Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,117 ปีกแห่งเทวทูต
ไม่ว่าจะมองอย่างไร ทุกคนต่างเชื่อว่าเซิ่งเหม่ยเป็นนักสู้ที่เก่งกาจใน
ด้านความเร็วและการใช้ทักษะ แม้หลินหมิงรู้ว่านางแข็งแกร่ง แต่เขาก็ยัง
พบว่ามันเหลือเชื่อที่จะคิดว่านางสามารถใช้ร่างกายเพื่อเผชิญหน้ากับ
ความแข็งแกร่งของอสูรโลกันต์โดยตรงได้ แต่ความจริงได้ถูกวางไว้
ตรงหน้าเขา เพราะนางป้องกันการโจมตีของกัลป์แสงซึ่งหน้าได้
“เจ้า…”
กัลป์แสงมองที่เซิ่งเหม่ย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของเขาสาดประกาย
ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
หญิงที่อยู่ขีดสุดราชันสวรรค์สามารถจัดการกับค้อนหนักของเขาได้
อย่างไม่น่าเชื่อ
“สายเลือดของเทวทูตทมิฬนั้นแต่เดิมเป็นสายเลือดสูงสุดของอสูรโล
กันต์ทั้งปวง และสายเลือดของพวกเขานั้นสร้างขึ้นจากหารควบแน่นจาก
แก่นสายเลือด…” ด้านล่างสนามประลอง อสูรโลกันต์ชรากล่าวออกมา
ดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชม
“เทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์ของแดนราชันเร้นมีโชคที่ทำให้นางสามารถเพิ่ม
ความแข็งแกร่งให้ปีกของนางได้ และตอนนี้เมื่อปีกของนางห่อหุ้มร่างกาย
มันก็ไม่ต่างจากเกราะจิตวิญญาณระดับเทพแท้จริง หลังจากคลี่ออก ปีกนี้
จะสามารถกลายเป็นดาบระดับเทพแท้จริงได้ด้วย เดิมทีเทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์
นี้อยู่ที่ขีดสุดราชันสวรรค์ ห่างเพียงครึ่งก้าวจากเทพแท้จริง ดังนั้นแม้จะมี
ปีกของนาง นางก็ยังไม่ควรป้องกันการโจมตีของกัลป์แสงได้ แต่ด้วยกฎ
ของนาง นางจึงสามารถทำสิ่งนี้ได้…”
กฎที่ชายชราพูดถึงคือ รูนที่เปล่งประกายบนปีกของเซิ่งเหม่ย
นอกจากชายชราแล้ว มันยังมีอสูรโลกันต์มากมายที่งุนงงเมื่อได้ยิน
สิ่งนี้ เทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์ของแดนราชันเร้นนี้มีกายผันแปรที่ทรงพลัง และ
กฎของนางก็น่าสะพรึงกลัวเช่นกัน ดูเหมือนว่านางจะได้เปรียบทุกอย่าง
นี่น่าหวาดกลัวเกินไป
บึ้มมมม!
กัลป์แสงและเซิ่งเหม่ยแยกแจกกันหลังปะทะ เซิ่งเหม่ยล่องลอยไป
ดั่งผีเสื้อสีดำ และหลินหมิงเห็นรอยโลหิตเลือนรางบนปีกของนาง การ
โจมตีครั้งนี้ทำให้เซิ่งเหม่ยได้รับบาดแผลเล็กน้อย แต่สำหรับนางแล้ว
บาดแผลนี้ไม่มีอันใดเลย
กัลป์แสงคำรามดังและพุ่งเข้าหาเซิ่งเหม่ยอีกครั้ง
ด้วยการโจมตีครั้งก่อนของเขาที่ล้มเหลวในการบรรลุชัยชนะ กัลป์
แสงจึงไม่ลังเลเลยที่จะใช้การโจมตีที่รุนแรงยิ่งขึ้น
“ราชาปีศาจกลืนฟ้า!”
