Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,052 เหล่าเทพแท้จริงเผชิญหน้า
ภายในดาราจักรมังกรเร้น ในพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยดวงดาวที่แยกจาก
กันโดยรูปแบบค่ายกล หลินหมิงนั่งอยู่ภายในเนื้อหนังและโลหิตของจอม
เขมือบ ดวงตาปิดเข้าฌาน
ในขณะนี้ หลินหมิงได้ทำการปรับแต่งร่างจำแลงของจอมเขมือบนี้
แล้ว มันใหญ่เกินไปและแม้ว่าหลินหมิงได้ปรับแต่งมาแล้ว แต่หาก
ต้องการที่จะควบคุมทุกส่วนของร่างกายได้อย่างง่ายดาย มันก็ต้องใช้
เวลานาน
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพลังวิญญาณของหลินหมิงทรงพลังเกินไปและ
เขาก็ยังมีวิญญาณของจอมเขมือบด้วย สำหรับใครบางคนเช่น บุตรชาย
ภูติเทพฟ้าบันดาล เขาได้ควบคุมจอมเขมือบโดยใช้ตราประทับวิญญาณที่
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลทิ้งไว้เบื้องหลัง เพียงในมือของบุตรชายภูติ
เทพฟ้าบันดาล ร่างจำแลงที่มีความแข็งแกร่งระดับเทพแท้จริงกลางจึง
สามารถไร้เทียมทานต่อราชันสวรรค์เท่านั้น
เมื่อหลินหมิงแหวกว่ายในเนื้อหนังและโลหิตของจอมเขมือบ ควบคุม
ร่างจำแลงระดับเทพแท้จริงอย่างสมบูรณ์ได้แล้ว เช่นนั้นเขาก็จะรู้สึกว่า
มันน่าสะพรึงกลัวเพียงใด จากลักษณะ มันราวกับว่าจะเป็นก้อนเนื้อหนัง
และโลหิตขนาดใหญ่ แต่ความจริงก็คือ มันเต็มไปด้วยพลังลึกลับและกฎที่
ซับซ้อนอย่างเหลือเชื่อ ราวกับมีโลกแปลกประหลาดอยู่ภายใน
โลกนี้เต็มไปด้วยความกระหายเลือดและความโกรธ ทุกเสี้ยวโลหิต
ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า เติมเต็มเข้ากับหมื่นภูตผีที่ร่ำไห้และกรีดร้อง
แต่ในขณะเดียวกัน โลกนี้ก็มีสสารจิตวิญญาณอย่างล้นเหลือ มันถูก
น้ำท่วมด้วยโซ่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งประกอบไปด้วยรูมากมายไร้สิ้นสุด
บางกฎมาจากต้นกำเนิดเดียวกับจอมเขมือบ แต่ส่วนใหญ่ของพวก
มันถูกกลืนหายไป กฎที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาก่อให้เกิดภาพอันน่าตื่น
ตาต่อหน้าเขา
ในขณะที่หลินหมิงท่องผ่านทะเลแห่งกฎนี้ เขาก็ยังคงมองหาและ
ค้นหา กวาดสัมผัสศักดิ์สิทธิ์อย่างรวดเร็วผ่านห่วงโซ่กฎนับพัน เขามิได้ใส่
ใจกับกฎระดับราชันสวรรค์ แต่เขากำลังมองหาบางอย่างโดยเฉพาะ
แม้ว่าสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของหลินหมิงนั้นจะทรงพลัง แต่จอมเขมือบก็
กลืนกินกฎลงไปมากมายในช่วงหลายพันล้านปีของชีวิต เขาต้องผลาญ
พลังจิตใจหลายครั้งก่อนที่ในที่สุดจะพบกับโซ่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผิดปกติในโลก
ลึกลับที่ไร้สิ้นสุดนี้
ห่วงโซ่ศักดิ์สิทธิ์นี้ทอดยาวไปทั่วท้องฟ้า ราวกับว่าจะโปรยแสงดาวที่
ไร้สิ้นสุดลงมา มันเปล่งประกายด้วยสีสันลานตา มันงดงามพอๆกับความ
ฝัน
ช่วงเวลาที่หลินหมิงเห็นห่วงโซ่ศักดิ์สิทธิ์นี้ จิตใจสะท้าน ดวงตาของ
เขาเริ่มสาดแสงด้วยความตื่นเต้น
เขาสามารถรู้สึกถึงพลังโลหิตของตนที่ถูกดึงดูดเข้าหาห่วงโซ่
ศักดิ์สิทธิ์นี้ หัวใจของเขาเริ่มเต้นรัวและโลหิตในร่างกายเดือดพล่าน
ภายในกระดูกสันหลังของเขา ระหว่างคิ้วของเขา ในหัวใจของเขาและทั่ว
ร่างกายของเขา ทั้งหมดเก้าจุด เขาเริ่มรู้สึกถึงความร้อนเผาผลาญ เขา
รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ยอดเยี่ยม ราวกับว่าตนเองสะท้อนกับห่วงโซ่
ศักดิ์สิทธิ์นี้
“นี่เอง!”
