Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,154 ตื่นจากฝัน
“กระบี่นี้ค่อนข้างดี! อัตราการเพิ่มขึ้นของความแข็งแกร่งเจ้าเป็นที่
น่าประหลาดใจ!”
จักรพรรดิวิญญาณหัวเราะ ในขณะเดียวกัน สนามพลังอันน่า
สะพรึงกลัวก็แผ่ขยายออกไปจากเขา มันครอบคลุมทั้งร่างกายของเซิ่ง
เหม่ย แช่แข็งนางทันทีเพื่อที่นางจะมิอาจขยับได้แม้แต่นิ้วเดียว!
สำหรับฝ่ามือของจักรพรรดิวิญญาณ หลังจากชะงัดไปครู่หนึ่งมันก็
ยังคงอัดลงมาที่หน้าท้องของเซิ่งเหม่ยด้วยแรงผลักดันที่ไม่มิอาจต้าน!
พลังงานแห่งความตายภายใต้ฝ่ามือของจักรพรรดิวิญญาณ ทำให้
โลหิตในร่างกายของเซิ่งเหม่ยถูกแช่แข็งลง! นางพยายามดิ้นรนเพื่อหลุด
พ้นจากสนามพลัง อย่างไรก็ตาม…
บึ้ม!
เสียงที่อๆดังออกมา ราวกับว่ามีบางอย่างผิดปกติ เซิ่งเหม่ยกระอัก
โลหิตเต็มปากขณะที่สะท้านถอยหลังไปเช่นผีเสื้อที่มีปีกฉีกขาด
ในขณะนั้น สิ่งที่แปลกคือ นางไม่รู้สึกเจ็บปวดในร่างกายของนาง แต่
นางรู้สึกราวกับว่าในชีวิตของนางนางสูญเสียบางสิ่งที่มีความสำคัญอย่าง
ยิ่ง บางสิ่งที่ทำให้นางท้อใจและหมดกำลังใจอย่างที่สุด…
จบแล้ว?
มันจบแล้ว…
แต่เดิมมันก็มิใช่สิ่งใดนอกจากความฝันอยู่แต่แรกแล้ว…
เซิ่งเหม่ยรู้สึกได้ถึงจิตสำนึกที่พร่ามัวของนาง สำหรับความเจ็บปวด
ในท้องของนางนั้นไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับความเจ็บปวดที่ฉีก
ทำลายหัวใจของนางแม้แต่น้อย
นางรู้สึกราวกับว่าชีวิตของตนนั้นน่าขัน นางรู้ดีว่าตั้งแต่ต้นจนจบ
นางเป็นเพียงเครื่องมือ
นางต้องการทิ้งบางสิ่งในชีวิตที่ประคองชีวิตอยู่ได้
นางเคยวางความหวังไว้ในหลินหมิง แต่หลินหมิงก็ถูกนางทำลายไป
เป็นการส่วนตัวแล้ว
นางคิดว่าในชีวิตของนางคงจะไม่มีสีสันอีกต่อไป แต่เมื่อนางออกจาก
ทวีปนภารินไหล ออกจาก 33 สวรรค์และมาถึงที่อเวจีทมิฬ นางก็พบว่า
นางกำลังตั้งครรภ์
นี่เป็นเรื่องที่ทำให้หัวใจของเซิ่งเหม่ยสับสนอย่างสิ้นเชิง
สภาพจิตใจของนางนั้นซับซ้อนอย่างหาที่เปรียบมิได้ นางไม่เคยคิด
เลยว่านางจะได้สัมผัสกับวันนั้น
นางไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากผนึกหัวใจนางไว้แล้วกลับสู่ชีวิตที่
อ้างว้างและเศร้าโศก สาบานที่จะไม่แปดเปื้อนตัวเองด้วยความรู้สึกและ
อารมณ์ที่ไร้ประโยชน์ มันกลับมีวันหนึ่งที่นางได้เป็นมารดาในอนาคต
หลินหมิงและเซิ่งเหม่ยเป็นเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันแต่แรก ดังนั้น
โอกาสที่นางจะตั้งครรภ์หลังจากมีเพศสัมพันธ์จึงต่ำมากอย่างไม่น่าเชื่อ
อย่างไรก็ตาม นางประเมินความแข็งแกร่งของสายเลือดหลินหมิงต่ำ
เกินไป
การปรากฏตัวของเด็กคนนี้ทำให้เซิ่งเหม่ยสูญเสียสิ่งที่ต้องทำ
บิดาของเด็กคนนี้ถูกมารดาของเขาทำลายโดยส่วนตัว ยิ่งกว่านั้น
ด้วยเหตุผลหลายประการ ไม่มีทางที่นางจะยอมให้เด็กคนนี้มีโอกาสรอด
ชีวิต
แต่ในเวลานี้จักรพรรดิวิญญาณเพิ่งไปปิดด่านสำหรับการกลั่น
วิญญาณนิรันดร์
