Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,031 เข้าปะทะ
ในผืนฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวและมืดมิด เงายักษ์บินไปข้างหน้า นี่
เป็นกองทหารที่สองของกองทัพชาวภูติเทพและได้รับการยกย่องว่าเป็น
หนึ่งในกองทัพที่ลึกลับและน่ากลัวที่สุด
กองทหารที่สองของชาวภูติเทพนั้นประกอบไปด้วยชาวภูติเทพ
ดั้งเดิม
ชาวภูติเทพควบคุมเจ็ดสวรรค์ เนื่องจากบริเวณนี้กว้างใหญ่เกินไป
และการสื่อสารนั้นหายาก ชาวภูติเทพในจักรวาลต่างๆจึงแยกออกเป็น
หลายสาขา
ชาวภูติเทพปฐมกาลนั้นเป็นหนึ่งสาขาดังกล่าว
ร่างกายและสายเลือดของพวกเขาแข็งแกร่งมากกว่า สีผิวของพวก
เขาเป็นสีดำน้ำตาล แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การกำหนดลักษณะพิเศษของชาว
ภูติเทพปฐมกาล สิ่งที่กำหนดลักษณะของพวกเขาอย่างแท้จริงคือเรือจิต
วิญญาณ
เรือจิตวิญญาณชาวภูติเทพปฐมกาลไม่ใช่สมบัติจิตวิญญาณที่ถูกหล่อ
หลอมหรือกลั่นมาจากสิ่งใด แต่เป็นรูปแบบชีวิตที่แท้จริง
รูปแบบชีวิตขนาดใหญ่เหล่านี้มีรูปร่างเป็นแกนหมุน ร่างกายของ
พวกมันมีความยาวหนึ่งร้อยไมล์และมีจุดสีเขียวสว่างนับไม่ถ้วน แสงสี
เขียวเหล่านี้กระพริบในความมืดของผืนอวกาศและทำหน้าที่บอกความ
แตกต่าง บนหลังมีหนวดยาวยื่นออกมาและครีบที่ด้านข้างด้วย จาก
ระยะไกล มันดูเหมือนว่าปลาหมึกกำลังว่ายน้ำ
แน่นอนพวกมันมีขนาดใหญ่กว่าปลาหมึกเป็นพันล้านล้านเท่า
ยิ่งกว่านั้น พวกมันก็หาใช่รูปแบบชีวิตที่วิวัฒนาการในทะเล แต่เป็น
รูปแบบชีวิตที่มีวิวัฒนาการไปอาศัยอยู่ในอวกาศ ด้วยร่างกายของพวกมัน
ดั่งเรือ มันก็สามารถแล่นผ่านอวกาศได้อย่างอิสระ
สิ่งเหล่านี้คือสัตว์อสูรอวกาศโบราณ สัตว์ประหลาดดั่งเดิมที่อาศัยอยู่
ในสวรรค์ภูติเทพพราหมณ์ ชาวภูติเทพปฐมกาลเองก็อาศัยอยู่ในสวรรค์
ภูติเทพพราหมณ์ และผู้ทรงพลังก็สามารถใช้ความแข็งแกร่งของพวกเขา
เพื่อปราบสัตว์อสูรอวกาศเหล่านี้และทำให้พวกมันทำพันธสัญญา
กลายเป็นเรือจิตวิญญาณของพวกเขา
สัตว์อสูรโบราณเหล่านี้มีมิติแยกภายในร่างกายของพวกมันที่
สามารถบรรจุคนหลายหมื่น หลังจากสัตว์อสูรโบราณเหล่านี้เติบโตขึ้น
ร่างกายของพวกมันจะสามารถยาวได้หลายร้อยไมล์ และพวกมันก็จะมี
ความแข็งแกร่งที่น่ากลัว หนวดของพวกมันสามารถหยั่งรากในใจกลาง
ดาวเคราะห์และดูดซับแก่นสารของมัน กระทั่งดูดกลืนพลังงานต้นกำเนิด
ของดาวเคราะห์แห้งเหือด
กองทหารที่สองของชาวภูติเทพนั้นประกอบไปด้วยชาวภูติเทพปฐม
กาลและสัตว์อสูรคล้ายปลาหมึกยักษ์นี้ พลังต่อสู้ของพวกเขาน่า
สะพรึงกลัว
ปลาหมึกยักษ์ที่อ่อนแอที่สุดเหล่านี้มีความแข็งแกร่งที่ผู้ปกครองเท
วะสูงสุด และหลายตัวใกล้เคียงกับราชันพิภพ ยังมีสัตว์อสูรอวกาศโบราณ
อีกนับสิบที่มีความยาวหลายพันไมล์ซึ่งมีความแข็งแกร่งของราชันสวรรค์
สำหรับชาวภูติเทพปฐมกาล พวกเขามีราชันสวรรค์จำนวนมาก
หัวหน้าของกองทหารที่สองคือราชันสวรรค์และผู้นำแห่งชาวภูติเทพ
ปฐมกาล เขามาถึงราชันสวรรค์สูงสุดเมื่อสิบล้านปีก่อน และแม้กระทั่ง
ท่ามกลางราชันสวรรค์สูงสุด เขาก็ถือว่าเป็นบุคคลที่โดดเด่น
นอกจากนี้ กองทหารที่สองยังมีรองผู้บังคับการหลายคนที่เป็นราชัน
สวรรค์สูงสุดด้วย!
ชาวภูติเทพมีจำนวนราชันสวรรค์มากกว่าสิบเท่าของชาวมนุษย์ ชาว
ภูติเทพมีหกกองทหารหลักซึ่งประจำการที่สวรรค์สันนิบาตภูติเทพ และ
หนึ่งในกองทหารเหล่านี้มีมากกว่า 50 ราชันสวรรค์
“ข้างหน้ามีกองทหารชาวมนุษย์ที่โจมตีเรา!”
จากภายในสัตว์อสูรอวกาศโบราณ บนแผ่นค่ายกลฉายภาพ มัน
สามารถเห็นโพธิสัตว์ทองคำยักษ์ โพธิสัตว์ทองคำนี้เปล่งแสงสีทองอร่าม
และมีพลังงานที่น่าสะพรึงอย่างไม่น่าเชื่อควบแน่นอยู่ภายใน เห็นได้ชัดว่า
กำลังเตรียมที่จะปลดปล่อยการระเบิดมหึมา
“โพธิสัตว์ทองคำ ตามหน่วยข่าวกรองของเรา นี่ควรจะเป็นพวก
นักบวชจากขุนเขาผู่โถว ผู้ที่นำพวกเขาคือจักรพรรดิสักกะ ซึ่งเป็นหนึ่งใน
ผู้เชี่ยวชาญสูงสุดของชาวมนุษย์”
บนบัลลังก์กลางภายในสัตว์อสูรอวกาศโบราณ ชายวัยกลางคนที่
สวมเกราะสงครามสีดำกล่าวอย่างช้าๆ สัตว์อสูรอวกาศโบราณนี้เป็นเรือ
ธงของชาวภูติเทพปฐมกาล
เรือธงนี้เพียงลำพังก็มีราชันสวรรค์สูงสุดถึงสามคนแล้ว!
“ปะทะกับพวกมัน! บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลมีบัญชาคือการปิด
ล้อมดาราจักรมังกรเร้นและวางแนวปิดกั้น ในขณะที่เราจำเป็นต้อง
ลดทอนกองกำลังชาวมนุษย์ลงให้มากที่สุด มันก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้อง
ถ่วงเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราจะต้องให้ความสำคัญกับข้อมูลที่
เกี่ยวข้องกับชายลึกลับคนนั้น เนื่องจากคนโง่เหล่านี้ได้ส่งตัวเองมายัง
ประตูของเรา เช่นนั้นก็จงต่อสู้กับพวกมันที่นี่!”