ลมหายใจของหลินหมิงชะงักไปชั่วครู่หนึ่ง ห่วงโซ่ศักดิ์สิทธิ์นี้เป็น
ความเชื่อมโยงเชิงระหว่างชาวมนุษย์และกฎแห่งเต๋าสวรรค์เก้าดวงดารา
แห่งวิหารเต๋าที่จอมเขมือบกลืนกิน และจากนั้นก็ควบแน่นเป็นโซ่ของกฎ
สูงสุดของ 33 สวรรค์!
หากเขาสามารถตัดสิ่งนี้ออกมาและกลั่นมันได้ แล้วจะเกิดสิ่งใดขึ้น?
ห่วงโซ่ศักดิ์สิทธิ์นี้ยังไม่สมบูรณ์และมีเพียงส่วนเล็กๆของวัฏสงสารที่
เป็นเหตุและผลซึ่งเชื่อมโยงเก้าดวงดาราแห่งวิหารเต๋าและชาวมนุษย์เข้า
ด้วยกัน ส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในร่างกายที่แท้จริงของจอมเขมือบอย่างไม่ต้อง
สงสัย อยู่ภายใต้การควบคุมของจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล
เมื่อเขาได้รับร่างหลักของจอมเขมือบ หลินหมิงจะสามารถ
ปลดปล่อยการปิดกั้นความเชื่อมโยงเชิงสาเหตุระหว่างชาวมนุษย์กับเต๋า
สวรรค์ที่พวกเขาสูญเสียไปได้ นี่จะเท่ากับการช่วยเหลือครั้งใหญ่ต่อทั้ง
เผ่าพันธุ์มนุษย์
3,6 พันล้านปีที่แล้ว จักรพรรดิภูติเทพในสมัยโบราณได้ตัดแขนหนึ่ง
แขนของชาวมนุษย์ออกไป ตอนนี้ หลินหมิงจะเอามันกลับมา!
หลินหมิงกระทั่งยังสงสัยว่าชะตากรรมของเผ่าพันธุ์เทพบรรพกาล
และเผ่าพันธุ์สวรรค์อาจถูกผนึกไว้ภายในร่างกายของจอมเขมือบด้วย
เหตุใดเผ่าพันธุ์โบราณจึงเสื่อมถอย เหตุใดจึงพบว่ามันยากที่จะให
เกำเนิด ทั้งหมดนี้อาจเกี่ยวข้องกับอสูรโลกันต์
หลินหมิงนั่งลงใต้ห่วงโซ่ศักดิ์สิทธิ์ เขาไม่ได้ตัดมันทันที่ ไม่ว่าอย่างไร
นี่ก็เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการดำรงอยู่ของเต๋าสวรรค์สูงสุดและอาจ
ก่อให้เกิดทัณฑ์สวรรค์
ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของหลินหมิง หากต้องการที่จะเขย่า
กฎในระดับนี้ มันก็ค่อนข้างเกินตัว
ดังนั้น เขาจึงวางแผนที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ก่อน!
ในเวลานี้ หลินหมิงมีการสะสมมากเกินพอแล้ว เขาใช้เวลาเกือบ
7,000 ปีในการฝึกฝนผ่านการจุติหลายครั้ง ค่อยๆกระชับรากฐาน ตอนนี้
เขาพร้อมที่จะก้าวต่อไปแล้ว!
