Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,053 ข่มขู่
เมื่อเห็นนิมิตฝันเทวะปรากฏขึ้น แสงเย็นชาก็สาดประกายในแววตา
ของขนวิหคเหินหาว
หากไม่ใช่เพราะนิมิตฝันเทวะ มันคงมิต้องใช่เวลานานก่อนที่นางจะ
สามารถกลับมาสู่จักรวาลรกร้างนี้ได้
33 สวรรค์นั้นกว้างเกินไป ไม่ว่าเทพแท้จริงจะรวดเร็วเพียงใด มันก็
เป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะเดินทางไปทั่วทั้งจักรวาลด้วยการเหาะ
เหินอย่างเดียว
หากพวกเขาต้องการที่จะเดินทางผ่านจักรวาล พวกเขาต้องใช้การ
เคลื่อนย้ายทางไกล
แต่การใช้การเคลื่อนย้ายทางไกลต้องใช้เวลา ไม่เพียงแค่นั้น แต่มันก็
ยังไม่สามารถหยุดกลางคันได้ สำหรับใครบางคนที่ติดพันการต่อสู้ มันก็
เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสำเร็จ
แม้ว่านิมิตฝันเทวะจะมิอาจทำร้ายขนวิหคเหินหาวได้ แต่การ
ขัดขวางนางเพื่อที่นางจะมิอาจใช้การเคลื่อนย้ายทางไกลก็มิได้ยากเย็นอัน
ใด
หลังจากนั้นไม่นาน นางได้ราชาเทพขุนพลสวรรค์มาช่วยในการ
ทำลายการขัดขวางของนิมิตฝันเทวะ จากนั้น ด้วยราชาเทพขุนพลสวรรค์
ทำให้นางสามารถใช้การเคลื่อนย้ายทางไกลเพื่อเดินทางผ่านอวกาศได้
นิมิตฝันเทวะจะไม่ยอมให้ขนวิหคเหินหาวกลับมาสู่จักรวาลรกร้างได้
อย่างง่ายดาย นางประทับตราติดตามที่ขนวิหคเหินหาวไว้แล้ว เช่นนี้การ
ไล่ตามครั้งใหญ่จึงเริ่มขึ้น ในระหว่างกระบวนการ พวกเขาแลกเปลี่ยน
กระบวนท่าอยู่หลายครั้ง
ด้วยราชาเทพขุนพลสวรรค์ที่ตามมาไม่ขาด , สามเทพแท้จริงจึงต่อสู้
กันและกัน และหลายเดือนหลังจากนั้น พวกเขาจึงสามารถกลับมาสู่
จักรวาลรกร้างได้
ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าจะเป็นขนวิหคเหินหาว นิมิตฝันเทวะหรือขุนพล
สวรรค์ พวกเขาทั้งหมดได้ผลาญพลังงานไปอย่างมาก
ในเวลานี้ การปรากฎตัวของพวกเขาในดาราจักรมังกรเร้นจึงทำให้
เกิดสถานการณ์ที่ซับซ้อน
เมื่อขนวิหคเหินหาวเห็นจักรพรรดิสักกะและคนอื่นๆ ใบหน้าของ
นางก็มืดมน เมื่อนางเข้าสู่จักรวาลรกร้างและตรงไปยังบริเวณนี้ นาง
ติดต่อเครือข่ายข่าวกรองของชาวภูติเทพเพื่อค้นหาข้อมูลที่มีอยู่ และนาง
ค้นพบว่าชาวมนุษย์เริ่มรวมตัวกันในดาราจักรมังกรเร้น อย่างไรก็ตามน
างไม่คิดว่าการชุมนุมครั้งนี้จะยิ่งใหญ่มาก เมื่อนางกวาดสัมผัสรับรู้ไปทั่ว
บริเวณ นางสังเกตเห็นว่ามีราชันสวรรค์ชาวมนุษย์หลายสิบคนในดารา
จักรมังกรและราชันสวรรค์สูงสุดเกือบทั้งหมดอยู่ที่นี่
“นิมิตฝันเทวะ เจ้าไล่ตามข้ามาเป็นเวลานานจากจักรวาลนิรนาม
จนถึงจักรวาลรกร้างนี้ และตอนนี้เจ้าก็ตามข้าทัน เจ้ากำลังจะรีบต่อสู้กับ
ข้าหรือไม่? เช่นนั้นก็จงมาทำที่นี่!”
