Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,155 ฟื้นคืนสติ
“นางกลับ… สามารถ… ทำลายตราประทับวิญญาณของข้าได้? ด้วย
ความแข็งแกร่งของนาง สิ่งนี้ไม่ควรเป็นไปไม่ได้… ”
ความจริงก็คือ มิต้องกล่าวถึงเซิ่งเหม่ย แต่แม้จะนับใน 33 สวรรค์
และอเวจีทมิฬ มันไม่มีใครที่สามารถทำลายตราประทับวิญญาณที่ถูกทิ้ง
ไว้โดยจักรพรรดิวิญญาณได้
นี่เป็นเพราะตราประทับวิญญาณนี้หยั่งรากลึกในทะเลแห่งจิต
วิญญาณของเซิ่งเหม่ย แม้ว่าจะมีใครบางคนที่ครอบครองพลังวิญญาณที่
สามารถต่อสู้กับจักรพรรดิวิญญาณได้ แต่ถ้าใครพยายามที่จะคลายตรา
ประทับวิญญาณอย่างแรงแล้ว มันจะทำให้ทะเลแห่งจิตวิญญาณของเซิ่ง
เหม่ยพังทลาย
ดังนั้นต ราประทับวิญญาณนี้จะต้องถูกทำลายโดยเซิ่งเหม่ยเอง
เท่านั้น
จักรพรรดิวิญญาณเอื้อมมือสีขาวที่ไร้โลหิต, ปลายนิ้วมือสั่นขึ้นลง
อย่างรวดเร็วในขณะที่อนุมานสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาต้องการทราบ
ว่าเหตุการณ์ใหม่นี้เกิดขึ้นที่ใด
แต่มันน่าแปลกประหลาด เขาค้นพบว่าในขณะที่ตนพยายามจะ
ตรวจสอบเรื่องนี้ ความพยายามของเขากลับถูกขัดขวางโดยชั้นของหมอก
ที่ปิดกั้นสายตาของเขา ทำให้ไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน
“มันเกิดอันใดขึ้น?”
จักรพรรดิวิญญาณขมวดคิ้ว เขาไม่ชอบที่มีสิ่งใดเกินไปกว่าการ
ควบคุมของเขา
เขาหรี่ตาลงและมองลึกลงไปในทะเลแห่งความทรมานและโครง
กระดูกไร้สิ้นสุดที่ลอยอยู่เหนือมัน ในที่สุด เขาก็นั่งลงและจิตใจของเขาก็
กลับสู่ความสงบอีกครั้ง
แม้ว่าตราประทับวิญญาณที่เขาทิ้งไว้ในทะเลแห่งจิตวิญญาณของเซิ่ง
เหม่ยจะแตกสลาย ตราบใดที่เขาออกจากการปิดด่านแล้ว มันก็ไม่มีสิ่งใด
ที่จะเป็นปัญหา
ขณะนี้ การกลั่นวิญญาณนิรันดร์เป็นงานที่สำคัญอย่างยิ่ง
สำหรับเซิ่งเหม่ย เป็นไปไม่ได้ที่นางจะใช้ช่วงเวลาสั้นๆนี้เพื่อเพิ่ม
ความแข็งแกร่งถึงระดับที่นางสามารถหลบหนีจากเขา
ในเวลานี้ ในสุสานจอมเทพอสูร ร่างวิญญาณของเซิ่งเหม่ย
เปลี่ยนเป็นสีขาวซีดไร้รอยเลือดฝาด เมื่อนางเผาผลาญวิญญาณไปเมื่อครู่
นางก็ปะทุขึ้นด้วยพลังที่ไม่อาจจินตนาการได้ ซึ่งเกินกว่าการบ่มเพาะใน
ปัจจุบันของนางหลายระดับ
สิ่งที่เป็นไปไม่ได้กลับเกิดขึ้นจริง
ในโลกปุถุชน ในระหว่างเกิดแผ่นดินไหว เมื่อมารดาเห็นบุตรของ
พวกเขาถูกกดทับอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ผู้หญิงที่บอบบางก็สามารถปะทุ
ด้วยพลังที่เหนือกว่าผู้ชายตัวใหญ่ผลักก้อนหินที่หนักหลายร้อยจินเพื่อ
ช่วยชีวิตบุตรของตนได้
สิ่งที่เซิ่งเหม่ยทำเองก็เช่นกัน
นี่คือพลังแห่งมารดา
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนางผลาญพลังวิญญาณเกินขีดจำกัด มันจึง
ทำให้นางอ่อนแอลงอย่างมากหลังจากนั้น ยิ่งกว่านั้น เนื่องจากเซิ่งเหม่ย
