Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,077 ออกเดินทาง
หลังจากพิธีสถาปนาสิ้นสุดลง หลินหมิงก็เหาะไปในอวกาศโดยลำพัง
เขาทิ้งกองทหารจอมเขมือบไว้เบื้องหลังเพื่อปกป้องครอบครัวและ
สหาย สำหรับกองทัพอันยิ่งใหญ่ของชาวมนุษย์ พวกเขากำลังเตรียมที่จะ
ทวงคืนแดนเทวะ
ในสถานการณ์เช่นนี้ หลินหมิงเดินผ่านการเชื่อมต่อระหว่างจักรวาล
รกร้างกับแดนเทวะอย่างเงียบๆและมาถึงเส้นทางแห่งอาชูร่าด้วยตัวเอง
ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ฉินซิงเซวียนและมู่เชียนหยี่เริ่มตั้งท้องกัน
และในขณะที่หญิงสองคนกำลังเตรียมพร้อมที่จะเป็นมารดา หลินห
มิงปิดด่านอีกครั้งเพื่อรับรู้ความทรงจำของจอมเขมือบ เมื่อความเข้าใจ
ของเขาเกี่ยวกับภาษาอสูรโลกันต์ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ เขาก็ค่อยๆเข้าใจสิ่ง
ต่างๆมากขึ้น ต้นกำเนิดของอเวจีทมิฬและอสูรโลกันต์ได้เป็นรูปเป็นร่าง
ขึ้นในใจของหลินหมิง
การเดาที่น่ากลัวเกิดขึ้นในหัวใจของหลินหมิง
เนื่องจากข้อมูลจากจอมเขมือบนั้นยุ่งเหยิงและวุ่นวายอย่างไม่น่าเชื่อ
หลินหมิงจึงไม่กล้าที่จะคิดว่าการเดาของเขานั้นถูกต้อง เขาคิดบ้างอย่าง
ได้ แต่เพื่อยืนยันสิ่งนี้ เขาต้องไปที่อเวจีทมิฬเป็นการส่วนตัว!
ในตอนนี้ ภายใน 33 สวรรค์ไม่มีที่ใดที่หลินหมิงต้องไปอีกแล้ว
เขาสำรวจส่วนลึกของเส้นทางแห่งอาชูร่าแล้ว สำหรับจักรวาลผืน
นภานิมิตฝัน แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้สำรวจอย่างเต็มที่ แต่หลินหมิงก็
ตระหนักถึงกฎแห่งชีวิตและความตายแล้ว และแม้ว่าเขาจะไปที่นั่น เขาก็
จะไม่ได้รับการเก็บเกี่ยวที่สั่นสะเทือนสวรรค์ใดๆ
ยิ่งกว่านั้น มันยังมีจักรพรรดิวิญญาณ แม้เซิ่งเหม่ยจะได้กล่าวว่า
จักรพรรดิวิญญาณจะต้องปิดด่านเป็นเวลาหมื่นปีหรือนานกว่านั้น
หลังจากดูดซับวิญญาณนิรันดร์ของเขาเพื่อฝึกฝนกฎแห่งความเป็นอมตะ
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงไม่สามารถพูดได้ว่าจักรพรรดิวิญญาณจะไม่หยุด
การปิดด่านลงกลางคันเพื่อมาจัดการเขา
ดังนั้น หลังจากคิดเกี่ยวกับมันแล้ว สถานที่ที่หลินหมิงต้องการจะไป
ให้มากที่สุดก็คืออเวจีทมิฬ!
หลินหมิงรู้ดีว่าในอเวจีทมิฬมีสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดกลัวและแข็งแกร่ง
กว่ารูปแบบชีวิตสติปัญญาสูงของ 33 สวรรค์
ความลับไร้สิ้นสุดมีอยู่ในอเวจีทมิฬ
ความลับเหล่านี้เกี่ยวข้องกับมหาภัยพิบัติของ 33 สวรรค์เมื่อหมื่น
ล้านปีก่อน และยังเกี่ยวข้องกับยุคโบราณของจักรวาลอีกด้วย หลินหมิง
ไม่รู้ว่าประวัติศาสตร์ของจักรวาลเป็นอย่างไรต่อหน้าจ้าวแห่งเส้นทางอาชู
ร่า จะมีครั้งหนึ่งที่เคยเป็นอารยธรรมนักสู้ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นหรือไม่?