ในขณะที่ ราชาเทพขนวิหคเหินหาวพูดขึ้น ขนวิหคก็ลอยลงมาจาก
ท้องฟ้าไม่รู้จบ สร้างเป็นสนามพลังที่มองไม่เห็น
สนามพลังนี้เกิดขึ้นรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ มันเกือบจะในทันที่ มันปก
คลุมพื้นที่โดยรอบล้านไมล์ของอาณาเขตดวงดาว ล้อมรอบพันธมิตรชาว
มนุษย์ไว้อย่างสมบูรณ์!
ด้วยสนามพลังเทพแท้จริงที่นี่ มันจะยากสำหรับชาวมนุษย์ที่จะ
ทะลวงออกไป และเมื่อสามเทพแท้จริงเริ่มต่อสู้ในดาราจักรมังกรเร้น มัน
จะเป็นความหายนะสำหรับชาวมนุษย์ที่นี่!
ในเวลานี้ ใบหน้าไร้อารมณ์ของขนวิหคเหินหาวเต็มไปด้วยจิตสังหาร
เย็นยะเยือก!
“ฮ่าๆๆๆ! เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยม! เราได้เล่นกันมาตลอดเวลา และ
วันนี้เราควรจริงจังได้แล้ว! แม้ว่าข้าจะต้องผลาญพลังชีวิตไปเล็กน้อย แต่
นั่นก็ไม่สำคัญ บางทีข้าอาจหยั่งรู้บางอย่างได้ในการต่อสู้ครั้งนี้!”
ราชาเทพขุนพลสวรรค์หัวเราะ และปราณดาราสีทองบริสุทธิ์
หลั่งไหลออกมาจากร่างของเขา ลุกโชนรอบตัวเขาราวกับเปลวเพลิงสี
ทองที่ลุกโชติช่วง ในขณะที่เขาต่อสู้กับนิมิตฝันเทวะ เขาใช้เวลาส่วนใหญ่
ติดอยู่ในมิตินิมิตฝันเทวะ ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่เคยต่อสู้กับนางอย่าง
แท้จริง นั่นทำให้เขารำคาญและโกรธเคืองอย่างมาก ตอนนี้ เขาต้องการ
ระบายความผิดหวัง!
การตอบสนองของขุนพลสวรรค์และขนวิหคเหินหาวทำให้นิมิตฝันเท
วะคิ้วขมวด หลังจากที่นางเข้ามาในจักรวาลรกร้าง มันก็ง่ายมากในรับ
ข่าวของจักรพรรดิสักกะที่แจ้งให้นางทราบถึงการกลับมาของหลินหมิง
นางดีใจมากที่ได้รู้สิ่งนี้ แต่นางไม่คิดว่าสถานการณ์มาถึงจุดดังกล่าว
หากพวกเขาต่อสู้ที่นี่จริงๆแล้ว ผลที่ตามมาจะมิอาจคาดคิด
“หลินหมิงอยู่ที่ใด? เรียกมันออกมา!”
เสียงที่เปล่งออกมาของขนวิหคเหินหาวดูเหมือนจะมาจากอเวจีทั้ง
เก้า ร่างจำแลงของนางพ่ายแพ้ต่อหลินหมิงและจากนั้นก็ถูกกลั่นไป!
ส่วนศิษย์ที่รักที่สุดของนางชิงเหลียนเองก็ไม่รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือตาย
เมื่อนางรู้ว่าหลินหมิงยังมีชีวิตอยู่เป็นครั้งแรก ขนวิหคเหินหาวก็ตก
ตะลึงเกินกว่าจะเชื่อ นางฆ่าหลินหมิงไปแล้วเมื่อหลายพันปีก่อน!
แต่ความเป็นจริงได้ถูกวางไว้ตรงหน้า นางนึกถึงความทรงจำในการ
ฆ่าหลินหมิงอย่างระมัดระวัง และนางก็มาถึงผลลัพธ์ที่น่าตกใจ ซึ่งทำให้
นางรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย นั่นคือบุคคลลึกลับบางคนใช้ทักษาที่ไม่น่าเชื่อ
และเป็นทักษะลวงตาที่ลึกซึ้งกว่าของนางเองเพื่อตบตา!
คนที่นางฆ่าจริงอาจเป็นเพียงแพะรับบาปที่ดูคล้ายกับหลินหมิง แต่
ในเวลานั้น นางก็ยังเชื่อจากใจจริงว่านางฆ่าได้เขาไปแล้ว ใครกันที่จะมี
ความสามารถในการทำเช่นนี้?
