ่งต่างๆตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายที่สุด
มันก็เป็นไปได้เราจะสละสวรรค์สันนิบาตภูติเทพให้กับพวกเขา แต่ข้ามี
ความรู้สึกว่าพวกเขาจะไม่มา มิเช่นนั้นท่านบรรพชนคงจะไม่กล้าปิดด่าน
ในเวลานี้ บางทีท่านคงคาดเดาส่วนหนึ่งในแผนการของจักรพรรดิ
วิญญาณไว้แล้ว…”
“นี่… เข้าใจแล้ว” เจ้าหน้าที่ทหารหลายคนเหลือบมองกันและพยัก
หน้าเห็นด้วย