Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,030 วันสิ้นพายุ
หลินหมิงเข้าฌานลึกในที่ห่างไกล ต่อหน้าเขา ปราณโลหิตจากขน
วิหคชีวิตของราชาเทพขนวิหคเหินหาวถูกดึงออกมาแล้ว
ขนนกนี้เป็นสีเขียวหยกและเส้นเลือดที่อยู่ตรงกลางเป็นปราณโลหิต
ชีวิตของราชาเทพขนวิหคเหินหาว ตอนนี้เ ส้นเลือดควบแน่นที่ปลายนิ้ว
ของหลินหมิง กลายเป็นมวลแสงสีแดงขนาดเล็ก
หลินหมิงโบกมือและแสงสีแดงนี้จมลงในร่างกายของเขา แหวกว่าย
ผ่านหลอดเลือด…
ด้วยการสนับสนุนของเคล็ดขนวิหคแปรผัน พลังงานของมันจึงไม่ได้
ขัดแย้งกับหลินหมิงมากนัก พลังนี้อ่อนโยนเหมือนขนนก มันกระจายเป็น
เส้นใยนับล้านที่รวมเข้ากับกล้ามเนื้อของเขา ด้วยเสียงแผ่วเบา ดุจน้ำไหล
ผ่านฤดูใบไม้ผลิ สะท้อนไปในอากาศ ชั่วเวลาหนึ่ง หลินหมิงรู้สึกว่า
ร่างกายของเขาอบอุ่นขึ้น
แต่ไม่ว่าพลังนี้จะเข้ากันได้เพียงใด มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะดูด
ซับมันได้อย่างสมบูรณ์และเปลี่ยนมันให้เป็นของเขาเองโดยไม่ต้อง
เสียเวลาสักนิด นี่เป็นดั่งเช่นการกินอาหารของปุถุชน ในขณะที่ร่างกาย
ของพวกเขาสามารถดูดซึมมัน ปริมาณที่จะกลายเป็นเนื้อหนังและโลหิต
ของพวกเขาเองนั้นก็มีขนาดเล็กอย่างไม่น่าเชื่อ
เวลาผ่านไป หลังจาก 10 วัน หลินหมิงยังคงเข้าฌานลึกต่อไป ผนึก
ของเต๋าสวรรค์หล่นลงมา พลังงานโลหิตของขนนกพุ่งทะยานเข้าสู่โลก
ภายในของหลินหมิง
ร่างเงาสูงสุดของหลินหมิงเริ่มสูงและใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ
ร่างเงาเป็นจริงมากขึ้น พลังแห่งเทพเจ้าและอสูรรวมอยู่ในนั้น
รวมถึงกฎเต๋าอันยิ่งใหญ่ทุกประเภทที่หมุนเวียนอยู่ทั่ว
ในช่วงเวลานั้น หลินหมิงรู้สึกว่ามีเพียงเยื้อบางที่สุดที่กั้นเขาจากขั้น
ราชันสวรรค์ ตราบใดที่เขาใช้ความพยายามเพียงเล็กน้อย เขาก็สามารถ
สลายรังไหมและกลายเป็นผีเสื้อได้ ร่างเงาสูงสุดในโลกภายในของเขาจะ
ค่อยๆกลายเป็นจริงและเขาจะก้าวเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์!