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบุคคลลึกลับนั้นแข็งแกร่งกว่านางมาก และตาม
ทักษะที่บุคคลนี้ใช้ เขาจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญไร้เปรียบในแง่ของวิญญาณ
เมื่อนางตระหนักถึงสิ่งนี้ เอกลักษณ์ของบุคคลหนึ่งก็ชัดเจนขึ้นมา
เมื่อเป็นเรื่องของวิญญาณ มันก็ไม่มีใครสามารถเปรียบเทียบกับชาว
วิญญาณได้ และถึงแม้ว่าชาววิญญาณจะมีหลายเทพแท้จริง รวมถึงแม้แต่
จักรพรรดิวิญญาณห้วงมิติเทวะในเส้นทางอาซูรา แต่คนเหล่านี้ก็ไม่มี
ความสามารถที่จะหลอกนางได้ หากนางไม่สนใจผู้ทรงพลังที่ไม่มีใครรู้ว่า
พวกมันมีอยู่จริงหรือไม่แล้ว และมิกล่าวถึงสัตว์ประหลาดที่ถูกกล่าวขาน
ว่ายังคงมีอยู่จากเมื่อหมื่นล้านปีก่อนด้วย…
เช่นนั้น บุคคลผู้ลึกลับนี้ก็สามารถเป็นได้เพียงจักรพรรดิวิญญาณจาก
33 สวรรค์!
นางไม่รู้ว่าเหตุใดจักรพรรดิวิญญาณจึงช่วยหลินหมิง เขาวางแผนที่
จะเลี้ยงดูหลินหมิงเพื่อที่จะได้เป็นศัตรูของชาวภูติเทพหรือไม่?
นั่งบนยอดเขาและดูการต่อสู้ของเสือ – นี่เป็นคำอธิบายที่
สมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงเสือดุร้ายเพื่อที่เขาจะได้ส่งมัน
ออกไปสู้รบ จักรพรรดิวิญญาณก็ไม่ได้กลัวว่าการกระทำของเขาจะนำภัย
พิบัติมาสู่ตัวเขาเองบ้างหรือ?
ความสงสัยทุกอย่างผ่านเข้ามาในใจของขนวิหคเหินหาว แต่ตอนนี้
นางไม่สามารถคิดถึงเรื่องเหล่านี้ได้
คราวนี้นางมาจับหลินหมิงและเก็บร่างจำแลงของนางถูกทำลาย รวม
ไปถึงชะตากรรมที่ไม่รู้จักของศิษย์
ถ้าหลินหมิงไม่ออกมา นางจะชโลมดาราจักรมังกรเร้นด้วยโลหิต!
วูปปป –
ในเวลานี้ แสงสวรรค์อีกดวงหนึ่งก็ถูกปกคลุมไปทั่ว สนามพลังบาง
เกิดขึ้นจากร่างกายของนิมิตฝันเทวะ ซึ่งครอบคลุมดาราจักรมังกรเร้น แต่
ขอบเขตของสนามพลังนี้เล็กและครอบคลุมเพียงเรือจิตวิญญาณของชาว
มนุษย์ นี่เท่ากับแยกขนวิหคเหินหาวจากชาวมนุษย์
เมื่อเห็นเช่นนี้ ราชาเทพขุนพลสวรรค์ก็เย้ยหยัน “นิมิตฝันเทวะ เจ้า
คิดว่าสิ่งนี้เพียงอย่างเดียวเพียงพอที่จะขวางข้าได้? การทำลายนั้นนั้นย่อม
ง่ายกว่าการป้องกัน และเรามีถึงสอง!”
ขุนพลสวรรค์กอดอกแล้วกล่าวน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร “ยังมี
ศิษย์สองคนของข้าด้วย ข้าต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา!”
เมื่อสองราชาเทพโกรธเกรี้ยวจนใกล้ปะทุแล้ว สถานการณ์จึงกำลัง
จะเกินการควบคุม ราวกับว่าการต่อสู้จะเกิดขึ้นได้ทุกขณะ!