จมอยู่ในหัวปีศาจ ด้วยวิญญาณที่อ่อนแอของนาง มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่นาง
จะต่อต้านการรุกรานของหัวใจปีศาจเหล่านี้
นางได้… สูญเสียจิตสำนึกไปแล้ว…
………
ในเวลานี้ ที่ด้านล่างของทะเลสาบสังหาร ในถ้ำใต้ดินลึก อสูรโลกันต์
ตัวสูงหมอบอยู่ใกล้ศพ อสูรโลกันต์ตนนี้เหยียดนิ้วออกเพื่อเจาะเข้าไปใน
แขนของศพนี้และดูดซับพลังแห่งจอมเทพอสูรอย่างช้าๆ
ผลกระทบของหัวใจปีศาจเมื่อครู่ได้แสดงความน่ากลัวในตอนนี้
เนื่องจากหลินหมิงครอบครองกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า เขาจึงไม่ได้รับ
ผลกระทบแม้แต่น้อย
เขายังปล่อยให้ตัวเองได้สัมผัสกับการโจมตีของหัวใจปีศาจ มิเช่นนั้น
เขาย่อมจะสามารถรักษาจิตสำนึกไว้ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
จากนั้น หลินหมิงยังคงถูกกระแสวังวนดึงลงไปในทะเลสาบสังหาร
ต่อไป หลังจากช่วงเวลาที่ไม่รู้จัก ในที่สุดเขาก็ถูกทิ้งไว้ในถ้ำใต้ดินลึกนี้
ในถ้ำใต้ดินแห่งนี้ ไม่ได้เพียงมีเขาเท่านั้น แต่ยังมีอสูรโลกันต์ตนอื่นที่
หมดสติไป
หลินหมิงตรวจสอบพวกเขาและค้นพบว่าอสูรโลกันต์ตนหนึ่งตายไป
แล้ว
ในระหว่างการทดสอบหัวใจปีศาจ วิญญาณของอสูรโลกันต์ตนนี้ไม่
แข็งแกร่งพอที่จะต้านทานได้ ในที่สุดวิญญาณก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
และทะเลแห่งจิตวิญญาณก็พังทลายลง พลังโลหิตก็ค่อยๆจางหายไป ไม่
นานพวกเขาจะกลายเป็นอาหารสำหรับโลกที่แปลกประหลาดนี้
เมื่อมองดูฉากนี้ หลินหมิงถอนหายใจด้วยอารมณ์ อสูรโลกันต์แต่ละ
ตนเหล่านี้เป็นจ้าวดินแดนของตนเอง แต่ในสุสานจอมเทพอสูร พวกเขาก็
ไม่ต่างจากทหารแนวหน้า
อาจกล่าวได้เพียงว่าสุสานจอมเทพอสูรนี้น่ากลัวเกินไป
ผ่าน 33 สวรรค์และอเวจีทมิฬ ในทุกจักวาลรวมกัน นี่คืออันดับ
สูงสุดและยังเป็นแดนเร้นลับที่น่ากลัวที่สุดที่มีอยู่อีกด้วย
หลินหมิงยังคงค้นหาต่อไป เขาต้องการที่จะดูว่าอสูรโลกันต์ตนใดมี
สมบัติล้ำค่าใดๆที่ทิ้งไว้เบื้องหลังหรือไม่ และในขณะนั้น เขาใช้กฎการ
กลืนกินของจอมเขมือบเพื่อดูดซับพลังแห่งจอมเทพอสูรที่ยังคงอยู่ใน
ร่างกายของอสูรโลกันต์ก่อนที่มันจะจางหายไป
แต่ในเวลานี้ อีกร่างที่หมดสติตกลงมาในถ้ำ
ฟรุป!
เสียงของการตกนี้เบามาก ไม่สามารถเทียบได้กับอสูรยักษ์ที่ตกลง
บนพื้น
ความคิดของหลินหมิงสะท้าน เขาใช้สัมผัสรับรู้เพื่อค้นหาแหล่งที่มา
ของเสียงนั้น หากโชคของเขาดี เขาจะพบกับอสูรโลกันต์และดูดซับพลัง
แห่งจอมเทพอสูรจากพวกเขาได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อหลินหมิงพบร่างนั้น ด้วยสัมผัสรับรู้ เขาก็แข็งค้าง
ไป คนที่เพิ่งตกลงมามิใช่คนอื่น แต่เป็นหญิงชุดสีดำ – จักรพรรดินี
วิญญาณเซิ่งเหม่ย!
