Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,118 ผู้โดดเด่นอันดับหนึ่งใต้สวรรค์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 2,118 ผู้โดดเด่นอันดับหนึ่งใต้สวรรค์
“คู่แรก, ผู้ชนะ – เทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนราชันเร้น!”
ในขณะที่ผู้อาวุโสซึ่งรับผิดชอบในการเป็นประธานประกาศผล ผู้ชม
ทั้งหมดก็เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ทุกคนรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่แดนราชันเร้นจะสามารถส่งเทวีอสูร
ศักดิ์สิทธิ์ออกมาได้โดยที่พวกเขาไม่มีความเชื่อมั่นในความสำเร็จแล้ว
ปล่อยให้นิกายกัลป์โบราณและตำหนักเก้าบาดาลได้รับชัยชนะต่อเนื่อง
แต่เมื่อผลลัพธ์ของการต่อสู้ครั้งแรกได้รับการประกาศอย่างแท้จริง พวก
เขาทุกคนต่างก็พยายามยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น หากปราศจากความ
ช่วยเหลือจากรูปแบบค่ายกล หุ่นเชิดหรือสิ่งอื่นใด เทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์ของ
แดนราชันเร้นก็จะสามารถเอาชนะ กัลป์แสงได้ด้วยตัวเอง!
ในอเวจีทมิฬ มันเป็นเวลาหลายพันล้านปีนับตั้งแต่ที่มีใครบางคนอยู่
ในขอบเขตราชันสวรรค์จะสามารถเอาชนะเทพแท้จริงต้นปรากฏตัวขึ้น
“ช่างเป็นผู้หญิงที่น่ากลัวยิ่ง ในระหว่างการผจญภัยนี้เข้าสู่สุสานจอม
เทพอสูร ถ้านางสามารถผ่านพิธีกรรมส่วนที่เหลือและได้รับพลังแห่งผนึก
จอมอสูรโลกันต์ที่อยู่ภายในค วามแข็งแกร่งในอนาคตของนางก็ย่อม
สามารถจินตนาการได้…”
ดูเหมือนเหล่าอสูรโลกันต์ตระหนักดีว่าในกลุ่มแดนราชันเร้นที่ส่งเข้า
ไปในสุสานจอมเทพอสูรนั้น , เซิ่งเหม่ยอาจเป็นผู้นำ
แดนราชันเร้นจะทำทุกอย่างในอำนาจของพวกเขาที่จะช่วยให้เซิ่ง
เหม่ยได้กลายเป็นผู้ทรงพลังระดับราชันเทพเจ้า และนางก็มีทุนเช่นนั้นอยู่
แต่แรก
“ภายในอีกหลายหมื่นปีข้างหน้า เทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์นี้จะกลายเป็น
หนึ่งในตัวตนที่น่าเกรงขามที่สุดของอเวจีทมิฬ หากคิดว่าเมื่อหลายร้อยปี
ก่อนยังมีอสูรโลกันต์ระดับสูงที่ต้องการเอาชนะและบ่มเพาะคู่กับนาง มัน
ก็น่าขันอย่างยิ่ง… ใครมีคุณสมบัติเช่นนั้นจริง…?”
“ใช่แล้ว สถานะและพรสวรรค์ของนางอยู่ในระดับที่ไม่สามารถอาจ
เอื้อมได้ และไม่มีอสูรโลกันต์ระดับสูงตนใดที่เปรียบเทียบกับนางได้
ยิ่งกว่านั้น นางก็เย็นชาเกินไป ข้ากลัวว่านางจะไม่ลดระดับตัวเองต่อใคร
เลย…”
“ช่างเป็นหญิงชั้นเลิศโดยแท้ ถ้าข้าสามารถครอบครองนาง ข้าก็ยินดี
ที่จะตาย ถ้าข้าสามารถบ่มเพาะคู่กับนาง มันจะเป็นประโยชน์อย่างมาก
ต่อความแข็งแกร่งของข้า!”
