Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,114 พบกันอีกครั้ง
ในเจดีย์ที่สูงตระหง่านของแดนราชันเร้นเหนือที่ราบป่า มันมีเสาที่
แทงลงในโลก ล้อมรอบด้วยสนามพลังอสูรที่ยื่นออกไปในรัศมี 10,000
ไมล์
สนามพลังนี้เต็มไปด้วยออร่าปีศาจหนาแน่น ราวกับว่าปีศาจโบราณ
บางตัวกำลังหลับใหลที่นี่
ศิษย์ของทุกขุมกำลังเพียงเข้าหาสนามพลังนี้ก็รู้สึกถึงแรงกดดันอย่าง
มากแล้ว
แรงกดดันนี้ถูกปนกันด้วยจิตสังหารอันยิ่งใหญ่ นอกจากนักสู้ที่อยู่ใน
ระดับราชันพิภพหรือสูงกว่า มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าร่วม
“นี่คือสนามพลังราชันเร้นของแดนราชันเร้น มันคือรูปแบบค่ายกล
พิทักษ์ของแดนราชันเร้น มันก่อตั้งขึ้นเมื่อหมื่นล้านปีก่อน และในช่วง
หมื่นล้านปีที่ผ่านมา แดนราชันเร้นได้จ่ายเงินเป็นจำนวนมาก สังเวยโลหิต
เพื่อคงระดับรูปแบบค่ายกลเทพแท้จริงสูงสุดเอาไว้ ถ้าอสูรโลกันต์เทพ
แท้จริงจะเข้าสู่รูปแบบค่ายกลนี้ พวกเขาจะถูกจำกัดภายใต้มัน
ก่อนที่จะเข้าสู่สนามพลังราชันเร้น ผู้อาวุโสสูงของนิกายกัลป์โบราณ
เริ่มอธิบายว่ามันคืออะไร
หลินหมิงมองไปยังเสาที่ล้อมรูปแบบค่ายกลอันยิ่งใหญ่ เสาเหล่านี้
ไม่ได้ถูกจารึกไว้ด้วยรูน แต่มีรูปสลักของอสูรโลกันต์โบราณหลายตนใน
นั้น ภาพเหล่านี้มีความจริงสูงสุดของกฎของอสูรโลกันต์ และมีออร่าที่แผ่
ออกมาจากพวกมันจนทำให้ผู้หนึ่งหายใจอย่างยากลำบาก
เมื่อก้าวเข้าสู่สนามพลังอย่างแท้จริง หลินหมิงรู้สึกได้ถึงพลังของ
ตนเองที่ถูกยับยั้งไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการโคจรพลังงานภายใน
ร่างกายหรือการใช้กฎของโลก ทุกอย่างได้รับผลกระทบจากการยับยั้ง
ของสนามพลัง
หากหลินหมิงต้องการปลดปล่อยตัวเองจากการยับยั้งนี้ เขาก็ต้อง
เปิดสนามพลังของตนเอง แต่หลินหมิงในปัจจุบันไม่ได้มีความแข็งแกร่งที่
จะทำเช่นนั้น
“ความแข็งแกร่งของทุกคนถูกยับยั้ง ดังนั้นการต่อสู้จึงยุติธรรม นี่คือ
การป้องกันมิให้กองบัญชาการแดนราชันเร้นได้รับความเสียหายเนื่องจาก
การทำลายล้างที่ยิ่งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นเมื่ออสูรโลกันต์ระดับเทพแท้จริงได้
ต่อสู้กัน”
หลินหมิงมองขณะที่ขุมกำลังอสูรโลกันต์มากขึ้นเรื่อยๆเข้าสู่สนาม
พลัง สนามพลังนี้เป็นดั่งกรงยักษ์ซึ่งกลืนทุกคนที่เข้ามา
กลุ่มจากนิกายกัลป์โบราณมาถึงเขตที่ได้รับมอบหมาย และใน
สถานที่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพวกเขา กลุ่มอสูรโลกันต์ระดับสูงอีกหลายคนก็
มาถึงแล้ว
“นั่นคืออสูรโลกันต์จากตำหนักเก้าบาดาล” กัลป์แสงพูดจากด่าน
ข้างผู้อาวุโสกัลป์เทพ เสียงของเขาเบาในขณะที่เขาจ้องมองผู้อาวุโสหลาย
คนของตำหนักเก้าบาดาล
ศิษย์หลายคนของตำหนักเก้าบาดาลเองก็เห็นว่านิกายกัลป์โบราณ
มาถึง
ตำหนักเก้าบาดาลและนิกายกัลป์โบราณจำเป็นต้องผนึกกำลังเพื่อ
ต่อต้านแดนราชันเร้น แต่ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็เป็นคู่แข่งกัน
“ฮ่าฮ่า ผู้อาวุโสกัลป์เทพ ดูเหมือนว่านิกายกัลป์โบราณของเจ้าจะได้
ฝึกฝนผู้เชี่ยวชาญมากมายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันนี้!”