เซิ่งเหม่ยจึงสามารถรับประกันความปลอดภัยของเด็กคนนี้ได้
ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม นางรู้ว่าเมื่อเด็กคนนี้เกิดมาจริงๆ ย่อมจะกระตุ้น
เครื่องหมายและพลังงานที่จักรพรรดิวิญญาณทิ้งไว้ในทะเลแห่งจิต
วิญญาณของนาง
จากนั้นวิญญาณจักรพรรดิก็จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แม้ว่าเขาจะไม่
สามารถตามนางทันได้ทันทีเพราะปิดด่านอยู่ แต่เมื่อเขากลับออกมา ตัว
นางจะต้องเป็นผู้แบกรับโทษะของเขาอย่างแน่นอน
และเด็กคนนี้จะต้องตายอย่างแน่นอน
เซิ่งเหม่ยเคยคิดว่านางสามารถปล่อยให้เด็กคนนี้ใช้ชีวิตแบบปุถุชน
ได้ ในอเวจีทมิฬ นางสามารถเปิดโลกทัศน์ที่งดงามเช่นหนึ่งใน 33 สวรรค์
ได้ นางสามารถซื้อทาสเผ่าพันธุ์โบราณได้มากมายทำให้พวกเขากลายเป็น
ผู้อยู่อาศัยในโลกนั้นและมีชีวิตต่อไป
จากนั้นนางก็จะสามารถปล่อยให้บุตรได้เกิดมา นางสามารถร่วมกับ
บุตรของนาง มองมวลเมฆ มองบุบผาบาน
นางสามารถสนองความต้องการของบุตรและใช้ชีวิตอยู่ดีมีความสุข
เฝ้ามองบุตรของนางตั้งแต่แรกเกิด นางจะสามารถมองดูบุตรเติบโต
ได้อย่างช้าๆ แต่งงานกับใครบางคน แก่ชราและในที่สุดก็หลับไหลอย่าง
สงบตลอดกาล…
นางทำได้เพียงแค่ให้บุตรคนนี้มีชีวิตที่สั้นและชีวิตที่สมบูรณ์ก่อนที่
จักรพรรดิวิญญาณจะออกการปิดด่าน นางสามารถให้บุตรเชื่อว่าตัวเอง
เป็นปุถุชนที่อาศัยอยู่ในโลกแห่งอุดมคติของพวกเขา…
อย่างไรก็ตาม… เมื่อเซิ่งเหม่ยตัดสินใจทำเช่นนี้ นางก็ลังเลอีกครั้ง
นางนึกไม่ออกว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากนางได้ถ่ายทอดความรักและความสุข
ทั้งหมดลงในเด็กคนนี้ และสิ่งใดที่เหลืออยู่หลังจากที่บุตรของนางเสียชีวิต
ไป…
จะมีชีวิตอยู่ต่อผ่านความทรงจำ?
แมลงขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ท่ามกลางใบไม้และกิ่งก้านที่เหี่ยวแห้งจะ
ไม่มีวันได้รู้จักความงามที่แท้จริงและความยิ่งใหญ่ของโลก หากใครอยาก
เห็นโลกทั้งใบ พวกเขาต้องก้าวไปสู่จุดสูงสุดแห่งนักสู้ แต่เนื่องจากมีโซ่
ตรวนมากเกินไป มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้หัวใจแข็งแกร่งอย่างที่สุด…
อย่างไรก็ตาม…
หากผู้หนึ่งละทิ้งโซ่ตรวนของพวกเขา มันจะมีสิ่งใดเหลืออยู่ในชีวิต?
ในวันเหล่านั้น เซิ่งเหม่ยจมอยู่กับความสับสน นางเฝ้าดูเด็กที่เติบโต
ในท้องของนางทุกวันผ่านไป และนางรู้ว่านางไม่สามารถนั่งเฉยและปล่อย
ให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไปได้
ดังนั้น นางจึงผนึกการเติบโตของเด็กคนนี้ไว้
นางพบว่ามันยากที่จะจินตนาการถึงอนาคตของนาง และนางก็ไม่
ต้องการจัดการชะตากรรมในอนาคตของบุตรอย่างเรียบง่ายด้วย
แต่ถ้าสิ่งนี้ยังคงดำเนินต่อไปและจักรพรรดิวิญญาณออกจากการปิด
ด่าน
เซิ่งเหม่ยรู้สึกราวกับว่านางได้วิ่งเข้าสู่ทางตัน นางจะต้องสูญเสียแก่น
ชีวิตเดียวที่เหลือของนางหรือไม่?
“ท่านแม่… เหตุใดท่านจึงเป็นกังวล?”
