Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,066 ความพ่ายแพ้ของขุนพลสวรรค์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 2,066 ความพ่ายแพ้ของขุนพลสวรรค์
ในความเป็นจริง จากช่วงเวลาที่ราชาเทพขุนพลสวรรค์เข้าใจผิดคิด
ว่าตัวตนที่แท้จริงของหลินหมิงยังคงถูกกักขังอยู่ในมิติพลังแฝงดาบดาบ
ไม่สามารถทำสิ่งใดได้ ราชาเทพขุนพลสวรรค์จึงคิดว่าได้เปรียบ
จากขั้นตอนเดียวที่ผิดพลาด หมากทั้งกระดานจึงพินาศ หลินหมิงไล่
ตามความได้เปรียบของเขา ส่งการโจมตีสามครั้งอย่างต่อเนื่องและยึด
ความได้เปรียบ บังคับให้ราชาเทพขุนพลสวรรค์ใช้โลหิตชีวิตออกมา
และในการโจมตีครั้งสุดท้ายเมื่อราชาเทพขุนพลสวรรค์หมดพลัง
โลหิตชีวิตไปชั่วชณะ ในที่สุดหลินหมิงก็จบการต่อสู้!
ยิ่งกว่านั้น การโจมตีของหลินหมิงครั้งนี้ได้ทำให้ราชาเทพขุนพล
สวรรค์บาดเจ็บ การใช้ตำราแห่งความตายของคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และพลัง
แห่งอสูร หลินหมิงทำให้พลังโลหิตของราชาเทพขุนพลสวรรค์ปั่นป่วน
อย่างหนัก ทำให้เขามิสามารถฟื้นตัวจากการโจมตีครั้งนี้ได้
การโจมตีอย่างต่อเนื่องนี้เป็นแผนของหลินหมิงมาโดยตลอด
จากจุดเริ่มต้นจนถึงการพลิกผันอย่างฉับพลัน ทุกอย่างก็เกิดขึ้น
รวดเร็ว
หลังจากคว้าความผิดพลาดของราชาขุนพลสวรรค์แล้ว หลินหมิงก็
ไม่ได้ให้โอกาสเขาฟื้นตัว แม้แต่ราชาเทพขุนพลสวรรค์ที่ทรงพลังก็ยังไม่
สามารถหาเวลามาใช้ความแข็งแกร่งของตนได้
เพล้งงง!
ในเวลานี้ มิติพลังแฝงดาบที่ราชาเทพขุนพลสวรรค์เตรียมไว้นั้นแตก
ออก หลินหมิงในชุดสีดำหลุดพ้นจากมิติพลังแฝงดาบได้
หลินหมิงคนนี้มีหอกในมือของเขา หอกนี้เป็นเพียงสมบัติจิตวิญญาณ
ราชันสวรรค์ที่ได้มาจากการฆ่าราชันสวรรค์สูงสุดของชาวภูติเทพ มันจึง
เป็นธรรมดาที่จะไม่สามารถต้านทานดาบดาวมืดได้แม้แต่การโจมตีเดียว
หลินหมิงทั้งสี่ตัวกระจายไปในทุกทิศทาง โดยไม่ชะงัก พวกเขาเริ่ม
โคจรพลัง
ร่างจริงของหลินหมิงถือหอกมังกรทมิฬและชี้ตรงยังราชาเทพขุนพล
สวรรค์ ทั้งร่างหลอมรวมเข้ากับพลังหยินหยาง นี่คือพลังแห่งเทพเจ้าและ
อสูร
สำหรับอีก 3 ร่างจำแลง พวกมันแผ่ปพลังงานสีที่ต่างกัน พลังงาน
เหล่านี้คือ ปราณดารา ปราณแท้และปราณจิตวิญญาณ – พลังงานที่
สอดคล้องกับเต๋าอันยิ่งใหญ่ของ 33 สวรรค์
เมื่อหลินหมิงทั้งสี่ร่วมมือกัน ความแข็งแกร่งของพวกเขาเพิ่มขึ้นเป็น
2 เท่า
เมื่อเห็นว่าแรงผลักดันของหลินหมิงเติบโตขึ้น ดวงตาของราชาเทพ
ขุนพลสวรรค์ก็สาดแสงรุนแรงและอับอาย ราชาเทพขุนพลสวรรค์นั้นทรง
พลังอย่างเมื่อเกี่ยวกับร่างกาย แต่เขาขาดความหลากหลาย นี่เป็น
ข้อบกพร่องที่ไม่สามารถแก้ไขได้ของเขา
เมื่อเสือดุร้ายถูกโยนลงไปในมหาสมุทรกว้างใหญ่ มันจะไม่สามารถ
แสดงพลังได้ถึง 10 ส่วนของพลังเดิมได้ ในเวลาเดียวกัน ฉลามที่เกยตื้น
ในหาดทรายก็จะไม่สามารถเป็นภัยคุกคามได้
นี่คือข้อเสียที่เกิดจากปัจจัยเปลี่ยนผัน
แต่ในการต่อสู้ครั้งนี้ หลินหมิงใช้ทักษะการต่อสู้ที่ชาญฉลาดเพื่อ
หลอกล่อ; ราชาเทพขุนพลสวรรค์โดยธรรมชาติแล้วจึงยากที่จะยอมรับได้
เขากัดลงบนปลายลิ้นอีกครั้ง พ่นโลหิตออกมาเล็กน้อย เมื่อปราณ
โลหิตปรากฏขึ้น มันก็เปล่งประกายด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ ภายใต้แสง
ศักดิ์สิทธิ์นี้ พลังแห่งความตายในร่างกายของเขาละลายไปราวกับหิมะ
ขาวภายใต้ดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรง!