อย่างช้าๆ หลินหมิงเข้าสู่สถานะเจตจำนงแห่งนักสู้ผสาน กลายเป็น
ดั่งรูปปั้นนิ่งสนิท เมื่อเขาสัมผัสถึงพลังอสูรที่แผ่ออกมาจากร่างจำแลงของ
จอมเขมือบ เขาก็เร่งพลังจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ในโลกภายในของตนขึ้น
ภายในใจของเขา มันมีการอนุมานจำนวนมากเกิดขึ้นในขณะที่เขาหลงลืม
เวลาที่ผ่านไปอย่างช้าๆ
กฎสูงสุดมีอยู่ในพลังทั้งสองนี้ หากเขาสามารถหลอมรวมพลังแห่ง
เทพเจ้าและอสูรเข้าด้วยกันได้ ก่อให้เกิดความสมดุลหยินหยางและบรรลุ
ความสอดคล้อง ผลที่เกิดขึ้นจะน่าทึ่งอย่างมาก
แต่นี่เองก็เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพื่อให้ขุมพลังทั้งสองบรรลุความ
กลมกลืน มันก็มีหลายวิธียิ่งกว่าที่จะสูญเสียสมดุล หากหลินหมิงสูญเสีย
การควบคุมกระบวนการ เขาก็อาจตกอยู่ในภาพมายา
หากมีคนอื่นลองทำเช่นนี้ มันก็จะเช่นเดียวกับการฆ่าตัวตาย
แม้แต่หลินหมิงเองก็ต้องระวัง
เนื้อหนังและโลหิตของจอมเขมือบละลายเป็นลำแสงที่ถ่ายเทลงใน
ร่างกายของหลินหมิง เขาเริ่มหายใจพลังโลหิตชีวิต
พลังอสูรในเนื้อหนังและโลหิตนี้ละลายไปเป็นเส้นสายกฎสีแดงโลหิต
ที่พุ่งเข้าสู่วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของหลินหมิง
หลินหมิงนิ่งสนิท ดวงตาของเขากลายเป็นสีแดงอย่างช้าๆ ราวกับว่า
เขากำลังแช่ในบ่อโลหิตอเวจี
เขาไม่รีบเร่งที่จะกลั่นพลังแห่งอสูรนี้ แต่เขากระตุ้นพลังแห่งเทพเจ้า
ภายในร่าง ปล่อยให้มันสะท้อนกับพลังแห่งอสูรในตัวเขา
ที่เรียกว่าพลังแห่งเทพเจ้าจริงๆแล้วเป็นการผสมผสานระหว่างปราณ
ดารา, ปราณแท้, และปราณจิตวิญญาณ
ไม่ว่าจะเป็นพลังแห่งเทพเจ้าหรือพลังแห่งอสูร ท้ายที่สุดพวกมันก็
เป็นเพียงรูปแบบของพลังงาน
พลังงานและกฎนั้นเป็นสองสิ่งที่แตกต่างกัน
ปริมาณพลังงานที่ผู้หนึ่งครอบครองได้เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความ
แข็งแกร่งของพวกเขา มันเกือบจะเทียบเท่ากับระดับการบ่มเพาะของ
พวกเขา
แต่ความเข้าใจในกฎเป็นแสดงถึงอัตราที่นักสู้สามารถใช้พลังงานนี้ได้
ยิ่งผู้หนึ่งเข้าใจกฎมากเพียงใด พวกเขาจะยิ่งแสดงความแข็งแกร่งในการ
ต่อสู้ออกมาได้มากกว่าผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกัน
คุณภาพของพลังงานแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ และกฎเองก็
เช่นเดียวกัน
ตอนนี้ กฎของหลินหมิงเกือบจะยืนอยู่ที่จุดสูงสุดของนักสู้แล้ว การ
หลอมรวมของคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์สวรรค์ของเขา มันเป็นสิ่งที่ไม่
เคยเกิดขึ้นมาเลยนับตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน!
ในแง่ของพลังงาน เขาต้องการหลอมรวมพลังแห่งเทพเจ้าและอสูร
เข้าสู่เส้นทางที่ไม่มีใครเคยเดินมาก่อน…
อย่างช้าๆ พลังอสูรมากขึ้นรวมตัวกันภายในหลินหมิง เขาเริ่มที่จะ
ดูดซับและกลั่นมัน
กฎแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่ดึงพลังจากร่างจำแลงของจอมเขมือบลงใน
หลินหมิง
พลังทั้งหมดนี้เป็นแก่นพลังของจอมเขมือบ และทุกเสี้ยวล้วนมีค่า
อย่างยิ่ง
เมื่อหลินหมิงกลืนกินพลังนี้มากขึ้น ร่างกายของเขาก็ค่อยๆ
เปลี่ยนเป็นสีแดงโลหิต ทุกรูขุมขนบนร่างกายปลดปล่อยพลังงานอสูร
ราวกับว่าเขากำลังถ่ายโลหิต
มันทรงพลังยิ่ง แม้แต่หลินหมิงที่มีร่างกายซึ่งเกือบจะมิอาจทำลาย
แต่พลังของการโจมตีครั้งนี้ก็ยังทำให้เขาแทบจะฉีกแตกได้
ภายใต้แรงกระแทกดุดัน ผิวหนังและเนื้อของหลินหมิงเริ่มหลุดลอก
ออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่เมื่อผิวหนังและเนื้อลอกออก พลังชีวิตในพวก
มันก็กลายเป็นพลังงานสีแดงที่ถูกดูดซึมเข้าไปในร่างกายของหลินหมิง ใน
ที่สุด สิ่งที่ถูกกำจัดไปก็คือผิวหนังเก่า
สถานการณ์นี้ดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุด 1 วัน, 2วัน… 1 เดือน, 2 เดือน
…
หลินหมิงไม่รู้ว่าระยะเวลาของการปิดด่านจะดำเนินต่อไปอีกนาน
เพียงใด พลังแห่งอสูรที่บรรจุอยู่ในจอมเขมือบนั้นมากมายเกินไป หากเขา
ต้องการที่จะดูดซับทุกสิ่งและยังบรรลุความกลมกลืนของหยินหยาง
ภายในร่างกายด้วยแล้ว นี่จะเป็นกระบวนการที่ยาวนานและไม่อาจมี
อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้แม้แต่ครั้งเดียว
ช่วงเวลานี้นานพอที่จะทำให้หลายเรื่องเกิดขึ้น!
