Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 2,233 การกลับมาของจักรพรรดิวิญญาณ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 2,233 การกลับมาของจักรพรรดิวิญญาณ
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของเซิ่งเหม่ยในหู เสี่ยวหยูก็ไม่ลังเลเลย นาง
ถ่ายเทพลังทั้งหมดลงในผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดทันที่
ฟริ้ววว -!
ผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดแสงด้วยแสงอันเจิดจ้า มันพุ่งตรงไปยังโลกอื่น
ดวงตาของจักรพรรดิวิญญาณสาดประกายแสงเย็นยะเยือก เมื่อไม่
นานมานี้ เขาเองก็ได้รู้สึกประหลาดใจกับการปรากฏของโลกลึกลับ เหตุ
ใดโลกที่แปลกประหลาดเช่นนี้จึงอยู่ในอเวจีทมิฬ? แต่เมื่อเขาเห็นเซิ่ง
เหม่ยกำลังจะหลบหนี เขาจะปล่อยให้ทำได้อย่างไร?
บึ้มมมม!
พลังโลกของจักรพรรดิวิญญาณกลายเป็นมือสีดำยักษ์ที่คว้าไปยัง
ผลึกอัญมณีม่วง!
ในเวลานี้ เซิ่งเหม่ยเข้าตาจนแล้ว พุ่งไปข้างหน้าอย่างบ้าระห่ำ นี่เป็น
โอกาสสุดท้ายของนาง!
การเอาชนะจักรพรรดิวิญญาณในการต่อสู้ซึ่งหน้านั้นเป็นไปไม่ได้โดย
ธรรมชาติ และการพยายามหนีจากการจับกุกก็เป็นเรื่องที่มีความ
ยากลำบากและความเสี่ยงอย่างมาก แต่ถ้าเพียงพุ่งไปในมิติที่ห่างออกไป
หมื่นฟุต นั่นก็จะง่ายกว่ามาก
“หยุดด!”
ฝ่ามือของจักรพรรดิวิญญาณผลักออกไป รอบตัวเขา สนามพลัง
สุสานจอมเทพอสูรบีบตัวขึ้น มือสีดำจับผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดไว้ได้!
การปะทะของพลังงานทำให้ผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดสั่นสะเทือนอย่าง
รุนแรง แรงกระแทกที่กวาดออกไปทำให้เซิ่งเหม่ยสั่นและกระอักโลหิต
ออกมา
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้นางไม่สนใจเลย โดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา
ทั้งสิ้น นางผลาญพลังชีวิตโลหิตชีวิตปริมาณมาก ยังคงพุ่งไปยังทางเข้าสู่
อีกโลก!
วูซ วูซ วูซ!
ผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดเริ่มหมุน ขอบของมันนั้นแหลมคมราวกับ
ใบมีดขณะที่ฉีกมือสีดำจากพลังโลกของจักรพรรดิวิญญาณ
แม้ว่าพลังโลกของจักรพรรดิวิญญาณนั้นจะน่าเกรงขาม แต่ผลึกอัญ
มณีม่วงก่อเกิดนั้นก็เป็นเทวทัณฑ์สำหรับพลังงานทุกรูปแบบ ในเวลานี้
ผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดกำลังตัดผ่านมือสีดำด้วยพลังที่มิอาจหยุดยั้ง!
“อะไรกัน!?”
จักรพรรดิวิญญาณตกตะลึง เขาไม่สนใจความเหนื่อยล้าของตนและ
ผลาญพลังงานมหาศาลเพื่อส่งฝ่ามือไปยังผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิด แต่การ
โจมตีครั้งนี้กลับยังคงถูกฉีกขาด ผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดราวกับเป็นใบมีด
เหล็กร้อน และการโจมตีของเขาเป็นก้อนไขมัน เป็นไปไม่ได้ที่จะขัดขวาง!
วูปป!
