Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,054 ราชาเทพถอนตัว
“ไม่สำคัญว่าเจ้าจะตอบหรือไม่ ข้ารู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ ราวกับว่าเขาจะไม่
มีความกลัว!”
ขนวิหคเหินหาวกล่าวอย่างเย็นชา คำพูดของนางมีคำใบ้ของความ
โกรธ นางรู้สึกว่าหลินหมิงเลือกที่จะปิดเงียบๆในดาราจักรมังกรเร้นและ
การใช้ชิงเหลียนเป็นตัวประกัน ยั่วยุต่ออำนาจของนาง!
แต่ก่อนที่จะทำการยั่วยุ หลินหมิงคงได้พิจารณาสถานการณ์อย่าง
รอบคอบก่อนตัดสินใจแล้ว
ประการแรก มันเป็นไปไม่ได้ที่หลินหมิงจะละทิ้งกองทัพชาวมนุษย์ที่
เขาเพิ่งรวบรวมมา
ประการที่สอง ถ้าขนวิหคเหินหาวต้องการเลือกเวลานี้เพื่อโจมตี
หลินหมิง นางจะต้องชั่งน้ำหนักเรื่องราวและตัดสินใจว่ามันคุ้มค่าหรือไม่!
เมื่อขนวิหคเหินหาวโจมตี ชิงเหลียนก็จะถูกฆ่าตายทันที่ การสูญเสีย
ศิษย์ที่รักที่นางได้ใช้ความอุตสาหะและความพยายามทั้งหมดของนางเป็น
เรื่องหนึ่ง แต่ประเด็นสำคัญคือ… ขนวิหคเหินหาวจะมั่นใจบอกว่านางจะ
ฆ่าหลินหมิงได้อย่างแน่นอน?
กว่า 6,000 ปีที่แล้ว หลินหมิงเคยเป็นเพียงผู้ปกครองเทวะที่ความ
แข็งแกร่งไม่ควรกล่าวถึง ขนวิหคเหินหาวเป็นราชาเทพและนางยังได้วาง
ตราประทับในร่างกายของเขา ไล่ล่าเขาผ่านโลกอันยิ่งใหญ่หลายแห่ง แต่
ในที่สุดนางก็ยังล้มเหลว
นางวิเคราะห์เรื่องนี้ในภายหลังและมาถึงข้อสรุปที่เป็นไปได้ มันเป็น
จักรพรรดิวิญญาณที่หลอกนาง แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มันก็ทำลายความ
เชื่อมั่นของนางอย่างมาก
แม้แต่การไล่ล่าที่นางมั่นใจอย่างที่สุด มันก็ยังล้มเหลว ตอนนี้ นางจะ
สามารถรับประกันได้ว่าความพยายามนี้จะสำเร็จได้อย่างไร?
หลินหมิงในปัจจุบันกำลังจะกลายเป็นราชันสวรรค์ในไม่ช้า และ
ก่อนที่จะกลายเป็นราชันสวรรค์ เขาได้สร้างปาฏิหาริย์แล้วปาฏิหาริย์เล่า
แม้กระทั่งพลิกสงครามระหว่างชาวมนุษย์และชาวภูติเทพ เขาหาใช่ตัวตน
ที่สามารถรับมือได้โดยง่ายอีกต่อไป
ถ้าขนวิหคเหินหาวกำลังจะเริ่มการต่อสู้ในดาราจักรมังกรเร้นแล้ว
ทำลายล้างกองเรือของชาวมนุษย์และสังหาร 20-30 ราชันสวรรค์ก็จะไม่
ยากเกินไป
แต่เพื่อฆ่าหลินหมิง นั่นเป็นเรื่องที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
