Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,076 สมญานามแด่ราชันสวรรค์
“พี่หลิน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พี่สาวสองคนของข้ามีความกังวล
มากมายที่เจ้าไม่ได้ตระหนักถึง” เสี่ยวหมัวเซียนหยอกหลินหมิงอย่าง
สนุกสนาน จากนั้น นางเอนตัวใกล้กับหูของเขา กระซิบบางสิ่งบางอย่าง
กับเขาก่อนที่จะสวมเสื้อผ้าของนางอย่างเงียบๆและเดินออกไป
ความจริงก็คือว่า เสี่ยวหมัวเซียนได้รับรู้ถึงความคิดของฉินซิงเซวียน
และมู่เชียนหยี่แล้ว ในฐานะผู้หญิง พวกนางโหยหาเด็กและความ
ปรารถนานี้ก็ดำเนินมานับพันๆปี
เมื่อเสี่ยวหมัวเซียนออกจากห้องไป นางก็ค่อยๆปิดประตูด้านหลัง
นาง หลินหมิงตกตะลึง เขามองดูฉินซิงเซวียนและมู่เชียนหยี่ด้วยความ
งุนงง ไม่แน่ใจถึงความรู้สึกนั้นอยู่ในใจ
มู่เชียนหยี่จับมือหลินหมิงจ้อง มองตาเขาด้วยความรัก
“หลินหมิง… เจ้ารู้หรือไม่? เมื่อเจ้าจากไปกว่า 6,000 ปีก่อน ข้า
เกือบจะใจสลาย ด้วยความเศร้าโศกของชาวมนุษย์ ไม่มีอะไรที่นี่นอกจาก
สัตว์อสูรดุร้ายไม่รู้จบในถิ่นทุรกันดาร มันยากมากที่เราพัฒนาอาณาเขต
แต่ถึงอย่างนั้น ความพยายามทั้งหมดของเราก็ไม่ได้ผล นี่เป็นเพราะไม่ว่า
เราจะสร้างมากเพียงใด เราก็ไม่เคยรู้ว่าเมื่อไรชาวภูติเทพจะมาถึงและ
ทำลายทุกอย่างอย่างโหดร้าย… ข้าไม่พบความหวังและไม่สามารถ
มองเห็นอนาคตได้ ข้ารอเจ้าอยู่ แต่ทุกคนบอกว่าเจ้าตายไปแล้ว… ข้าไม่
อยากเชื่อพวกเขา แต่อย่างช้าๆ ข้าก็เริ่มถึงจุดที่สิ้นหวัง…
“มันเป็นช่วงเวลาที่ข้าคิดว่าถ้าข้ามีบุตรของเจ้ามันจะวิเศษสัก
เพียงใด?
“เมื่อมีบุตร ข้าจะมีสมาธิกับชีวิตของข้าได้ ข้าสามารถทุ่มเทอารมณ์
ทั้งหมดลงในบุตรของเรา ดังนั้นแม้ว่าจะมีบางสิ่งเกิดขึ้นกับเจ้า ข้าก็จะไม่
ใจสลายเพราะจะมีเหตุผลสำหรับข้าที่จะมีชีวิตต่อไป…”
มู่เชียนหยี่พูดอย่างจริงจัง ไม่กระพริบตาขณะที่นางมองหลินหมิง
ฉินซิงเซวียนจับมือหลินหมิง น้ำตาแวววับในดวงตาของนาง ”พี่หลิน
เจ้าวางแผนที่จะออกเดินทางอีกครั้งในอีกไม่กี่วันนี้ใช่หรือไม่?”