ผู้นำของตำหนักเก้าบาดาลเป็นอสูรโลกันต์ชรา เขาสูงแปดฟุตและมี
รูปร่างผอมแห้ง ร่างกายเหมือนเสาไม้ไผ่และมีหัวเสียบไว้ที่ปลาย ในขณะ
ที่ดวงตาทั้งแปดของเขามองดูหลินหมิง สิ่งที่หลินหมิงรู้สึกคือรังเกียจ
สิ่งมีชีวิตที่แปลกและดูน่าเกลียดนี้
อสูรโลกันต์ชรานี้คือผู้อาวุโสสูงแห่งตำหนักเก้าบาดาล ข้างหลังเขามี
สามผู้อาวุโสเยาว์เทพแท้จริง
เห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสทั้งสามคนนี้ถูกส่งมาจากตำหนักเก้าบาดาลและ
จะเป็นผู้เข้าร่วมการแข่งขันด้วย
เมื่อพบคู่แข่ง จิตวิญญาณต่อสู้ก็จะถูกกระตุ้น ฝ่ายของนิกายกัลป์
โบราณเช่น กัลป์แสง, กัลป์จันทราและกัลป์อัคคี พวกเขาจ้องมองผู้อาวุโส
ทั้งสามจากตำหนักเก้าบาดาล
ผู้อาวุโสทั้งสามแห่งของตำหนักเก้าบาดาลต่างจากนิกายกัลป์โบราณ
ผู้อาวุโสทั้งสามของนิกายกัลป์โบราณนั้นมีความแข็งแกร่งคล้ายกัน แต่ใน
ตำหนักเก้าบาดาล ความแตกต่างของความแข็งแกร่งระหว่างผู้อาวุโสทั้ง
สามค่อนข้างมาก ผู้อาวุโสเยาว์ชื่อบาดาลสูญเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด และ
อีกคนปานกลาง และอีกคนที่อ่อนแอสุดคือคนที่ถูกพามาที่นี่เพื่อให้ครบ
จำนวนเท่านั้น
“ปุถุชนร้องขอและสวรรค์ปฎิเสธ สิ่งที่ข้าสามารถทำได้ขณะที่รอคือ
เตรียมความพร้อมให้มากที่สุด!” ผู้อาวุโสกัลป์เทพพูดอย่างช้าๆ
“ฮ่าฮ่า ผู้อาวุโสกัลป์เทพอ่อนน้อมถ่อมตนเกินไป ข้าได้ยินมาว่าไม่
เพียงแต่นิกายกัลป์โบราณจะมีความหวังสูงสำหรับสุสานจอมเทพอสูร
เท่านั้น แต่เจ้ายังต้องการเสนอการแต่งงานโดยให้ผู้อาวุโสในนิกาย
แต่งงานกับเทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์ของแดนราชันเร้น ความกล้าหาญดังกล่าว
เป็นสิ่งที่ทำให้ตำหนักเก้าบาดาลของข้าสะท้านในความอับอายของเรา!”
เสียงของผู้อาวุโสของตำหนักเก้าบาดาลสะท้อนขึ้นไปในอากาศ แต่ผู้
หนึ่งก็ไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นการเย้ยหยันหรือชมเชย อย่างไรก็ตาม
ไม่ว่าเขาจะมีความคิดในใจอย่างไรมันก็ไม่สำคัญ
หลังจากผู้อาวุโสสูงของตำหนักเก้าบาดาลกล่าวถึงการแต่งงาน ผู้
อาวุโสสามคนจากนิกายกัลป์โบราณก็รู้สึกไม่สบายใจ พวกเขาสาปแช่ง
หลินหมิงในใจแล้ว
อย่างไรก็ตาม ผู้อาวุโสกัลป์เทพยังคงความสงบ เขากล่าวอย่างช้าๆ
ว่า “เทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์ของแดนราชันเร้นแจ้งให้โลกรู้เมื่อหลายพันปีก่อน
ว่าอสูรโลกันต์ใดๆก็ตามตราบใดที่พวกเขาสามารถเอาชนะนางใน
ขอบเขตเดียวกัน พวกเขาจะแต่งงานกับนางได้ นี่คือความรู้ทั่วไปและทุก
คนมีอิสระที่จะเข้าร่วม นิกายกัลป์โบราณของเราก็อยากจะลองเสี่ยงโชค
ของเราด้วย ดังนั้นนี่จึงห่างไกลจากความกล้าหาญใดๆ ถ้าเราพ่ายแพ้เรา
ก็พ่ายแพ้ ดังนั้นมันสำคัญอันใดเล่า?”