“เซิ่งเหม่ย… นางทนต่อผลกระทบของหัวใจปีศาจเช่นนั้นหรือไม่?”
จิตใจของหลินหมิงบีบรัด หลังจากตรวจสอบแล้ว เขาค้นพบว่าเซิ่ง
เหม่ยยังคงมีลมหายใจและหัวใจเต้นแผ่ว อย่างไรก็ตาม นางซีดเผือดและ
ริมฝีปากของนางเป็นสีเขียว เพลิงแห่งชีวิตของนางอ่อนแอและเห็นได้ชัด
ว่านางได้ทดสอบตัวเองผ่านหัวใจปีศาจ
ยิ่งกว่านั้น นางยังจมอยู่ในหัวปีศาจและยังไม่ตื่นขึ้นมา
สิ่งนี้ทำให้หลินหมิงประหลาดใจ ผลกระทบของหัวใจปีศาจนั้นน่า
กลัว แต่เขาก็ผ่านมันได้อย่างง่ายดายโดยใช้กล่องปัญญาแห่งพระเจ้า แต่
แม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้กล่องปัญญาแห่งพระเจ้า แต่หลินหมิงก็เชื่อว่าด้วย
วิญญาณนิรันดร์ของเขา เขาจะสามารถกำราบหัวใจปีศาจได้
ในสายตาของหลินหมิง หลังจากไปถึงความสมบูรณ์แบบของการจุติ
ทั้งเก้า วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเซิ่งเหม่ยก็ย่อมน่าเกรงขามอย่างไม่ต้อง
สงสัย แม้ว่านางจะไม่สามารถผ่านการทดสอบนี้ได้อย่างง่ายดาย แต่นางก็
ควรจะสามารถทำได้โดยไม่สูญเสียจิตสำนึก
หลินหมิงกวาดสัมผัสออกไป เซิ่งเหม่ยที่หมดสติไปแล้วไม่สามารถ
ต้านทานสัมผัสรับรู้ของหลินหมิง สัมผัสรับรู้ของหลินหมิงเข้าสู่ทะเลแห่ง
จิตวิญญาณของเซิ่งเหม่ยโดยปราศจากอุปสรรคใดๆ
เมื่อหลินหมิงเห็นภาพในทะเลแห่งจิตวิญญาณของเซิ่งเหม่ย เขาก็
กลั้นหายใจ
เขาเดาว่าเซิ่งเหม่ยทำการผลาญวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เกินไป แต่เขาไม่
เคยคิดเลยว่านางจะเผาผลาญจนเกินขีดจำกัด ทั้งทะเลแห่งจิตวิญญาณ
ของนางเหือดแห้งไปกว่าครึ่ง!
และในท้องฟ้าเหนือทะเลแห่งจิตวิญญาณของนาง เมฆมืดรวมตัวกัน
ในกลุ่มเมฆมืดเหล่า ปีศาจและภูตผีแผดเสียงอาละวาด!