หลินหมิงแข็งค้างไป มองดูที่ฉินซิงเซวียน เขาก็ทนไม่ได้ที่จะทำร้าย
นางอีก
อย่างไรก็ตาม เขารู้ว่าตนเองไม่มีเวลาเหลืออีกมาก เมื่อเขาใช้การ
เจรจาและความแข็งแกร่งเพื่อบังคับให้ขุนพลสวรรค์และขนวิหคเหินหาว
ถอนตัวออกจากสงครามกับตนเอง หลายคนก็คาดเดาแผนการของเขาได้
แล้ว
ในที่สุดหลินหมิงก็พยักหน้า…
ฉินซิงกวนไม่แปลกใจและไม่เจ็บ นางคาดหวังไว้แล้ว
นางกล่าวว่า “พี่หลิน เมื่อ 6,000 ปีก่อน ฮวงเอ๋อร์เกิดและทุกวันข้า
จะช่วยน้องสาวเซียนเอ๋อร์ดูแลเขา ข้าอิจฉานางจริงๆ หลังจากนั้น ข้า
เฝ้าดูฮวงเอ๋อร์ค่อยๆเติบโตและมองว่าเขาเป็นบุตรของตัวเอง แต่ใน
ท้ายที่สุด เขาก็มิใช่ ทุกครั้งที่ฮวงเอ๋อร์ออกไปผจญภัยและเมื่อข้าเห็นเขา
กลับมา ข้าจะคิดว่ามันวิเศษเพียงใดกันถ้าข้ามีบุตรของตัวเองบ้าง…”
เมื่อฉินซิงเซวียนพูดขึ้น ดวงตาของนางแวววามด้วยน้ำตา ในที่สุด
นางก็พูดถึงวันเศร้าหมองที่นางประสบมานานกว่า 6,000 ปี ความเหงา
เช่นนี้ ความกลัวเช่นนี้ ความเจ็บปวดที่เกิดจากอารมณ์เหล่านี้ยากที่จะ
อธิบายด้วยคำพูด
หลินหมิงไม่พูดเพราะคำนี้ไม่จำเป็นอีกต่อไป
เขาจับมือมู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนแน่น จากนั้น เขาก็กอดมันไว้ใน
อ้อมแขนแล้วจูบเบาๆ พวกเขากลับไปที่เตียงนุ่ม…
ทุกอย่างเกิดขึ้นตามธรรมชาติ…
….
ในอีกสามวันข้างหน้า หลินหมิงไม่ได้ฝึกฝนอีกต่อไป ตลอดทั้งสามวัน
เขาผ่อนคลายตัวเองอย่างสมบูรณ์และมีความสุขกับภรรยาอย่างสงบสุข
และในทุกครั้ง มู่เชียนหยี่และฉินซิงเซวียนจะยอมรับต้นกำเนิดชีวิต
ของหลินหมิงอย่างระวัง ให้มันไหลออกจากพวกนาง
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลินหมิงก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงดัง
ความจริงก็คือ ตราบใดที่หลินหมิงไม่ได้กักขังมันไว้ พวกนางก็มี
โอกาสในการตั้งครรภ์ก็เกือบ 100%
ทั้งนี้เป็นเพราะพลังงานปราณของหลินหมิงมีพลังชีวิตและมีเวลาการ
อยู่รอดที่เหนือกว่าชาวมนุษย์ทั่วไปอย่างมาก
มันไม่ผิดที่ว่ามันยากสำหรับเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังจะยากกว่าในการให้
กำเนิด แต่มันเป็นหลินหมิงที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ของเขาที่แข็งแกร่ง
เขายังคงเป็นมนุษย์ และตัวเขาเอง
ด้วยเหตุนี้ ความสามารถในการให้กำเนิดจึงไม่ลดลงและแข็งแกร่ง
ขึ้นแทน
หากมีหญิงคนหนึ่งที่มีสายเลือดที่ไม่เหมือนใครเช่นเสี่ยวหมัวเซียน
ถ้าหลินหมิงอยู่กับนาง โอกาสที่นางจะตั้งครรภ์ก็จะถูกขยายขึ้นหลายเท่า
แต่ถ้าเขาอ่อนแอ โอกาสในการตั้งครรภ์ของนางก็จะเกือบจะเป็นศูนย์ นี่
เป็นปัญหาเกี่ยวกับปราณชีวิตที่มีอยู่ มันเป็นไปไม่ได้ที่หนูจะให้กำเนิด
ฟีนิกซ์
ดังนั้นในอนาคตหากหลินหมิงทะลวงเข้าสู่เทพแท้จริงหรือแม้กระทั่ง
ก้าวสู่ราชันเทพเจ้า คงไม่มีทางเป็นไปไม่ได้เลยที่เสี่ยวหมัวเซียนจะมีบุตร
คนที่สอง
สามวันต่อมาในตอนเช้า หลินหมิงตื่นขึ้นมาจากความอบอุ่นที่
ล้อมรอบ เขาเปลี่ยนชุดใหม่และขับออร่าที่มีชีวิตชีวา วันนี้ พิธีสถาปนา
ของหลินหมิงจะเริ่มขึ้น!