ร่างของกัลป์แสงทะลักออกมาด้วยพลังอสูรหนาแน่น ดั่งควันที่กำลัง
พัดผ่าน แม้ว่าความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงกลัวนี้ถูกยับยั้งโดยสนามพลัง
ราชันเร้น แต่มันก็ยังทะลุผ่านห้วงมิติได้อย่างง่ายดายและโถมสู่เซิ่งเหม่ย
เช่นดินถล่มและสึนามิ
ทุกเสี้ยวพลังแปรสภาพเป็นปีศาจร้าย ชั่วขณะหนึ่ง หมื่นปีศาจ
คำรามดังออกมา กระหายที่จะทำลายสวรรค์และปฐพี
พลังที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้มีพลังมากกว่าการโจมตีครั้งก่อน
ของกัลป์แสงถึง 2 เท่า
ท้ายที่สุดแล้ว กัลป์แสงก็เป็นอสูรโลกันต์ระดับเทพแท้จริง แม้ว่าเขา
จะไม่ถือว่าแข็งแกร่งเกินไปในหมู่อสูรโลกันต์เทพแท้จริง แต่เขาก็ยังมีไพ่ที่
ซ่อนเร้นอยู่ เพื่อที่จะจัดการอสูรโลกันต์เช่นเขา มันก็ไม่ง่ายเลย
ในเวลานี้ เซิ่งเหม่ยก็เคลื่อนไหว รูนในร่างกายเริ่มเปล่งแสงและตรา
ประทับระหว่างคิ้วของนางเริ่มเรืองแสง พลังอสูรที่พลุ่งพล่านมารวมตัว
กันอยู่ข้างหลังนาง ควบแน่นเป็นดอกบัวสีแดงบานสะพรั่ง
จากนั้น เซิ่งเหม่ยก็แทงกระบี่ออกไป กระบี่กระดูกในมือของนางดู
ราวกับจะกลืนแสงทั้งหมด ราวกับว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่มีอยู่ในโลกนี้
กระบี่แล้วกระบี่เล่า มันเรียบง่ายและเป็นจริง ขณะที่กระบี่แสง
กระหน่ำออกไป ดอกบัวสีแดงเข้มก็เบ่งบานบนมันด้วยแสงสดใส
พลังเบื้องหลังกระบี่แสงนี้ดูเหมือนจะอ่อนแอกว่าท่าราชาปีศาจกลืน
ฟ้าของกัลป์แสง แต่เมื่อมันตัดเข้าสู่เหล่าปีศาจร้าย มันก็เกิดเหตุ
ประหลาดขึ้น กระบี่แสงสีดำบรรจุออร่าแห่งความตายที่ดูเหมือนกลืนทุก
สิ่ง รวมถึงวิถีแห่งอนันต์ เติมเต็มมันด้วยพลังและทำให้ยากต่อการกำจัด
ราชาปีศาจกลืนฟ้าของกัลป์แสงเป็นดั่งคลื่นลูกใหญ่ที่ลบล้างท้องฟ้า
แต่กระบี่แสงของเซิ่งเหม่ยฉีกทะลวงเข้าไปในคลื่นนั้นจนทำให้เกิดช่องว่าง
กระบี่แสงเป็นดั่งอสรพิษ เปล่งเสียงดัง ตรงไปยังหัวใจของกัลป์แสง!
“อะไรกัน!?”
นัยน์ตาของกัลป์แสงหดลงและเขาถอยกลับอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็
ตาม มุมของกระบี่นี้ยากที่จะหลบเกินไป แม้ว่ากัลป์แสงจะเปิดใช้งาน
สนามพลังของเขาเพื่อยับยั้งกระบี่แสง แต่มันยังคงเจาะผ่านปราณอสูร
ป้องกันและฉีกผ่านเกล็ดของเขาได้
พัฟ!