ผู้อาวุโสกัลป์เทพตอบไม่เพียงแต่คลายบรรยากาศที่น่าอึดอัดใจ แต่
ยังเปิดเส้นทางหลบหนีให้กับตัวเองในภายหลังด้วย ผู้อาวุโสสูงตำหนักเก้า
บาดาลหัวเราะ แต่ขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เสียงก็ดังขึ้นใน
ระยะไกล มันกังวานอยู่ในความว่างเปล่า
เมื่อเสียงดังขึ้น ฉากที่วุ่นวายในตอนแรกก็สงบลง ทุกคนมองไปและ
พวกเขาจะเห็นว่าในความว่างเปล่าที่ห่างไกลนั้น เรือจิตวิญญาณขนาด
ใหญ่ตัดเข้าสู่สนามพลังของสนามพลังดั่งคลื่นใน้ำนขณะที่มันแล่นไป
ข้างหน้า
บนดาดฟ้าเรือกระดูก มีอสูรโลกันต์ระดับสูง 10 ยืนเด่น อสูรโลกันต์
ระดับสูง 10 ตนเหล่านี้ล้วนแต่มีการบ่มเพาะที่ขั้นเทพแท้จริง!
การที่ขุมกำลังจะปรากฏขึ้นพร้อมถึง 10 เทพแท้จริงได้โดยง่าย ภูมิ
หลังเดียวที่มีความสามารถในการทำเช่นนี้คือแดนราชันเร้น
“มันคือผู้อาวุโสของแดนราชันเร้น!”
มีคนพูดอย่างเงียบๆ เผชิญกับแดนราชันเร้น ขุมกำลังทั้งหมดที่นี่ก็
รู้สึกกดดันอย่างมาก
“ช่างเป็นเขตแดนออร่าที่น่าสะพรึงกลัวยิ่ง ข้าได้ยินมาว่าแดนราชัน
เร้นมีอสูรโลกันต์ระดับเทพแท้จริงมากกว่า 20 ตน นั่นคือมากกว่าตำหนัก
เก้าบาดาลและนิกายกัลป์โบราณรวมกัน!”
เมื่อหลินหมิงได้ยินการสนทนาของเหล่าศิษย์จากขุมกำลังเล็ก เขา
รู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย
ในอเวจีทมิฬ ถ้ารวมอสูรโลกันต์ระดับเทพของหกขุมกำลังจอม
อสูรโลกันต์แล้ว มันจะมีมากกว่า 80 ตน และยังมีอสูรโลกันต์ระดับเทพ
แท้จริงที่อยู่ในนิกายอื่นนอกเหนือจากขุมกำลังหกขุมกำลังจอมอสูรโล
กันต์ หรือบางทีพวกเขาอาจซ่อนตัวอยู่ที่อื่น แต่โดยรวมแล้ว มันก็มีอย่าง
น้อย 100 ระดับเทพแท้จริงในอเวจีทมิฬนี้
นี่เป็นจำนวนที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง นี่เป็นเพราะใน 33 สวรรค์ นัก
สู้ที่ครอบครองพลังต่อสู้ระดับเทพแท้จริง แม้ว่าจะนับรวมหลินหมิง แต่ก็
ยังจะมีเพียง 11-12 คนเท่านั้น
เปรียบเทียบกับทั้งอเวจีทมิฬ นี่เป็นความแตกต่างที่มากกว่า 10 เท่า
หากมิใช่เพราะช่องที่เชื่อมต่ออเวจีทมิฬกับ 33 สวรรค์ที่ถูกปิดกั้น บางที่
33 สวรรค์อาจจะถูกกำจัดสิ้นโดยอเวจีทมิฬไปนานแล้ว
เมื่อคิดเช่นนี้ หลินหมิงก็สามารถรู้สึกได้ว่าจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า
ของหมื่นล้านปีก่อนนั้นแข็งแกร่งเพียงใด แน่นอนเพื่อให้เผ่าพันธุ์โบราณ
ในยุคนั้นเอาชนะเหล่าอสูรโลกันต์ได้ พวกเขาต้องจ่ายราคาที่น่าเศร้า
อย่างยิ่ง
เมื่อหลินหมิงนึกถึงเรื่องนี้ หัวใจของเขาก็สั่นไหวและดวงตาหรี่ลง
ในขณะนี้ เขาเห็นว่าที่เหนือเรือกระดูกนั้น ยืนร่างของหญิงคนหนึ่ง
ยืนอยู่
หญิงคนนี้สวมเสื้อชุดดำ เมื่อนางยืนอยู่ตรงนั้น และเป็นเช่น
แหล่งกำเนิดของความมืดในทั้งจักรวาล ที่ซึ่งนางยืนอยู่ กฎเหล่านั้น
รวมตัวกันเป็นเส้นสายที่ก่อตัวเป็นกลีบบุบผาสีดำซึ่งค่อยๆร่วงลงใน
อากาศ ร่วงหล่นลงบนชุดของนางก่อนที่จะค่อยๆสลายไป…
ยืนอยู่ตรงนั้น นางเป็นเช่นนางมารแห่งราตรี หญิงคนนี้เป็นเทวีอสูร
ศักดิ์สิทธิ์ของแดนราชันเร้น!