ผลึกอัญมณีผลึกจมลงสู่ทางเข้าอีกโลก มันบินไปในพายุอวกาศอย่าง
รวดเร็วและหายไปจากสายตา
จักรพรรดิวิญญาณตกตะลึง เขาเคยคิดว่าพลังของผลึกอัญมณีม่วง
ก่อเกิดอาจเกินความคาดหมายเล็กน้อย
เมื่อหมื่นล้านปีก่อน จักรพรรดิวิญญาณได้ต่อสู้กับจ้าวแห่งเส้นทาง
อาชูร่า และได้พบกับผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิด ในเวลานั้น ผลึกอัญมณีม่วง
ก่อเกิดดูไม่น่าเกรงกลัวนัก
เป็นไปได้หรือไม่ว่าในช่วงหมื่นล้านปีที่ผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิด
กลายเป็นกำแพงนิรันดร์นั้น มันมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น
เนื่องจากการสะสมพลังงานปริมาณมหาศาล?
หรือเป็นไปได้ว่าเมื่อหมื่นล้านปีก่อน เมื่อชีวิตในอดีตของเซิ่งเหม่ย
เสียสละตัวเองและถ่ายเทพลังของนางเข้าไปในผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดนั้น
การกระทำของนางได้ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการเปลี่ยนแปลงนี้
หรือไม่?
ทฤษฎีมากมายผ่านเข้ามาในหัวใจของจักรพรรดิวิญญาณ เขารู้สึกได้
ว่าผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดมีแนวโน้มที่จะพัฒนาขึ้นอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้า
เซิ่งเหม่ยซ่อนตัวอยู่ในผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดและพยายามหลบหนีด้วย
พลังทั้งหมด มันคงไม่ง่ายเลยที่จะหยุดนางไว้ที่นี่
หากเป็นอเวจีทมิฬ เขาก็จะได้รับความมั่นใจมากขึ้น แต่ในอีกโลกนั้น
…
จักรพรรดิวิญญาณมองไปยังทางเข้าที่ค่อยๆหดตัวลง ราวกับว่ามัน
จะหายไปในไม่ช้า เขาลังเลครู่หนึ่ง และในที่สุดก็เลือกที่จะไม่ไล่ตาม…
อีกโลกทำให้จักรพรรดิวิญญาณรู้สึกแปลกบางอย่าง พายุอวกาศนั้น
รุนแรงกว่าในอเวจีทมิฬ และทางเข้าดูราวกับว่ามันจะหายไปในเวลาใดก็
ได้ การเดินทางไปยังอีกโลกเป็นเรื่องง่าย แต่การจับเซิ่งเหม่ยและกลับมา
อย่างปลอดภัยก่อนที่ทางเข้าจะหายไปนั้นอาจเป็นไปไม่ได้
จักรพรรดิวิญญาณคาดว่าถ้าเขาต้องการที่จะจับเซิ่งเหม่ย เขาจะต้อง
ใช้ความพยายามอย่างมาก หากสิ่งต่างๆดำเนินไปอย่างราบรื่น มันจะใช้
เวลาหนึ่งชั่วโมงและหากสิ่งต่างๆไม่ราบรื่น ก็ไม่มีใครรู้ว่าจะต้องใช้
เวลานานเท่าใด
ถ้าเขาจะเข้าสู่อีกโลกและประตูทางเข้าหายไปก่อนที่เขาจะจับเซิ่ง
เหม่ยได้ เขาจะยังสามารถกลับมาได้หรือไม่?