ในเวลานี้ จักรพรรดิสักกะก้าวไปข้างหน้า “สองราชาเทพ เจ้าทั้งสอง
เชื่อว่าชิงเหลียน, อ้าวรื่อและเสียเยว่ที่ฆ่าชาวมนุษย์นั้นยุติธรรม ชีวิตชาว
มนุษย์นับล้านล้านล้านควรเป็นการใช้ประโยชน์ทางทหารของพวกเขา
และกระดูกของเราควรจะปูทางสำหรับทั้งสามไปสู่เทพแท้จริง? และเมื่อ
เราต่อต้านและทำร้ายศิษย์ของเจ้า เราก็ควรจะถูกสาปแช่งโดยสวรรค์?”
ขนวิหคเหินหาวไม่ตอบสนองต่อคำพูดของจักรพรรดิสักกะ
นางกล่าวด้วยใบหน้าเฉยเมยว่า “ไม่มีอะไรถูกหรือผิดในสงคราม ไม่
ฆ่าก็ถูกฆ่า ถ้าชิงเหลียนฆ่าคนของเจ้า เจ้าก็มีเหตุผลในการฆ่านาง และถ้า
เจ้าฆ่าชิงเหลียนแล้ว มันก็มีเหตุผลกระทบที่ข้าจะฆ่าเจ้าในทางกลับกัน!”
“แน่นอนว่าไม่มีฝ่ายผิดในสงคราม ตั้งแต่สมัยโบราณ ผู้ชนะจะได้
เป็นราชันเสมอมา และผู้แพ้จะเป็นวายร้ายเสมอไป! เช่นนั้นให้ข้าบอกเจ้า
บางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นชิงเหลียน, อ้าวรื่อหรือเสียเยว่ มันก็ก็ไม่มีใครตาย
พวกเขายังมีชีวิตอยู่”
จากข้อมูลนี้ มันทำให้ขนวิหคเหินหาวรู้สึกว่าหัวใจของนางบีบรัด
นางถอนลมหายใจยาว ชิงเหลียนยังมีชีวิตอยู่!
อย่างไรก็ตาม สีหน้าที่เย็นยะเยือกของนางยังไม่ได้หายไป “เช่นนั้นก็
ให้นางออกมา”
ขนวิหคเหินหาวพูดด้วยเสียงที่แน่วแน่ อย่างไรก็ตาม จักรพรรดิ
สักกะกลับปฏิเสธอย่างเด็ดขาด “ข้าต้องขออภัย แต่มันเป็นไปไม่ได้ มิ
เช่นนั้น เมื่อแช่งชิงเหลียนไปได้ เจ้าก็สามารถหันมาฆ่าพวกเราทั้งหมดได้
ดังนั้นแล้วเราจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร?”
“เจ้าข่มขู่ข้าหรือ?” ขนวิหคเหินหาวลอยลงมาอย่างช้าๆ ชุดของนาง
สะบัดอยู่รอบตัว แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวค่อยๆแทรกซึมซาบผ่านสนาม
พลังนิมิตฝันเทวะและปกคลุมจักรพรรดิสักกะ
จักรพรรดิสักกะคิ้วขมวด เขาโคจรพลังงานเพื่อต้านทานแรงกดดัน
และพูดอย่างภูมิใจว่า “เราห่างไกลจากความสามารถในการข่มขู่เจ้า
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงเป็นคนที่จับศิษย์ของเจ้าและเพียงเขาเท่านั้นที่
สามารถตัดสินใจได้”
“มันอยู่ที่ไหน?”
ราชาเทพขุนพลสวรรค์ถาม หลังจากที่เขากลับสู่จักรวาลรกร้าง เขา
ยังคงต่อสู้กับนิมิตฝันเทวะมาตลอด ดังนั้นเขาจึงได้รับข้อมูลผิวเผินมา
เท่านั้น เขาเข้าใจโดยประมาณว่าหลินหมิงปรากฏตัวขึ้นและเขาได้สร้าง
การพลิกผันของสงคราม
เขาต้องการที่จะเห็นว่าอัจฉริยะในตำนานนี้ว่าเป็นอย่างไร ผู้คน
กล่าวว่าเขาเป็นผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งใน 33 สวรรค์ และยังเป็นผู้ที่
สามารถหลบหนีการไล่ล่าของขนวิหคเหินหาวในอดีตได้!
“หลินหมิง เขาปิดด่านอยู่”
“ปิดด่าน?”
