Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,115 เลือกคู่ต่อสู้
“แปลก… ข้าไม่ควรพบเขามาก่อน…”
เซิ่งเหม่ยขมวดคิ้ว ในเวลานี้ หลินหมิงในปัจจุบันได้ปกปิดออร่า
มนุษย์ของเขาไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว
ตัวตนที่แท้จริงของหลินหมิงอยู่ในโลกภายในของร่างจำแลงอสูร
และออร่าของเขาก็ปิดกั้นอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นเซิ่งเหม่ยจึงจำเขาไม่ได้
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสัญชาตญาณลึกลับบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบาย
ได้ นางจึงสามารถรู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่าหลินหมิงเป็นคนพิเศษ
เมื่อหลินหมิงรู้สึกถึงการจ้องมองของเซิ่งเหม่ย เขาจึงระงับความคิด
ควบคุมอารมณ์ของตนเพื่อไม่ให้มีอะไรแสดงออกมา
เขาซ่อนออร่าของเขาไว้อย่างมิดชิด ไม่วางแผนที่จะเปิดเผยสถานะ
ของเขาต่อเซิ่งเหม่ยในเร็วๆนี้ นี่เป็นเพราะสำหรับเขา อเวจีทมิฬเป็นถ้ำ
ของเสือ และหากตัวตนของเขาถูกเปิดเผยแล้ว ผลที่ตามมาจะมิอาจ
คาดคิด
ดังนั้นแม้ว่าหลินหมิงต้องการที่จะเชื่อในเซิ่งเหม่ย แต่ใครจะรู้ว่าเหตุ
ใดนางถึงอยู่ในอเวจีทมิฬและเป้าหมายของนางคืออะไร? นางดีหรือชั่ว
ร้าย
ในสถานการณ์ที่ไม่แน่ใจได้อย่างสมบูรณ์นี้ มันก็ไม่มีทางที่หลินหมิง
จะเชื่อในเซิ่งเหม่ยได้ ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนดาวเคราะห์นภารินไหล
เมื่อ 12,000 ปี ก่อนแม้ว่าเซิ่งเหม่ยจะช่วยชีวิตเขาไว้ แต่ทุกอย่างที่นาง
เปิดเผยได้ทำให้เขารู้สึกถึงความซับซ้อน แม้ว่าเขาต้องการที่จะเข้าใกล้
นาง แต่เขาก็ต้องการเว้นระยะจากนางด้วย
เซิ่งเหม่ยมองดูหลินหมิงครู่หนึ่งแล้วหันไป นางถามหนึ่งในอสูรโล
กันต์ที่ติดตามว่า “อสูรโลกันต์ของนิกายกัลป์โบราณนั่นคือใคร”
“การรายงานต่อแม่นาง เขาเป็นผู้อาวุโสเก้าซึ่งเพิ่งได้รับการเลื่อน
ตำแหน่งจากนิกายกัลป์โบราณ เขาอยู่ที่ขั้นราชันสวรรค์ปลาย ดังนั้นมัน
จึงแปลกที่กลายมาเป็นผู้อาวุโส ยิ่งกว่านั้น…”
ผู้ติดตามอสูรโลกันต์มองเซิ่งเหม่ยขณะที่พูดถึงตรงนี้ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“ยิ่งกว่านั้นอะไร?”
“ท่านควรรู้ว่าในระหว่างการแข่งขันครั้งนี้ หนึ่งในผู้อาวุโสแห่งนิกาย
กัลป์โบราณปรารถนาจะท้าทายแม่นางสำหรับการแต่งงาน และผู้ท้าชิง
นั้นคือผู้อาวุโสเก้าคนนี้”
“หืม?”
เซิ่งเหม่ยจ้องมองที่หลินหมิงด้วยความประหลาดใจ นางเคยได้ยิน
เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก็ไม่สนใจ ดังนั้นนางไม่เคยขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ท้า
ชิงรายนี้ แต่วันนี้ หลังจากที่ได้เห็นหลินหมิงและได้ยินเรื่องการท้าทายนี้
อีกครั้ง ความรู้สึกแปลกประหลาดก็แวบผ่านความคิดของนางอย่าง
รวดเร็ว
“แม่นางกำลังคิดสิ่งใดอยู่?”
