Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,067 บูชาผู้แข็งแกร่ง
“ท่านอาจารย์!”
ในขณะที่เทพธิดาชิงเหลียนเห็นราชาเทพขนวิหคเหินหาว นางก็
คุกเข่าลงในอากาศ ไม่เคยมีครั้งใดในชีวิตของนางที่รู้สึกถึงความอัปยศ
ลึกซึ้งเช่นนี้
หลังจากถูกควบคุมโดยหลินหมิง นางถูกทำให้เป็นทาสมาหลาย
เดือนแล้ว เรียกเขาว่านายท่านในขณะที่ไม่มีบุคลิกของตัวเอง นางทำทุก
สิ่งที่หลินหมิงต้องการ ตามแต่ความเมตตาของเขาอย่างสมบูรณ์ ตอนนี้
นางไม่มีหน้าพบอาจาราย์ของนาง!
ในเวลานี้ ชิงเหลียนไม่ได้พูดอะไรเช่นขอร้องให้อาจารย์แก้แค้นและ
ฆ่าหลินหมิงเพื่อนาง
แม้ว่านางจะโกรธอย่างไม่น่าเชื่อ แต่นางก็ไม่ได้ขาดเหตุผล เมื่อมอง
ถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน นางไม่ได้เป็นอิสระเพราะขนวิหคลอยทะยานใช้
กำลังขู่เข็ญ แต่เพราะการเจรจาที่ประสบความสำเร็จ
ไม่เช่นนั้น หลินหมิงจะไม่ดึงเอาเนื้อหนังและโลหิตของจอมเขมือบ
ออกไปเมื่อหลายวันก่อนและปิดกั้นการบ่มเพาะของพวกเขาในขณะที่
ปล่อยให้มีเจตจำนงเสรี เห็นได้ชัดว่าทั้งหมดนี้ทำเพื่อ ‘ปล่อย’ ตัวประกัน
ในขณะที่เตรียมการสำหรับ ‘ต่อสู้’ ครั้งสุดท้าย
นอกเหนือจากการใบหน้าที่สงบของหลินหมิงและใบหน้าที่เยือกเย็น
ของขนวิหคเหินหาว เบาะแสทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าขนวิหคเหินหาวต้องจ่าย
ราคาบางอย่างเพื่อแลกกับอิสรภาพของนาง
นี่ทำให้สถานการณ์ยากจะทนสำหรับเทพธิดาชิงเหลียน มันนางทำ
ให้นางอับอายและทำให้นางละอายใจต่ออาจารย์
นางจ้องมองที่หลินหมิงด้วยความเกลียดชังในตา นางหวังว่าจะฆ่า
เขาได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อเผชิญกับแสงสะท้อนดังกล่าว หลินหมิงก็ยังไม่
แยแส เขาไม่ได้วางความเกลียดชังต่อชิงเหลียนไว้ในใจ เขาพูดกับนาง
อย่างแท้จริงว่า “เจ้านำกองทัพชาวภูติเทพเพื่อฆ่าผู้โดดเด่นชาวมนุษย์มา
นับไม่ถ้วน แน่นอน เนื่องจากเผ่าพันธุ์ของเรากำลังตกอยู่ในภาวะสงคราม
การกระทำของเจ้าจึงมิอาจโต้แย้งได้ เนื่องจากเป็นกรณีนี้ ข้าที่จะฆ่าเจ้าก็
มิอาจโต้แย้งได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ข้าไว้ชีวิตเจ้าและทำให้เจ้าอับอาย
เพียงไม่กี่เดือน แต่เจ้ากลับจะทนไม่ได้หรือ? ศักดิ์ศรีของเจ้านั้นสำคัญก็
จริงๆ แต่ชีวิตของผู้โดดเด่นชาวมนุษย์ของข้าไม่สำคัญเช่นกันหรือ?”
“ข้าอยากให้เจ้าฆ่าข้าซะดีกว่า!” ชิงเหลียนกัดฟัน โกรธในหัวใจ
หลินหมิงเย้ยหยัน เขารู้ว่าชิงเหลียนจะมิชอบสิ่งนี้อย่างแท้จริง
“เจ้ามีความเป็นศัตรูที่ยิ่งใหญ่ต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ของข้า เมื่อเจ้าตก
อยู่ในมือข้า ข้าก็สามารถกำจัดเจ้าได้ตามที่ต้องการ หากเจ้ามีพลัง เจ้าก็
สามารถกำจัดข้าตามที่เจ้าต้องการได้!
