Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,209 กลั่นลูกแก้วจิตวิญญาณ
หนึ่งเดือนต่อมา ลึกภายในห้วงอวกาศ
ลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดถูกจับในมือของหลินหมิง มัน
เปล่งเสียงสะท้อนระหว่างสวรรค์และปฐพี
มันเป็นเหมือนหัวใจของเทพศักดิ์สิทธิ์ เต้นในจังหวะของตัวเอง ดารา
จักรในท้องฟ้าดูเหมือนจะเคลื่อนไหวรอบมันและแสงดาวทะลัก เป็น
ระลอกสู่อวกาศ
ลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดนั้นถูกควบคุมในมือของหลินห
มิง
และไม่ไกลเกินไป มีนักสู้หลายคนที่นี่
ผู้ที่สามารถยืนอยู่ที่นี่มีความสัมพันธ์กับหลินหมิงหรือเป็นหนึ่งในเสา
หลักที่สนับสนุนชาวมนุษย์
ตัวอย่างเช่นมีหลินฮวง, จิ่วเอ๋อร์, เสี่ยวหมัวเซียน, จักรพรรดิสักกะ,
ราชาปีศาจมืด, ราชันเอกภพอนันต์, เขี้ยวมังกร, ซิงชือแลคนอื่นๆอีก
มากมาย ส่งผลให้มีจำนวนรวม 20-30 คน
พวกเขายืนอยู่ที่นี่เพื่อเป็นสักขีพยานต่อหลินหมิงในการกลั่นลูกแก้ว
จิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดและสร้างความก้าวหน้าในเก้าดวงดารา
แห่งวิหารเต๋า และเหตุผลที่สำคัญที่สุดที่พวกเขาอยู่ที่นี่คือ การได้รับ
ประโยชน์จากการความก้าวหน้าของหลินหมิง รู้แจ้งในเต๋าสวรรค์
สำหรับพวกเขา นี่เป็นโชคอันยิ่งใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ
การทะลวงเข้าสู่วิหารเต๋าที่แปดคือการกระโดดข้ามขอบเขตแดน
ใหญ่ในเก้าดวงดาราแห่งวิหารเต๋า ในเวลานั้น เต๋าสวรรค์จะลงมาและ
สันดาปผ่านทุกคน
แม้ว่าผู้หนึ่งจะไม่ได้บ่มเพาะเก้าดวงดาราแห่งวิหารเต๋า พวกเขาก็
ยังคงจะได้รับประโยชน์มากมาย
ในความเป็นจริง แม้แต่นักสู้ระบบหลอมรวมปราณก็ยังกังวล
เกี่ยวกับการขัดเกลาร่างกายของพวกเขา ท้ายที่สุด มันก็เป็นไปไม่ได้ที่
พวกเขาจะปล่อยให้ร่างกายของตนอ่อนแอเช่นปุถุชน ยิ่งร่างกายทรงพลัง
จะยิ่งมีประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น
ทุกคนกลั้นลมหายใจเงียบๆ มองไปยังชายผู้เป็นเหมือนพระเจ้าใน
ระยะไกล รอเขาอยู่
ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวนี้เงียบงัน ลูกแก้วจิตวิญญาณแผ่พลังงาน
โลหิต เฉกเช่นรุ่งอรุณแสงสีกุหลาบเบ่งบานสู่โลก ทุกเสี้ยวแสงนั้นบางราว
กับเข็มและคมราวกับกระบี่ พุ่งไปทุกทิศทุกทาง มันเป็นเหมือนสัตว์ดุร้าย
อสูรนับไม่ถ้วนที่พุ่งเข้าสู่ขอบฟ้า พลังโลหิตชีวิตมากล้นดูเหมือนว่ามันจะ
ยกระดับโลกนี้ ทำให้หัวใจเต้นรัวด้วยความคาดหมาย
ลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดได้รับการขัดเกลาโดย
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลมาเป็นเวลาหลายปี และมันบรรจุพลังของ
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลไว้เป็นจำนวนมาก รวมถึงเนื้อหนังและโลหิต
ของร่างจำแลงจอมเขมือบ
หลังจากกลืนกินโชคชะตาของชาวมนุษย์ไปแล้ว จักรพรรดิภูติเทพ
ฟ้าบันดาลได้ขัดเกลาร่างจำแลงจอมเขมือบแล้ว
ในฐานะที่เป็นจอมอสูรโลกันต์นั้น จอมเขมือบก็น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล อย่างไรก็ตาม จอมเขมือบได้รับบาดเจ็บเมื่อ
หลายพันล้านปีก่อนและขอบเขตของมันได้ตกลง
หลังจากนั้น วิญญาณของจอมเขมือบถูกผนึกโดยผนึกเทวะและร่าง
ของมันถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ด้วยร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ มันเป็นไปไม่ได้
เลยที่จะเป็นคู่มือของจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาล ในช่วงปี 2000 ที่
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลปิดด่าน เขาใช้ลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาค
แรกกำเนิดเพื่อกลืนกินพลังของจอมเขมือบและรวบรวมมันเข้ากับตนเอง
ในเวลานี้ หลินหมิงรู้สึกได้ว่าภายในลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรก
กำเนิด เนื้อหนังและโลหิตของจอมเขมือบยังคงมีเสี้ยวของความไม่เต็มใจ
ที่จะถูกกลืนกิน
จอมเขมือบในปัจจุบันอาจถือได้ว่าเป็นเพียงมวลเนื้อหนังและโลหิต
ภายใต้การปราบปรามของลูกแก้วจิตวิญญาณ มันยังคงดิ้นรนต่อสู้และ
ต่อต้าน
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ามันจะต้องดิ้นรนมากเพียงใด มือของหลินหมิงก็
จะแยกมันออกจากพื้นที่ภายนอก โซ่ศักดิ์สิทธิ์พุ่งข้ามจักรวาลและมังกร
ฟ้ารคำรามลั่นในขณะที่พวกมันล้อมรอบลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรก
กำเนิด
ห้านิ้วของหลินหมิงเป็นดั่งห้าขุนเขา ยับยั้งมันอย่างที่สุด
ในช่วงเวลาต่อมา หลินหมิงถือลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด
และลอยขึ้นไปในอากาศ ในไม่ช้า เขาก็ข้ามผ่านหลายร้อยล้านไมล์และ
จมลึกลงไปในทะเลแห่งดวงดาวอันกว้างใหญ่
เขานั่งอยู่ที่นั่น กักขังพลังผันผวนใดๆในโลก
เขาแบมือซ้ายออก แสงจำนวนนับไม่ถ้วนเบ่งบานจากปลายนิ้วของ
เขา เปลี่ยนเป็นรูนขนาดเล็กที่ส่งเสียง
แต่ละรูนเจาะเข้าไปในดวงดาว ดึงลำแสงออกมา ราวกับทิวเขาที่เต็ม
ไปด้วยแสงดาว
ลำแสงเหล่านี้ทอแสงผ่านอากาศ กลายเป็นเตาหลอมโปร่งใสโดยมี
หลินหมิงอยู่ใจกลาง
นี่เป็นวิธีการกลั่นโลหิตชีวิตที่หลินหมิงได้เรียนรู้ในด่านที่เจ็ดของด่าน
ทดสอบหล่อหลอมสุดท้าย – เตาหลอมห้วงดาราจักร
หลินหมิงต้องการกลั่นมันอย่างละเอียดและกลืนกินพลังทั้งหมดที่อยู่
ในลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด
ลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดมีพลังสายเลือดที่จักรพรรดิภูติ
เทพฟ้าบันดาลได้สะสมมาตลอดเวลาหลายปี หลังจากถูกขัดเกลามานาน
หลายปี ถ้าเขาสามารถดูดซับพลังโลหิตชีวิตภายในได้ สิ่งนี้จะยิ่งกว่า
สมบัติสวรรค์ใดๆอย่างแน่นอน
บึ้มมมม!
เตาหลอมห้วงดาราจักรปลดปล่อยพลังที่แข็งแกร่งซึ่งสามารถเผา
ผลาญขุนเขาและต้มทะเล พลังนี้โจมตีลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรก
กำเนิด แสงดาวนับไม่ถ้วนถล่มสู่ลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด
ไม่เพียงแค่นั้น แต่ในใจกลางของเตาหลอม ทวารทั้งเจ็ดปากของ
หลินหมิง ดวงตา จมูก หู ปาก ทุกอย่างเริ่มพ่นเปลวเพลิง
เปลวเพลิงเหล่านี้เป็นสีม่วง แม้ว่าพวกเขาจะดูเหมือนจะไม่ได้มีความ
ร้อนใดๆ นี่เป็นเพราะความร้อนของเปลวเพลิงได้ควบแน่นถึงขีดสุดและ
ประจักษ์ในลักษณะดังกล่าว
เมื่อเปลวเพลิงเหล่านี้ปรากฏขึ้น พวกมันให้ความรู้สึกที่น่าตกใจ ราว
กับว่ามันสามารถเผาผลาญโลกและสลายทุกสรรพสิ่ง
จากนั้น หลินหมิงยกมือขึ้นพร้อมกันและสร้างผนึก สายฟ้าสีรุ้ง