“ไม่มีอะไร” เซิ่งเหม่ยส่ายหัวของนาง ไม่พูดอีกต่อไป
สิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ของสัญชาตญาณนี้ทำให้เซิ่งเหม่ยสับสน
นางใช้ความคิดอย่างระมัดระวัง มองผ่านความทรงจำในอดีตของอสูรโล
กันต์ที่มีภาพซ้อนทับกับหลินหมิง
อย่างไรก็ตาม นางก็ไม่พบอันใดเลย นางคงไม่มีทางจินตนาการว่า
อสูรโลกันต์ราชวงศ์นี้ ผู้ซึ่งสายเลือดไร้ที่ตินี้กลับกลายเป็นมนุษย์…
“ทุกท่าน หยุดเรื่องไร้สาระมากที่นี่และเริ่มการต่อสู้เถิด! ตอนนี้ข้า
จะประกาศกฎ!”
หลังจากอสูรโลกันต์ทั้งหมดมาถึง อสูรโลกันต์ที่ตัวและแข็งแกร่งใน
ชุดเกราะโลหะสีเทาเข้มก็เหาะขึ้นไปบนท้องฟ้า แม้ว่าเขาจะไม่ได้ถ่ายเท
พลังงานอสูรลงในน้ำเสียง แต่คำพูดของเขาก็ยังคงดังและชัดเจนต่อทุก
คน
อสูรโลกันต์ที่ตัวสูงและแข็งแรงนี้เป็นผู้อาวุโสของแดนราชันเร้น
“ตอนนี้ อสูรโลกันต์ทุกตนที่ต้องการมีส่วนร่วมในการแข่งขันจงก้าว
เข้าสู่จุดศูนย์กลางของสนามประลอง!”
ด้านข้างของนิกายกัลป์โบราณ ผู้อาวุโสทั้งสามก็เหาะออกไป จาก
ตำหนักเก้าบาดาล, บาดาลสูญและผู้อาวุโสอื่นก็เหาะไปทีละคน
ในที่สุดก็ถึงคราวของอาวุโสของแดนราชันเร้น
ขุมกำลังทั้งหมดมีความกังวลเกี่ยวกับผู้อาวุโสของแดนราชันเร้นที่ได้
ส่งออกมา
หลายคนมองด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง พวกเขามองขณะที่ลำแสงสีดำ
พุ่งลงมาจากเรือกระดูกสีดำที่กลุ่มจากแดนราชันเร้นอยู่
จากลำแสงนี้ ออร่าที่น่ากลัวขยายออกไป
คนเหล่านี้คือผู้อาวุโสของแดนราชันเร้น
“บุตรแห่งเร้น!”
ผู้อาวุโสคนแรกที่เหาะลงมาจากแดนราชันเร้นทำให้หัวใจของทุกคน
สั่นคลอน
ไม่ว่าจะเป็นนิกายกัลป์โบราณหรือตำหนักเก้าบาดาล ผู้อาวุโสหรือผู้
อาวุโสเยาว์ที่พวกเขาส่งไปเข้าร่วมสุสานจอมเทพอสูรนั้นอยู่ในระดับเทพ
แท้จริงต้น
แต่แดนราชันเร้นได้ส่งอสูรโลกันต์ระดับเทพแท้จริงที่ศักยภาพอย่าง
แท้จริงออกมา จากสิ่งนี้เพียงอย่างเดียว ความแตกต่างระหว่างนิกายก็
สามารถมองเห็นได้
ด้วยการปรากฏตัวของบุตรแห่งเร้นเพียงคนเดียว ตำหนักเก้าบาดาล
และแรงผลักดันของนิกายกัลป์โบราณก็ถูกระงับไว้ทั้งหมด!
โชคดีที่หลังจากนั้นผู้ท้าชิงคนอื่นๆจากแดนราชันเร้นล้วนอยู่ในระดับ
เทพแท้จริงต้น
“เร้นจันทรา, เร้นโชติช่วง, เร้นกังวาน, เร้นเดียวดาย… หืม?”