เขาใช้ราคาของการเผาผลาญปราณโลหิตเพื่อขับไล่พลังแห่งความ
ตายและอสูรในร่างกาย
ดวงตาของหลินหมิงสาดประกายด้วยแสงเย็นยะเยือก ในมือของร่าง
จำแลงทั้งสามมีวงล้อใหญ่ปรากฏขึ้น วงล้อเหล่านี้เป็นสีดำ สีม่วงและสีฟ้า
ในเวลานี้ หลินหมิงย่อมจะไม่ให้โอกาสราชาเทพขุนพลสวรรค์ในการ
ฟื้นฟู แต่ในขณะที่เขากำลังจะโจมตี เสียงเย็นยะเยือกก็ดังขึ้น
“หยุด!”
เมื่อเสียงที่เย็นยะเยือกสะท้อนออกมา ชั้นขนวิหคหนาโปรยลงมา
จากท้องฟ้า ครอบคลุมหลินหมิงและราชาเทพขุนพลสวรรค์ไว้ภายใน
และทำให้พื้นที่ทั้งหมดกลายเป็นหนักและเหนียว ทำให้ช้ามากในการ
โคจรพลังงาน หญิงชุดขาวคนหนึ่งร่อนลงระหว่างหลินหมิงกับราชาเทพ
ขุนพลสวรรค์ บุคคลนี้คือราชาเทพขนวิหคเหินหาว
“มันจบแล้ว ขุนพลสวรรค์ เจ้าแพ้แล้ว”
พลังโลหิตชีวิตของขุนพลสวรรค์นั้นปั่นป่วนและเขาอ้าปากค้างเพื่อ
หายใจเหมือนวัวที่เหนื่อยล้า เขาเพิ่งจะโคจรปราณดาราและต่อสู้กับ
หลินหมิงอีกครั้งแต่กลับถุกหยุดโดยขนวิหคเหินหาว
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เต็มใจที่จะยอมรับการสูญเสีย
“การเผาผลาญปราณโลหิตในการประลองเป็นเรื่องน่าอายอยู่แล้ว
และเพื่อเผาผลาญปราณโลหิตของเจ้าและยังไม่ได้รับประโยชน์ มันจะ
เป็นความพ่ายแพ้ของเจ้า!”