หลินหมิงสูดลมหายใจลึก ความคิดของเขาก็สั่นไหวในใจ เขา
สามารถรู้สึกถึงการเชื่อมต่อทางสายเลือดที่คุ้นเคยอย่างลึกลับจากเทวี
อสูรศักดิ์สิทธิ์ของแดนราชันเร้น ด้วยการเชื่อมต่อนี้ เขาสามารถยืนยันได้
ทันทีว่าเทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์ที่เขาเห็นต่อหน้าเป็นเช่นเดียวกับจักรพรรดินี
วิญญาณของชาววิญญาณแห่ง 33 สวรรค์ – เซิ่งเหม่ย!
หลินหมิงรู้ว่าเมื่อเขาอยู่ที่ดาวเคราะห์นภารินไหลที่ซึ่งเขาได้
กลายเป็นหนึ่งเดียวกับเซิ่งเหม่ยนั้น เซิ่งเหม่ยได้ใส่แก่นพลังหยินของตน
และเสี้ยววิญญาณของนางไว้ในตัวเขา มันเป็นเพราะเหตุนี้ที่ทำให้เขารู้สึก
ถึงการเชื่อมต่อระหว่างกัน
ในเวลานี้ มันไม่ได้มีเพียงหลินหมิงที่เห็นเซิ่งเหม่ย แต่อสูรโลกันต์ตน
อื่นๆเองก็เช่นกัน
ในฐานะที่เป็นเทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์ของแดนราชันเร้น พรสวรรค์ของเซิ่ง
เหม่ยนั้นมิอาจเปรียบ และสถานะของนางก็มิอาจเอื้อม บรรยากาศของ
เลือนรางดุจหมอก และการปรากฏตัวของนางนั้นเหนือกว่าคนอื่นทั้งหมด
ในอเวจีทมิฬ บุตรที่ภาคภูมิของสวรรค์เช่นนี้ทำให้อสูรโลกันต์นับไม่ถ้วนมี
ความปรารถนาอย่างแรงกล้าต่อนาง
“นั่นคือเทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์ของแดนราชันเร้น เพียงแค่ได้เห็นนางครั้ง
เดียว มันก็ดีกว่าที่จะได้ยินเกี่ยวกับนางร้อยครั้ง!”
“นั่นคือนาง คราวนี้นางมีแนวโน้มที่จะเข้าไปในสุสานจอมเทพอสูร
ด้วยเช่นกัน ในแง่ของการบ่มเพาะ ข้าได้ยินมาว่านางเริ่มลองทะลวงขึ้น
เทพแท้จริงแล้ว!”
“ช่างเป็นพรสวรรค์ที่น่ากลัวยิ่ง นางอาจจะมีอายุเพียงไม่กี่หมื่นปี
เท่านั้น…”
ทุกคนเริ่มถกเถียงกัน จากบรรดาสายตาที่จ้องมองนางมากมาย มัน
ทำให้หัวใจของเซิ่งเหม่ยสะท้านอย่างกระทันหัน ชั่วครู่หนึ่ง นางรู้สึกถึงสิ่ง
ที่อธิบายไม่ได้ ความรู้สึกแปลกๆที่ผ่านมายังนางอย่างอ่อนโยนและ
รวดเร็ว นางมองไปยังทิศทางของนิกายกัลป์โบราณ
ดวงตาของนางหยุดอยู่ที่อสูรโลกันต์ที่สง่าและปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำ
มีสองใบมีดกระดูกยื่นออกมาจากข้อศอก
ในบรรดาอสูรโลกันต์ระดับสูง อสูรโลกันต์นี้ดูเหมือนธรรมดา แต่
ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่รู้จัก ขณะที่เซิ่งเหม่ยมองเขา นางก็ช่วยไม่ได้ที่
จะรู้สึกถึงสิ่งที่คุ้นเคยเล็กน้อย…