หลินหมิงมีโชคชะตาที่ยิ่งใหญ่ต่อบนร่างกายของเขา ซึ่งทำให้เขาตาย
ยากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ เขายังมีนิมิตฝันเทวะคอยปกป้องเขาจาก
ด้านข้างด้วย หากในช่วงเวลาวิกฤติ ขนวิหคเหินหาวก็ไม่สงสัยเลยว่านิมิต
ฝันเทวะจะยอมเสียสละราชันสวรรค์ชาวมนุษย์หลายสิบคนเพื่อให้แน่ใจ
ว่าหลินหมิงจะรอด สำหรับ นิมิตฝันเทวะนี่คงไม่ใช่เรื่องยาก
โดยมิต้องฆ่าหลินหมิงและชะลอการทะลวงขั้นพลัง นี่จะเป็นเช่น
เดียวกลับทำให้เขาขุ่นเคืองอย่างสมบูรณ์ มันจะทำให้เกิดผลกระทบ
ร้ายแรง
อัจฉริยะไร้เปรียบเช่นหลินหมิงจะประสบความสำเร็จในอนาคต
อย่างเหลือเชื่อแน่นอน ถึงแม้ราชาเทพขุนพลสวรรค์จะไม่เชื่อว่าหลินหมิง
สามารถต่อสู้กับเขาได้หลังจากที่เขาทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ แต่เขาก็
อดไม่ได้ที่จะยอมรับว่าคงไม่นานนักก่อนที่หลินหมิงจะแซงหน้าเขาได้
เมื่อหลินหมิงเติบโตขึ้น เขาจะต้องค้นหาขนวิหคเหินหาวและขุนพล
สวรรค์อย่างแน่นอนเพื่อกำจัดความเกลียดชังนี้ ในเวลานั้น ผลของสิ่งที่
เกิดขึ้นจะเป็นการยากที่จะทำนาย
เพื่อกำจัดพวกผู้โดดเด่นที่นี่ไม่ก็ใช่สิ่งที่ชาวมนุษย์สามารถต้านทานได้
แต่ถ้าพวกเขาล้มเหลวในการฆ่าหลินหมิง พวกเขาจะสามารถ
ต้านทานผลที่ตามมาได้หรือไม่?
ในท้ายที่สุด เหตุผลเดียวที่พวกเขาช่วยเหลือจักรพรรดิภูติเทพฟ้า
บันดาลก็คือ ผลประโยชน์ร่วมกัน พวกเขาไม่ได้มีความบาดหมางส่วนตัว
กับหลินหมิง
หลินหมิงคำนวณแล้วว่าพวกเขาจะไม่โจมตี ดังนั้นเขาจึงไม่กลัว
การติดอยู่ในแผนการของผู้เยาว์เช่นนี้ไม่ได้ทำให้ขนวิหคเหินหาวรู้สึก
ดีแล้ว แต่ในอีกด้านหนึ่ง หลินหมิงก็ไม่ได้ฆ่าชิงเหลียนหรือฆ่าอ้าวรื่อและ
เสียเยว่ เขาปล่อยให้พวกเขาออกห่างจากสถานการณ์นี้ในขณะที่เขาไม่
ต้องการที่จะยั่วยุนางและขุนพลสวรรค์อย่างแท้จริง
หลินหมิงไม่ต้องการสร้างศัตรูทั้งสองนี้ ดังนั้นเขาจึงออกจากเส้นทาง
แห่งความบาดหมางอย่างแท้จริงไป
ถ้าเป็นเช่นนั้น ราชาเทพทั้งสองนี้ก็ต้องครุ่นคิดว่าพวกเขาต้องการที่
จะเป็นศัตรูกับหลินหมิงต่อไปหรือไม่
ขนวิหคเหินหาวเงียบงันไป นางเร่งรีบมาที่นี่โดยเจตนาฆ่า ดังนั้นการ
ถอยจึงไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ยิ่งกว่านั้น นางยังไม่เห็นชิง
เหลียนตัวจริง
“เจ้า คนที่ชื่อว่าจักรพรรดิสักกะ!”