เขายังรู้สึกเลือนรางว่ามีการเชื่อมต่ออย่างลึกซึ่งระหว่างตนกับ 33
เต๋าสวรรค์ พลังแห่งทัณฑ์สวรรค์ดูเหมือนจะก่อขึ้นสูงเหนือเขา จับตามอง
ขอบเขตราชันสวรรค์นั้นเป็นแหล่งต้นน้ำ ในประวัติศาสตร์ 3.6
พันล้านปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากนิมิตฝันเทวะแล้ว เทพแท้จริงทั้งหมด
ต่างไม่มีอยู่ ในความเป็นจริง แม้แต่นักสู้ชาวมนุษย์ส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้ว่า
เทพแท้จริงมีอยู่จริง เนื่องจากวิสัยทัศน์ที่จำกัดของชาวมนุษย์ เมื่อพวก
เขาอ้างถึงเทพแท้จริงของสมัยโบราณจึงเป็นราชันสวรรค์
ราชันสวรรค์หมายถึงขีดจำกัดของนักสู้ชาวมนุษย์ เมื่อเข้าสู่ขอบเขต
ราชันสวรรค์ ผู้หนึ่งจะก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดของทั้งแดนเทวะ นั่งสูงบนสวรรค์
และมองโลกเบื้องล่าง
ในท้ายที่สุด หลินหมิงก็หยุดไว้ก่อนที่เขาจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขต
ราชันสวรรค์ หลังจากนั้น ทัณฑ์สวรรค์ที่เริ่มก่อตัวในสวรรค์ชั้นสูงก็ซ่อน
ตัวออกไปเช่นกัน…
ปราณโลหิตของราชาเทพขนวิหคเหินหาวนั้นแข็งแกร่งแต่ความเข้ม
ของมันไม่ได้ทำให้เขาพึงพอใจ
แม้ว่าเขาจะสามารถใช้มันเพื่อทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ แต่ความ
จริงก็คือ เขาเกือบจะไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
สิ่งที่หลินหมิงต้องการคือ การสะสมพลังงานของเขาต่อไป เตรียม
ความพร้อมสำหรับช่วงเวลาที่เขาสามารถทะยานได้อย่างแท้จริง!
ในการเป็นผู้ทรงพลังไร้เปรียบ มันต้องการเวลาให้เพียงพอ แม้ว่า
ข้าวสามารถปลูกและเก็บเกี่ยวได้ในเวลาไม่กี่เดือน เทพแท้จริงเองก็มักใช้
เวลาหลายสิบหรือหลายร้อยล้านปีในการถือกำเนิด สิ่งที่หลินหมิง
ต้องการคือสมบัติจิตวิญญาณระดับเทพแท้จริง และเขาก็ตัดสินใจเลือกได้
ดีกว่า
นั่นคือร่างจำแลงของจอมเขมือบที่ควบคุมโดยบุตรชายภูติเทพฟ้า
บันดาล!
หลินหมิงวางแผนที่จะแย่งเอาร่างจำแลงจอมเขมือบ จากนั้นใช้พลัง
โลหิตชีวิตจำนวนมากที่บรรจุอยู่ภายในเพื่อทำลายคอขวดของราชัน
สวรรค์ในครั้งเดียว!
“บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล… ดูเหมือนว่าเราถูกกำหนดให้เป็นคู่
ต่อสู้ กว่า 6,000 ปีที่แล้วเราต่อสู้กันครั้งหนึ่ง ตอนนี้ข้าจะหาเจ้าอีก
ครั้ง…”
หลินหมิงยิ้มเล็กน้อย ความจริงก็คือ เหตุผลข้อหนึ่งที่ทำให้เขาเกิด
ความสับสนวุ่นวายและความปั่นป่วนดังกล่าวในด้านหลังของชาวภูติเทพ
คือ การล่อบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลมาและยึดร่างจำแลงของจอม
เขมือบ
แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลจะสงบและ
ไตร่ตรองเหตุผลเกี่ยวกับสถานการณ์เช่นนี้ ไม่เพียงแต่เขาไม่ได้มา แต่
กลับเป็นเทพธิดาชิงเหลียนและกองทหารจอมเขมือบแทนที่มาถึง
แม้ว่ายอดรวมของกองทหารจอมเขมือบนั้นจะด้อยกว่าร่างจำแลง
ของจอมเขมือบมาก แต่ก็ยังคงเป็นของขวัญที่ดีสำหรับหลินหมิง
ในตอนนี้ เนื่องจากบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลไม่ได้วางแผนที่จะมา
หา หลินหมิงวางแผนที่จะไปหาเขาด้วยความคิดริเริ่มของตนเอง!
“ชิงเหลียน ตอนนี้บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลอยู่ที่ใด?” หลินหมิ
งเรียกหานาง
ดวงตาของเทพธิดาชิงเหลียนขยับ นางถามว่า “นายประสงค์จะ
จัดการกับบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลเช่นนั้นหรือ?”
“ใช่แล้ว”
หลินหมิงพยักหน้า เมื่อชิงเหลียนฟังสิ่งนี้ สีหน้าที่มีความสุขปรากฏ
บนใบหน้าของนางโดยไม่คาดคิด
แม้ว่านางจะถูกควบคุมโดยหลินหมิง แต่บุคลิกภาพก่อนหน้านี้
บางส่วนของนางก็ยังคงอยู่ นางมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีอย่างยิ่งกับบุตรชาย
ภูติเทพฟ้าบันดาล และเขาก็ทำให้นางมีปัญหามากมายในตลอดหลายปีที่
ผ่านมา มันมิได้เป็นความลับที่ทั้งคู่แข่งขันกัน ในความเป็นจริง เหตุผลที่
เทพธิดาชิงเหลียนเข้าร่วมกับซีเซิ่นนั้นส่วนใหญ่เป็นเพราะพวกเขามีศัตรู
ร่วมกัน
“รายงานต่อนายท่าน บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลไม่เคยแลกเปลี่ยน
ข้อมูลกับเรา แต่จากรายงานของผู้ใต้บังคับบัญชา ข้าพบว่าบุตรชายภูติ
เทพฟ้าบันดาลได้ล่าช้าในดาราจักรมังกรเร้นเป็นเวลานาน”
“โอ้? เขาวางแผนจะทำสิ่งใดที่นั่น?”
“ควรมีบุคคลสำคัญบางคนที่เขาต้องจัดการ สำหรับผู้ใดนั้น ข้าเองก็
ไม่แน่ใจ บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลเกรงว่าถ้าเราต้องค้นหาข้อมูลนี้ เรา
จะไปก้าวก่ายเขาและขโมยรางวัลของเขาไป ดังนั้น เมื่อพูดถึงการแบ่งปัน
ข้อมูลของชาวมนุษย์ เขาจึงไม่เคยทำเช่นนั้นกับเรา”
“อืม, ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้น เป้าหมายต่อไปของเราจะเป็นดาราจักร
มังกรเร้น!”
ขณะที่หลินหมิงพูด เขาก็กังวลเล็กน้อย ชาวมนุษย์ที่สำคัญคนใดกัน
ที่ชิงเหลียนพูดถึง?
เป็นเวลานานมาแล้วที่ที่ขุมกำลังชาวมนุษย์ชั้นนำต่างๆหลบซ่อนอยู่
นอกจากตัวพวกเขาเอง มันก็ไร้ขุมกำลังชาวมนุษย์ใดที่รู้เกี่ยวกับที่ตั้งของ
พวกเขา นั่นก็เพื่อป้องกันสายลับ
สิ่งนี้สร้างความลำบากอย่างมากสำหรับหลินหมิงในขณะที่เขา
พยายามมองหาตัวตนชั้นนำของชาวมนุษย์
“ไปกันเถอะ”
ขณะที่หลินหมิงพูด ตำหนักสีดำก็เริ่มหมุนต่อหน้าเขา เพิ่มขนาด
อย่างรวดเร็วจนกระทั่งมันขยายขึ้นหลายร้อยไมล์ นี่คือตำหนักสวรรค์
บรรพกาล
หลินหมิงเป็นคนแรกที่เข้าไปในตำหนักสวรรค์ ตามหลังเขา แม่ทัพ
ชาวภูติเทพทั้งสี่ เหล่าราชันพิภพ 2000 คนและผู้ปกครองเทวะอีกหลาย
หมื่นติดตามไปเหมือนฝูงแมลงวัน!
ทุกคนจมเข้าสู่ตำหนักสวรรค์บรรพกาล ตำหนักสีดำเปลี่ยนรูปร่าง
ก่อนที่มันจะจมหายไปจากสายตา…
……….
เนื่องจากการกระทำของหลินหมิงที่มีต่อกองทัพจอมเขมือบ มันจึง
เกิดพายุใหญ่ขึ้นในดาราจักรมังกรเร้น!
กองทัพชาวภูติเทพของสวรรค์สันนิบาตภูติเทพมุ่งไปยังดาราจักร
มังกรเร้นแล้ว สำหรับจักรพรรดิสักกะและคนอื่นๆ พวกเขายังจัดกอง
กำลังเพื่อมุ่งสู่ดาราจักรมังกรเร้นเช่นกัน
ผู้เชี่ยวชาญรวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ
“ราชาปีศาจมืดมาถึงแล้ว!”