อสูรโลกันต์โดยรอบเริ่มพูดคุยกัน หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ เซิ่งเหม่ย
ได้กลายเป็นผู้โดดเด่นอันดับหนึ่งใต้สวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย
ในเวลานี้ ยังมีบางคนที่จำได้เกี่ยวกับนิกายกัลป์โบราณและผู้อาวุโส
เก้าของพวกเขา พวกเขาจ้องมองที่หลินหมิงอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งจะต่อสู้
กับเซิ่งเหม่ยในไม่ช้า พวกเขาต้องการค้นหาการแสดงออกที่ตื่นตระหนก
ในผู้อาวุโสคนนี้
น่าเสียดายที่พวกเขาต้องผิดหวัง ด้วยความประหลาดใจ หลินหมิง
เข้าฌานเงียบ ลมหายใจสงบราวกับการต่อสู้ที่น่าตกใจบนเวทีไม่มีอะไร
เกี่ยวข้องกับเขาเลย
“เด็กคนนี้อยู่ในระดับเดียวกันกับเทวีอสูรศักดิ์สิทธิ์ของแดนราชัน
เร้นใช่หรือไม่? เขายังสามารถนั่งเฉยได้อย่างไร”
“ใช่แล้ว เขาเป็นผู้อาวุโสเก้าของนิกายกัลป์โบราณ เขาควรจะนั่งอยู่
ตรงนั้นและแกล้งทำเป็นสงบเพื่อรักษาแรงผลักดัน แต่ถ้าเขายังสามารถ
แสร้งทำเช่นนี้ได้ มันก็ต้องหมายความว่าเขามีความสามารถในระดับหนึ่ง
มิเช่นนั้นจะคงมีปัญหากับสมองของเขาแล้ว”
เมื่อหลายร้อยปีก่อน มีอสูรโลกันต์ระดับสูงผู้ที่หยิ่งยโสต้องการท้า
ทายเซิ่งเหม่ย แม้พวกเขาทุกคนจะรู้ว่าเซิ่งเหม่ยมีความแข็งแกร่งอย่างไม่
น่าเชื่อ แต่พวกเขาก็ยังยืนยันในการต่อสู้กับนางเพราะความมั่นใจใน
ตนเอง ก่อนที่พวกเขาจะต่อสู้กับนาง พวกเขายังคงมั่นใจเพราะไม่รู้
น้ำหนักของตัวเอง
ในที่สุดพวกเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเซิ่งเหม่ย และมีบางคนที่
พิการ
แต่ตอนนี้ แม้ว่าจะมีผู้ท้าชิงอีกคนที่หยิ่งยโส พวกเขาก็ยังไม่ควรคิด
ว่าความแข็งแกร่งของตนจะสามารถเปรียบเทียบกับระดับเทพแท้จริงได้
แม้แต่เทพแท้จริงก็ยังพ่ายแพ้ต่อเซิ่งเหม่ย หากผู้หนึ่งพิจารณาอย่างถี่
ถ้วนว่าเทพแท้จริงแข็งแกร่งเพียง พวกเขาก็จะสามารถคาดการณ์ผลของ
การต่อสู้จากสิ่งนี้ได้
แต่ผู้อาวุโสเก้าคนนี้ไม่เพียงแต่ไม่สิ้นหวังเท่านั้น เขากลับยังนั่งอย่าง
สงบอยู่กับที่ สิ่งนี้ทำให้คนที่มองดูเขาประหลาดใจ
“ข้าได้ยินมาว่าเขาไม่ได้อยู่ที่ราชันสวรรค์สูงสุดและยังต่ำกว่าเทวี
อสูรศักดิ์สิทธิ์ด้วย เขาน่าจะอยู่ที่ราชันสวรรค์ปลายหรือจุดสูงสุดของ
ราชันสวรรค์กลาง หากการบ่มเพาะของเขาต่ำกว่าเซิ่งเหม่ย มันจะมี
จุดประสงค์อันใดในการต่อสู้…”
อสูรโลกันต์บางตนพูดด้วยเสียงเบา ในเวลานี้ การจ้องมองของเซิ่ง
เหม่ยตกอยู่ที่หลินหมิง เมื่อหลินหมิงนั่งอยู่ที่นั่น ลมหายใจ การเต้นของ
หัวใจ การโคจรพลังงานภายในร่างกาย ทุกอย่างถูกจับตามองโดยเซิ่ง
เหม่ย
จากออร่าเพียงอย่างเดียว มันก็ชัดเจนว่าหลินหมิงไม่ได้แกล้งสงบ สิ่ง
นี้ทำให้ ซิ่งเหม่ยงงงวย
ผู้อาวุโสเก้าแห่งนิกายกัลป์โบราณนี้มาจากที่ใดกันแน่?
หลินหมิงรู้สึกการจ้องมองของเซิ่งเหม่ย เขาลืมตาขึ้นเล็กน้อยแล้วหัน
กลับไปมองนางอย่างมั่นใจ
เขาได้ปรับสภาพของตนตลอดเวลา ทำให้แน่ใจว่าอยู่ในสถานะสูงสุด
เพราะเขารู้สึกว่าการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นกับเซิ่งเหม่ยจะไม่ง่ายเลย!