นี่คือหัวใจปีศาจของเซิ่งเหม่ย ระดับความน่ากลัวของพวกมันนั้น
เหนือกว่าหัวใจปีศาจของหลินหมิง
“เซิ่งเหม่ยกลับมีหัวใจปีศาจที่น่ากลัวถึงเพียงนี้ หัวใจปีศาจทุกคน
เป็นความหลงใหลและความกลัวในหัวใจของเซิ่งเหม่ย… ไม่น่าแปลกใจที่
นางไม่สามารถต้านทานสิ่งนี้ได้แม้จะมีวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่ผ่านการจุติทั้ง
เก้าครั้ง”
หลินหมิงส่ายหัว ด้วยทะเลจิตวิญญาณที่เกือบจะเหือดแห้งและหัวใจ
ปีศาจที่พลังอันทรงพลัง มันก็เป็นปาฏิหาริย์แล้วที่เซิ่งเหม่ยยังสามารถ
รักษาเพลิงแห่งชีวิตของนางไว้ได้โดยไม่ตายเช่นอสูรโลกันต์ตนอื่น
หลินหมิงจมอยู่ในความคิด ถ้าเขาไม่ช่วยชีวิตนางอย่างเร่งด่วน นางก็
อาจจะหลับและไม่ตื่นอีกต่อไป และแม้ว่านางจะตื่นขึ้นมา แต่ทะเลแห่ง
จิตวิญญาณของนางก็จะได้รับความเสียหายตลอดไป
แต่ถ้าเขาช่วยชีวิตนาง เขาก็ไม่รู้ว่านางจะเป็นศัตรูหรือสหายใน
อนาคต…
ระหว่างเขากับจักรพรรดิวิญญาณ มันจะมีการต่อสู้ในที่สุด และเมื่อ
ถึงเวลานั้น เซิ่งเหม่ยจะเข้าข้างจักรพรรดิวิญญาณหรือไม่
บางทีจักรพรรดิวิญญาณอาจมีวิธีควบคุมและยับยั้งเซิ่งเหม่ย ในเวลา
นั้น ถ้าเขาต้องการที่จะต่อสู้กับจักรพรรดิวิญญาณ เขาอาจต้องผ่านเซิ่ง
เหม่ยไปก่อน
แต่ในขณะที่เขามองดูวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของเซิ่งเหม่ยที่ค่อยๆ
อ่อนแอลง หลินหมิงหายใจออกเบาๆและเปิดสนามพลังอนุภาคแรก
กำเนิด หลังจากปิดกั้นสภาพแวดล้อม เขายกมือขวาขึ้นและกล่องปัญญา
แห่งพระเจ้าปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา
เซิ่งเหม่ยถือได้ว่าเป็นผู้ช่วยชีวิตเขาไว้ มิเช่นนั้นเมื่อเจ็ดพันปี ก่อนไม่
ว่าจะเป็นราชาเทพขนวิหคเหินหาวหรือจักรพรรดิวิญญาณ ทั้งคู่ก็สามารถ
ฆ่าชีวิตของเขาได้อย่างง่ายดาย
และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาก็ควรช่วยเซิ่งเหม่ยก่อน แม้ว่าเขาจะ
ช่วยชีวิตนาง แต่นางก็คงจะอ่อนแอและไม่อาจเป็นคู่มือของเขาแน่นอน
หลังจากช่วยนางแล้ว เขาก็จะได้รู้ความลับของจักรพรรดิวิญญาณ
หรือไม่?
แต่การทำเช่นนั้นน่าจะเปิดเผยตัวตนของเขาอย่างสมบูรณ์ หาก
จักรพรรดิวิญญาณทิ้งร่องรอยหรือความไม่แน่นอนบางอย่างไว้ในเซิ่ง
เหม่ย เช่นนั้นถ้าเขาจะจับต้องเซิ่งเหม่ย มันก็มีความเป็นไปได้ที่การ
เผชิญหน้ากับจักรพรรดิวิญญาณก่อนเวลา
สถานการณ์ปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่าเต็มไปด้วยความซับซ้อน
ในเวลานี้มีเด็กสาวชุดแดงโผล่ออกมาจากกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
นางมองแย่างสงสัยที่เซิ่งเหม่ยซึ่งหลับไหลและพูดว่า “พี่ใหญ่หลิน นี่มิใช่
พี่สาวจากจักรวาลผืนนภานิมิตฝันหรอกsรือ?”
“อืม, มันเป็นนาง”
หลินหมิงพูดเบาๆ เขาลูบกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าด้วยมือเดียวและ
รูนบางส่วนก็เริ่มเปล่งประกาย แสงสลัวพุ่งเข้าหาระหว่างคิ้วของเซิ่งเหม่ย
แล้วปกคลุมท้องฟ้าเหนือทะเลแห่งจิตวิญญาณของนาง ชั้นเมฆมืดของ
หัวใจปีศาจเริ่มละลายไปราวกับหิมะภายใต้ดวงอาทิตย์
หัวใจปีศาจมากมายร้องด้วยความเจ็บปวดและน่าสังเวช พวกมัน
ต้องการกระโดดลงทะเลแห่งจิตวิญญาณของเซิ่งเหม่ยเพื่อซ่อนตัว แต่ใน
ที่สุดพวกมันก็ถูกกวาดลงไปในแสงสลัวและกลายเป็นเถ้าถ่าน
หลังจากกำจัดหัวใจปีศาจทั้งหมด ความคิดของหลินหมิงก็สะท้าน
และเขาก็ถ่ายเทพลังวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ลงไปในทะเลจิตวิญญาณของเซิ่ง
เหม่ย
เช่นนี้ ราวกับว่านางหลับมานานหลายปีและรอคอยช่วงเวลานี้ เซิ่ง
เหม่ยลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ…