Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,051 รวมตัวในดาราจักรมังกรเร้น
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 2,051 รวมตัวในดาราจักรมังกรเร้น
แม้ว่าจะหนึ่งเดือนเต็มแล้วหลังจากที่หลินหมิงเอาชนะกองทหารฟ้า
บันดาล แต่ชาวมนุษย์ในจักรวาลรกร้างก็ยังคงรู้สึกตื่นเต้น!
ด้วยการใช้เครือข่ายข้อมูลที่หลากหลาย พันธมิตรร่วมสงคราม
ขุนเขาผู่โถวได้เผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับชัยชนะของหลินหมิงอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา รวมถึงความพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงของกอง
ทหารจอมเขมือบและการทำลายกองทหารร่วมและกองทหารฟ้าบันดาล
มันคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ 3 ครั้งซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การต่อสู้ครั้ง
สุดท้ายเมื่อหลินหมิงได้ฆ่าบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลและทำลายไพ่ตาย
ผลักดันขวัญกำลังใจของชาวมนุษย์ให้ถึงขีดสุด
ในวันที่ผ่านมา ขุมกำลังของชาวมนุษย์ต่างๆได้พูดคุยกันอย่างตื่นเต้น
-“รวมตัวในดาราจักรมังกรเร้น!”
จักรพรรดิสักกะใช้ชื่อของหลินหมิงเพื่อรวบรวมขุมกำลังของชาว
มนุษย์ทั้งหมดมายังดาราจักรมังกรเร้น!
นอกจากชัยชนะที่โด่งดังของหลินหมิงแล้ว จักรพรรดิสักกะก็ไม่ได้
พูดอะไรแม้แต่คำเดียวเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของพวกเขา อย่างไรก็
ตาม หลายคนรู้สึกว่าการรวมขุมกำลังทั้งหมดในดาราจักรมังกรเร้นนั้น
เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ๆ บางทีแม้แต่การเริ่มต้นการกลับไปสู่แดนเทวะ!
ผลักดันเส้นทางของพวกเขากลับสู่แดนเทวะ!
ความคิดสุดท้ายนี้ทำให้หลายคนหลงไหลในความเป็นไปได้
พวกเขาทุกคนจำสิ่งที่เคยพูดไปแล้วได้
จนกระทั่งถึงวันที่ชาวมนุษย์ในจักรวาลรกร้างกลับมาสู่แดนเทวะ
พวกเขาจะไม่มีวันลืมการเสียสละที่เกิดขึ้น!
นี่คือศรัทธาของชาวมนุษย์
ไม่ว่าจะเป็นชาวมนุษย์ในจักรวาลรกร้างหรือชาวมนุษย์ในแดนเทวะ
สำหรับเผ่าพันธุ์ พวกเขาจะเสียสละทุกสิ่ง!
เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนมากมายรวมตัวกันในดาราจักรมังกรเร้น อย่าง
ช้าๆ อาณาเขตดวงดาวนี้กลายเป็นกองบัญชาการกลางของชาวมนุษย์
นับตั้งแต่สงครามในจักรวาลรกร้างเริ่มขึ้น นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ชาวมนุษย์ได้
สร้างฐานที่แท้จริงและมั่นคงของตนเอง
เมื่อถึงเวลาที่ขุมกำลังของชาวมนุษย์มารวมกัน ครึ่งหนึ่งผู้ปกครองที่
หลากหลายของชาวมนุษย์ได้รวมตัวกันและจัดการประชุมที่มีความสำคัญ
สูงสุด
ผู้ที่เข้าร่วมการประชุมนี้คือทุกคนที่มีความแข็งแกร่งของราชัน
สวรรค์หรือสูงกว่า จักรพรรดิสักกะ, โพธิสัตว์เกรียงฟ้า, ราชันสวรรค์เอก
ภพอนันต์, ซิงชือ, จุนไป่เยว่, เขี้ยวมังกร, ราชาปีศาจมืด, เทพสวรรค์เบิก
เวหา, ตี้อู๋เหิน และคนอื่นๆมาถึงการประชุมครั้งนี้
เหตุผลสำหรับการประชุมครั้งนี้คือ การกำหนดแผนสำหรับชาว
มนุษย์ที่จะเปิดตัวการกู้คืนสู่แดนเทวะ!