แต่ก่อนที่จะไปสู่อเวจีทมิฬ หลินหมิงคิดว่าจะไปยังเส้นทางแห่งอาชู
ร่าอีกครั้ง มีบางเรื่องที่เขาต้องทำให้เสร็จก่อน และเขาต้องเข้าไปปิดด่าน
เป็นระยะเวลาหนึ่ง
พื้นที่ซึ่งหลินหมิงเลือกจะมิใช่ด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย แต่เป็น
สันเขาสุสานเทพ
กว่า 6,000 ปีที่แล้วเมื่อหลินหมิงมาถึงแดนเร้นร้างไพศาลของ
เส้นทางแห่งอาชูร่ากับเสี่ยวหมัวเซียน พวกเขาถูกตามล่าโดยองค์ชาย
จักรพรรดิน่าฉีในสันเขาสุสานเทพ และในที่สุดก็ดึงความสนใจของเทียนห
มิงจื่อมาด้วย
ในวิกฤตแห่งชีวิตและความตาย หลินหมิงบ่มเพาะคู่กับเสี่ยวหมัว
เซียน และด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงฆ่าเทียนหมิงจื่อได้ การคิดถึงสมัยนั้นทำ
ให้หลินหมิงรู้สึกเหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ การต่อสู้ของเขากับ
เทียนหมิงจื่อนั้นเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ผิดพลาดเพียงขั้นตอนเดียวจะมิ
อาจหวนกลับ
หัวใจของหลินหมิงยังคงเต้นรัวเมื่อเขานึกย้อนกลับไปถึงแผนการอัน
ชาญฉลาดของเทียนหมิงจื่อ ในอดีต เหตุผลที่เขาสามารถฆ่าเทียนหมิงจื่อ
และแม้กระทั่งองค์ชายจักรพรรดิน่าฉีและพรรคพวกได้ก็เพราะเขาได้รับ
การสนับสนุนจากเขตมรณะในสุสานไป่ฉี
หนึ่งในศิษย์ของจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบุคคลนี้
เคยเป็นตัวตนระดับเทพแท้จริงในสมัยโบราณ หลังจากผ่านมาเป็นเวลา
หมื่นล้านปี สุสานที่ตัวตนตัวนี้หลงเหลือไว้ก็ยังเป็นรูปแบบค่ายกลและ
สนามพลังที่อ่อนแอลงอย่างมาก มิเช่นนั้นการรูปแบบค่ายกลของสุสาน
เพื่อฆ่าราชันสวรรค์ต้นหรือราชันสวรรค์กลางก็ย่อมจะมิใช่เรื่องยากเลย
ในอดีตเมื่อหลินหมิงเข้าสู่สุสานนี้ เขาได้รบกวนการหลับไหลของไป่ฉี
จากนั้นเพื่อปกป้องตัวเองเขาได้ใช้รูปแบบค่ายกลในสุสานเพื่อฆ่าศัตรู
เพื่อแสดงความขอบใจและขออภัยในการกระทำของเขา หลินหมิง
ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าเมื่อเขาได้รับความสามารถมากพอ เขาจะกลับมาใน
ดินแดนนี้และซ่อมแซมสุสานของไป่ฉี
และตอนนี้ หลินหมิงก็มีความสามารถนั้นแล้ว
เขาใช้ความรู้ในรูปแบบค่ายกลและกฎเต๋าสวรรค์อาชูร่า ใช้เวลาหก
วันเต็มเพื่อซ่อมแซมรูปแบบค่ายกลทั้งหมดในสุสานของไป่ฉี เขาถ่ายเท
พลังงานลงไปอย่างเพียงพอและด้วยพลังงานสวรรค์และปฐพีเสริม
รูปแบบค่ายกล พวกมันจะคงอยู่ด้วยตัวเองโดยไม่มีปัญหาไปหลาย
พันล้านปี
เช่นนี้ หลินหมิงอาจกล่าวได้ว่าได้ทำตามสัญญาในอดีตของเขาแล้ว
นอกจากซ่อมแซมสุสานของไป่ฉี เขายังจำได้ถึงสัญญาหนึ่ง เขาได้
สัญญากับราชันสวรรค์หมอกศักดิ์สิทธิ์ว่าเขาจะฆ่าราชันสวรรค์ห้วงมิติเท
วะ
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ หลินหมิงประเมินความแข็งแกร่งของเขาและ
ตระหนักว่ามันอาจจะยากเกินกว่าจะทำได้
ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายนั้นเทียบได้กับราชาเทพขุนพลสวรรค์
ในขณะที่เขาแข็งแกร่งกว่าราชาเทพขุนพลสวรรค์ แต่หากเขามิได้ใช้
กลยุทธ์และเผชิญหน้าโดยตรง การเอาชนะก็คงไม่ง่ายนัก
ยิ่งกว่านั้น นั่นเป็นเพียงการเอาชนะ การเอาชนะใครบางคนและการ
ฆ่าได้จริงนั้น มันต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตราบใดที่ห้วงมิติเทวะต้องการหนี
มันก็ไม่มีสิ่งใดที่หลินหมิงจะสามารถทำได้เพื่อหยุดเขา
แม้ว่าห้วงมิติเทวะจะต้องการต่อสู้เป็นตายกับเขา แต่หลินหมิงก็ไม่ได้
เปรียบอันใด
ในสถานการณ์เช่นนี้ มันเป็นไปไม่ได้ที่หลินหมิงจะหลีกเลี่ยงรูปแบบ
ค่ายกลและผู้ใต้บัญชาทั้งหมดภายในรังลับและฆ่าเขา เขาไม่เชื่อว่าตนจะ
ทำสิ่งนี้ได้แม้ว่าเขาจะไปถึงขั้นราชันสวรรค์กลาง
ดังนั้นหลินหมิงจึงตัดสินใจปิดด่านแทน นี่เป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด
ที่เขาได้มายังสันเขาสุสานเทพ เพราะมันมีพื้นที่บ่มเพาะลึกลับ – หุบเขา
มรณะ
ภายในหุบเขามรณะ เวลาและมิติถูกบิดภายใต้อำนาจของกฎ
แปลกๆบางอย่าง การไหลของเวลาในหุบเขามรณะนั้นเร็วกว่าโลก
ภายนอกถึงสิบเท่า
ทุกๆสิบวันในหุบเขามรณะ มันจะเท่ากับหนึ่งวันข้างนอก
ข่ายพลังกระแสเวลามิใช่เรื่องแปลก แต่ข่ายพลังในหุบเขามรณะ
ไม่ได้ทำให้กฎบิดเบื่อน ดังนั้นจึงไม่ส่งผลต่อการฝึกฝน มันจึงยากอย่าง
มากที่จะหาสถานที่เช่นนี้!
แน่นอนว่ายังมีราคาที่ต้องจ่ายหากอยู่ในหุบเขามรณะ
นี่เป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่เปลี่ยนแปลง นักสู้จะไม่ได้รับข้อมูลเชิงลึก
ใหม่ๆและจะไม่มีโอกาสได้รับโชค พวกเขาจะไม่สามารถต่อสู้เป็นตาย
และความเร็วการฝึกฝนจะไม่เพิ่มขึ้นเร็วนัก หากมนุษย์ขั้นผู้ปกครองเทวะ
เข้าสู่หุบเขามรณะ มันจะเป็นไปได้ยากที่พวกเขาจะทะลวงเข้าสู่ขั้นราชัน
สวรรค์ระหว่างอยู่ที่นี่
ในอดีตเมื่อหลินหมิงพัฒนาโลกภายในของเขาและหยั่งรู้วัฏสงสาร
แห่งชีวิตและความตาย แม้ว่าเขาจะไม่มีเวลามากพอ แต่เขาก็ยังไม่ได้เข้า
สู่หุบเขามรณะ
ประการแรก สิ่งที่เขาต้องรู้สึกและเข้าใจมิได้มีอยู่ในหุบเขามรณะ
ประการที่สอง และที่สำคัญกว่านั้นคือ ไม่มีพลังงานต้นกำเนิดมาก
นักในหุบเขามรณะ; ในความเป็นจริงมันอาจเรียกได้ว่าเบาบางมาก นี่เป็น
เพราะหุบเขามรณะนั้นแยกตัวจากภายนอกอย่างสมบูรณ์ พลังงานต้น
กำเนิดของสวรรค์และปฐพีล้วนแต่หมุนเวียนกันในหมู่พวกมันเอง
พลังงานที่กระจัดกระจายอยู่ภายในนั้นเกิดจากรูปแบบชีวิตที่ติดอยู่ในหุบ
เขามรณะ
พลังงานดังกล่าวมีจำกัด ยิ่งกว่านั้น เมื่อหลินหมิงเป็นราชันพิภพที่