ชายวัยกลางคนที่สวมเกราะสงครามสีดำคือผู้นำแห่งชาวภูติเทพปฐม
กาลในปัจจุบัน ในสงครามต่อต้านชาวมนุษย์ ชาวภูติเทพปฐมกาลจะ
ได้รับผลประโยชน์มหาศาลเช่นกัน สำหรับประโยชน์เหล่านี้จะมีมาก
เพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับประโยชน์ของพวกเขา หากพวกเขาสามารถสร้าง
ความเสียหายอย่างหนักให้กับกองกำลังของขุนเขาผู่โถวได้ นั่นจะเป็น
ผลประโยชน์อย่างมากสำหรับพวกเขา
สัตว์อสูรอวกาศโบราณยักษ์นับสิบตัวได้รวมตัวกัน ก่อตัวสามแนว
ขว้างกั้นมหึมาที่มีความยาวกว่า 3,000 ไมล์
ในเวลาเดียวกัน ราชันสวรรค์หลายสิบคนเริ่มถ่ายเทพลังงานลงใน
สัตว์อสูรอวกาศจากภายใน ทำให้เกิดแสงสีดำที่น่าสะพรึงกลัวพุ่งออกมา
แสงสีดำนี้ชนกับแสงสีทองที่ปล่อยออกมาจากโพธิสัตว์ทองคำของ
ขุนเขาผู่โถว!
บึ้มมมมม!
ในช่วงเวลานั้น มันเหมือนดวงอาทิตย์ระเบิดขึ้น ห้วงมิติโดยรอบเป็น
ระยะทางหลายล้านไมล์ได้สลายไปและพายุอวกาศอันน่าสะพรึงกลัวก็พัด
ออกมา
สองขุมกำลังอันยิ่งใหญ่นี้มีราชันสวรรค์หลายสิบคนรวมกันโจมตี
การระเบิดของพลังงานที่เกิดขึ้นนั้นจึงน่ากลัวอย่างมาก และแม้แต่คลื่น
กระแทกก็ยังน่าตกใจ แม้ว่ากองยานทั้งสองนั้นจะอยู่ห่างกันเป็นล้านไมล์
แต่พวกมันยังคงได้รับความเสียหาย
ภายในโพธิสัตว์ทองคำยักษ์ จักรพรรดิสักกะคิ้วขมวด
ชาวภูติเทพนั้นน่าสะพรึงกลัวเกินไป ระหว่างชาวภูติเทพและชาว
มนุษย์ ความแตกต่างของราชันสวรรค์แทบจะมิเกินเลยกัน ตอนนี้เมื่อ
บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลได้ย้ายราชันสวรรค์จำนวนมากมาที่นี่ พวกเขา
จึงได้สร้างขุมพลังที่เหนือกว่าชาวมนุษย์ได้
พวกเขาเพิ่งได้เผชิญกองทหารเดียวและสิ่งต่างๆกลับได้กลายเป็น
ปัญหาแล้ว
เมื่อกองทหารอื่นมาถึงแล้ว มันจะเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะ
ส่งผลกระทบใดๆในดาราจักรมังกรเร้น
มันไม่สามารถลืมได้ว่าภายในดาราจักรมังกรเร้นนั้น มันยังซ่อนร่าง
จำแลงของจอมเขมือบและบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลอยู่!
แม้ว่าชาวภูติเทพได้รับความสูญเสียครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะบุคคล
ลึกลับ แต่ชาวภูติเทพก็ยังคงมีความแข็งแกร่งเหนือชาวมนุษย์
“เจ้าพวกชาวภูติเทพเหล่านั้น หากเรายังคงต่อสู้ต่อไปเช่นนี้ มันคง
เป็นการยากที่เราจะทำแผนช่วยเหลือเดิมได้…”
ทัวป๋ากุยกล่าว หลินหมิงแสดงความมีน้ำใจอย่างยิ่งต่อเผ่าพันธุ์
โบราณ ดังนั้นเขาจึงกระตือรือร้นเป็นพิเศษที่จะช่วยเสี่ยวหมัวเซียนและ
หลินฮวง
ในเวลานี้ กองทัพของขุนเขาผู่โถวเองก็ตกใจเพราะความแข็งแกร่ง
ของฝ่ายตรงข้าม
แต่ในเวลาเดียวกัน ในด้านของชาวภูติเทพปฐมกาล ผู้นำชาวภูติเทพ
ปฐมกาลเองก็คิดว่าความแข็งแกร่งของขุนเขาผู่โถวเกินกว่าความ
คาดหมายของเขา
“ฝ่ายตรงข้ามควรมีราชันสวรรค์น้อยกว่าเราและเรายังมีสัตว์อสูร
อวกาศโบราณที่ประสานการโจมตีของเรา พลังรบทั้งหมดของเราน่าจะ
เพิ่มขึ้น 50% แล้ว แต่ผลที่ได้กลับ… ยังไม่สามารถยับยั้งพวกมันได้
“ชาวมนุษย์มีผู้โดดเด่นอยู่บ้างอย่างแท้จริง เราควรทำอย่างไรดี?