พิธีสถาปนาโบราณ มันหมายถึงการสังเวยต่อสวรรค์และปฐพี พิธี
สถาปนาเหล่านี้มีอยู่ในอาณาปุถุชน ตัวอย่างเช่น จักรพรรดิปุถุชนจะปีน
ขึ้นไปบนขุนเขาเพื่อบูชาสวรรค์และปฐพี สรรเสริญต่อโลก
แต่ต่างออกไปในโลกของนักสู้
ที่นี่ สวรรค์และปฐพีมิได้อ้างถึงสวรรค์และปฐพีในสายตาของปุถุชน
แต่เพื่อราชันสวรรค์!
นี่เป็นเพราะหลังจากนักสู้ทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันสวรรค์ กฎที่พวกเขา
ครอบครองจะสามารถยืนหยัดได้แม้กระทั่งกับกฎเต๋าสวรรค์ในบางแง่มุม
ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่จะพูดเกินจริงที่จะกล่าวว่าราชันสวรรค์เป็น
จักรวาลแห่งสวรรค์และปฐพี
ก่อนเกิดมหาภัยพิบัติ เทพแท้จริงชาวมนุษย์ไม่มีมานานแล้วและ
ราชันสวรรค์เป็นขอบเขตสูงสุดที่ใครๆก็สามารถเข้าถึงได้ ด้วยคำนี้ ราชัน
สวรรค์จึงมีความหมายว่าเป็นเอกพจน์และภาคภูมิในสวรรค์เบื้องบนหรือ
บนโลกเบื้องล่าง!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพิธีสถาปนาของหลินหมิงจะเป็นการเฉลิมฉลอง
ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับชาวมนุษย์นับตั้งแต่พวกเขาเข้าสู่จักรวาลรกร้าง
ราชันสวรรค์ชาวมนุษย์เกือบร้อยคนมารวมตัวกันในพิธีนี้ ในแง่ของ
ขนาด มีเพียงหนึ่งเหตุการณ์ที่สามารถเปรียบเทียบกับสิ่งนี้ได้ และนั่นคือ
เมื่อนิมิตฝันเทวะทะลวงเข้าสู่เทพแท้จริง
ฐานของชาวมนุษย์ได้ถูกถ่ายโอนไปยังกลุ่มก๊าซลึกในใจกลางดารา
จักรมังกรเร้น
วันนี้ กลุ่มก๊าซนี้เปล่งประกายด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์
ราชันสวรรค์ชาวมนุษย์ทุกคนนำตำหนักสวรรค์มา ตำหนักสวรรค์นับ
ร้อยวนรวมกัน แสงอันงดงามเปล่งออกมาจากพวกมัน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่
อันกว้างใหญ่ไพศาล งดงามตระกาลตา
และแสงศักดิ์สิทธิ์นี้ล้อมรอบสนามพลังที่มีรัศมี 100,000 ไมล์
ภายในสนามพลังนี้ มีดอกไม้และต้นไม้หายากนับไม่ถ้วน สมบัติแห่ง
สวรรค์และปฐพีที่เบ่งบานด้วยกัน
ฉากที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ปรากฏขึ้นในพื้นที่อันเต็มไปด้วยดวงดาวของ
จักรวาล ยิ่งทำให้น่าหลงไหล!
และในเวลานี้ สมญานามของหลินหมิงก็ได้รับการตัดสินแล้ว
เมื่อวานนี้ เพื่อตัดสินใจเลือกสมญานามของหลินหมิง ตัวตนระดับสูง
ของชาวมนุษย์หลายคนจึงได้จัดการประชุมพิเศษ นี่คือสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น
ในประวัติศาสตร์ของชาวมนุษย์มาก่อน
ส่วนใหญ่ของสมญานามราชันสวรรค์ได้รับการคัดเลือกโดยตัวราชัน
สวรรค์เอง พวกเขาจะใช้สมญานามอะไรก็ได้ที่พวกเขาชื่นชอบ
สมญานามเหล่านี้มักจะเกี่ยวข้องกับเคล็ดบ่มเพาะ วิธีการต่อสู้
ประสบการณ์ชีวิต สถานที่เกิด เหตุผลที่พวกเขากลายเป็นที่รู้จัก ซาก