ถ้าขุนพลสวรรค์สามารถเผาผลาญปราณโลหิต หลินหมิงก็ย่อม
สามารถเผาผลาญปราณโลหิตของเขาได้เช่นกัน แต่เดิม นี่ไม่ใช่การต่อสู้
เป็นตาย แต่เป็นการต่อสู้เพื่อตัดสินความหนักแน่นของคำพูด หากพวก
เขาเผาผลาญปราณโลหิตเพื่อต่อสู้แล้ว มันจะไม่แตกต่างจากการต่อสู้เป็น
ตายโดยแต่ละฝ่ายจะต่อสู้กันเองทุ่มสุดตัว หากสิ่งนี้เกิดขึ้น มันจะไม่มีใคร
สามารถออกจากสนามรบนี้ได้
ในความเป็นจริง หลังจากไปถึงระดับของเทพแท้จริง มันเป็นเรื่อง
ยากสำหรับผู้ใดที่จะทุ่มสุดตัวต่อสู้กับผู้อื่น นี่เป็นเพราะเมื่อพวกเขาได้รับ
บาดแผลที่มิอาจฟื้นฟู สิ่งนี้อาจมิใช่สิ่งที่สามารถรักษาให้หายได้โดยใช้
วัสดุสวรรค์ทั่วไปได้เลย พวกมันจะต้องใช้โอสถระดับเทพแท้จริงจึงจะ
ได้ผลบ้าง
อย่างไรก็ตาม จำนวนของโอสถระดับเทพแท้จริงอาจจะไม่มากไป
กว่าจำนวนของเทพแท้จริง บางครั้ง แม้ว่าจะมีใครค้นหาผ่านทั้ง 33
สวรรค์ มันก็ยังยากที่จะหาได้
แม้ว่าจะเจอซักอันแล้ว การกลั่นมันยังลำบากมาก นักเล่นแร่แปร
ธาตุส่วนใหญ่ไม่มีความสามารถในการทำเช่นนั้น
ขุนพลสวรรค์มองดูขนวิหคเหินหาวแล้วมองดูหลินหมิง แม้เขาจะไม่
ต้องการยอมรับมัน แต่ก็ไม่มีอะไรที่เขาจะพูดได้ สิ่งที่ขนวิหคเหินหาวพูด
มานั้นเป็นความจริง เขาพ่ายแพ้ในการต่อสู้นี้ไปแล้ว
เขาพ่ายแพ้ต่อแผนการและทักษะที่หลากหลายของหลินหมิง เขาก็
ไม่เต็มใจกับการพ่ายแพ้นี้อย่างมาก แต่พ่ายแพ้ก็คือพ่ายแพ้ และเขาไม่มี
ข้อแก้ตัว
ยิ่งไปกว่านั้น ขุนพลสวรรค์รู้ดีว่าตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ หลินหมิงพึ่งพา
เพียงเก้าดวงดาราแห่งวิหารเต๋าของระบบกายผันแปรในการต่อสู้เป็น
เวลานาน และมิได้ใช้อย่างอื่น
หลังจากคลายโซ่ศักดิ์สิทธิ์ที่พันธนาการเก้าดวงดาราแห่งวิหารเต๋า
และผสานวิหารเต๋าทั้งหก เก้าดวงดาราแห่งวิหารเต๋าก็กลายเป็นหนึ่งใน
วิธีการต่อสู้ที่ทรงพลังที่สุดของเขา เขาต้องการที่จะเห็นทักษะกายผันแปร
ของตนอยู่ในระดับใด และราชาเทพขุนพลสวรรค์สิ่งทดสอบที่ดีที่สุด
ต้องกล่าวว่าในระบบกายผันแปร ราชาเทพขุนพลสวรรค์ไปถึง
จุดสูงสุด หากคนสองคนเปรียบเทียบเพียงกายผันแปร ราชาเทพขุนพล
สวรรค์จะได้เปรียบอย่างชัดเจน
แต่ในกรณีนี้ แม้ว่าราชาเทพขุนพลสวรรค์จะสามารถปราบปราม
หลินหมิงได้อย่างสมบูรณ์ แต่เขาก็ไม่สามารถชนะได้ในระยะเวลาอันสั้น
ราชาเทพขุนพลสวรรค์ได้ใช้ร่างแปลงของสายเลือด
หลินหมิงเป็นชาวมนุษย์ แต่ด้วยเพียงทักษะกายผันแปรอย่างเดียว
เขาก็สามารถต่อสู้กับราชาเทพขุนพลสวรรค์ได้ในระดับนี้แล้ว ราชาเทพ
ขุนพลสวรรค์จึงไม่สามารถช่วยที่จะชื่นชมต่อสิ่งนี้
ดังนั้นเมื่อขนวิหคเหินหาวก้าวเข้ามาหยุด ในที่สุดเขาก็หยุดโคจร
ปราณดาราลง ในหัวใจ เขารู้ได้หลังจากไปถึงจุดสูงสุดของระบบกายผัน
แปร ยอดเขานี้กลับกลายเป็นจุดอ่อนของเขาเอง ในแง่ของกายผันแปร
มันไม่มีใครเทียบกับเขาได้ และเขาเป็นคนที่พึ่งพาเพียงกายผันแปรเพื่อ
เป็นเทพแท้จริง