“ในขณะที่เจ้ากำลังถูกควบคุมโดยข้าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้
นักสู้ชาวภูติเทพมากมายที่เจ้าฆ่าไม่สามารถแม้แต่จะลบล้างอาชญากรรม
ของเจ้าได้ วันนี้ ข้าได้ปลดปล่อยเจ้า ดังนั้นจงเก็บความเกลียดชังนั้นไว้ใน
ใจถ้าเจ้าต้องการ ในอนาคต ข้ายินดีรับการแก้แค้นเมื่อใดก็ตามที่เจ้า
ต้องการ แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป้นไปได้ก็ต่อเมื่อเจ้าจะมีความแข็งแกร่งพอก็
ตาม! แต่! หากเจ้ากล้าที่จะทพร้ายครอบครัวหรือสหายของข้าเพราะ
ความขุ่นเคืองนี้ ข้าสาบานว่าข้าจะทำลายการบ่มเพาะ ทำลายเส้นชีพจร
ทำให้เจ้าได้สัมผัสกับการทรมานและความทุกข์ทรมานนับไม่ถ้วนก่อน
ตาย!”
คำพูดของหลินหมิงโหดเหี้ยม เขารู้โดยธรรมชาติว่าเทพธิดาชิง
เหลียนกลัวสิ่งใดมากที่สุด หากมีคนนับไม่ถ้วนที่นางเคยมองในฐานะมด
มาก่อน และให้คนต้อยต่ำเหล่านั้นทำให้ร่างกายของนางสกปรก นี่จะเป็น
ชะตากรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่าหมื่นเท่าของความตาย
เมื่อฟังคำพูดของหลินหมิง ใบหน้าของชิงเหลียนก็เขียวคล้ำ นาง
ภาคภูมิและหยิ่งในชีวิตถึงเพียงใดน่ะหรือ? ถึงกระนั้น ในวันนี้นางก็ยังถูก
เหยียบย่ำโดยหลินหมิงอย่างไร้ความปราณี
“ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ดวงตาของเทพธิดาชิงเหลียนเกือบจะถล่น นางต้องการที่จะเร่งไป
ข้างหน้าและต่อสู้เป็นตายกับหลินหมิง แต่นางก็ตระหนักดีว่า
ความสามารถของตนด้อยกว่าเขามาก!
หลินหมิงได้แจ้งแล้วว่าถ้านางมีความสามารถ นางก็สามารถแก้แค้น
เมื่อใดก็ได้ที่ต้องการ เขายินดีเสมอ!
แต่ นางจะทำได้หรือ?
ตลอดชีวิตที่เหลือของนาง ถ้าไม่มีอุบัติเหตุใดๆ นางก็คงไม่สามารถ
ตามทันหลินหมิงได้ แม้แต่หนึ่งในสิบส่วนของความแข็งแกร่งของเขา
กระทั่งหนึ่งในร้อยก็ยังดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ ในอนาคตความ แตกต่าง
ระหว่างพวกเขาจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆเท่านั้น!
สิ่งนี้ทำให้ชิงเหลียนรู้สึกถึงความอับอายและปวดร้าว
“หุบปาก!” ทันใดนั้น ราชาเทพขนวิหคเหินหาวก็ตะโกน ใบหน้าเย็น
ยะแข็ง
“ท่านอาจารย์!” หัวใจของชิงเหลียนนั้นเต็มไปด้วยความข้องใจ นาง
จำต้องกัดริมฝีปากและยืนอยู่ข้างหลังขนวิหคเหินหาว นางกลั้นน้ำตา
เอาไว้ ไม่ยอมร้องไห้ต่อหน้าศัตรูที่เกลียดชัง
วันนี้นางเสียหน้าไปมากเกินไป นอกเหนือจากกิจกรรมทั้งหมดที่
เกิดขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นี่ก็เป็นชั่วโมงที่มืดมนที่สุดของนาง!
ขนวิหคเหินหาวไม่สนใจเทพธิดาชิงเหลียน นางมองไปที่หลินหมิง
กล่าวอย่างมืดมนว่า “พวกเราสองคนไม่มีปัญหานั้น!”