ตรงไปยังขั้นราชันสวรรค์ เขาก็ต้องการที่จะดูดซับพลังของโลกจำนวน
มหาศาล
ดังนั้นหุบเขามรณะจึงไม่เหมาะสำหรับการบ่มเพาะ
แต่ในปัจจุบันสถานการณ์ได้ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
หลินหมิงเข้าใจกฎในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์และแม้แต่หลอมรวมพวกมันกับ
เต๋าสวรรค์อาชูร่า พลังแห่งเทพเจ้าและอสูรก็ก่อตัวเป็นระบบขึ้นมาและ
โลกภายในของเขาได้ดูดซับพลังของโลกเอาไว้มากพอ ความเข้าใจของ
หลินหมิงมาถึงระดับสูงและสิ่งที่เขาขาดในตอนนี้คือการบ่มเพาะ
ยิ่งกว่านั้น หลังจากหลินหมิงประสบความสำเร็จในการทะลวงเข้าสู่
ขั้นราชันสวรรค์ เพราะเขาทนต่อทัณฑ์สวรรค์ทั้ง 33, เขาจึงได้ดูดซับเสี้ยว
กฎเต๋าสวรรค์เป็นจำนวนมหาศาล ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกฎของราชาเทพ
โบราณ
เมื่อหลินหมิงทำลายร่างเงาเหล่านั้นของราชาเทพโบราณโบราณ
ส่วนหนึ่งของออร่าและความเข้าใจ และแม้แต่กฎที่พวกเขาบ่มเพาะก็
ได้รับการสืบทอดอย่างหลีกเลี่ยงมิได้โดยหลินหมิง
ทั้งหมดนี้สามารถย่อยได้ในหุบเขามรณะ
ดังนั้นหลินหมิงจึงไม่ขาดกฎที่เขาจำเป็นต้องหยั่งรู้แล้ว
สำหรับพลังงานจากสวรรค์และปฐพีนั้น มันไม่ผิดที่พลังงานต้น
กำเนิดในหุบเขามรณะจะแห้งแล้ง แต่หลินหมิงไม่เคยวางแผนที่จะดูดซับ
พลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีแต่แรกอยู่แล้ว
กลับกัน เขานำร่างจำแลงของจอมเขมือบมาแทน
นี่เป็นขุมทรัพย์ขนาดใหญ่ของพลังงาน ซึ่งบรรจุพลังโลหิตชีวิตและ
พลังแห่งอสูรจำนวนมหาศาล
การขาดแคลนพลังงานต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีจึงไม่สำคัญ หลินห
มิงต้องการเพียงแค่ดูดซับจากร่างจำแลงของจอมเขมือบ
เช่นนี้ หลินหมิงจึงเข้าสู่หุบเขามรณะ สถานที่แห่งนี้ซึ่งเป็นกับดักแห่ง
ความตายอย่างแท้จริงสำหรับนักสู้สามัญ มันกลับสงบและสบายเหมือน
สวนสำหรับเขา
หลังจากหลายปีที่ผ่านมา หลินหมิงกลับมายังหุบเขามรณะอีกครั้ง
ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงจากอดีตมาก กระดูกมากมายเกลื่อนพื้นและยังมี
สุสานสัตว์อสูรเทวะขนาดใหญ่ซึ่งน่าจะมีต้นกำเนิดมาจากจ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่า
หุบเขามรณะนั้นมืดสลัวเช่นเดิม เมื่อผู้เชี่ยวชาญไร้เปรียบหลายคน
มาถึงที่นี่ พวกเขาไม่เห็นความหวังในการกลับออกไปและถูกผลักดันให้
เกิดความวิกลจริตอย่างช้าๆ
อย่างไรก็ตาม ภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้ จิตใจของหลินหมิงก็ยังคง
เป็นทะเลสาบที่สงบนิ่ง
แม้ในความมืดและความเงียบงันนี้ สิ่งที่หลินหมิงรู้สึกได้กลับเป็น
ความสงบและเงียบ