ขนวิหคเหินหาวจ้องมองจักรพรรดิสักกะโดยไร้สีหน้า ทำให้เขาตกใจ
เล็กน้อย จักรพรรดิสักกะยืนหยัดทนแรงกดดันของนางมานานแล้ว แม้ว่า
แรงกดดันของนางจะลดลงโดยสนามพลังของนิมิตฝันเทวะ แต่ก็ยังน่า
อัศจรรย์ที่เขายังสามารถพูดกับนางได้อย่างใจเย็น
“ว่ามา!” จักรพรรดิสักกะกล่าว ชน้ำเสียงของเขาไม่ได้หยิ่งและ
ประจบ
“ดี! เนื่องจากหลินหมิงกล้าที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ในดารา
จักรมังกรเร้น เปิดเผยอย่างจริงใจและรอให้ข้ามาถึงอย่างซื่อสัตย์ เหตุใด
ข้าจะต้องกลัวที่จะต้องรอเพียงไม่กี่เดือนจนกว่าเขาจะออกจากการปิด
ด่านด้วยเล่า?
“ข้าจะรอจนกว่าหลินหมิงทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์แล้วมาหาเขา
อีกครั้ง!”
ในขณะที่ขนวิหคเหินหาวพูดขึ้น นางก็ปลดสนามพลังออก
เมื่อเห็นว่าขนจางหายไป จักรพรรดิสักกะก็ถอนหายใจด้วยความโล่
งอก แม้ว่าเขาจะดูสงบและสง่า แต่ความจริงก็คือ ประสาทของเขาตึง
เครียดอย่างมาก!
หากสิ่งที่หลินหมิงทิ้งไว้ไม่สามารถยับยั้งขนวิหคเหินหาวและนาง
ต่อสู้ที่นี่ ดังนั้นผลที่ตามมาจะมิอาจคาดคิดได้
นี่เป็นการสูญเสียที่ชาวมนุษย์จะไม่สามารถต้านทานได้อย่างแน่นอน
“เพียวอวี่ เจ้าจะถอยกลับเช่นนี้หรือ?”
ราชาเทพขุนพลสวรรค์ไม่ได้คาดหวังว่านางมาที่นี่อย่างเร่งรีบจาก
จักรวาลอื่นด้วยความโกรธแต่กลับจะยอมแพ้เช่นนี้
“ข้ายืนยันแล้วว่าชิงเหลียนปลอดภัย เจ้ายังต้องการสิ่งใดอีก? เจ้า
วางแผนที่จะกวาดล้างดาราจักรมังกรให้ชโลมโลหิตจริงหรือ? ขนวิหคเหิน
หาวถามด้วยกระแสเสียง
แต่ราชาเทพขุนพลสวรรค์ดูเหมือนจะจับความหมายที่ผิดปกติใน
คำพูดของขนวิหคเหินหาวได้
“เจ้ากำลังพยายามพูดสิ่งใด? เจ้าวางแผนที่จะค่อยๆถอนตัวไปจาก
สงครามระหว่างเผ่าพันธุ์นี้หรือไม่?”
“ข้ามิเคยพูดเช่นนั้น” ขนวิหคเหินหาวส่ายหัวของนาง “เพียงแค่ว่า
สถานการณ์ในปัจจุบันนั้นแตกต่างจากเมื่อก่อน เจ้าเองก็ควรเข้าใจสิ่งที่
เกิดขึ้น สงครามระหว่างชาวภูติเทพและชาวมนุษย์นี้ไม่ได้ช่วยให้ชาวภูติ
เทพขยายอาณาเขตของตนออกไปอีก และถ้าข้าต้องพูดอย่าง
ตรงไปตรงมาแล้ว สงครามอันยิ่งใหญ่ระหว่างเผ่าพันธุ์นี้ไม่ได้ต่อสู้เพื่อชาว
ภูติเทพ แต่เพื่อบุคคลเดียว และความปรารถนาที่จะบรรลุความ
ทะเยอทะยานของเขา เหตุผลเดียวที่เรามีส่วนร่วมในสงครามครั้งนี้เป็น
เพราะเราไม่ต้องการที่จะทำให้เขาขุ่นเคืองและเพราะเงื่อนไขวางไว้นั้นน่า
ดึงดูด
“แต่จะเกิดสิ่งขึ้นถ้ามีการเปลี่ยนแปลงในสงครามนี้? จะเป็นอย่างไร
ถ้าผลลัพธ์ในอนาคตของสงครามนี้แตกต่างจากที่เราคาดไว้?”