ปรากฏขึ้น ถักทอกันในท้องฟ้าดุจสีตะวันอ่อน นี่คือพลังสายฟ้าของ
หลินหมิง
เป็นเวลานานแล้วที่หลินหมิงไม่ได้ใช้พลังแห่งสายฟ้าและเพลิง และ
หลังจากหลินหมิงก้าวสู่เทพแท้จริงและทนต่อการสันดาปเต๋าสวรรค์
จากนั้น ไม่ว่าจะควบคุมอัคคีต้นกำเนิดหรืออัสนีต้นกำเนิด เขาก็ได้มาถึง
จุดสูงสุดในแง่มุมเหล่านี้
เปลวเพลิงเต๋าอันยิ่งใหญ่ จิตวิญญาณแห่งแสงดาว พลังแห่งสายฟ้า
ทั้งหมดนี้เป็นดั่งล้อบดยักษ์ลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิดอยู่
ตลอดเวลา
กระบวนการกลั่นนี้ดำเนินต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่ทราบ ในที่สุด
สิ่งที่คล้ายผลึกก็หล่นลงมาจากลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด
เมื่อสิ่งนี้ปรากฎ พลังงานโลหิตพลุ่งพล่านก็ตามมา ดุจหมื่นปีศาจกู่
ร้องจากภายใน ด้วยชีวิตนับไม่ถ้วนคำรามเป็นหนึ่ง
ทันทีที่สิ่งนี้ปรากฏ มันมีก็สติปัญญาศักดิ์สิทธิ์ของตัวเอง มันลอยขึ้น
ไปในอากาศ คล้ายเด็กสูงสามนิ้วพยายามหลบหนี
ดวงตาของหลินหมิงสาดประกาย หัวใจของเขาเป็นสุข ไม่ต้องสงสัย
เลยว่า นี่เป็นหยดปราณโลหิตที่ควบแน่นจากพลังงานโลหิตทั้งหมดใน
ลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรกกำเนิด รวมไปถึงปราณโลหิตของจอม
เขมือบ ปราณโลหิตหยดนี้มีสติปัญญาศักดิ์สิทธิ์เพียงพออยู่แล้ว เมื่อ
เกิดขึ้นมันจึงมีรูปร่างของบุคคลได้
มันอาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ยึดเอาโชคของสวรรค์และปฐพี
โดยมิได้ให้โอกาสทารกนี้ได้หลบหนี ความคิดของหลินหมิงขยับ ด้วย
ความคิด ตาข่ายรูนปรากฏขึ้นในอากาศและตกลงมา ครอบคลุมทารก
แห่งโลหิตชีวิตนี้
หลังจากทารกนี้ถูกหลินหมิงจับกุม มันก็ดุร้ายและดิ้นรนยิ่งขึ้น มัน
กลายเป็นปีศาจ คำรามด้วยความโกรธขณะที่พยายามหนี
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงปิดกั้นโดยรอบด้วยสนามพลังและกำราบมัน
อย่างสมบูรณ์
ทันทีที่ทารกนี้ปรากฏ พลังโลหิตชีวิตบริสุทธิ์ของลูกแก้วจิตวิญญาณ
อนุภาคแรกกำเนิดก็เริ่มถ่ายเทออกมา รวมตัวกันโดยมีทารกเป็น
ศูนย์กลาง
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า พลังงานโลหิตที่อยู่ในลูกแก้วจิตวิญญาณ
อนุภาคแรกกำเนิดลดลงอย่างช้าๆ ในที่สุด ร่องรอยพลังงานสุดท้ายก็ถูก
ดึงออกมาจากหลินหมิง
ในลมหายใจเดียว หลินหมิงกลืนกินกินพลังโลหิตชีวิตทั้งหมดนี้
ในช่วงเวลานั้น เขารู้สึกราวกับว่าตนกลืนกินแสงอาทิตย์ พลังที่ไร้
ขีดจำกัดเบ่งบานอยู่ภายใน ราวกับใบมีดคมนับไม่ถ้วน ลำแสงศักดิ์สิทธิ์
โจมตีเขาจากภายใน
ถึงแม้ว่าหลินหมิงจะแข็งแกร่งเช่นเดียวที่มีร่างกายเกือบจะไร้เทียม
ทาน แต่เนื้อหนังของเขาก็ยังแตกและฉีกขาด
ใครจะจินตนาการได้ว่าพลังโลหิตชีวิตในลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาค
แรกกำเนิดจะแข็งแกร่งถึงเพียงใด หากเทพแท้จริงสามัญพยายามที่จะ
ต่อต้านสิ่งนี้ ร่างกายของพวกเขาคงจะระเบิดไปแล้ว
หลินหมิงรู้สึกถึงโลหิตของเขาที่พลุ่งพล่านและเดือดดาล ทั้งร่างถูก
ปกคลุมไปด้วยพลังงานโกลาหล ทำให้ยากที่จะดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา
“ดีมาก!”
แม้ว่าจะมีความเจ็บปวดก็ตาม แต่สีหน้าของหลินหมิงก็เหมือนกับว่า
เขามัวเมาในความเจ็บปวดนี้และสนุกกับมันอย่างเต็มที่!