“ใช่แล้ว เขากำลังทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์!” จักรพรรดิสักกะมิได้
ปกปิดอันใดเลย “เราคำนึงถึงความเป็นไปได้ที่พวกเจ้าจะกังวลว่าเมื่อ
หลินหมิงทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์แล้วนั้น ความแข็งแกร่งของเขาจะ
ไปถึงระดับเทพแท้จริง และเจ้าสองคนจะมิใช่คู่มือของเขา ดังนั้น เจ้าอาจ
พยายามกำจัดหลินหมิงอีกครั้งเพื่อขจัดปัญหาในอนาคต ด้วยเหตุนี้ ข้าจึง
ต้องเก็บศิษย์ของเจ้าไว้ในฐานะแขกเพื่อให้เจ้าสองคนจะรอที่นี่อย่าง
เงียบๆอีกไม่กี่วัน”
จักรพรรดิสักกะกล่าวอย่างช้าๆ จากนั้น ราชาเทพขุนพลสวรรค์ก็เริ่ม
หัวเราะ “เจ้าพูดว่าอย่างไรนะ? หลังจากทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์แล้ว
ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มสูงขึ้นถึงเทพแท้จริงและข้าจะมิใช่คู่มือของ
เขาเช่นนั้นหรือ? มันน่าขันเกินไปแล้ว!”
ราชาเทพขุนพลสวรรค์เย้ยหยัน
ความแตกต่างระหว่างเทพแท้จริงและราชันสวรรค์นั้นยิ่งใหญ่เกินไป
นี่ไม่ใช่สิ่งที่มาจากความแตกต่างในการบ่มเพาะเท่านั้น แต่ยังรวมถึง
พรสวรรค์ที่แตกต่างด้วย
ไม่มีเทพแท้จริงที่มิใช่อัจฉริยะไร้เปรียบ ก่อนหน้าที่ราชาเทพขุนพล
สวรรค์จะก้าวเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ เขาก็สามารถต่อสู้กับราชันสวรรค์
สูงสุดได้โดยไร้พ่าย แต่หลังจากนั้น มิต้องกล่าวถึงในขั้นราชันสวรรค์
แม้ว่าเมื่อเขาสู่ขั้นเทพแท้จริงแล้ว ขุนพลสวรรค์ก็ยังไม่สามารถพูดได้ว่า
ตนสามารถแข่งขันกับเหล่าเทพแท้จริงที่อยู่มานานแล้วได้ อาจกล่าวได้ว่า
เขาค่อนข้างอ่อนแอในหมู่เทพแท้จริง
ในบรรดาเทพแท้จริงเหล่านี้ เมื่อพวกเขาอยู่ในขั้นราชันสวรรค์ ผู้
ใดบ้างจะมีพรสวรรค์ด้อยกว่าของขุนพลสวรรค์? พวกเขามีระดับ
พรสวรรค์และการบ่มเพาะใกล้เคียงกัน ดังนั้นใครจะบอกว่าพวกเขามิ
สามารถก้าวกระโดดต่อสู้ข้ามระดับได้?
แต่เมื่อเปรียบเทียบกับคำพูดเย้ยหยันของราชาเทพขุนพลสวรรค์นั้น
ราชาเทพขนวิหคเหินหาวครุ่นคิดยิ่งกว่า
นางคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เจ้าไม่จำเป็นต้องลองยั่วยุข้า มันไร้
ประโยชน์ หลินหมิงต้องกำลังปิดด่านในดาราจักรมังกรเร้น!”
จักรพรรดิสักกะไม่ตอบกลับ หลินหมิงปิดด่านในดาราจักรมังกรเร้น
จริง ก่อนหน้านี้ จักรพรรดิสักกะได้บอกให้หลินหมิงไปค้นหาที่หลบซ่อน
เพื่อที่ราชาเทพขนวิหคเหินหาวจะค้นหาเขาได้ยากขึ้น นี่เป็นการป้องกัน
นางจากความโกรธเกรี้ยวและไม่สนใจชีวิตของชิงเหลียนแล้วไปลงมือ
โจมตีหลินหมิง
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงไม่ได้ทำเช่นนั้น เขาเป็นคนที่เรียกขุมกำลัง
ชาวมนุษย์มาที่นี่ ดังนั้นเขาจะทิ้งพวกเขาได้อย่างไรเมื่อพวกเขามาถึง ใช้
พวกเขาเป็นโล่?
ยิ่งไปกว่านั้น หลินหมิงเชื่อว่าราชาเทพขนวิหคเหินหาวจะไม่อุกอาจ
การกระทำของนาง มีเหตุผลหลายประการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งนี้…