ในขณะที่เซิ่งเหม่ยจมอยู่ในความสับสน เสียงของเด็กที่แรงก็ก้องอยู่
ในหูของนาง
เสียงนี้ดูเหมือนจะสัมผัสส่วนที่บอบเบาที่สุดในของหัวใจของเซิ่ง
เหม่ย
เซิ่งเหม่ยสะท้าน!
นางก้มหัวลงและจ้องมองที่ท้อง จิตใจของนางสะท้านอย่างรุนแรง
ดุจคลื่นยักษ์ซัดกระหน่ำ
นางรู้สึกได้ถึงความผันผวนของชีวิตที่แผ่วเบาจากท้องของนาง
นี่คือบุตรของนาง เนื้อหนังและโลหิตของนาง!
ในทันที่ ศรัทธาทั้งหมดและเจตจำนงที่นางจะสร้างขึ้นมานับหมื่นปี
ในชีวิตก็พังทลายลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงที่อ่อนแรงและอ่อนโยนของเด็ก
คนนี้
“ท่านแม่… ข้าร้อนแรงเหลือเกิน…” เสียงของเด็กพน่ามัว ดู
เหมือนว่ามันจะเจ็บปวดอย่างมาก “มีเพลิงกำลังเผาผลาญข้า, ข้าไม่
สามารถลืมตาได้…”
เพลิง?
เพลิงมาจากไหน!?
เซิ่งเหม่ยถูกทิ้งให้ตื่นตกใจ นางตรวจสอบท้องด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์
และสิ่งที่นางเห็นก็ทำให้นางดุจตกลงสู่อเวจีทั้งเก้า!
มีพลังมืดและชั่วร้ายอยู่ในท้องของนาง ดุจเปลวเพลิงจากนรกที่เผา
ผลาญทุกสิ่ง พลังนี้โอบล้อมบุตรของนางและต้องการจะทำลายชีวิตเล็กๆ
นี้!
นี่เป็นพลังที่จักรพรรดิวิญญาณทิ้งไว้จากฝ่ามือเมื่อครู่ก่อน!
“ม่ายยยย!”
เซิ่งเหม่ยรู้สึกราวกับว่ามีคนกำลังผ่าหัวใจของนางด้วยขวาน นาง
วางมือลงบนหน้าท้อง โดยใช้พลังน้ำแข็งเพื่อต่อต้านพลังชั่วร้ายของ
จักรพรรดิวิญญาณและปกป้องบตรของนาง!
อย่างไรก็ตาม เมื่อพลังน้ำแข็งของเซิ่งเหม่ยได้สัมผัสกับเปลวเพลิงโล
กันต์อันน่าสะพรึงกลัว มันก็เป็นเช่นเกล็ดหิมะที่ตกลงไปในน้ำเดือดและ
ละลายไปทันที่
จักรพรรดิวิญญาณนั้นทรงพลังเกินไป ด้วยความแข็งแกร่งของนาง
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะยับยั้งเขา
ความเหลื่อมล้ำนี้ยิ่งใหญ่เกินไป
“ทานแม่ ข้าคิดว่าข้าจะตายแล้ว, มันเจ็บปวดยิ่ง…”
“ไม่… ไม่… บุตรของข้า ข้าจะต้องช่วยเจ้าให้ได้ เจ้าต้องอดทน, เจ้า
ต้องต่อสู้… ”
เมื่อได้ยินเสียงของเด็กที่อ่อนแรงอย่างต่อเนื่อง หัวใจของเซิ่งเหม่ยก็
แตกเป็นเสี่ยงๆ
นางเกลียดตัวเอง เกลียดตัวเองที่อ่อนแอ!
ช่างเป็นบุตรีที่น่าภาคภูมิของสวรรค์ น่าสมเพชที่นางไม่แม้แต่จะ
สามารถแม้แต่จะปกป้องบุตรของตนเองได้!
“ท่านแม่… ข้าไม่สามารถ… ทนได้นานกว่านี้… ข้าอยู่ในตัวท่านแม่
มานานจนจำไม่ได้… แต่จริงๆแล้วข้าอยากจะเกิดมา… ข้าอยากเจอท่าน
แม่…
“ท่านแม่ของข้า… ท่านต้องงดงามเป็นแน่…”
เสียงเด็กที่พร่ามัวหยุดที่นี่ เช่นความฝันที่แตกสลายไปในทันที่
มือของเซิ่งเหม่ยสั่นระริกและจิตวิญญาณของนางสั่นเทา… แต่ไม่มี
เสียงแม้แต่น้อยที่ออกมาจากท้องของนางอีกต่อไป ไม่มีความผันผวนของ
ชีวิตแม้แต่น้อยอีกต่อไป
ดูเหมือนว่าทุกอย่างดูเหมือนจะไม่เคยเกิดขึ้นแต่แรก…
“ไม่… ไม่… ไม่…!!!”