ไม่ต้องพูดถึงความแข็งแกร่งที่น่ากลัวของเซิ่งเหม่ยและการบ่มเพาะ
ที่สูงกว่าของนาง นอกจากนี้ยังมีความจริงที่ว่าหลินหมิงใช้ร่างอสูรโลกันต์
ในตอนนี้ ในสภาพปัจจุบันของเขา ความแข็งแกร่งที่เขาสามารถแสดงได้
นั้นมีขีดจำกัด
ตัวตนที่แท้จริงของหลินหมิงนั้นอยู่ในโลกภายในของร่างอสูรโลกันต์
แม้ว่าร่างจริงและร่างจำแลงของเขาจะสามารถเชื่อมโยงพลังเข้าด้วยกัน
ได้ แต่มันก็เป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะแสดงความแข็งแกร่งของร่างจริง
ของเขาในลักษณะที่เซิ่งเหม่ยจะไม่สามารถระบุตัวตนของเขาได้
หลินหมิงมีลางสังหรณ์เลือนรางระหว่างเขากับเซิ่งเหม่ย บางทีการ
ต่อสู้ครั้งนี้อาจได้ถูกกำหนดล่วงหน้าแล้ว
ในช่วงหลายปีที่เขารู้จักเซิ่งเหม่ย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้เป็น
แบบคู่รัก แต่เป็นศัตรูและสหาย พวกเขาต่อสู้กันเองและเผชิญหน้ากัน
จากด่านทดสอบหล่อหลอมสุดท้ายของเส้นทางแห่งอาชูร่าไปจนถึง
การเข้าใจหลักการบนแท่นศักดิ์สิทธิ์ของจักรวาลผืนนภานิมิตฝัน จนถึง
การถูกตามล่าไปยังทวีปนภารินไหลเมื่อ 12,000 ปีที่แล้ว และในที่สุดก็
ตอนนี้…
หลินหมิงสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วหลับตาและเข้าสู่สภาพไร้ตัวตน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับหลินหมิงแล้ว กัลป์อัคคีไม่สามารถ
สงบได้อีกต่อไป
เนื่องจากคู่ต่อสู้ที่เขาเลือกคือเซิ่งเหม่ย!
ในแง่ของความแข็งแกร่ง กัลป์อัคคีนั้นใกล้เคียงกับกัลป์แสง ถ้าเซิ่ง
เหม่ยเอาชนะกัลป์แสงได้ง่าย แล้วถ้าเขาขึ้นไปบนเวที่ โอกาสของเขาก็คง
ไม่ดีไปกว่ากัน
“ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวเกินไป!”
สีหน้าของกัลป์อัคคีดูอัปลักษณ์
“การต่อสู้กับนางจะเริ่มขึ้น 3 วันนับจากนี้ เจ้าต้องทำทุกอย่างเท่าที่
จะทำได้เพื่อประสบความสำเร็จ ความเข้มข้นของพลังงานนางด้อยกว่า
เจ้า แต่นางก็เหนือกว่าเจ้าในกฎ เมื่อเจ้าต่อสู้กับนาง เจ้าต้องทำให้แน่ใจ
ว่าการโจมตีของเจ้าจะไม่กระจายและลบล้างท้องฟ้า แต่ต้องมีความ
แม่นยำและมุ่งเน้นมากขึ้นแทน”
ผู้อาวุโสกัลป์เทพแนะนำ
มาถึงตอนนี้ ไม่มีใครในนิกายกัลป์โบราณใส่ใจหลินหมิงอีกต่อไป แต่
เดิม พวกเขากลัวว่าหลินหมิงจะทำให้ขายหน้า แต่ตอนนี้ แม้แต่กัลป์แสง
ก็ยังพ่ายแพ้ หากราชันสวรรค์อย่างหลินหมิงต้องพ่ายแพ้ ไม่ว่าเขาจะแพ้
อย่างน่าสังเวชเช่นใด มันก็จะไม่น่าอับอายกว่านี้แล้ว
……..