ทันใดนั้น เขาก็คุกเข่าลง ดวงตาจ้องไปในความว่างเปล่าดุจสายฟ้า
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นสภาวะที่ทรงพลังที่สุดซึ่งร่างกายของเขาเคย
เป็นมา หากเขาสามารถกลั่นพลังนี้ื เขาจะสามารถก้าวหน้าในเก้าดวง
ดาราแห่งวิหารเต๋าและเพิ่มขอบเขตของตนอีกครั้ง
ในเวลานี้ ส่วนหนึ่งของเก้าดวงดาราแห่งวิหารเต๋ายังคงปิดอยู่ และ
ระบบหลอมรวมปราณของชาวมนุษย์ยังผนึกโดยจักรพรรดิภูติเทพฟ้า
บันดาล
ตอนนี้หลินหมิงจะทำลายโซ่เหล่านั้น สำหรับหลินหมิงที่เอาชนะ
จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลและควบคุมลูกแก้วจิตวิญญาณอนุภาคแรก
กำเนิด สิ่งนี้คงไม่ยากเลย
ด้วยเสียงคำรามดัง เสียงสายฟ้านับไม่ถ้วนแผ่ออกมาจากภายใน
ร่างกายของหลินหมิง
โลหิตของเขาควบและชนดุจมหานทีคลั่ง
ภายในร่างกายของหลินหมิง มันมีบางแห่งเริ่มร้อนขึ้น พลังลึกลับ
เริ่มสะท้อนกับบริเวณที่ไม่รู้จักในความว่างเปล่า
หวึ่ง –
หวึ่ง –
หวึ่ง –
เสี้ยวแสงดาวจ้าไร้สิ้นสุดส่องผ่านความว่างเปล่า ดวงดาวเริ่มปรากฏ
ขึ้นภายในจักรวาล ฉายแสงทั่วครอบคลุมทุกสิ่ง
หนึ่งในดวงดาวเหล่านี้น่าทึ่งเป็นพิเศษ ราวกับว่ามันปรากฏออกมา
จากห้วงมืดมิดที่สุดในอวกาศ
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ โซ่ศักดิ์สิทธิ์สีเทาเข้มเริ่มปรากฏขึ้นในความ
ว่างเปล่าไร้สิ้นสุด
โซ่เหล่านี้เป็นดุจเทือกเขาต่อเนื่องที่เปล่งประกายด้วยรูนนับไม่ถ้วน
พวกมันราวกับงูยักษ์ที่พันรอบเก้าดวงดาราแห่งวิหารเต๋า พยายาม
ขัดขวางการพัฒนาของหลินหมิง
“จะดียิ่งขึ้นหากเจ้าปรากฏพร้อมกัน เพื่อที่เจ้าจะได้ถูกตัดขาดไป
พร้อมกัน!”
หลินหมิงโบกมือ พลังแห่งเทพเจ้าและอสูรปะทุและทำลายห้วง
สวรรค์ขนาดใหญ่
ช่วงเวลาต่อมา โซ่ศักดิ์สิทธิ์อีกชุดหนึ่งปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า
โซ่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้มีสีม่วงเข้ม ราวกับว่าพวกมันถูกขังอยู่ในสายหมอกไร้
สิ้นสุด
สิ่งเหล่านี้คือโซ่ศักดิ์สิทธิ์ที่จักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลเคยใช้ในการ
ปิดผนึกระบบหลอมรวมปราณของชาวมนุษย์
โซ่ศักดิ์สิทธิ์ที่ปิดกั้นระบบหลอมรวมปราณนั้นชัดเจนยิ่งกว่ากลุ่มโซ่ที่
กักขังเก้าดวงดาราแห่งวิหารเต๋า นี่เป็นเพราะโซ่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้เสร็จ
สมบูรณ์แล้ว และเพราะจักรพรรดิภูติเทพฟ้าบันดาลได้ใช้เวลาและความ
พยายามอย่างมากในการวางพวกมัน
เมื่อเห็นโซ่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ปรากฏขึ้น นักสู้ชาวมนุษย์ 20-30 คนต่าง
ก็กลั้นลมหายใจ
ในอดีต พวกเขาเคยลองหลายครั้งเพื่อโจมตีโซ่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ เมื่อ
ต้องการทำเช่นนั้น พวกเขาผลาญพลังโลหิตชีวิตจนหมดและกระทั่งเผา
ผลาญปราณโลหิตด้วย
แต่ทั้งหมดกลับล้มเหลวในการเอาชนะโซ่เหล่านี้
หลายต่อหลายครั้ง พวกเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส
สำหรับนักสู้ชาวมนุษย์ โซ่เหล่านี้ทิ้งความประทับใจไว้อย่างลึกซึ้ง