ขนวิหคเหินหาวถามกลับ ขุนพลสวรรค์ตกตะลึง เป็นเวลาหลายลม
หายใจก่อนที่เขาจะตอบสนองต่อสิ่งที่นางว่ามา ไม่ใช่เพราะเขาช้า แต่
เพราะเขาไม่คิดว่านางจะมีความคิดเช่นนี้
“มันเกิดขึ้นได้อย่างไร? เจ้าคิดว่าหลินหมิงเพียงคนเดียวมีความ
แข็งแกร่งที่จะเปลี่ยนกระแส? เจ้าประเมินผู้เยาว์สูงถึงเพียงนั้น? เจ้าคิดว่า
จักรพรรดิภูติเทพจะไม่สามารถจัดการกับเขาได้หรือไม่?”
ขุนพลสวรรค์มองไปยังขนวิหคเหินหาวด้วยความเครงใจ เขามี
ประสบการณ์ส่วนตัวว่าจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลน่าสะพรึงกลัว
เพียงใด
ในสายตาของเขา หลินหมิงมีพรสวรรค์อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม
เมื่อจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลมีอายุน้อย ทุกคนเองก็เชื่อว่าเขามีอำนาจ
เหนือทุกสิ่ง ราชาเทพขุนพลสวรรค์ไม่เชื่อว่าผู้เยาว์เช่นหลินหมิงจะ
สามารถทำสิ่งใดต่อจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้; ความเลื่อมล้ำมีมาก
เกินไป
“นี่คือการเตรียมตัวสำหรับวันฝนตก การมีแผนอีกหนึ่งแผน
หมายความว่าเรามีเส้นทางหลบหนีฉุกเฉินอีกหนึ่งเส้นทาง”
“เจ้าระวังตัวมากเกินไป! เราสองราชาเทพรีบเร่งมาที่นี่ แต่เราก็กลับ
ถูกคุกคามและผลักไสโดยผู้เยาว์เพียงคนเดียวที่ยังไม่ทะลวงเข้าสู่ขั้นราชัน
สวรรค์? เรากระทั่งยังไม่เคยเห็นหน้าเขาเลยด้วยซ้ำ ถ้านี่คือเรื่องนี้
แพร่กระจายออกไป เช่นนั้นเราจะเป็นที่หัวเราะต่อทุกคน!”
ขุนพลสวรรค์กล่าวด้วยโทษะ
ขนวิหคเหินหาวเงียบไป นางต้องยอมรับว่าสิ่งที่ขุนพลสวรรค พูดนั้น
มิได้ไร้เหตุผล อย่างน้อยที่สุด การกระทำของนางดูก็อ่อนไหวเกินไปจาก
มุมมองของคนนอกและทุกคนจะเย้ยหยันพวกเขา
แต่นางยอมอ่อนไหวดีกว่าจะกระตุ้นศัตรูในอนาคตที่น่าสะพรึงกลัว
เพื่อผลประโยชน์ที่นางยังไม่ได้รับด้วยซ้ำ
ขนวิหคเหินหาวกล่าวว่า“หากเจ้ายืนยันในการต่อสู้ ข้าก็จะไม่หยุด
เจ้า”
“ข้าจะต่อสู้คนเดียวได้อย่างไรเล่า?!” ขุนพลสวรรค์หุนหัน พูดไม่
ออก เมื่อขนวิหคเหินหาวถอนตัว เขาย่อมไม่สามารถกระตุ้นความวุ่นวาย
ได้มาก
มิต้องกล่าวถึงหลินหมิง เพียงราชันสวรรค์นิมิตฝันเทวะก็ยากจะ
รับมือแล้ว หากไม่มีขนวิหคเหินหาวที่นี่เพื่อช่วยเขา นิมิตฝันเทวะเพียงแค่