กัลป์แสงพ่นโลหิตสีดำหนึ่งคำ เขากระเด็นไปข้างหลังและพุ่งชน
อย่างหนักบนวงล้อราชันเร้น
เขาใช้ค้อนเพื่อประคองตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงความอับอาย เมื่อเขาดูที่
เซิ่งเหม่ย ดวงตาเต็มไปด้วยความอยากจะไม่เชื่อ
เขาไม่เคยคิดเลยว่าในขณะที่กระบี่แสงของเซิ่งเหม่ยนั้นดูน่ากลัวน้อย
กว่าราชาปีศาจกลืนฟ้า แต่มันกลับยังคงฉีกผ่านทักษะของเขาและทำให้
เขาบาดเจ็บได้
นี่เองก็เป็นสิ่งที่ผู้อาวุโสอสูรโลกันต์จำนวนมากที่อยู่ใต้เวทีมิอาจเห็น
ได้อย่างชัดเจน
และคนที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือหลินหมิง นี่เป็นเพราะท่าที่เซิ่งเหม่ย
เพิ่งใช้ไปนั้น หลินหมิงได้เข้าใจวิถีและกฎภายในด้วยเช่นกัน
กระบี่แสงสีดำบรรจุออร่าที่สามารถกลืนกินสรรพสิ่งได้ – นั่นเป็นกฎ
แห่งความตาย สำหรับกระบี่แสงที่ค่อนข้างเล็กและอ่อนแอที่สามารถ
ทำลายราชาปีศาจกลืนฟ้าที่แข็งแกร่งกว่ามาก นั่นเป็นเพราะกฎอนันต์ที่
บรรจุอยู่ภายใน เมื่อทั้งสองรวมเข้าด้วยกัน นี่คือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
มันเป็นความจริงที่พลังอสูรในร่างกายของเซิ่งเหม่ยนั้นด้อยกว่ากัลป์
แสง แต่กฎของนางสามารถชดเชยความต่างในด้านความแข็งแกร่งและ
อนุญาตให้นางทำสิ่งที่ตรงกันข้ามได้!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเซิ่งเหม่ยที่มาถึงความสมบูรณ์แบบของเคล็ด
มหาเทพจุติในตอนนี้ยืนอยู่บนความสูงของกฎที่มิอาจจินตนาการ
นี่เป็นเรื่องจริงแม้แต่สำหรับหลินหมิง หากหลินหมิงถูกเปรียบเทียบ
กับเซิ่งเหม่ยแล้ว เขาจะชนะถ้าเป็นการเปรียบเทียบความกว้างของกฎที่
ศึกษาอยู่ แต่หากพวกเขาเปรียบเทียบความเข้าใจในกฎคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
หลินหมิงก็ยังห่างไกลจากความสามารถในการเปรียบเทียบกับเซิ่งเหม่ย
ยิ่งกว่านั้น หลินหมิงก็รู้สึกว่าเนื่องจากกระบี่กระดูกในมือของเซิ่ง
เหม่ย นางจึงสามารถแสดงความแข็งแกร่งของกฎได้อย่างมากที่สุด
ราวกับว่ารูนที่มีอยู่ในกระบี่กระดูกนั้นเป็นการสำแดงสูงสุดแห่ง
คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
นี่คือกระบี่กระดูกที่เกือบจะเหนือกว่าสมบัติจิตวิญญาณเทพแท้จริง
และด้วยรูคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นที่ถูกจารึกไว้ในมัน ความคิดฉับพลันนี้
แล่นข้ามจิตใจของหลินหมิง…
“กระบี่กระดูกเล่มนี้มันถูกสร้างขึ้นด้วยกระดูกของจักรพรรดิอมตะ
หรือไม่!?”
หลินหมิงตื่นตกใจเมื่อคิดได้เช่นนี้ จักรพรรดิอมตะเป็นหนึ่งในสอง
ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของ 33 สวรรค์เมื่อหมื่นล้านปีก่อน เขาเป็นตัวตนสูงสุดที่
มิได้ด้อยไปกว่าจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า!
เมื่อหลินหมิงฟังคำพูดของเช่อและโม่ มันก็ดูเหมือนว่าจ้าวแห่ง
เส้นทางอาชูร่าจะยังไม่ตาย แต่เพียงตกสู่สภาพแน่นิ่งด้วยเหตุผลหลาย
ประการ และสำหรับสถานที่ของการพักตัวนี้ นั่นเป็นปริศนา
จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่ายังมีชีวิตอยู่ ไม่เพียงแต่จักรพรรดิอมตะจะ
ตายเท่านั้น แม้แต่กระดูกของเขาก็กลายเป็นกระบี่?
ด้วยความเป็นไปได้ที่เวียนวนในจิตใจของเขา หลินหมิงก็รู้สึกเศร้าใจ
แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็สับสนมากขึ้นเกี่ยวกับสถานะของเซิ่งเหม่ย
และในเวลานี้ บนวงล้อราชันเร้น การต่อสู้ระหว่างเซิ่งเหม่ยและกัลป์
แสงยังคงดำเนินต่อไปและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ!
หลังจากที่เซิ่งเหม่ยถือความได้เปรียบ นางไม่ได้ให้โอกาสแก่กัลป์แสง
ในการฟื้นตัว ร่างของนางพุ่งไปข้างหน้าและกระบี่ในมือแหวกผ่านอากาศ
กระบี่แสงกระหน่ำออกไปดั่งสายฝน หนาแน่นแต่เบาหวิว!