ด้วยความทรงจำที่หลินหมิงได้รับจากชาววิญญาณของบุตรชายภูติ
เทพฟ้าบันดาล จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้กลืนกินระบบหลอมรวม
ปราณของเก้าผันแปรศักดิ์สิทธิ์ และเพื่อที่จะทำเช่นนั้น มันจะต้องใช้เวลา
และพลังงานมหาศาล มันจะทำให้ต้องใช้อย่างน้อยหลายร้อยหรือ
แม้กระทั่งพันปี
หากเขาต้องหยุดกลางคันระหว่างกระบวนการนี้ ความพยายามก่อน
หน้านี้ทั้งหมดจะสูญเปล่า สำหรับจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล นี่จะ
หมายถึงการสูญเสียความแข็งแกร่งอย่างมาก หากสิ่งนี้เกิดขึ้น จักรพรรดิ
ภูติเทพฟ้าบันดาลจะพบว่าเป็นการยากที่จะต่อต้านทัณฑ์สวรรค์ที่ตามมา
จากการที่เขาพยายามยุ่งเกี่ยวกับเต๋าสวรรค์สูงสุด ด้วยพลังงานต้นกำเนิด
ของเขาเสียหายอย่างรุนแรง มันก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะพินาศ
ในทางกลับกัน ถ้าจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลสามารถทนต่อทัณฑ์
สวรรค์และอยู่รอด เขาจะได้รับผลประโยชน์มหาศาล
ชาวมนุษย์จำเป็นต้องต่อสู้ในช่วงเวลานี้ ในขณะที่จักรพรรดิภูติเทพ
ฟ้าบันดาลยังคงปิดด่าน พวกเขาจะโจมตีชาวภูติเทพชุดใหญ่!
เมื่อคิดย้อนกลับไป ถึงแม้ว่าจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลจะไม่ละทิ้ง
การปิดด่าน แต่เพื่อป้องกันสิ่งนี้ ชาวมนุษย์ก็จะทำอย่างที่เคยทำมาก่อน
และกระจายไปทุกทิศทุกทางทั่วจักรวาลรกร้าง
ไม่ว่าจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลจะแข็งแกร่งเพียงใด มันก็เป็นไป
ไม่ได้ที่เขาจะทำลายล้างชาวมนุษย์ทั้งหมดได้เพียงลำพัง
ในจักรวาลรกร้างอันกว้างใหญ่และซับซ้อนที่มีภูมิประเทศแปลก
ประหลาด เมื่อชาวมนุษย์แยกกันและซ่อนตัว ผู้ใดจะรู้ว่าต้องใช้เวลานาน
เพียงใดเพื่อค้นหา
สำหรับหลินหมิงและราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะ คนหนึ่งสามารถใช้
ทักษะกายนวชาตและอีกคนสามารถใช้ภาพมายาที่ลึกซึ้งและทักษะการ
ซ่อนเร้นเพื่อซ่อนตัวในจักรวาล ดังนั้นแล้วจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล
ย่อมจะมิอาจหาพวกเขาพบ
ปัจจุบัน แผนของชาวมนุษย์จะต้องใช้ช่วงเวลานี้และกำจัดคนของ
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยการฆ่าราชัน
สวรรค์ชาวภูติเทพแต่ละคน ชาวมนุษย์จะปลอดภัยเพิ่มขึ้นในอนาคต
ในการประชุม ผู้ปกครองชาวมนุษย์ได้เสนอชื่อหลินหมิงให้เป็นผู้นำ
ในขณะที่นิมิตฝันเทวะไม่ได้อยู่ เขาจะได้รับอำนาจอย่างเต็มรูปแบบใน
การบัญชาสงคราม
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงปฏิเสธความคิดนี้
คำตอบของหลินหมิงทำให้ดวงตาของราชันสวรรค์เอกภพอนันต์เบิก
กว้าง “เด็กน้อย อย่าปฏิเสธสิ่งนี้เลย ในเผ่าพันธุ์มนุษย์ ศักดิ์ศรีของเจ้าได้
มาถึงจุดสูงสุดแล้ว กระทั่งเหนือกว่านิมิตฝันเทวะ ถ้าเจ้าไม่ทำแล้วใครจะ
ทำ”
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงยังคงส่ายหัว “ข้าขอบใจผู้อาวุโสทุกท่านที่ให้
เกียรติข้า แต่การเป็นผู้นำในการทำสงครามเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะกับข้าอย่าง
ยิ่ง ในความเป็นจริง มีหลายเรื่องที่ข้าต้องทำ และถึงแม้ว่าข้าจะสามารถ
นำกองทัพชาวมนุษย์กลับไปยังแดนเทวะ แม้ว่าเราจะทวงคืนแดนเทวะ
กลับมาได้ แต่ก็มิได้หมายความว่าเราจะเอาชนะชาวภูติเทพในสงคราม
โดยรวม หากจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลยังไม่ตาย การต่อสู้ก็จะไม่มีวัน
จบสิ้น ยิ่งกว่านั้น ศัตรูของเราอาจมิใช่แค่ชาวภูติเทพ…”
ขณะที่หลินหมิงพูดเช่นนี้ ผู้ปกครองหลายคนต่างตกใจ “เหตุผลที่
ชาววิญญาณนิ่งเงียบมาตลอดหลายปีอาจเป็นเพราะพวกเขาตั้งใจจะ
กวาดล้างในตอนท้ายหรือไม่?”