ผู้อาวุโสระดับสูงของแดนราชันเร้นเริ่มประกาศชื่อขณะที่คนเหล่านั้น
เหาะลงมา แต่เมื่อเขามาถึงบุคคลที่หก เขาก็แข็งค้างไป
“ช้าก่อน นี่มัน…”
“เป็นนางได้อย่างไร!”
เมื่อผู้ประกาศเห็นหญิงชุดดำเหินลงมาจากท้องฟ้า ดวงตาของพวก
เขาทุกคนก็เบิกกว้าง พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้ท้าชิงอันดับหกจะมิได้เป็น
หนึ่งในผู้อาวุโสของพวกเขา แต่กลับเป็นเทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์!
“เทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์ของแดนราชันเร้น! นางจะแข่งขันด้วยเช่นนั้น
หรือ?”
“แต่การบ่มเพาะของนางยังไม่ถึงระดับเทพแท้จริงเลย โดยไม่ต้องไป
ถึงระดับเทพแท้จริงแต่กลับสามารถท้าทายอสูรโลกันต์ระดับเทพแท้จริง
ได้!?”
สายตาของอสูรโลกันต์ทั้งหมดจ้องมองที่เซิ่งเหม่ย ออร่าที่นางแผ่
ออกมาประกาศก้องว่านางห่างก้าวเดียวจากธรณีประตูของเทพแท้จริง
แต่ ไม่ว่าผู้หนึ่งจะใกล้เคียงกับเทพแห่งจริงเพียงจริง แต่ก็ยังมิใช่เทพ
แท้จริงอยู่วันยังค่ำ ช่องว่างระหว่างราชันสวรรค์และเทพแท้จริงนั้นกว้าง
ใหญ่กว่าจะเปรียบ และสำหรับราชันสวรรค์ที่จะต่อสู้กับเทพแท้จริงนั้น
มันยากเกินจินตนาการ!
ในอดีต มีขุมกำลังมากมายรู้อยู่แล้วว่าเทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์ของแดน
ราชันเร้นมีพรสวรรค์ที่น่าเกรงขาม และนางก็ยังไร้เปรียบในขอบเขต
เดียวกัน ท้ายที่สุด ไม่ว่าจะมีอสูรโลกันต์ที่โดดเด่นจำนวนเท่าใดที่ต้องการ
บ่มเพาะคู่กับเทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์ของแดนราชันเร้น พวกเขาทั้งหมดก็ถูกทุบ
ตีอย่างไร้ความปราณี
แต่ไม่ว่าตำนานเทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์ของแดนราชันเร้นจะพูดเกินจริงแค่
ไหน มันก็ไม่มีใครคาดคิดว่าในวันนี้นางจะได้รับเลือกให้ต่อสู้ในนามแดน
ราชันเร้น!
ตอนนี้นางอยู่ขีสุดราชันสวรรค์แล้วหรือ?
อสูรโลกันต์ในปัจจุบันรู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่น่าเชื่อเลย แต่ไม่มีใครรู้สึกว่าเทวี
อสูรศักดิ์สิทธิ์ของแดนราชันเร้นจะออกมาและมีส่วนร่วมในการต่อสู้เพื่อ
ผลประโยชน์ของสุสานจอมเทพอสูรได้หากนางไม่มั่นใจในความสามารถ
ของตนเอง ถ้ามิใช่เช่นนั้น นางก็คงจะโง่เขลาเกินไป
เป็นที่ทราบกันดีว่านิกายกัลป์โบราณและตำหนักเก้าบาดาลมี
ความสามารถในการเลือกว่าคู่ต่อสู้ของตนและสามารถท้าทายซ้ำได้ หาก
เทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์อ่อนแอเกินไป ผู้อาวุโสทั้งหกของนิกายกัลป์โบราณและ
ตำหนักเก้าบาดาลก็สามารถเลือกนางได้ และชนะการแข่งขันหกนัดไป
เช่นนี้
นี่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้โดยธรรมชาติ
เมื่ออสูรโลกันต์ในปัจจุบันตระหนักถึงสิ่งนี้ วิสัยทัศน์ของพวกเขาเมื่อ
พวกเขามองที่เซิ่งเหม่ยก็เปลี่ยนไป
มันกลายเป็นความกลัวความเคารพ ความอิจฉา แม้กระทั่งความ
หลงใหล…
อารมณ์ที่ซับซ้อนเติมเต็มหัวใจของเหล่าอสูรโลกันต์ และในเวลานี้
เจ้าภาพของการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่นี้ได้พูดออกมาและขัดจังหวะความคิด
ของฝูงชน
“เรามาเริ่มกันเลยเถิด ผู้อาวุโสของนิกายกัลป์โบราณและตำหนักเก้า
บาดาล ตอนนี้เจ้าสามารถเลือกคู่ต่อสู้ได้!”