โบราณที่พวกเขาไปผจญภัยหรือปัจจัยอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม สมญานามของหลินหมิงมีความสำคัญต่างออกไป เขา
เป็นพลังและอำนาจของชาวมนุษย์ สัญลักษณ์ของผู้นำที่ไม่สามารถถูกสุ่ม
เลือกได้
สมญานามนี้จำเป็นต้องได้รับการยอมรับจากบุคคลทั่วไป
ยิ่งกว่านั้น สมญานามเรื่องนี้ได้ถูกลิขิตให้บันทึกไว้ในบันทึก
ประวัติศาสตร์และคงอยู่ไปชั่วนิรันดร์ ดังนั้น จึงช่วยไม่ได้ที่จะพิถีพิถัน
3.6 พันล้านปีก่อน ผู้นำของชาวมนุษย์ได้รับการยกย่องในสมญานาม
ราชันสวรรค์ผนึกเทวะ ชื่อนี้มีแรงผลักดันและความสำคัญอันยิ่งใหญ่ แม้
จะผ่านไปหลายปี เมื่อคนพูดถึงชื่อของราชันสวรรค์ผนึกเทวะ พวกเขาจะ
ทำเช่นนั้นด้วยความเคารพอย่างไม่สิ้นสุดในน้ำเสียง สำหรับชื่อที่แท้จริง
ของราชันสวรรค์ผนึกเทวะนั้น มันก็ไม่มีใครรู้ แน่นอนว่าเป็นไปได้ที่จะรู้
เนื่องจากมหาภัยพิบัติเมื่อ 3.6 พันล้านก่อน ซึ่งมรดกส่วนใหญ่ของชาว
มนุษย์ถูกทำลาย
ในตอนแรก มีคนแนะนำว่าให้เรียกหลินหมิงว่า ‘ราชันสวรรค์อมตะ’
เพื่อระบุว่าหลินหมิงนั้นเป็นอมตะ และด้วยชีวิตของเขานั้น ชาวมนุษย์จะ
ดำรงอยู่เป็นนิจสืบไป
อย่างไรก็ตาม การเสนอนี้ถูกปฏิเสธโดยตรงจากนิมิตฝันเทวะ
ในขณะที่ชื่อ ‘อมตะ’ อาจจะสง่าและยิ่งใหญ่ แต่ก็มีใครสักคนที่ใช้ไปแล้ว
เมื่อหมื่นหมื่นล้านปีก่อน
ในเวลาเดียวกัน ราชันสวรรค์อาชูร่าเองก็เช่นกัน
ความคิดมากมายถูกเสนอเพิ่มเติม จากเคล็ดบ่มเพาะของหลินหมิง
จะได้เป็น ‘ราชันสวรรค์เก้าดารา’, ‘ราชันสวรรค์เพลิงสายฟ้า’, ‘ราชัน
สวรรค์เทพทรราช’ แต่ทั้งหมดนี้ได้ถูกปฏิเสธ
เหตุผลก็เพราะ พวกเขาอธิบายเพียงส่วนน้อยและไม่ได้สะท้อนถึง
หลินหมิงอย่างครบถ้วน
นิมิตฝันเทวะให้ทุกคนที่เข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้เสนอสมญานาม
ออกมา แม้แต่เผ่าพันธุ์เทพบรรพกาลก็เสนอสมญานามเป็น ‘ราชาเทพนิ
รันดร์กาล’ แต่หลังจากนิมิตฝันเทวะได้พิจารณามันครู่หนึ่ง นางก็ยัง
ปฏิเสธสิ่งนี้
เมื่อมันมาถึงคราวที่ราชันสวรรค์เอกภพอนันต์จะเสนอ เพราะทุกคน
เสนอความคิดมากมายและเขาไม่สามารถเสนอซ้ำได้ เขาคิดครู่หนึ่งก่อนที่
จะเสนอว่า ‘ราชันสวรรค์รุ่งอรุณใหม่’ สิ่งนี้ทำให้นิมิตฝันเทวะพูดไม่ออก
ถึงแม้ว่าจะมีความหมายที่ดี แต่ชื่อนี้ไม่ได้ดังก้องอยู่ในหูเลย
“ถ้าอย่างนั้น เราเรียกเขาว่า… จักรพรรดิมนุษย์”
เมื่อราชันสวรรค์คนอื่นๆพูดจบแล้ว นิมิตฝันเทวะได้พูดขึ้นมา
ทุกคนที่ฟังต่างก็ตกตะลึง ชื่อนี้ไม่เพียงแต่ดังก้องในหู แต่มันยังมี
ความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า
ชาวภูติเทพเองก็นั้นมีจักรพรรดิภูติเทพของตนเอง
ชาววิญญาณเองมีจักรพรรดิวิญญาณของตนเอง
ถ้าเช่นนั้นแล้วชาวมนุษย์เองก็ควรจะมีจักรพรรดิมนุษย์!