หากเรายังคงต่อสู้ต่อไป มันจะเป็นทางตันเท่านั้น โลหิตที่เราจะต้องหลั่ง
ไม่ได้ดูจะคุ้มค่าเลย”
แม้ว่าชาวภูติเทพปฐมกาลจะต้องการการหาประโยชน์ทางทหาร แต่
พวกเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเช่นจ่ายด้วยราคาสูงชันอย่างน่าขันเพื่อให้ได้มา
“อย่าได้กังวลไป คำสั่งที่เราได้รับเป็นเพียงการปิดกั้นดาราจักรมังกร
เร้นและตรวจสอบให้แน่ใจว่าบุคคลลึกลับนั้นจะล่าช้าเพื่อยื้อเวลามากขึ้น
ไม่สำคัญว่าเราจะมิอาจทำสิ่งใดกับศัตรูได้ ตราบใดที่เราทำงานให้เสร็จ
เราจะยังคงได้รับประโยชน์ทางทหาร”
“ข้าไม่รู้เลยว่าแผนของบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลเป็นเช่นใด ราวกับ
ว่ามีบางสิ่งในดาราจักรมังกรเร้นนี้ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเขา…”
ขณะที่ชาวภูติเทพกล่าวถึงสถานการณ์ การโจมตีของพวกเขาก็มิได้
หยุดลง การต่อสู้ถึงจุดสูงสุดแล้ว
ขุนเขาผู่โถวและชาวภูติเทพปฐมกาลต่างได้รับความเสียหาย การ
ต่อสู้อันดุเดือดต่อเนื่องไปน้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง ขุนเขาผู่โถวสูญเสียเรือจิต
วิญญาณ 7-8 ลำ แต่ความจริงก็คือ เรือจิตวิญญาณเหล่านี้กำลังก่อ
รูปแบบค่ายกลต่อสู้ ผู้เชี่ยวชาญค่ายกลห่อหุ้มมันด้วยเกราะโลหะ
เมื่อนักสู้ชาวมนุษย์ภายในเรือจิตวิญญาณเหล่านี้กระจายตัวออกไป
ทั่วสนามรบ พวกเขาก็สามารถรวบรวมพลังได้อย่างรวดเร็วและปะทุด้วย
การโจมตีผสานออกไป
นี่เป็นวิธีการต่อสู้ซึ่งมีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับการต่อสู้ระหว่าง
กองทัพ พลังที่ทับซ้อนกันของกองทัพนั้นย่อมมากกว่าพลังโจมตีแยกของ
บุคคลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ขณะที่ขุนเขาผู่โถวสูญเสียเรือจิตวิญญาณ 7-8 ลำ และชาวภูติเทพ
ปฐมกาลเองก็สูญเสียสัตว์อสูรอวกาศโบราณถึง 10 ตัว โลหิตของสัตว์อสูร
อวกาศกระจัดกระจาย แห้งเป็นสีแดงไม่รู้จบ
แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมิได้ทำสงครามทุ่มสุดตัว แต่ก็ยังรุนแรงมากแล้ว
แต่ในท้ายที่สุด มันก็เป็นฝ่ายชาวมนุษย์ที่ล่าออกไปก่อน นี่เป็นเพราะ
หน่วยสอดแนมของพวกเขารายงานว่าห่างไกลออกไปในอวกาศนั้น อีก
กองทัพชาวภูติเทพกำลังมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากองทัพนี้มาจากสวรรค์
สันนิบาตภูติเทพ หากขุนเขาผู่โถวดำเนินการต่อสู้ต่อไป พวกเขาจะถูก
ล้อม ในเวลานั้น ความสูญเสียก็จะร้ายแรงเกินไป
จักรพรรดิสักกะช่วยไม่ได้ที่จะออกคำสั่งให้ถอยทัพ
เรือจิตวิญญาณชาวมนุษย์ถอนตัวออกไป 10 ล้านไมล์ จากนั้น
หลังจากใช้การเคลื่อนย้ายทางไกลสองครั้ง พวกเขาก็หยุดลง ซ่อนตัว
