Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,231 กำแพงนิรันดร์พังทลาย
กำแพงนิรันดร์ได้ปิดผนึกอเวจีทมิฬมาเป็นเวลาหมื่นล้านปี ประดุจ
สัตว์อสูรดุร้ายที่ถูกล่ามโซ่ด้วยโซ่หนัก เนื่องจากโซ่เหล่านี้ ร่างจำแลงของ
จักรพรรดิวิญญาณจึงถูกแยกออกจากการรวมตัวกับร่างจำแลงอื่น ตลอด
หลายปีที่ผ่านมา กำแพงนิรันดร์เป็นหินใหญ่ที่กดทับจักรพรรดิวิญญาณ
ทำให้เขาหายใจลำบาก
วันนี้ หินใหญ่ก็ถูกทำลายในที่สุด
เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น, 33 สวรรค์จะเชื่อมโยงกับอเวจีทมิฬและทุก
ชีวิตที่จะอยู่ในการควบคุมของเขา เขาจะครองโลกเป็นเวลาแสนล้านปี
หรือกระทั่งล้านล้านปี!
จักรพรรดิวิญญาณต้องการหลอมรวมกับสุสานจอมเทพอสูร และ
สุสานจอมเทพอสูรเป็นสัตว์อสูรมหึมาโบราณที่มีความกระหาย และความ
กระหายนั้นก็น่ากลัวอย่างไร้เปรียบ เพื่อที่จะทำให้สุสานจอมเทพอสูร
ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆจนสามารถต้านทานมหาการ
ทำลายล้างได้หลายต่อหลายครั้ง ดังนั้นจักรพรรดิวิญญาณจึงจำเป็นต้อง
หล่อเลี้ยงสุสานจอมเทพอสูรอย่างเพียงพอ
และเพียงแค่อเวจีทมิฬนั้นยังไม่พอ!
ด้วย 33 สวรรค์ที่อุดมสมบูรณ์ อสูรโลกันต์จะสามารถเติบโต
แข็งแกร่งขึ้นและสร้างทายาทที่มากขึ้นเรื่อยๆได้ และชนพื้นเมืองของ 33
สวรรค์อาจถูกจับเป็นเชลยและเลี้ยงดูเพื่อเป็นอาหารเสริมทางเลือก!
3000 ปีผ่านไปและพายุพลังงานในท้องฟ้าเหนือกำแพงนิรันดร์ได้
หยุดลง หลังจากทำลายส่วนหนึ่งของโครงสร้างพลังงานกำแพงนิรันดร์
จักรพรรดิวิญญาณก็สามารถสร้างค่ายกลขนาดใหญ่เพื่อตัดการเชื่อมต่อ
พลังงานของโลกและกำแพงนิรันดร์
“มาเริ่มกันเลย!”
จักรพรรดิวิญญาณเปิดเผยเสียงหัวเราะที่คลั่งไคล้ เขาทุบหน้าอก
แล้วพ่นปราณโลหิตออกมา จากนั้น เมื่อโลหิตของเขาเป็นดั่งหมึก เขาก็
เริ่มวาดสัญลักษณ์บนพื้นผิวที่แตกของกำแพงนิรันดร์
พื้นผิวนี้ปกคลุมไปด้วยรอยแตกอยู่แล้ว เมื่อปราณโลหิตของ
จักรพรรดิวิญญาณไหลผ่านรอยแตกเหล่านี้แล้วลอยขึ้นไปราวกับว่ามัน
เป็นภาพวาดภายในอวกาศ
ในขณะที่จักรพรรดิวิญญาณเริ่มวาดค่ายกลอันยิ่งใหญ่นี้ สีหน้าของ
เขาก็ซีดมากขึ้น เมื่อ 3,000 ปีก่อน ในการต่อสู้กับหลินหมิง จักรพรรดิ
วิญญาณได้กลายสภาพชายหนุ่มไปเป็นชายที่ชีวิตที่กำลังจะเลือนหายไป
เห็นได้ชัดว่าการต่อสู้ครั้งนั้นสร้างความเสียหายให้กับจักรพรรดิวิญญาณ
เป็นอย่างมาก
หลายปีผ่านไปและจักรพรรดิวิญญาณก็ยังไม่หายดี ร่างกายของเขา
ผอมและแห้ง ดวงตาราวกับถ่านที่กำลังจะมอดดับ ตอนนี้ ในขณะที่เขาใช้
ปราณโลหิตเป็นหมึกในการวาดแผนภาพค่ายกล มันก็ยิ่งทำให้เขาดู
เหมือนชายชราที่ป่วยระยะสุดท้าย กำลังจะตายได้ทุกขณะ
“เสี่ยวหยู… มันเริ่มแล้ว…”
ภายในกำแพงนิรันดร์ เซิ่งเหม่ยตื่นจากการเข้าฌานของนาง ดวงตา
ของนางสว่างในความมืด ราวกับจะมองทะลุผ่านชั้นของกำแพงอัญมณี
ม่วงและเห็นแผนภาพค่ายกลที่จักรพรรดิวิญญาณวาดขึ้น
“พลังงานเริ่มโกลาหล จักรพรรดิวิญญาณกำลังเผาผลาญปราณ
โลหิตของเขาเพื่อเตรียมการขั้นสุดท้าย”
กำแพงนิรันดร์เต็มไปด้วยรอยร้าวและจุดบกพร่อง พลังของ
จักรพรรดิวิญญาณสามารถซึมผ่านมันไปยังผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดที่อยู่
ใกล้เคียงได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นเซิ่งเหม่ยจึงรู้สึกถึงเขาได้อย่างชัดเจน
“อืม!”
เสี่ยวหยูพยักหน้า ในช่วง 3,000 ปีที่ผ่านมา นางไม่ได้ทำอะไรเลย
แม้ว่านางจะไม่เหมาะสำหรับการฝึกฝนกฎนักสู้ของ 33 สวรรค์ แต่นางก็
ยังคงฝึกฝนตัวเองต่อไปเพื่อให้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์หลอมรวมเข้าด้วยกันกับ
ผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดอย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทำให้นางควบคุมผลึกอัญมณี
ม่วงก่อเกิดได้ง่ายขึ้น ทำให้มันเกือบจะเป็นสัญชาตญาณของนางเอง
ไม่ว่าจะเป็นเสี่ยวหยูหรือเซิ่งเหม่ย พวกเขาใช้เวลาหลายล้านวันและ
คืนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย!
ความสำเร็จหรือความล้มเหลว ชีวิตหรือความตาย ทั้งหมดจะถูก
ตัดสินในการเดิมพันครั้งสุดท้าย!
“เจ้ากลัวหรือไม่?”
เซิ่งเหม่ยสัมผัสหน้าม้าของเสี่ยวหยูอย่างนุ่มนวล หัวใจของนาง
เจ็บปวด นางไม่ต้องการให้เสี่ยวหยูที่ไร้เดียงสาและใจดีเข้ามามีส่วนร่วม
ในการต่อสู้เป็นตายเช่นนี้ และนางก็รู้ว่าในการต่อสู้กับจักรพรรดิวิญญาณ
โอกาสในการชนะของพวกเขาเกือบจะเป็นศูนย์
สถานการณ์กรณีที่ดีที่สุดคือ พวกเขาจะสามารถหนีรอดชีวิตไปได้
แต่เมื่อเซิ่งเหม่ยระลึกถึงวิธีการมากมายของจักรพรรดิวิญญาณ นางก็รู้สึก
ว่าหัวใจของนางจมลง การที่จะหลบหนีจากปีศาจชราตนนี้ มันจะเป็นงาน
ที่เต็มไปด้วยความทุกข์และอันตรายมากมาย!
เซิ่งเหม่ยได้เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เมื่อนาง
คิดว่าตนไม่สามารถหลบหนีได้ นางจะออกจากมิติอัญมณีม่วงและเผา
ผลาญชีวิตทั้งหมด ระเบิดตัวเองอย่างสมบูรณ์
ด้วยการบ่มเพาะเทพแท้จริงกลางสูงสุดและศักยภาพภาพการต่อสู้
มันจะช่วยให้นางสามารถฆ่าเทพแท้จริงสูงสุดได้
เซิ่งเหม่ยไม่คิดว่านางจะสามารถฆ่าจักรพรรดิวิญญาณได้ แต่นาง
อาจจะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตสำหรับเสี่ยวหยู
ในปีที่ผ่านมาเหล่านี้ เซิ่งเหม่ยได้รู้ถึงประสบการณ์ของเสี่ยวหยูและ
หลินหมิงด้วยกัน นางรู้สึกถึงความรักและความเสน่หาอย่างจริงใจสำหรับ
เด็กสาวคนนี้ และความแปลกประหลาดของนาง นางไม่ต้องการให้เสี่ยวห
ยูตายเพราะปัญหาของนางเอง
บึ้มมมม!
ทันใดนั้น มิติอัญมณีม่วงสั่นไหว โครงสร้างพลังงานเริ่มพังและแตก
ออกเป็นเสี่ยงๆ รอยแตกกระจายไปทั่วกำแพงนิรันดร์ราวกับใยแมงมุม –
ในไม่ช้ามันก็จะแตกสลายอย่างสมบูรณ์
เซิ่งเหม่ยสงบนิ่งราวกับว่านางไม่รู้สึกอะไรเลย ตั้งแต่นางยืนยันความ
มุ่งมั่นแล้ว ถึงแม้ว่าจักรพรรดิวิญญาณจะเข้าสู่มิติอัญมณีม่วงโดยตรงและ
ยืนต่อหน้านาง นางก็ยังคงจะไม่กลัวอะไรเลย
บึ้มมมม!
ทันใดนั้น มิติก็สั่นสะเทือนอีกครั้ง การระเบิดอย่างรุนแรงเกิดขึ้นและ
เศษอัญมณีพุ่งออกไปยังอวกาศ แม้ว่าเซิ่งเหม่ยจะไม่ได้ใช้สัมผัสรับรู้ของ
นาง แต่นางก็ยังสามารถจินตนาการได้ว่าคลื่นพลังงานภายนอกน่ากลัว
เพียงใด!
นี่เป็นมหาค่ายกลที่จักรพรรดิวิญญาณได้ก่อขึ้นโดยใช้ปราณโลหิต
ของเขา ด้วยการรวบรวมพลังโลกของสุสานจอมเทพอสูร รวมทั้งพลังงาน
จากสวรรค์และปฐพีอเวจีทมิฬ เขาได้เปิดการโจมตีสุดท้ายสู่กำแพงนิ
รันดร์!
เสียงของการระเบิดกระหึ่ม จากเบื้องบน มหาค่ายกลที่สร้างขึ้นเป็น
ดั่งตามหึมาชั่วร้ายลอยอยู่เหนือโลกมืด
ดวงตานี้สาดแสงกัดเซาะไปที่พื้นผิวอย่างต่อเนื่อง ราวกับว่าจะกลืน
มันไปทั้งหมด
คลื่นพลังงานเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เซิ่งเหม่ยรู้สึกถึงพลังที่มิอาจ
ต้านทานกำลังฉีกกำแพงนิรันดร์อย่างช้าๆ – มันต้องการดึงแกนกลางของ
กำแพงนิรันดร์ออกมา ซึ่งคือผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิด!
การเชื่อมต่อระหว่างผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดและกำแพงนิรันดร์นั้นถูก
แยกออกจากกัน ในเวลานี้ ความรู้สึกถึงเวลาของเซิ่งเหม่ยนั้นช้าลงมาก
อย่างไม่น่าเชื่อ ในความโกลาหลรอบตัวนาง นางต้องคว้าโอกาสนี้!
เซิ่งเหม่ยหลอมรวมเข้ากับความทรงจำในชีวิตก่อนหน้าแล้ว และ
กำแพงนิรันดร์ก็ถูกวางด้วยความพยายามร่วมกันของจ้าวแห่งเส้นทางอา
ชูร่า และชีวิตก่อนหน้านี้ของนาง ด้วยเหตุนี้ เซิ่งเหม่ยจึงมีความเข้าใจที่
ชัดเจนเกี่ยวกับโครงสร้างพลังงานของกำแพงนิรันดร์และนางสามารถใช้
พลังงานนี้ได้เช่นกัน มิเช่นนั้น โดยอาศัยเพียงแค่นางและเสี่ยวหยูแล้ว มัน
คงเป็นการยากที่จะสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อจักรพรรดิวิญญาณ
เมื่อกำแพงนิรันดร์แตกสลายมากขึ้นเรื่อยๆ กระแสพลังงานที่รุนแรง
ก็กวาดเข้าหาเซิ่งเหม่ยและเสี่ยวหยู! ผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดเป็นดั่งเรือที่
ถูกคลื่นยักษ์และได้สูญเสียการยึดติดกับกำแพงนิรันดร์อย่างสมบูรณ์
“ถึงเวลาแล้ว – โจมตี!”
ดวงตาของเซิ่งเหม่ยเปล่งประกายความเย็นชา พลังทั้งหมดของนาง
ปะทุออกมาทันที่ เสี่ยวหยูไม่ลังเลที่จะทุ่มสุดตัว ร่วมกับเซิ่งเหม่ย พวก
เขาทั้งสองเข้าควบคุมผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดและโจมตีจักรพรรดิ
วิญญาณ!