ในสายตาของคนที่นี่ ชาววิญญาณเป็นเผ่าพันธุ์ลึกลับที่แข็งแกร่ง
ใกล้เคียงกับชาวภูติเทพ หากสิ่งที่หลินหมิงพูดมานั้นเป็นความจริง นี่จะ
เป็นข่าวร้าย!
หลินหมิงส่ายหัว “ข้าไม่แน่ใจในรายละเอียด ข้าจะพูดอย่าง
ตรงไปตรงมา ไม่ว่าความสำเร็จของกองทัพชาวมนุษย์เราจะงดงาม
เพียงใดในสนามรบ แต่ความจริงก็คือ สิ่งนี้มิได้เขย่ารากฐานของชาวภูติ
เทพ บุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลและแม่ทัพชาวภูติเทพอีกสี่คนไม่รู้ว่าข้ามี
ความสามารถในการควบคุมจอมเขมือบ ทำให้ข้าสามารถจัดการพวกเขา
ได้ ถึงแม้ว่าสิ่งนี้อาจฟังดูน่าอัศจรรย์ แต่จริงๆแล้วมันมิได้มีอันใดเลย!
หากเราปรารถนาที่จะเผชิญหน้ากับชาวภูติเทพและชาววิญญาณอย่าง
แท้จริงแล้ว มันก็มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว และนั่นคือในหมู่ชาว
มนุษย์ต้องมีตัวตนที่สามารถแข่งขันกับจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลและ
จักรพรรดิวิญญาณได้!
เมื่อหลินหมิงพูดคำเหล่านี้ ทุกคนก็เงียบงันไป
หลินหมิงไม่ผิดและผู้ปกครองในปัจจุบันต่างก็เข้าใจสิ่งนี้ในใจ
อย่างไรก็ตาม ในจิตใต้สำนึก พวกเขาพบว่าตัวเองไม่เต็มใจที่จะเผชิญกับ
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล
เพื่อพัฒนาแผนการนำแดนเทวะกลับมาก็ดูมีความทะเยอทะยาน
และกล้าหาญ แต่ความจริงก็คือ ตราบใดที่พวกเขาไม่สามารถแก้ไขปัญหา
ที่เป็นจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้ ทุกสิ่งที่พวกเขาทำนั้นก็เป็นเพียง
ภาพมายาที่ลึกซึ้ง
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลนั้นทรงพลังมากเกินไป ผู้ทรงพลังของ
ชาวมนุษย์ได้สูญเสียความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับเขาและพวกเขาไม่
ต้องการที่จะคิดเกี่ยวกับมัน
จักรพรรดิสักกะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “หลินหมิง สิ่งที่เจ้าพูดนั้นถูกต้อง
แต่เรายังคงต้องกลับไปสู่แดนเทวะ สำหรับการนำทัพนั้น ปล่อยให้เรา
จัดการเอง เจ้าจงไปและจัดการเรื่องของเจ้า แต่เราจะยังใช้ชื่อเจ้าเป็น
ผู้นำ ชื่อของเจ้าเพียงอย่างเดียวก็เป็นแหล่งขวัญกำลังใจของเราแล้ว!”
“ดี!” หลินหมิงตกลง
เช่นนี้ การประชุมระดับสูงสุดจึงสิ้นสุดลง
หลินหมิงรับหน้าที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวมนุษย์ ในกรณีที่
นิมิตฝันเทวะไม่อยู่ เขาก็มีอำนาจสูงสุดไม่ว่าจะเป็นในนามหรือความเป็น
จริง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่รับผิดชอบในการทำสงครามอย่างแท้จริงและสิ่งที่
จะควบคุมอำนาจทางทหารก็คือจักรพรรดิสักกะ, ราชาปีศาจมืดและเทพ
สวรรค์เบิกเวหา ด้วยพวกเขาเป็นผู้นำ พวกเขาจะร่วมกับราชันสวรรค์ที่
ทรงพลังอื่นๆอีกสองสามคนจัดตั้งสภาทหารสูงสุดได้
“ทุกท่าน ข้าจะปล่อยแผนการสงครามเพื่อนำแดนเทวะกลับมาให้
พวกท่านจัดการ มีเรื่องที่ข้าต้องทำให้เสร็จก่อน”
“สำหรับการต่อสู้เพื่อยึดครองแดนเทวะ ข้าจะไม่เข้าร่วมในสิ่งนั้น
อย่างไรก็ตาม ข้าจะทิ้งกองทหารจอมเขมือบและตำหนักภูติเทพฟ้า
บันดาลไว้ให้…”
เมื่อหลินหมิงพูดเช่นนี้ จักรพรรดิสักกะก็ตกตะลึง “หลินหมิง มีสิ่งที่
สำคัญกว่าที่เจ้าต้องทำด้วยหรือ?”