ใช้มิตินิมิตฝันเทวะก็ทำให้เขาต้องปวดหัวแล้ว และหากนิมิตฝันเทวะ
โจมตีด้วยพลังเต็มที่ของนาง เช่นนั้นเขาอาจมุ่งไปในทิศทางที่ผิดของภาพ
มายาอันลึกซึ้งและถูกโจมตีด้วยการระดมจากทุกทิศทุกทาง เมื่อเทียบกับ
การถูกบังคับให้ต้องหลบหนีจากหลินหมิง นั่นจะน่าอับอายกว่าร้อยเท่า
“ลืมมันไปเถอะ อย่างไรก็ตาม เมื่อเราสองคนตัดสินใจบางสิ่ง
บางอย่าง เจ้ามักจะเป็นผู้ตัดสินใจเสมอ แต่เมื่อพูดถึงหลินหมิง ข้า
เพียงแต่ต้องพูดเช่นนี้เท่านั้น เนื่องจากเจ้าล้มเหลวในการฆ่าหลินหมิ
งเมื่อกว่า 6,000 ปีที่แล้ว ความมั่นใจของเจ้าจึงถูกโจมตีและตอนนี้การ
กระทำของเจ้านั้นติดขัดเมื่อพวกมันเกี่ยวข้องกับเขา
“อย่าลืมว่าเมื่อเจ้าไล่ล่าหลินหมิงในอดีต มันเป็นตัวตนที่น่ากลัวที่
เจ้าสงสัยว่าเป็นจักรพรรดิวิญญาณเข้ามาแทรกแซง มันไม่เกี่ยวอะไรกับ
หลินหมิงเอง ข้า ขุนพลสวรรค์ มีชีวิตมาหลายปีแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่
ข้าถูกผลักกลับโดยผู้เยาว์ที่ยังปิดด่าน นี่เป็นเรื่องน่าอัปยศอดสูเกินไป!”
ขุนพลสวรรค์มีโทษะแล้วตอนที่เขากล่าวถึงตรงนี้ “หากเจ้าต้องการ
รอให้หลินหมิงทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ เราก็จะรอต่อไป ในเวลานั้น
ข้าต้องการเห็นนักว่าเขาสามารถทำสิ่งใดได้หลังจากกลายเป็นราชัน
สวรรค์!”
การสนทนาระหว่างขุนพลสวรรค์และขนวิหคเหินหาวได้ดำเนินการ
ผ่านกระแสเสียง ครู่หนึ่งหลังจากที่พูดจบ เขาก็หันหลังกลับและพุ่ง
หายไปซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มก๊าซมืดทันที่
จากนั้น ขนวิหคเหินหาวกฌชำเลืองมองนิมิตฝันเทวะอย่างเงียบๆ
ด้วยการสะบัดแขนเสื้อที่อ่อนโยนของนาง ร่างกายของนางเปลี่ยนเป็นขน
สีรุ้งซึ่งหายไป
เฉพาะเมื่อราชาเทพทั้งสองหายตัวไปจักรพรรดิสักกะจึงสามารถ
ถอนหายยาวได้ เส้นประสาทที่ตึงของเขาค่อยๆผ่อนคลาย
“ผู้อาวุโสนิมิตฝันเทวะ!” จักรพรรดิสักกะมองไปยังนิมิตฝันเทวะ
ด้วยอายุของเขา มันถูกต้องแล้วที่เขาจะกล่าวถึงนางในฐานะผู้อาวุโส
“กลับไปยังตำหนักสวรรค์ก่อนที่จะพูดอะไรเพิ่มเติม!” นิมิตฝันเทวะ
กล่าวอย่างเรียบง่าย ร่างของนางแวบขึ้นแล้วมุ่งไปทาง ตำหนักสวรรค์
ขุนเขาผู่โถวอย่างรวดเร็ว