สิ่งนี้น่าทึ่งมากแล้ว อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่สมัยโบราณ มันมีเทพแท้จริง
จำนวนมากที่บ่มเพาะคู่หรือแม้กระทั่งบ่มเพาะสามระบบ พวกเขาเข้าใจ
มากกว่าหนึ่งในกฎของ 33 สวรรค์ และผู้คนเหล่านี้อาจมีความเร็วในการ
ฝึกฝนที่ช้าลง แต่หลังจากกลายเป็นเทพแท้จริง ศักยภาพของพวกเขาก็จะ
ยิ่งใหญ่ขึ้น
ขุนพลสวรรค์มองดูหลินหมิง จากนั้น ร่างของเขาเปลี่ยนเป็นลำแสง
และหายไปสู่ปลายผืนฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว
นี่เป็นสิ่งเดียวกับการยอมรับความพ่ายแพ้ไปโดยปริยาย
และในเวลาเดียวกัน ขนวิหคเหินหาวเองก็มองหลินหมิง
จดจ้องเขาอย่างลึกซึ้ง หลินหมิงถือหอกมังกรทมิฬในมือ ดวงตาของ
เขาลึกดุจมหาสมุทร
แสงดาวที่ไร้สิ้นสุดโปรยลงบนหลินหมิง ไหลไปทั่วร่างกายของเขา
เช่นปรอท
ในขณะนี้ เมื่อมองดูหลินหมิง ทันใดนั้นนางก็รู้สึกว่าหัวใจสั่นอย่าง
อธิบายไม่ได้ การสั่นเช่นนี้เป็นหนึ่งในสัญชาตญาณ ทันใดนั้น นางคิดว่า
เมื่อนางยืนอยู่ต่อหน้าชายหนุ่มคนนี้ เขาได้กลายเป็นร่างจุติของ 33
สวรรค์ กลายเป็นสิ่งลึกลับและไร้ขอบเขต ราวกับว่าในวันนี้นางได้เป็น
ประจักษ์พยานการถือกำเนิดและความต่อเนื่องของตำนาน…
“เต๋าสวรรค์…”
ขนวิหคเหินหาวมีความรู้สึกถึงลางสังหรณ์ในหัวใจ นางเงยหน้าขึ้นไป
บนฟ้า มองออกไปราวกับว่านางกำลังมองไปยังจุดสิ้นสุดของจักรวาล
บางทีในยุคนี้ มันคงไม่มีความสงบ…
นางดึงความคิดกลับมาแล้วจ้องมองหลินหมิง ริมฝีปากสีแดงของนาง
แยกกัน “อีก 10 วัน, ข้าจะสู้กับเจ้า กำหนดเวลานี้ควรจะเพียงพอสำหรับ
เจ้าที่จะกลับไปสู่สภาพสูงสุด!”
หลินหมิงพยักหน้า เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเรียกตำหนักสวรรค์
บรรพกาลออกมา
หลังจากตำหนักสวรรค์บรรพกาลปรากฏ มันก็ขยายใหญ่ขึ้น สามร่าง
เหาะออกมา
สามคนนี้คือ อ้าวรื่อ, เสียเยว่และชิงเหลียน
ในเวลานี้ หลินหมิงได้ดึงเอาเนื้อหนังและโลหิตของจอมเขมือบออก
จากร่างกายของพวกเขาแล้ว ฟื้นคืนเจตจำนงเสรีของพวกเขา อย่างไรก็
ตาม การบ่มเพาะของพวกเขาถูกผนึกไว้โดยเต๋าสวรรค์อาชูร่า ดังนั้นจึงไม่
มีพลังต่อสู้
“พวกเจ้าเป็นอิสระแล้ว”
ขณะที่หลินหมิงพูด เขาโบกมือ นำชิงเหลียนและคนอื่นๆไปหาราชา
เทพขนวิหคเหินหาว
เขาไม่เคยมีความตั้งใจที่จะจับสามคนนี้ไว้เป็นเชลยตั้งแต่ต้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่พวกเขาฟื้นคืนเจตจำนงเสรี ความทรงจำ
และประสบการณ์ในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจะยังอยู่
เมื่อพวกเขาคิดถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาทั้งสามรู้สึกราวกับว่าตน
ต้องการที่จะตาย
โดยเฉพาะชิงเหลียน เมื่อนางนึกถึงวิธีที่นางอ้างถึงหลินหมิงและวิธีที่
นางคลานเข้าหาเขา ดวงตาของนางเกือบจะปะทุด้วยไฟ
ความอัปยศอดสูฝังลึกอยู่ในใจ นางหวังว่านางจะสามารถฉีกหลินห
มิงเป็นชิ้นๆแล้วฆ่าตัวตายได้