หลินหมิงไม่ได้ฆ่าชิงเหลียนและคนอื่นๆ และเขาก็ไม่ทำอะไรที่น่าอับ
อายต่อนางมากเกินไป ตัวอย่างเช่น ขนวิหคเหินหาวเห็นได้ว่าแก่นพลังห
ยินของชิงเหลียนนั้นยังคงสภาพสมบูรณ์; หลินหมิงไม่ได้ใช้นางเป็นเตา
หลอมชีวิต
ตามความเป็นจริง ตามที่หลินหมิงบอก หลินหมิงได้นำกองทหาร
จอมเขมือบมาฆ่าชาวมนุษย์ไปหลายคน สงครามไร้ความรู้สึกและไร้หัวใจ
ไม่ว่าอะไรก็ตามที่หลินหมิงทำเพื่อตอบโต้กับชิงเหลียน เขาก็ไม่ผิดใจกับ
มันเลย
หลินหมิงไม่ได้ฝังใจหรือขนวิหคเหินหาวจะเอาความถึงที่สุด ในเวลา
เดียวกัน เมื่อหลินหมิงทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ นางก็ไม่ได้รบกวนเขา
หรือโจมตีกองเรือของชาวมนุษย์
ระหว่างพวกเขาสองคน แต่ละคนต่างมีบรรทัดฐาน
มิเช่นนั้นทุกอย่างจะเกินกว่าที่จะไถ่ถอน เพราะหากขนวิหคเหินหาว
ไม่สามารถฆ่าหลินหมิงได้ นางยังจะต้องเผชิญหน้ากับการแก้แค้นของเขา
ในอนาคต ไม่เพียงแค่นั้น แต่นางจะสูญเสียศิษย์ที่รักไปด้วย
สำหรับหลินหมิง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ตาย แต่เขาก็จะล้มเหลวในการ
ก้าวไปสู่ราชันสวรรค์ เรื่องนี้จะทำให้เขาต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายร้อยปี
หรือแม้กระทั่งพันปีในการสะสมความแข็งแกร่งมากขึ้นเพื่อทะลวงมันอีก
ครั้ง
ราคาดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายไม่ยอมทน
เพื่อยุติข้อพิพาทนี้ การประลองจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ในความเป็นจริง จากช่วงเวลาที่หลินหมิงไม่เลือกที่จะซ่อนที่อื่น เมื่อ
เขากำลังทะลวงขึ้นพลังอย่างต่อเนื่องและอยู่ร่วมกับกองทัพชาวมนุษย์
ขนวิหคเหินหาวก็ได้เดาแผนการของเขาในการแก้ไขปัญหานี้ไว้แล้ว
“สิบวันนับจากนี้ เจ้าและข้าจะต่อสู้!” ขนวิหคเหินหาวพูดอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อชิงเหลียนได้ยินคำเหล่านี้ นางก็ตกตะลึงอย่างที่สุด
นางมองที่อจารย์ของนางโดยไม่อยากจะเชื่อในสายตาตัวเอง แทบจะ
ไม่เชื่อในหูของตัวเองเลย
อะไรกัน?
สิบวันนับจากนี้ อาจารย์ของนางจะต่อสู้กับหลินหมิงจริงหรือ?
เป็นไปได้อย่างไร!?
มันไม่ใช่เพียงชิงเหลียน แต่แม้แต่อ้าวรื่อและเสียเยว่ก็ยังงุนงงเมื่อ
พวกเขามองไปยังหลินหมิง
หลินหมิงต่อสู้กับราชาเทพขนวิหคเหินหาว!?
ดูเหมือนว่าหลินหมิงเป็นเพียงราชันสวรรค์มิใช่หรือ?
เมื่อพวกเขาถูกจับ หลินหมิงก็เป็นกึ่งราชันสวรรค์ ตอนนี้ พวกเขา
รู้สึกว่าการฝึกฝนของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเขาควรจะอยู่ที่ขั้นราชัน
สวรรค์
ราชันสวรรค์ต่อสู้กับเทพแท้จริง… เมื่อลองนึกภาพสิ่งนี้ อ้าวรื่อและ
เสียเยว่จึงได้สูดอากาศเย็น ราชาเทพขนวิหคเหินหาวอาจเป็นเทพแท้จริง
ต้น แต่นางก็ไม่ได้อ่อนแอในหมู่เทพแท้จริงต้น หลินหมิงมีความสามารถ
ในการต่อสู้กับราชาเทพขนวิหคเหินหาวแล้วเช่นนั้นหรือ?