ที่ขอบของดาราจักรมังกรเร้น ที่ซึ่งขุนเขาผู่โถวถูกส่งไปประจำการ
ความคิดของจักรพรรดิสักกะสะท้าน ประตูใหญ่สู่ห้องโถงเปิดออก
บัณฑิตชุดคลุมสีดำและหน้ากากเงินครึ่งหนึ่งเริ่มเดินเข้ามา
และด้านหลังบัณฑิตคนนี้ก็เป็นเด็กสาวชุดดำ
หญิงสาวชุดสีดำคนนี้เป็นที่สะดุดตาอย่างมาก นางดูเหมือนจะอายุ
ประมาณ 16-17 ปีและนางก็ไม่สูงเกินไปเช่นกัน แต่นางพาดเคียวสีแดง
โลหิตยาว 9 ฟุตที่หลังของนาง
เคียวนี้สร้างมาให้ยืดหยุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ มันมีสามเขี้ยวคมและขอบ
ของใบมีดเหล่านั้นส่องประกายแสงเย็นยะเยือก แต่ละเขี้ยวกว้างถึงครึ่ง
ฟุต หากอาวุธที่ดูดุร้ายดังกล่าวจะฟันลงที่ร่างกายของบุคคล ความ
เสียหายที่เกิดขึ้นก็สามารถจินตนาการได้
เคียวนี้สูงกว่าหญิงสาวชุดดำมาก นางจึงต้องพาดมันเอียงไว้บนแผ่น
หลัง เมื่อสิ่งนี้ถูกรวมเข้ากับผิวสีขาวน้ำนมแล้ว มันก็ให้ภาพที่หนักแน่น
หญิงสาวชุดสีดำคนนี้นามม่อเสี่ยว และนางเป็นศิษย์สายตรงของ
ราชาปีศาจมืด นางมีพรสวรรค์ที่โดดเด่นและได้รับการกล่าวขานว่าเป็น
รองเพียงเสี่ยวหมัวเซียนเท่านั้น
นางเกิดมา 2,000 ปีหลังจากเสี่ยวหมัวเซียน และตอนนี้การบ่มเพาะ
ของนางอยู่ที่ขั้นมหาราชันพิภพต้น
จากมหาราชันพิภพไปจนถึงกึ่งราชันสวรรค์ อัจฉริยะหลายคนต้องใช้
เวลาหลายพันปีจึงจะผ่านขั้นตอนนี้ ดังนั้น แม้ว่าหญิงสาวชุดดำจะมีอายุ
น้อยกว่า 2,000 ปี แต่การบ่มเพาะของนางก็หาได้ต่ำกว่าจุนไป่เยว่และ
ผู้อื่น
“ราชาปีศาจ ดียิ่งที่ได้เจอเจ้า!”
แม้ว่าจักรพรรดิสักกะจะเป็นนักบวช แต่เขาก็ถือว่าเป็นนักบวช
สงคราม เมื่อเขาพูดว่าเขาไม่เคยสำรวมตนเช่นเดียวกับโพธิสัตว์เกรียงฟ้า
การมาถึงของราชาปีศาจมืดทำให้จักรพรรดิสักกะตื่นเต้นดีใจ
เมื่อพูดถึงความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของราชันสวรรค์ชาวมนุษย์
ราชาปีศาจมืดก็ถูกพิจารณาว่าอยู่ในจุดสูงสุด ยิ่งไปกว่านั้น ตำหนักปีศาจ
มืดยังสามารถอนุรักษ์มรดกของพวกเขามาได้เกือบทั้งหมด และพวกเขา
ยังมีอัจฉริยะไร้เปรียบขึ้นมาในอนาคตในเช่นม่อเสี่ยว
“โพธิสัตว์สงคราม โพธิสัตว์เกรียงฟ้า เช่นเดียวกับสหายของเรา
เผ่าพันธุ์เทพและเผ่าพันธุ์สวรรค์ ข้าดีใจที่เห็นทุกคนยืนอยู่ที่นี่อย่าง
ปลอดภัยในวันนี้”
ราชาปีศาจมืดกุมมือของเขาและโค้งคำนับ บรรยากาศของเขานั้น
เป็นสุภาพบุรุษและสง่างาม
“เจ้าได้รับข่าวด้วยใช่หรือไม่?”