ภายในกลุ่มก๊าซ
เช่นนี้ พวกเขาจึงยิ่งหากจากศูนย์กลางของดาราจักรมังกรเร้น
เรื่องนี้ทำให้นักสู้ชาวมนุษย์หลายคนต้องคิ้วขมวด จนถึงตอนนี้ มันก็
ไม่มีอะไรในแผนการช่วยเหลือของพวกเขาที่เป็นไปด้วยดี พวกเขาไม่เคย
คิดว่ากองทัพชาวภูติเทพจำนวนมากจะมารวมตัวกันในดาราจักรมังกร
เร้น ราวกับว่าพวกเขาวางแผนที่จะประกาศศักดาครั้งสุดท้ายที่นี่
“ชาวภูติเทพได้สร้างด่านปิดล้อมรอบบริเวณศูนย์กลางของดาราจักร
มังกรเร้น เพียงกองทหารที่สองอย่างเดียวก็อยู่ในระดับเดียวกับเราในด้าน
กำลังรบโดยรวมแล้ว ด้วยอีกกองทหาร ชาวภูติเทพจะมีกำลังรบโดยรวม
มากกว่าเรา 5 เท่า สิ่งนี้ไม่ได้รวมถึงบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาล”
ภายในห้องประชุมอย่างเป็นทางการ ผู้บังคับการต่างๆของชาว
มนุษย์กำลังวิเคราะห์รายงานที่ส่งมาโดยหน่วยสอดแนม พวกเขาทั้งหมด
ทำหน้าบึ้ง
ความจริงก็คือ กองทัพของชาวมนุษย์หลายคนยังตามมาทัน
ตัวอย่างเช่น กองทัพที่นำโดยเทพสวรรค์เบิกเวหาและราชันสวรรค์เอก
ภพอนันต์
แต่ถึงแม้ว่าพวกเขามาถึง แต่พวกเขาก็ยังคงจะไม่สามารถ
เปลี่ยนแปลงอะไรได้ ความเหลื่อมล้ำนั้นมีมากเกินไป
ด้วยความแข็งแกร่งของชาวมนุษย์ พวกเขาสามารถต่อสู้กับชาวภูติ
เทพได้ในสงครามกองโจรเท่านั้น แต่เมื่อพวกเขาประจันหน้าในการต่อสู้
โดยตรง มันจะมีปัญหามากมายเกินกว่าที่จะคาดคิด
“สิ่งที่อยู่ข้างหน้าพวกเราตอนนี้คือกองทัพกองทหารที่สองและสาม
กองทหารทั้งสองได้รวมตัวกัน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะฝ่าไป แต่ดู
เหมือนว่าพวกมันจะไม่มีความตั้งใจที่จะโจมตีเราเต็มกำลังแต่แรก พวก
มันเปิดใช้งานรูปแบบค่ายกลเท่านั้นและกำลังรอให้เราไป…”
ชาวภูติเทพได้สร้างรูปแบบค่ายกลข่ายพลังแสงเพียงชั้นเดียวเท่านั้น
การทำลายพวกมันนั้นง่ายมาก แต่เมื่อนักสู้ระดับสูงเข้าไปแล้ว ข่ายพลัง
จะค้นพบการปรากฏตัวของพวกเขาในทันที่ นอกจากนี้ ข่ายพลังเหล่านี้มี
ความสามารถในการป้องกันการส่งกระแสเสียงเข้าและออก และสามารถ
ปิดกั้นการสื่อสารทั้งหมด
ในสถานการณ์นี้ ดาราจักรมังกรเร้นจึงเป็นดั่งเกาะโดดเดี่ยวที่แยก
ออกจากโลก
จักรพรรดิสักกะและคนอื่นๆต่างประชุมทางทหารฉุกเฉินเพื่อ
วางแผนขั้นตอนต่อไป
แต่ในเวลานี้ ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าลึกในจักรวาล ห้วงอวกาศมืดฉีก
เปิดออก ป้อมปราการสีดำบินออกมา
“นายท่าน กองทัพชาวภูติเทพถูกค้นพบว่าอยู่ข้างหน้า!” ภายใน
ป้อมปราการสีดำ เสียงของชิงเหลียนสะท้อนออกมาจากห้อง
“กองทัพของชาวภูติเทพ?”
ในห้อง ชายหนุ่มชุดดำเปิดตาของเขาจากการเข้าฌาน