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นราวกับเป็นความฝัน หลินหมิงต่อหน้าพวกเขา
กลายเป็นตัวตนไร้เปรียบเกือบที่พวกเขาไม่สามารถมองแหงนมองได้
“เช่นนั้นข้ารอเจ้า!” หลินหมิงตอบอย่างใจเย็น
ขนวิหคเหินหาวมองหลินหมิง จากนั้น ด้วยการโบกมือ นางก็
กลายเป็นขนวิหคมากมาย ขนวิหคเหล่านี้ครอบคลุมชิงเหลียน, อ้าวรื่อ
และเสียเยว่ หายไปพร้อมกันในท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวที่ไร้สิ้นสุด …
อวกาศย่นระยะ ขนวิหคเหินหาว ชิงเหลียนและคนอื่นๆจากไปอย่าง
รวดเร็ว ในเวลานี้ สีหน้าของชิงเหลียนเขียวคล้ำ นางอ้าปากครั้งแล้วครั้ง
เล่า ในที่สุดก่อนที่นางจะอดไม่ได้ที่จะถามว่า “ท่านอาจารย์… เมื่อเจ้า
ต่อสู้กับหลินหมิง ท่านจะ… ยับยั้งการบ่มเพาะใช่หรือไม่?”
ราชาเทพขนวิหคเหินหาวมองชิงเหลียน ชิงเหลียนหดคอทันทีที่รู้สึก
ว่านางถามคำถามผิด
“ข้าจะไม่”
คำตอบง่ายๆนี้ตกลงในหูของชิงเหลียนดุจสายฟ้าฟาด
ไม่ยับยั้งการบ่มเพาะ!
ชิงเหลียนตกตะลึง ความคิดของนางวิ่งพล่านและสับสน ร่องรอย
แห่งความสิ้นหวังเพิ่มพูนใจนาง แม้นางจะรู้อยู่แล้วว่าการตามหาหลินห
มิงเพื่อแก้แค้นจะเป็นไปได้ยาก แต่ตอนนี้ นางรู้สึกถึงความคิดเหล่านั้น
อาจไม่เป็นจริงเลย หลินหมิงน่าสะพรึงกลัวเกินไป!
อ้าวรื่อและเสียเยว่เองก็ได้ยินเช่นกัน พวกเขาทั้งคู่สั่นสะท้านไปถึง
แก่น
หลินหมิงผู้นี้มีความสามารถในการต่อสู้กับเทพแท้จริง มันไม่น่าเชื่อ
อย่างยิ่ง!
พวกเขาเป็นอัจฉริยะทุกคน แต่เมื่อเทียบกับหลินหมิง ความแตกต่าง
นี้ยิ่งใหญ่เกินไป!
แม้ว่าชาวภูติเทพจะดูถูกชาวมนุษย์ แต่พวกเขายังคงเป็นเผ่าพันธุ์ที่
เคารพผู้แข็งแกร่ง ตัวตนของหลินหมิงทำให้เกิดความคิดที่ซับซ้อนขึ้นใน
ใจ
ขนวิหคเหินหาวเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นนางพูดว่า “ในอดีตเมื่อข้า
ทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ครั้งแรก ข้าสามารถต่อสู้กับราชันสวรรค์
สูงสุดได้ 10 กระบวนท่า และภายในชาววิญญาณ อัจฉริยะไร้เปรียบใน
ตำนาน เซิ่งเหม่ยเองก็ได้รับการกล่าวขานว่าสามารถเอาชนะราชันสวรรค์
สูงสุดเมื่อนางอยู่ขั้นราชันสวรรค์ช่วงต้นได้ หลังจากนั้น นางก็สามารถ
เอาชนะราชันสวรรค์สูงสุดหลายคนได้ ข้าเคยคิดว่านี่เป็นข้อจำกัดของ
ความเป็นไปได้ แต่เมื่อเทียบกับหลินหมิงแล้ว ความแตกต่างก็ยังยิ่งใหญ่
เกินไป
“ในตำนาน ในสมัยโบราณเมื่อหมื่นล้านปีก่อน, 33 สวรรค์เต็มไป
ด้วยชีวิตและอารยธรรมนักสู้ของจักรวาลของเรานั้นรุ่งโรจน์อย่างไร้
เปรียบ มีราชันสวรรค์และแดนเทวะมากล้น และแม้แต่เทพแท้จริงก็ยัง
มิใช่ตัวตนที่หาได้ง่าย แต่ ข้าเกรงว่าแม้แต่ในยุคนั้น มันก็ยังจะยากที่จะหา
ผู้มีพรสวรรค์มายืนเคียงข้างกับหลินหมิงได้ ข้าไม่รู้ว่าทั้งสองตัวตนในอดีต
จะเปรียบเทียบกับเขาแล้วเป็นเช่นใด…”
ในขณะที่ราชาเทพขนวิหคเหินหาวพูด, ชิงเหลียน, อ้าวรื่อและเสีย
เยว่ต่างมองหน้ากันด้วยความตกใจ พวกเขาสามารถเข้าใจได้ว่าตัวตนทั้ง
สองที่ราชาเทพขนวิหคเหินหาวกำลังพูดถึงคือใคร…
จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า!