ในขณะที่เจ้าภาพพูด, นิกายกัลป์โบราณและตำหนักเก้าบาดาลก็
เงียบลงทันที่
การเลือกคู่ต่อสู้นั้นสำคัญมากที่สุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากกฎ ผู้อาวุโสของแดนราชันเร้นสามารถ
ถูกเลือกซ้ำได้ ผู้อาวุโสทั้งหกสามารถเลือกนักสู้ที่อ่อนแอที่สุดของแดน
ราชันเร้นได้ สำหรับบุตรแห่งเร้นที่แข็งแกร่งที่สุด มันก็ไม่มีใครต้องต่อสู้
กับเขา
แต่คำถามสำคัญที่นี่คือ หนึ่งในหกผู้อาวุโสของแดนราชันเร้น ผู้ใด
อ่อนแอที่สุด?
นอกจากคำตอบที่ชัดเจนคือบุตรแห่งเร้นนั้นไร้เทียมทานแล้ว ผู้
อาวุโสของนิกายกัลป์โบราณและตำหนักเก้าบาดาลก็เริ่มมองหาความ
เป็นไปได้
ระหว่างทุกการเปิดสุสานจอมเทพอสูรนั้น มันมีช่วงเวลาที่ยาวนาน
เกินไป ดังนั้นนักสู้ที่มีขุมกำลังต้องส่งออกมาจะแตกต่างกันในแต่ละครั้ง
นอกจากการเก็บความลับที่แน่นหนา มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหยั่งรู้
ข้อมูลเฉพาะของผู้อาวุโสแดนราชันเร้น
ผู้อาวุโสแห่งนิกายกัลป์โบราณและตำหนักเก้าบาดาลทำได้เพียงคาด
เดาบนพื้นฐานของออร่าและความผันผวนของอสูรโลกันต์เหล่านี้ รวมถึง
การใช้สัญชาตญาณนักสู้
“กัลป์แสง เจ้าเลือกได้แล้วหรือไม่?”
ในด้านของนิกายกัลป์โบราณ ผู้อาวุโสสูงถามเสียงดัง
กัลป์แสงไตร่ตรองอีกครู่หนึ่ง จากนั้น แสงเย็นชาส่องในดวงตาของ
เขา ในที่สุดเขาก็มองเซิ่งเหม่ยและพูดว่า “ข้าเลือกได้แล้ว ข้าเลือกเทวี
อสูรศักดิ์สิทธิ์!”
กัลป์แสงรู้ว่าเซิ่งเหม่ยมีแนวโน้มที่จะไม่อ่อนแอ และถ้านางกล้าที่จะ
มาแข่งขัน นางก็ย่อมมีไพ่ซ่อนอยู่ในมือ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับผู้อาวุโส
ระดับเทพแท้จริงคนอื่นๆ เซิ่งเหม่ยก็ให้ความรู้สึกที่อ่อนแอกว่าเล็กน้อย
ท้ายที่สุดแล้ว คนส่วนใหญ่ที่ต้อสู้ข้ามขั้นนั้นก็แทบจะไม่สามารถทำ
ได้
ผู้อาวุโสสูงขมวดคิ้วแต่ไม่ได้ต่อต้าน เขาหันไปหาผู้อาวุโสคนอื่นและ
ถามว่า “กัลป์อัคคี แล้วเจ้าล่ะ?”
กัลป์อัคคีคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็พูดว่า “แม้มันจะดูไม่น่านับถือก็
ตาม แต่ข้าวางแผนที่จะเลือกเทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน นางควรจะอ่อนแอ
ที่สุด…”