ทุกกรพบี่แสงบรรจุซึ่งกฎชีวิตที่ฟื้นฟูอย่างไร้สิ้นสุด ไม่สามารถถูก
ทำลายได้ ในเวลาเดียวกัน กระบี่เหล่านี้ก็ยังบรรจุกฎแห่งความตาย โดยล
ลายพลังอสูรออกจากกันได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นปราณอสูรป้องกัน
ของกัลป์แสงหรือการโจมตีที่เขาส่งออกมา ทั้งหมดนั้นถูกเจาะผ่านโดย
กระบี่แสงของเซิ่งเหม่ย!
พลังงานที่เซิ่งเหม่ยใช้นั้นเล็กน้อยกว่ากัลป์แสงเสมอ จากสิ่งที่ ทุกคน
จึงเห็นได้ว่าเซิ่งเหม่ยคือผู้ชนะ!
กัลป์แสงยังคงใช้วิธีการแล้ววิธีการเล่า ไม่เพียงแต่การโจมตีของเขา
ทั้งหมดจะถูกโต้กลับได้โดยเซิ่งเหม่ย แต่เขากลับได้รับบาดแผลมากขึ้น
เรื่อยๆ
พลังงานของกัลป์แสงเปลี่ยนไปเป็นปั่นป่วนอย่างช้าๆ เขาผลาญ
พลังงานไปมากกว่าเซิ่งเหม่ย และเขาก็ได้รับบาดเจ็บมากกว่านางด้วย
แต่สำหรับเซิ่งเหม่ย นางไม่ช้าหรือเร็ว ลมหายของนางสงบ ราวกับ
ว่านางสามารถต่อสู้ต่อไปได้ตลอด
เมื่อการต่อสู้มาถึงขั้นนี้ ผลลัพธ์จึงถูกตัดสินแล้ว ตอนนี้มันเป็นเพียง
เรื่องของเวลาก่อนที่จะเป็นชัยชนะของเซิ่งเหม่ย
อสูรโลกันต์ทั้งหมดที่ได้ดูต่างตกใจ แม้พวกเขาจะคาดหวังว่าเซิ่ง
เหม่ยนั้นแข็งแกร่ง แต่พวกเขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าเซิ่งเหม่ยจะกำราบกัลป์
แสงในการต่อสู้ครั้งนี้ได้!
นางเป็นผู้ทรงพลังที่มีจำกัดอยู่ขั้นราชันสวรรค์ อย่างมากนางก็อาจ
ถูกมองว่าห่างเพียงก้าวเดียวจากธรณีประตูแห่งเทพแท้จริง ยังคงมีความ
แตกต่างอย่างมากจนกระทั่งนางจะอยู่ในระดับเทพแท้จริง
หากนางสามารถต่อสู้กับเทพแท้จริงต้นได้ด้วยระดับการบ่มเพาะ
ปัจจุบัน มันจะเกิดอันใดขึ้นเมื่อนางกลายเป็นเทพแท้จริง นางคงจะไม่
สามารถต่อสู้กับเทพแท้จริงปลายได้ใช่หรือไม่?
ในระดับเทพแท้จริง การก้าวกระโดดข้ามสองขอบเขตเล็กเพื่อต่อสู้
นั้นเป็นความสำเร็จที่ไม่อาจจินตนาการได้ นั่นหมายความว่าในอนาคต
เซิ่งเหม่ยมีโอกาสเล็กน้อยที่จะก้าวไปสู่ราชันเทพเจ้า!
แม้นางจะไม่ได้พึ่งพามรดกจอมอสูรโลกันต์ของพิธีกรรมอสูรโลกันต์
แต่นางก็ยังอาจก้าวไปสู่ราชันเทพเจ้าได้
แล้วจะเกิดอันใดขึ้นถ้ามีการเพิ่มพิธีกรรมอสูรโลกันต์เข้าไปด้วย?
แล้วอนาคตของนางจะเป็นอย่างไร?
อสูรโลกันต์ที่มองจากด้านข้างต่างไม่สามารถจินตนาการได้
ในเวลานี้ การต่อสู้บนเวทีก็ได้มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว เมื่อกัลป์แสงใช้
ราชาปีศาจกลืนฟ้าอีกครั้ง เขาก็ใช้ไปหมดแล้ว
และทักษะของเขาก็ถูกทำลายอีกครั้งโดยกฎคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของเซิ่ง
เหม่ย
ฉึก!
กระบี่แสงเจาะอกของกัลป์แสง โลหิตพุ่งออกมาและเขากระเด็นไป
ก่อนที่จะชนลงกับวงล้อราชันเร้น
กัลป์แสงพ่ายแพ้แล้ว!