ขนวิหคเหินหาวได้มาถึง
และนางก็มาถึงอย่างฉับพลัน
ในความเป็นจริง นับตั้งแต่หลินหมิงปิดด่าน ผู้นำชาวมนุษย์ในดารา
จักรมังกรเร้นก็กำลังรอให้ขนวิหคเหินหาวปรากฏ ท้ายที่สุด ในขณะที่จุด
รวมขุมกำลังของชาวมนุษย์ในจักรวาลรกร้าง พวกเขาก็อยู่ในพื้นที่กึ่งเปิด
ภายในดาราจักรมังกรเร้น
นอกจากนี้ เทพธิดาชิงเหลียนยังถูกครอบครองโดยพวกเขาเป็นเวลา
หลายเดือน มันจะแปลกถ้านางมิได้มาที่นี่
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่คิดว่าจะมีผู้อื่นมาด้วย นั่นคือราชาเทพ
ขุนพลสวรรค์ที่ติดตามนางมา ร่างของเขานั้นใหญ่พอๆกับหอคอยเหล็ก
และร่างของเขาดูเหมือนจะหลอมจากโลหะ เขาไม่มีผมสักเส้นบนร่าง เขา
ไม่ได้มีผมหรือขนตา และหัวของเขาราวกับผลึกโปร่งแสง
ในเวลาปกติ ร่างของราชาเทพขุนพลสวรรค์จะเปล่งประกายด้วย
แสงอันรุ่งโรจน์ซึ่งปลดปล่อยแรงกดดันอันทรงพลัง แต่ตอนนี้ ความสว่าง
นี้ได้ลดลงอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าราชาเทพขุนพลสวรรค์ใช้พลังงานไป
จำนวนมากแล้ว
เขาตึงเครียดในการต่อสู้กับนิมิตฝันเทวะ
สองเทพแท้จริงได้มาพร้อมกัน!
ในขณะที่จักรพรรดิสักกะ, ราชาปีศาจมืด, เทพสวรรค์เบิกเวหาและ
ราชันสวรรค์ชาวมนุษย์อื่นๆอีกหลายคนเผชิญหน้ากับตัวตนในตำนานทั้ง
สองของชาวภูติเทพ หัวใจของพวกเขาจึงหดตัวลงและมีสีหน้าอัปลักษณ์
เมื่อเผชิญหน้ากับทั้งสอง ความแข็งแกร่งที่พวกเขารวบรวมได้ที่ดารา
จักรมังกรเร้นก็มิควรค่าแก่การกล่าวถึงเลย
แต่ในขณะที่ชาวมนุษย์อยู่ในสภาวะตึงเครียด ท้องฟ้าที่อยู่ห่างไกลก็
บิดเบี้ยวอีกครั้ง
หญิงในชุดฟ้าซีดก้าวออกมา นางถือกระบี่ศักดิ์สิทธิ์สีฟ้าน้ำแข็งไว้ใน
มือขวา และมีสายคาดสีน้ำทะเลพันไว้รอบซ้ายมือ ราวกับเทพธิดาที่ก้าว
ออกมาจากเก้าสวรรค์สูงสุด
เมื่อเห็นหญิงคนนี้ จักรพรรดิสักกะก็ถอนหายใจโล่ง
นิมิตฝันเทวะ!
นิมิตฝันเทวะกลับมาแล้ว เมื่อรวมทั้งชาวภูติเทพและชาวมนุษย์ มัน
ก็มีถึง 3 เทพแท้จริงที่นี่!