สมญานามนี้ยังระบุถึงตำแหน่งของหลินหมิงไปในตัวด้วย จักรพรรดิ
มนุษย์ จักรพรรดิแห่งชาวมนุษย์ ในอีกนัยหนึ่งคือ ตัวตนอันดับหนึ่งของ
ทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์!
ในอนาคตเมื่อมหาภัยพิบัตินี้ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ หลินหมิง
จะได้ถูกพิจารณาให้เป็นผู้นำสูงสุดของชาวมนุษย์และชื่อของเขาจะถูก
จารึกลงไปตลอดกาล เมื่อคนอื่นพูดถึงตำราประวัติศาสตร์เหล่านี้และพูด
ถึงหลินหมิง พวกเขาจะเรียกเขาว่าจักรพรรดิมนุษย์ อีกคำคือ จักรพรรดิ
มนุษย์หลินหมิง!
และในอนาคตเมื่อแดนเทวะฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในยุคทอง ชาวมนุษย์
จะไม่อ้างถึงหลินหมิงว่าเป็น ‘ผู้อาวุโส’ หรือ ‘ปราชญ์’ อีกต่อไป แต่จะ
เรียกเขาว่า ‘ฝ่าบาท’ หรือ ‘จักรพรรดิ’
ชื่อนี้ได้รับการเห็นพ้องจากราชันสวรรค์ทุกคน นี่เป็นสมญานามที่ได้
โดยความแข็งแกร่งของหลินหมิง
เพราะถึงแม้ว่าราชันสวรรค์จะสามารถเลือกสมญานามของพวกเขา
ได้ แต่พวกเขาต้องการแต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะเรียกตัวเองด้วยสิ่งนี้ เพราะ
มันจะเหมือนกับการท้าทายราชันสวรรค์ชาวมนุษย์คนอื่นๆ
แต่สำหรับหลินหมิงที่จะได้รับการกล่าวถึงในนามของจักรพรรดิ
มนุษย์ มันก็ไม่มีใครปฏิเสธเลย!
เมื่อหลินหมิงได้ยินสมญานามนี้ เขารู้สึกว่ามันเกินความจริงไป
เล็กน้อย แต่หลังจากพิจารณาปัจจัยหลายอย่างแล้ว มันก็ยอมรับได้
สำหรับความพยายามในสงคราม เช่นนี้ พิธีสถาปนาก็เริ่มขึ้น!
งานเลี้ยงจัดขึ้นตามมา สิ่งของหลายอย่างในงานเลี้ยงเหล่านี้เป็นวัสดุ
สวรรค์ล้ำค่าและหายาก การกินพวกมันจะมีประโยชน์อย่างมากต่อการ
บ่มเพาะ
งานเลี้ยงและพิธีนี้ดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาสามวัน
สมญานามจักรพรรดิมนุษย์หลินหมิงเองก็แพร่กระจายออกไปทั่ว
ชาวมนุษย์จากพิธีนี้
ในวันสุดท้าย หลินหมิงนั่งอยู่บนบัลลังก์ของจักรพรรดิมนุษย์ ตลอด
ทั้งท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว การสรรเสริญของนักสู้ชาวมนุษย์ก็สะท้อน
ออกมา “จักรพรรดิมนุษย์, มนุษย์จงเจริญ!”
มันทำให้โลหิตของนักสู้ชาวมนุษย์ทุกคนเดือดพล่าน
เมื่อมองไปยังนักสู้ชาวมนุษย์เหล่านี้ด้วยแรงผลักดันดังดล่าว หลินห
มิงรู้ว่าในที่สุดก็ถึงเวลาที่ชาวมนุษย์จะกลับไปสู่แดนเทวะและชำระหนี้
เลือดของพวกเขา
นี่เองก็เป็นเวลาที่เขาจะแยกจากไป
สำหรับหลินหมิง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้า การบูชาทั้งหมดนี้ราวกับว่า
จะเป็นหมอกที่สามารถเลือนหายไปได้ทุกเมื่อ
หากปราศจากความแข็งแกร่งไร้เเแรียบ ไม่นานสิ่งเหล่านี้จะ
กลายเป็นภาพมายาของประวัติศาสตร์
นี่เป็นเพราะก่อนหน้านั้นมันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ชาวมนุษย์กลายเป็น
ฝุ่นในประวัติศาสตร์ …
เวลาเป็นสิ่งสำคัญ!