ดาราจักรมังกรเร้น“ที่โพธิสัตว์สงครามหมายความคือ บุคคลลึกลับนี้
ที่กำราบกองทหารจอมเขมือบ และทำให้บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล
รวบรวมกองทหารให้เดินทางมายังดาราจักรมังกรเร้นใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้ว! ข้าไม่รู้ว่าแผนของบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลเป็นอย่างไร
แต่ในทันทีเขากลับได้ระดมกองทัพจำนวนมากมา มันรู้สึกเหมือนเขา
กำลังวางแผนที่จะทำบางอย่างที่ยิ่งใหญ่”
“น่าจะเป็นเพราะบุคคลลึกลับนั้น บุคคลลึกลับนี้กำลังจะมอง
บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลไม่ช้าก็เร็ว และบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลไม่
รู้สึกปลอดภัยด้วยการมีร่างจำแลงของจอมเขมือบเพียงอย่างเดียว แต่เขา
ต้องการให้ราชันสวรรค์ชาวภูติเทพจำนวนมากเข้าร่วมกองกำลังกับเขา ดู
เหมือนว่าจะมิใช่ลักษณะปกติของบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลเลย เขาเป็น
คนที่หัวแข็งและมีความมั่นใจอยู่เสมอ กระทั่งค่อนข้างหยิ่งยโส แต่ตอนนี้
เขากำลังเผชิญหน้ากับบุคคลลึกลับ เขากลับต้องระวังตัวอย่างมาก! เห็น
ได้ชัดว่าเขากลัวบุคคลลึกลับมากเพียงใด”
“บุคคลลึกลับนี้ช่างเหลืออย่างยิ่ง ชาวภูติเทพได้เปรียบเรามานาน
เกินไปแล้ว เมื่อชาววิญญาณยังคงนิ่งเงียบ พวกเขาก็เกือบจะกวาดไปทั่ว
ทั้ง 33 สวรรค์โดยไม่มีใครกล้าที่จะยั่วยุได้ อย่างไรก็ตาม บุคคลลึกลับนั้น
ได้อาศัยความแข็งแกร่งอันท่วมท้นในการทำให้ชาวภูติเทพประสบความ
พ่ายแพ้อย่างหายนะ มันช่างน่าสะพรึงกลัวโดยแท้! ข้ามีลางสังหรณ์ว่า
บุคคลลึกลับคนนี้จะมาตามหาเราด้วย!”
เมื่อจักรพรรดิสักกะพูดถึงตรงนี้ ดวงตาของเขาก็เปล่งประกาย ใน
เวลานี้ ผู้ส่งสารได้มาส่งข้อมูลให้เขา กองทัพชาวภูติเทพปรากฏขึ้นห่างไป
หลายร้อยล้านไมล์!
ราชาปีศาจมืดและจักรพรรดิสักกะต่างอ่านข้อมูลแผ่นหยกอย่าง
รวดเร็ว ตามทิศทางของพวกเขา กองทัพเหล่านี้ควรจะมาจากสวรรค์
สันนิบาตภูติเทพ!
ทุกคนต่างก็เดาได้ว่าการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่จะปะทุในดาราจักรมังกร
เร้น แต่พวกเขาไม่เคยคิดว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะมาถึงเร็วพลัน
“พวกเราจะทำอย่างไร?” ราชาปีศาจมืดถามจักรพรรดิสักกะ
“เราต้องสู้!” เจตจำนงอันเจิดจ้าสาดประกายภายในดวงตาของ
จักรพรรดิสักกะ เหตุผลที่พวกเขาไปยังดาราจักรมังกรเร้นก็เพื่อสนับสนุน
เสี่ยวหมัวเซียนและช่วยเหลือบุคคลลึกลับ พวกเขาไม่สามารถรอให้บุคคล
ลึกลับคนนั้นปรากฏตัวและโจมตีลำพังได้ กลับกัน ตามข้อมูลที่พวกเขา
ได้รับ พวกเขาจะต้องเปิดตัวการโจมตีซึ่งหน้ากับกองทัพชาวภูติเทพและ
ให้คนลึกลับมีโอกาสที่จะทำสิ่งที่พวกเขาต้องการ!
จักรพรรดิสักกะตั้งตารออย่างมากต่อการต่อสู้ระหว่างบุคคลลึกลับนี้
กับบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล!