Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,232 อีกโลก
จิตวิญญาณการต่อสู้ของใครคนหนึ่งจะมากล้นโดยการโจมตีครั้งแรก
จางหายไปในครั้งที่สอง และจากนั้นก็เหือดหายไปในครั้งที่สาม หากการ
โจมตีครั้งแรกไม่สามารถส่งผลต่อจักรพรรดิวิญญาณได้อย่างรุนแรง การ
โจมตีต่อไปนี้จะกลายเป็นเรื่องยากยิ่งขึ้น!
“เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจอย่างยิ่ง…”
ในอวกาศอันห่างไกล เส้นผมของจักรพรรดิวิญญาณกระจัดกระจาย
อยู่รอบตัวเขา รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฎบนใบหน้า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ความแข็งแกร่งของเซิ่งเหม่ยที่ได้ปิดด่านได้เพิ่มขึ้นมหาศาล นอกเหนือ
เสี่ยวหยูและผลึกม่วง เมื่อพวกเขารวบรวมศักยภาพทั้งหมดในโจมตี
ด้วยกัน แม้ว่าจักรพรรดิวิญญาณถูกเตรียมพร้อมไว้แล้ว แต่เขาก็ยังคง
ได้รับบาดเจ็บ
แขนที่เขาใช้ในการป้องกั้นผลึกม่วงแตกหักแล้ว และตอนนี้มันแขวน
ในมุมแปลกๆ แต่ถึงแม้จักรพรรดิวิญญาณจะได้รับบาดเจ็บ แต่สีหน้าแห่ง
ความสุขก็แผ่กระจายไปทั่วใบหน้าของเขา
“ข้าคาดไว้แล้วว่าเจ้าใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุดของข้า
เพื่อเสี่ยงการโจมตีอย่างสิ้นหวัง แต่ข้าไม่ได้คาดหวังว่าการโจมตีของเจ้า
จะทรงพลังมากถึงเพียงนี้ เจ้าก้าวหน้าเร็วยิ่งนัก ในอดีตที่ผ่านมา ข้าเพียง
ต้องการฝึกฝนเจ้าไว้เพื่อเปิดกำแพงนิรันดร์เท่านั้น แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่า
จะได้สร้างงานศิลปะที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้ หากเจ้าไม่ได้ทรยศข้า มันจะน่า
อัศจรรย์สักเพียงใด?”
เสียงของจักรพรรดิวิญญาณเอ่อล้นไปด้วยจิตสังหาร แม้เขาจะคิดว่า
มันน่าเสียดายที่เขาจะต้องทำลายเซิ่งเหม่ย แต่เขาก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะ
แสดงความเมตตาหรือให้อภัย
และการทำลายสิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุดเองก็สามารถทำให้เขามี
ความสุขได้
แกร็กก!
แขนที่หักของจักรพรรดิวิญญาณกำลังฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกัน ใต้จักรพรรดิวิญญาณ กำแพงนิรันดร์ยังคงพังทลาย
และระเบิดอย่างต่อเนื่อง กระแสพลังงานที่รุนแรงฟาดเข้าสู่ร่างกายของ
เขา แต่ดูเหมือนว่าจักรพรรดิวิญญาณจะไม่สนใจสิ่งนี้เลย สายตาและ
ความรู้สึกของเขายังคงตรึงอยู่บนผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดที่อยู่ไม่ไกล
เกินไปอย่างสมบูรณ์ เขารู้ว่าเซิ่งเหม่ยยังคงมีพลังเหลือและไม่ยอมแพ้
นางจะโจมตีต่อไป
แต่การโจมตีของนางจะไม่มีผลกับเขา
นี่คือความแตกต่างระหว่างขอบเขต
จักรพรรดิวิญญาณเคลื่อนไปยังผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดทีละก้าว ด้วย
จักรพรรดิวิญญาณเป็นศูนย์กลาง สนามพลังของสุสานจอมเทพอสูรก็แผ่
ออกไป
บึ้มมมม!
การระเบิดรอบๆจักรพรรดิวิญญาณเริ่มรุนแรงและบ้าคลั่งมากขึ้น
เรื่อยๆ ใต้เท้าของเขา กำแพงนิรันดร์กระจายออกไปเรื่อยๆ หาก
ปราศจากการสนับสนุนของสนามพลัง มันก็ทรุดตัวลงด้วยน้ำหนักของมัน
เอง มันเริ่มที่จะตกสู่อเวจีทมิฬเช่นก้อนน้ำแข็งยักษ์ ฉากวันสิ้นโลกนี้ราว
กับว่าวาระสุดท้ายได้มาถึงแล้ว!
พลังงานที่น่ากลัวปะทุออกมาจากกำแพงนิรันดร์ เดิมทีกำแพงนิ
รันดร์เชื่อมโยงกับอวกาศ และตอนนี้ เนื่องจากกำแพงนิรันดร์พังทลาย
มิติขนาดใหญ่จึงถูกฉีกขาดออกจากกันและมีฉากที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
รอยแยกมิติที่ยาวกว่าหนึ่งพันไมล์ปรากฏขึ้นหลังจากมิติฉีกออก และ
ภายในรอยแยกมิติ มีออร่าของโลกที่สลัวและเลือนราง ราวกับว่า… มัน
เป็นโลกที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
“หืม?”
เมื่อเห็นรอยแยกขนาดมหึมานี้ จักรพรรดิวิญญาณก็ตกตะลึง
นี่คือ…
โลกนี้แตกต่างจากโลกของสุสานจอมเทพอสูรอย่างชัดเจน และ
จักรพรรดิวิญญาณก็รู้สึกว่านี่มิใช่ 33 สวรรค์
โลกเช่นนี้ซ่อนอยู่ในอเวจีทมิฬ? สิ่งนี้เป็นไปได้อย่างไร?
แต่ในเวลาเดียวกัน เมื่อเซิ่งเหม่ยเห็นสิ่งนี้ภายในมิติอัญมณีม่วง คลื่น
ความสับสนวุ่นวายก็ปรากฎขึ้นในหัวใจของนาง
นางเคยเห็นโลกนี้มาก่อน!
นางมิรู้ว่าโลกนี้เป็นเช่นไรหรือมาจากไหน แต่เมื่อ 10,000 ปีก่อน
นางค้นพบทางเข้าสู่โลกนี้โดยบังเอิญ
ภายในโลกนี้ กฎมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง กฎเหล่านี้ดูเหมือนเป็น
อิสระอย่างสมบูรณ์จากระบบที่ประกอบใน 33 สวรรค์และอเวจีทมิฬ
ในความจริงแล้ว อเวจีทมิฬและ 33 สวรรค์มาจากรากเหง้าเดียวกัน
อเวจีทมิฬเป็นบรรพบุรุษของ 33 สวรรค์ ซึ่งเป็นซากของยุคจักรวาลก่อน
หน้า จากแง่มุมนี้ ทั้งสองโลกเดิมทีจึงเป็นร่างกายเดียวกัน
แต่โลกนี้กลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง!
เซิ่งเหม่ยไม่รู้ว่าเหตุใดทางเข้าสู่โลกเช่นนี้จึงปรากฏในอเวจีทมิฬ และ
นางก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเช่นไร หลังจากที่นางค้นพบโลกนี้โดยบังเอิญ นางก็ได้
ซ่อนความลับนี้ไว้
กฎลึกลับของโลกทำให้เซิ่งเหม่ยมีความรู้สึกลางสังหรณ์ตั้งแต่ครั้ง
แรกที่นางเห็น
นั่นคือ… นางรู้สึกว่าทางเข้าสู่โลกนี้มีเพียงทางเดียวเท่านั้น และหลัง
เข้าสู่โลกนั้น มันก็จะไม่มีทางกลับมา
แผนดั้งเดิมของเซิ่งเหม่ยคือการใช้โลกนี้เป็นเส้นทางหลบหนี หาก
ความขัดแย้งของนางกับจักรพรรดิวิญญาณเพิ่มขึ้นอย่างแท้จริงจนระดับที่
ไม่อาจลงรอยกันได้อีกเลย นางก็จะจากไป ในเวลานั้น เซิ่งเหม่ยไม่รู้ว่า
ชะตากรรม และนางก็ไม่รู้ว่าจักรพรรดิวิญญาณกำลังวางแผนจะทำสิ่งใด
กับนาง แม้ว่านางและจักรพรรดิวิญญาณจะเป็นดั่งน้ำกับไฟ แต่นั่นก็ไม่ใช่
เหตุผลที่ดีพอสำหรับนางที่จะหนีไปยังอีกโลก ซึ่งนางจะไม่สามารถ
กลับมาได้
แต่หลังจากนั้น เซิ่งเหม่ยก็ค้นพบว่าการเข้าสู่โลกนี้กำลังจะปิดลง
อย่างช้าๆ ไม่นานมันก็หายไปอย่างสมบูรณ์…
ดังนั้น นางจึงพูดถึงโลกนี้กับใครบางคน และคนนั้นคือ… หลินหมิง!
12,000 ปีที่แล้ว หลินหมิงอยู่ในขั้นผู้ปกครองเทวะ เขาเพิ่งจะ
เอาชนะบุตรชายภูติเทพฟ้าบันดาลและในไม่ช้ามนุษย์ก็จะต้องเผชิญมหา
สงครามกับชาวภูติเทพ
เพื่อช่วยชาวมนุษย์ หลินหมิงค้นหาความเป็นไปได้ทั้งหมด เขา
กระทั่งวางความหวังเพื่อตามหาเซิ่งเหม่ยและต่อรองกับนาง หากเป็นไป
ได้ ชาวมนุษย์สามารถเป็นพันธมิตรกับชาววิญญาณเพื่อจัดการกับ ‘ศัตรู
ร่วม’ ชาวภูติเทพ
ในเวลานั้น เซิ่งเหม่ยรู้ความจริงที่ว่าจักรพรรดิวิญญาณเป็นอสูรโล
กันต์ ในสายตาของนาง สงครามของชาวมนุษย์กับชาวภูติเทพนั้นไร้
ความหมาย และเมื่อนางเห็นหลินหมิงมุ่งมั่นอย่างหนักเพื่อเผ่าพันธุ์ที่ไม่มี
ความสามารถในการต้านทานมหาภัยพิบัติของตนเอง นางก็ถอนหายใจ
นางเห็นอกเห็นใจอย่างมากกับหลินหมิงและถึงกับรู้สึกสงสาร
หลินหมิงถามว่าเหตุใดเซิ่งเหม่ยจึงถอนหายใจ และคำตอบของนาง
คือ – “ถอนหายใจในชะตากรรมของเจ้า”
หลินหมิงสับสน อย่างไรก็ตาม เซิ่งเหม่ยไม่ได้อธิบายอะไรกับเขา
นางเพียงแค่ถามว่าเขาต้องการติดตามนางไปในบางแห่งหรือไม่ พวกเขา
จะไม่ไปที่แดนเทวะหรือไปที่โลกวิญญาณ เมื่อพวกเขาจากไปแล้ว พวก
เขาไปเป็นเวลาร้อยล้านปี
สิ่งที่เรียกว่าร้อยล้านปีคือตลอดชีวิต พวกเขาจะอยู่ห่างไกลจาก
กระแสวังวนใหญ่แห่งมหาภัยพิบัติ ทิ้งทุกสิ่งไว้เบื้องหลั งเพื่อที่พวกเขาจะ
ได้เดินไปตามเส้นทางแห่งนักสู้ด้วยหัวใจทั้งหมดได้
ในเวลานั้น เซิ่งเหม่ยยังคงมีความทะเยอทะยานของนางเอง นางหวัง
ว่าวันหนึ่งนางจะสามารถก้าวไปสู่ราชันเทพเจ้าและสร้างโลกของนางเอง
นางคิดว่าหลินหมิงเป็นสหายร่วมทางที่เหมาะสม เพราะเขามี
ความสามารถพอที่จะเติบโตได้สูง หากพวกเขาสามารถบ่มเพาะถึง
จุดสูงสุดของนักสู้ร่วมกัน พวกเขาก็สามารถเลียนแบบจักรพรรดิอมตะ
และภรรยาของเขาเมื่อหมื่นล้านปีก่อนโดยก้าวไปสู่ราชันเทพเจ้าด้วยกัน
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพวกเขาไปสู่โลกลึกลับที่กำลังจะถูกผนึก พวกเขา
จะสามารถกำจัดการควบคุมของจักรพรรดิวิญญาณได้ ทำทุกอย่างให้
เรียบร้อย จัดการปัญหาในคราวเดียว
แน่นอนว่าการไปสู่โลกที่ไม่รู้จักนั้นมีความเสี่ยงอย่างมาก ความเสี่ยง
เหล่านี้ไม่ได้มาจากอันตรายดั้งเดิมของโลก แต่คือว่าโลกนั้นจะเหมาะ
สำหรับพวกเขาหรือไม่
แต่เมื่อเซิ่งเหม่ยถามหลินหมิง คำตอบของเขากลับเป็น…
การปฏิเสธ
เซิ่งเหม่ยไม่แปลกใจเลย นางเชื่อว่าชะตากรรมของนางและหลินหมิง
จะสิ้นสุดลงที่นั่น และหากพวกเขาพบกันในอนาคต มันจะเป็นเพียงศัตรู
เท่านั้น
นางไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างนางกับหลินหมิงในอ
นาคตจะเป็นเช่นนี้ และทั้งสองยังมีบุตรสาว…
ชีวิตเป็นดั่งความฝันและชะตากรรมอาจเป็นเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้
แล้ว แต่สำหรับผู้ที่ยังคงมองไปข้างหน้าในอนาคต ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะ
ไม่น่าเชื่อและเหลือเชื่อ…
ความคิดทั้งหมดเหล่านี้สาดประกายในจิตใจของเซิ่งเหม่ยฉับพลัน
ในช่วงเวลาต่อมา นางก็กระแสเสียงไปยังเสี่ยวหยูทันที่
“เราจะจากไป! มอบทุกสิ่งที่เรามีและเข้าสู่โลกใบนั้น!”