จักรพรรดิอมตะ!
พวกเขาเป็นตำนานสูงสุด ตัวตนที่ผู้อื่นมิอาจหวังจะเปรียบเทียบได้
แต่ตอนนี้ หลินหมิงกับเหยียบย่างลงบนเส้นทางที่ทั้งสองเดินได้จริงๆ
ในอนาคต มันมีความเป็นไปได้อย่างมากที่หลินหมิงจะกลายเป็น
ตัวตนที่คล้ายกับจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า เขาจะสร้างโลกที่ยิ่งใหญ่ของ
ตนเองผ่านมรดกที่มีอายุหมื่นล้านปีหรือแม้กระทั่งหลายหมื่นล้านปี!
ในขณะที่เทพธิดาชิงเหลียนคิดเช่นนี้ นางกระทั่งคิดว่าถ้าหลินหมิง
สามารถกลายเป็นผู้ทรงพลังอย่างแท้จริง จากนั้นการที่นางโดนเขากำราบ
ในอดีตและถูกทำให้เป็นทาสของเขาชั่วระยะเวลาหนึ่งนั้น มันจะไม่เป็น
เรื่องยากเกินไปที่จะยอมรับอีกต่อไป
เดิมที่ ชิงเหลียนอยากจะตายแทนที่จะเป็นทาสของหลินหมิง นี่เป็น
หัวใจแห่งความภาคภูมิของนาง อย่างไรก็ตาม ในอดีต จ้าวแห่งเส้นทาง
อาชูร่าและจักรพรรดิอมตะต้องมีคนรับใช้เป็นของตัวเอง และถ้าคนรับใช้
เหล่านี้ถูกวางไว้ในปัจจุบัน บางทีกระทั่งรวมพรสวรรค์ของนาง อ้าวรื่อ
และเสียเยว่ด้วยดันแล้ว มันก็ยังจะไม่สามารถแข่งขันกับหนึ่งในนั้นได้ด้วย
ซ้ำ!
ในสถานการณ์นี้ ชิงเหลียนจะมีคุณสมบัติอะไรที่ต้องรู้สึกจากการ
โดนดูถูก?
ชิงเหลียนถอนหายใจ ไม่พูดอีกต่อไป อ้าวรื่อและเสียเยว่เองก็เงียบ
ไปเช่นกัน
ความคิดของพวกเขาล้วนแต่ยุ่งเหยิง ถ้าหากเราต้องกล่าวอย่างสัตย์
จริง เช่นนั้นด้วยพรสวรรค์ของพวกเขาในปัจจุบัน หากเทียบย้อนไปในยุค
โบราณเมื่อหมื่นล้านปีก่อนและได้ถูกส่งตัวไปที่ประตูของจ้าวแห่งเส้นทาง
อาชูร่าเพื่อทำงานเป็นคนรับใช้ ตัวตนเหล่านั้นอาจไม่เต็มใจที่จะเหลียว
มองพวกเขาด้วยซ้ำ!
หลังจากระยะเวลาหนึ่ง เสียเยว่ช่วยไม่ได้ที่จะถาม “ผู้อาวุโสขนวิหค
เหินหาว ท่านคิดว่าชาวภูติเทพยังคงสามารถชนะได้อยู่หรือไม่?”
“ข้าไม่แน่ใจ…” ราชาเทพขนวิหคเหินหาวส่ายหัวนาง “ในอดีตเขา
อยู่เพียงผู้ปกครองเทวะเท่านั้นและแม้แต่จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลก็มิ
สามารถฆ่าเขาได้ ตอนนี้เขาเติบโตขึ้นและได้รับทุนเพื่อรักษาชีวิตของ
ตนเองแล้ว มิต้องกล่าวถึงการไล่ล่าเขาด้วยความแข็งแกร่งเพียงอย่าง
เดียว ตราบใดที่เขาหาที่ซ่อนและวางรูปแบบการซ่อนเร้นจนไม่มีใคร
สามารถหาเขาได้…. สำหรับอนาคตของชาวภูติเทพและหลินหมิงจะ
สามารถเติบโตได้เพียงใด ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับคำๆเดียว … ‘โชคชะตา’ …”
ราชาเทพขนวิหคเหินหาวไม่พูดสิ่งใดเพิ่มเติม ร่างของนางกลายเป็น
ลำแสง หายไปในทะเลแห่งดวงดาว