ด้วยความแข็งแกร่งของเซิ่งเหม่ยและเสี่ยวหยูในฐานะสื่อกลาง ทั้ง
สองร่วมกับผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิด ทำให้ความเร็วไปถึงจุดสูงสุด!
ช่องว่างระหว่างเซิ่งเหม่ยและจักรพรรดิวิญญาณถูกท่วมท้นด้วยแรง
กดดันที่น่ากลัวและคลื่นของพลังงาน แต่แรงกดดันนี้ไม่สามารถหยุด
เส้นทางของผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดได้
หากมีใครคุ้นเคยกับโครงสร้างพลังงานของกำแพงนิรันดร์และ
สามารถใช้ประโยชน์จากกฎได้อย่างเต็มที่ พวกเขาจะยังสามารถใช้แรง
กดดันนี้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและเพิ่มแรงกระแทกของผลึกอัญมณีม่วง
ก่อเกิดได้!
นี่เป็นดั่งคนที่ใช้พละกำลังในการจับก้อนสบู่ที่ลื่น ยิ่งพวกเขาใช้แรง
มากเท่าไร แรงกดดันก็จะยิ่งมากขึ้นและสบู่ก็จะหลุดออกจากมือเร็วขึ้น
เท่านั้น
และในปัจจุบัน เซิ่งเหม่ยและเสี่ยวหยูก็เป็นเช่นนี้ พวกเขาไม่เพียง
แต่ถ่ายเทพลังทั้งหมดลงไปเท่านั้น แต่พวกเขายังได้ยืมพลังของโลกที่
ทะลักออกมาจากกำแพงนิรันดร์ที่ถูกฉีกขาด ทั้งหมดเพื่อที่จะเริ่มต้นการ
โจมตีครั้งสุดท้ายต่อจักรพรรดิวิญญาณ!
เมื่อเห็นผลึกอัญมณีม่วงพุ่งเข้าหาเขา จักรพรรดิวิญญาณก็ไม่แปลก
ใจเลย เขาเย้ยหยัน “เจ้าเป็นคนที่ข้าเลี้ยงมากับมือ ข้าจะไม่รู้จักความคิด
ของเจ้าได้อย่างไร!”
จักรพรรดิวิญญาณรู้ว่าเซิ่งเหม่ยจะไม่นั่งเฉยๆและรอความตายใน
ช่วงเวลาสุดท้ายของนาง
เขาผนึกพลังส่วนหนึ่งไว้ในร่างกาย เหตุผลที่เขาทำเช่นนั้นก็คือ ต้อง
จัดการกับการโต้กลับของเซิ่งเหม่ยหลังจากที่ได้วาดมหาค่ายกลและตกไป
อยู่ในสภาวะที่อ่อนแอที่สุด
บึ้มม!
พลังงานที่ปะทุออกมาจากภายในร่างกายของจักรพรรดิวิญญาณ ฝ่า
มือของจักรพรรดิวิญญาณบดขยี้ลงบนผลึกอัญมณีม่วง!
ในช่วงเวลานั้น พลังที่กักเก็บอยู่ภายในร่างของจักรพรรดิวิญญาณ
นั้นถูกเปิดผนึก จากมือของจักรพรรดิวิญญาณ กระแสวังวนปรากฏขึ้น
พลังโลกของสุสานจอมเทพอสูรหลั่งไหลออกมา!
บึ้มมมม!
กระแสพลังงานชนกับผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดอย่างรุนแรงและระเบิด
ประหนึ่งว่ามีดอกบัวสีแดงโลหิตยักษ์กำลังบานอยู่บนกำแพงนิรันดร์
กำแพงนิรันดร์ฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ
และในคลื่นพลังงานมหาศาลนี้ ผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดก็ถูกส่งออกไป
ภายในมิติอัญมณีม่วง เซิ่งเหม่ยทนต่อผลกระทบของพลังงานและกระอัก
โลหิตเต็มปาก ข้างๆนาง เสี่ยวหยูเองก็หน้าซีด
จักรพรรดิวิญญาณเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีครั้งสุดท้ายของ
พวกนาง และถึงแม้ว่ามันจะยากสำหรับจักรพรรดิวิญญาณที่จะทนต่อ
การระเบิดครั้งนี้ แต่ความเสียหายของเซิ่งเหม่ยและเสี่ยวหยูนั้นยิ่งใหญ่
กว่า!