เซิ่งเหม่ยกุมท้องของนางด้วยพละกำลังทั้งหมด เล็บของนางจิกทะลุ
ผ่านเนื้อเนียนนุ่มของจนมีหยดโลหิต ดวงตาของนางเปลี่ยนเป็นสีแดง
โลหิต และผมของนางก็สยายดุจปีศาจยามราตรี!
บุตรของนางเสียชีวิต
ในชีวิตของนาง นางไม่ได้รับการสนับสนุนสุดท้ายอีกต่อไป!
เซิ่งเหม่ยเงยหน้าขึ้น จากดวงตา น้ำตาสองสายไหลริน!
จักรพรรดิวิญญาณ!
นางต้องการกินเนื้อและดื่มโลหิตสดของเขา!
ในเวลานั้น เซิ่งเหม่ยเผาผลาญพลังวิญญาณทั้งหมดของนาง ดุจภูเขา
ไฟที่ปะทุขึ้น มันทะลวงเข้าสู่ทะเลแห่งจิตวิญญาณของนาง ก่อตัวเป็นพายุ
อันน่าสะพรึงกลัว!
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!
ในจิตใจของเซิ่งเหม่ย นางได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่แตกสลาย นาง
เผาผลาญทุกสิ่ง ก่อพายุที่น่ากลัวซึ่งเกิดขึ้นจากวิญญาณของนาง
นางโจมตีรูนสีดำตลอดเวลา รูนสีดำนี้ก่อตาข่ายแสงขึ้นที่กักขังพายุนี้
ไว้
อย่างไรก็ตาม รอยแตกก็ปรากฏขึ้นบนตาข่ายแสงนี้!
รูนสีดำมิอาจทนอยู่ได้นาน!
แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก!
มีเสียงแตกมากขึ้นเรื่อยๆและรูนก็สลัวลงมากขึ้นเรื่อยๆ พายุนี้ถูก
ปลดปล่อยและไม่สามารถกักขังได้อีกต่อไป มันทรงพลังมากขึ้น
รอยร้าวจะกระจายไปทั่วทั้งตาข่ายแสง จากนั้นพลังที่ถูกกักขัง
ภายในก็ปะทุขึ้นฉับพลัน
บึ้มมม!
ด้วยเสียงดังกระหึ่ม พลังคลุ้มคลั่งกวาดออกไป ตาข่ายแสงและรูนสี
ดำถูกฉีกขาดเป็นเสี่ยงๆ!
รูนสีดำเป็นตราประทับวิญญาณที่ถูกผนึกไว้ในทะเลแห่งจิตวิญญาณ
ของเซิ่งเหม่ย แต่ในเวลานี้ มันกลับแตกเป็นเสี่ยงๆ!
ในขณะเดียวกัน แยกจากกันด้วยมิติและเวลาไกลโพ้น ในทะเล
วิญญาณที่แห้งแล้งและเดียวดายซึ่งด้วยกระดูกนับไม่ถ้วน…
เหนือทะเลแห่งความทรมานนี้ มันมีชายหนุ่มชราหน้าซีดที่มีผมสีขาว
หิมะ เขานั่งอย่างเงียบงันบนเกาะที่ก่อตัวขึ้นจากกองกระดูก
เขามีรูปร่างเหมือนเด็ก แต่ร่างกายของเขาแผ่พลังงานแห่งความตาย
ที่มีเพียงศพเท่านั้นที่ควรมี
นี่คือจักรพรรดิวิญญาณแห่ง 33 สวรรค์!
หลังจากขโมยวิญญาณนิรันดร์ของหลินหมิงในดาวเคราะห์นภาริน
ไหล เขาก็ปิดด่านเป็นเวลาเกือบ 10,000 ปี
ไม่ว่าคลื่นทะเลแวิญญาณจะสั่นสะเทือนเพียงใด ไม่ว่ากระดูกจะลอย
ไปได้อย่างไร เขาก็เป็นเช่นรูปปั้นหินที่ยังคงไม่ไหวติงอยู่เป็นเวลา 10,000
ปี
แต่วันนี้ ดวงตาของเขาสาดประกายเปิดขึ้น
เขามองไปที่หนึ่งในความว่างเปล่า ดวงตาที่สกปรกของเขาเต็มไป
ด้วยความประหลาดใจอย่างลึกซึ้ง
“เป็นไปได้… อย่างไรกัน?”
ชายชราหนุ่มยืนขึ้น ผมสีขาวหิมะของเขาไหลลงมาเช่นน้ำตก ทำให้
เขาดูคล้ายผี
สีหน้าที่เป็นเช่นเกระจกใสที่ไม่เคยเกิดอารมณ์แปรปรวนรุนแรงมา
หลายร้อยล้านปี แต่ตอนนี้ เขากลับเต็มไปด้วยความประหลาดใจและ
ความไม่อยากจะเชื่อ