“อืม ข้าต้องการยืนยันความสงสัยบางอย่างที่ข้ามี แต่ก่อนหน้านั้น
ข้าต้องได้รับความแข็งแกร่งที่มากขึ้น ในไม่กี่วันจะถึงนี้ ข้าวางแผนที่จะ
ทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์!” หลินหมิงพูดอย่างช้าๆ
ร่างเทวะในโลกภายในของเขามีรูปร่างเสถียรมากแล้ว ในความเป็น
จริง เมื่อเขากลั่นปราณโลหิตจากขนเวิหค เขาก็ได้รับความสามารถในการ
ทะลวงมันแล้ว เหตุผลที่เขารอมาจนถึงตอนนี้ก็เพื่อที่จะสามารถดูดซับ
เนื้อหนังและโลหิตของจอมเขมือบ!
ด้วยพลังแห่งอสูรในร่างจำแลงของจอมเขมือบ เขาสามารถชดเชย
การขาดพลังแห่งอสูรในร่างกาย ทำให้พลังแห่งเทพเจ้าและพลังแห่งอสูร
เข้าสู่สมดุล ด้วยสิ่งนี้ หลินหมิงทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ ความ
แข็งแกร่งของเขาจะได้รับการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ
“เจ้าต้องการทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์เช่นนั้นหรือ!?”
เมื่อได้ยินแผนการของหลินหมิง จักรพรรดิสักกะ ราชันเอกภพอนันต์
ราชาปีศาจมืดและคนอื่นๆต่างมึนงง
สำหรับผู้ปกครองหลายคนที่นี่ หลายคนเพิ่งมาถึงดาราจักรมังกรเร้น
และไม่รู้ถึงการบ่มเพาะที่แน่นอนของหลินหมิง
กฎที่หลินหมิงบ่มเพาะนั้นลึกลับเกินไป เส้นทางที่เขาเดินไปนั้น
แตกต่างอย่างมากจากระบบการบ่มเพาะแบบดั้งเดิมที่ชาวมนุษย์ใช้
ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงไม่เห็นขอบเขตของเขาอย่างแท้จริง พวกเขาเพียง
แค่คิดว่าหลินหมิงได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ไปแล้ว
แต่เมื่อพวกเขาได้ยินว่าหลินหมิงยังไม่ได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์
พวกเขาจึงย่อมตกตะลึง โดยไม่ต้องไปถึงขั้นราชันสวรรค์ เขายังคง
สามารถกำจัดชาวภูติเทพโชคดีและทำลายกองทัพโชคดีได้; เขาทำสิ่งนี้ได้
อย่างไร ถ้าเขาทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์จริงๆแล้ว มันจะเกิดอันใดขึ้น?
“น่าตื่นตายิ่ง!” ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์หัวเราะ “เมื่อเจ้าทะลวง
เข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ ชาวมนุษย์ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวชาวภูติเทพอีก
ต่อไป!”
หลินหมิงยิ้มว่า “หากต้องการทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ ข้าอาจ
ต้องแยกตัวปิดด่านเป็นเวลาหลายเดือน ในช่วงเวลานี้ ราชาเทพขนวิหค
เหินหาวอาจตามเรามา หากนางมาถึง ให้ใช้เทพธิดาชิงเหลียนมาเป็นตัว
ประกัน ข้าไม่คิดว่านางจะเพิกเฉยต่อชีวิตของศิษย์รักของตนเพียงเพราะ
นางมีความสัมพันธ์กับผลประโยชน์ต่อจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล”
เหตุผลที่หลินหมิงอนุญาตให้เทพธิดาชิงเหลียน, อ้าวรื่อและเสียเยว่อ
ยู่เพราะเขาต้องการไพ่ในมือ ตอนนี้ มันถึงเวลาที่จะใช้ไพ่ใบนั้นแล้ว เขา
สามารถดึงเอาเนื้อหนังและโลหิตของจอมเขมือบออกจากร่างกายของ
พวกเขาได้ทุกเวลา ฟื้นคืนเจตจำนงเสรีให้แก่พวกเขา