การต่อสู้ที่ของเทพแท้จริงเหล่านี้ยังคงดำเนินต่อไปหนึ่งต่อวัน
หลังจากการต่อสู้ของเซิ่งเหม่ยสิ้นสุดลง การต่อสู้ครั้งที่สองคือ
บาดาลสูญของตำหนักเก้าบาดาลกับผู้อาวุโสของแดนราชันเร้น
บาดาลสูญเป็นอสูรโลกันต์ที่มีชื่อเสียงและโด่งดังที่สุดในหมู่ผู้อาวุโส
แห่งตำหนักเก้าบาดาลที่อยู่ในช่วงเยาว์ เขาเป็นอสูรโลกันต์ที่แข็งแกร่ง
ที่สุดที่ตำหนักเก้าบาดาลส่งออกมาและยังมีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีก
ด้วย
เมื่อเขาเลือกคู่ต่อสู้ เขาไม่ได้เลือกเซิ่งเหม่ย เพราะเขาไม่ทราบว่านาง
แข็งแกร่งเพียงใด เขาจึงเลือกเทพแท้จริงต้นแทน
แต่ตอนนี้ บาดาลสูญค่อนข้างเสียใจกับการตัดสินใจของตน เขา
ต้องการต่อสู้กับเซิ่งเหม่ยผู้งดงามอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขายืนบนวงล้อราชันเร้นและมองไปยังทิศทางของ
แดนราชันเร้น เขาก็ไม่เห็นร่างของเซิ่งเหม่ย ชัดเจนว่าเซิ่งเหม่ยไม่สนใจ
การต่อสู้ครั้งนี้
บาดาลสูญขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าในสายตาของนาง เขาไม่ได้ดึงดูด
ความสนใจอันใดเลย
การประลองของบาดาลสูญสิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของเขา แม้ว่าชัย
ชนะของเขาจะมาไม่ง่ายนัก แต่เขาก็ไม่ได้ลนลานเลย ทุกอย่างเกิดขึ้น
ตามลำดับ
ผลดังกล่าวเป็นไปตามความคาดหวังของอสูรโลกันต์หลายตน
บาดาลสูญนั้นแข็งแกร่งจริงๆ แต่สำหรับคนในนิกายกัลป์โบราณ
แรงกดดันที่มีต่อพวกเขานั้นยิ่งใหญ่เกินไป
ตำหนักเก้าบาดาลได้รับชัยชนะไปแล้ว แต่นิกายกัลป์โบราณของ
พวกเขาจะสามารถชนะได้หรือไม่นั้นก็ยังไม่เป็นที่ทราบ
หากพวกเขาแพ้ทั้งสามนัด ในระหว่างการเสี่ยงภัยนี้เข้าสู่สุสานจอม
เทพอสูร พวกเขาจะตกอยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถโต้ตอบได้อย่างแน่นอน
จากนั้นในนัดที่สาม มันคือเซิ่งเหม่ยอีกครั้ง!
คู่ต่อสู้ของเซิ่งเหม่ยนั้นมาจากตำหนักเก้าบาดาล และคู่ต่อสู้ของนาง
ก็เป็นเทพแท้จริงที่อ่อนแอที่สุดในตำหนักเก้าบาดาล
ผู้อาวุโสของตำหนักเก้าบาดาลทั้งสามแตกต่างจากนิกายกัลป์โบราณ
จากสามเทพแท้จริงที่พวกเขาส่งออกมา บาดาลสูญนั้นแข็งแกร่งที่สุด
และอีกคนปานกลาง และอันดับสามอ่อนแอที่สุด อายุของเขาสูงกว่าที่
ควรจะเป็น และความแข็งแกร่งของเขาก็ขาดไปด้วย เขาเพียงถูกพามา
ที่นี่เพื่อให้ครบจำนวน
เมื่อเซิ่งเหม่ยและอสูรโลกันต์ที่อ่อนแอที่สุดของตำหนักเก้าบาดาลยืน
อยู่บนวงล้อราชันเร้น มันก็ไม่มีใครคิดว่าผู้อาวุโสของตำหนักเก้าบาดาล
จะมีโอกาสชนะแม้แต่น้อย
ผู้ที่มาจากนิกายกัลป์โบราณสามารถหวังได้ว่าผู้อาวุโสที่อ่อนแอคนนี้
จะสามารถผลาญพลังงานของเซิ่งเหม่ยไปได้เล็กน้อย เพื่อให้โอกาสกัลป์
อัคคีในการเอาชนะเซิ่งเหม่ยสูงขึ้นอีกเล็กน้อย
เพราะสิ่งที่ตามมาคือ การต่อสู้ระหว่างกัลป์อัคคีและเซิ่งเหม่ย
อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครคิดว่าเมื่อผู้อาวุโสที่อ่อนแอที่สุดนี้ก้าวขึ้นไป
บนเวที่ เขาก็จะพูดว่า “ข้าขอยอมแพ้!”
เรื่องนี้ทำให้หลายคนพูดไม่ออก แม้ทุกคนเห็นว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่น
ไร แต่นี่ก็ยังเป็นเทพแท้จริงกับราชันสวรรค์ แต่เทพแท้จริงกลับขอยอม
แพ้โดยไม่คำนึงถึงเกียรติยศของพวกเขา นี่ย่อมเป็นเรื่องตลก!
เมื่อผู้อาวุโสแห่งตำหนักเก้าบาดาลที่ยอมรับความพ่ายแพ้เช่นนี้ มันก็
ทำให้ใบหน้าของกัลป์อัคคีอัปลักษณ์มากขึ้น เพราะคนต่อไปจะเป็นเขา
และเซิ่งเหม่ยไม่แม้แต่จะผลาญพลังงานของนางเลย…