จักรพรรดิวิญญาณไม่มั่นใจว่าเขาจะทำสิ่งนี้ได้
หากเป็น 33 สวรรค์หรืออเวจีทมิฬ, จักรพรรดิวิญญาณมีความมั่นใจ
อย่างเต็มที่ว่าเขาสามารถเดินทางได้อย่างอิสระตามที่เขาต้องการ แต่เพื่อ
ไปสู่อีกโลกอย่างสิ้นเชิงที่ไม่เคยถูกค้นพบมาก่อน มันย่อมมีความไม่
แน่นอนมากมาย เขาอาจสูญเสียการติดตามของพิกัดอวกาศในอีกโลก
และไม่สามารถหาทางกลับมาได้
“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น… ดูเหมือนว่าสวรรค์
จะยังไม่ละทิ้งเจ้า…” จักรพรรดิวิญญาณสูดลมหายใจเข้าลึก แม้เขาจะ
เต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะเลิกไล่ตามเซิ่งเหม่ย
การปรากฏตัวของอีกโลกน่าจะเกิดขึ้นเพราะกำแพงนิรันดร์ที่
พังทลาย พลังงานที่สะสมมานานถึงหมื่นล้านปีระเบิดขึ้นในครั้งเดียว
ทะลุผ่านอวกาศและทำให้ทางเข้านี้ปรากฎ
อย่างไรก็ตาม จักรพรรดิวิญญาณคิดว่านี่อาจเป็นโชคชะตาของเซิ่ง
เหม่ย ถ้าโชคชะตามีอยู่จริงแล้ว ด้วยชะตาชีวิตของนางก็ไม่ควรจะยังไม่
สิ้นสุด
ในสถานการณ์เช่นนี้ หากเขาต้องไปยังอีกโลกที่ไม่รู้จักอย่างสมบูรณ์
เพื่อไล่ล่าเซิ่งเหม่ยซึ่งมีโชคชะตาที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ มันจะไม่เป็นการกระทำที่
ฉลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจักรพรรดิวิญญาณยังมีเรื่องที่ต้องสะสาง
อย่างช้าๆ รอยแยกอวกาศขนาดยักษ์ที่แผ่ออกไปกว่าหนึ่งพันไมล์ได้
หดตัวลงเหลือไม่กี่ไมล์ จากนั้น หลังจากเวลาผ่านไปเพียง 10 ลมหายใจ
มันก็หายไปอย่างสมบูรณ์
ตั้งแต่ต้นจนจบ เซิ่งเหม่ยและผลึกอัญมณีม่วงก่อเกิดก็ไม่ปรากฏขึ้น
อีกเลย
จักรพรรดิวิญญาณรู้สึกว่าหลังจากทางเข้าสู่อีกโลกถูกปิดผนึก มันคง
ไม่ง่ายเลยที่เซิ่งเหม่ยจะกลับมา นางอาจติดอยู่ในอีกโลกตลอดไป
แม้ว่าหัวใจของเขาจะเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่ได้ล่าช้า
อีกต่อไป เขาพุ่งตรงเข้าไปในส่วนลึกของอเวจีทมิฬ
นอกจากจักรพรรดิวิญญาณแล้ว มันยังมีสองร่างจำแลงชที่ยังอยู่ใน
อเวจีทมิฬ ตอนนี้ กำแพงนิรันดร์ได้หายไป เขาต้องใช้ประโยชน์จากเวลา
นี้เพื่อหลอมรวมเข้ากับสุสานจอมเทพอสูรและจัดการกับทะเลกระดูก
จักรพรรดิที่แทบจะพังทลายลง มีหลายเรื่องที่ต้องจัดการ เขาไม่สามารถ
ที่จะล่าช้าได้!
เพียงกำแพงนิรันดร์ก็ยังใช้เวลา 3000 ปีในการจัดการแล้ว นี่เท่ากับ
การปล่อยให้หลินหมิงเติบโตต่อไปอีกถึง 3,000 ปี!
นอกเหนือจากการปิดด่านในอนาคตของจักรพรรดิวิญญาณ มันอาจ
รวมกันนานกว่า 10,000 ปี จักรพรรดิวิญญาณไม่ทราบถึงระดับการ
เติบโตของหลินหมิงอีกต่อไป แต่เขารู้ว่าไม่สามารถปล่อยให้หลินหมิง
เติบโตได้อีก
ทุกปีที่จักรพรรดิวิญญาณล่าช้า มันหมายความว่าหลินหมิงจะ
แข็งแกร่งขึ้น ในจิตใจของจักรพรรดิวิญญาณ อันตรายจากหลินหมิ
ยิ่งใหญ่กว่าจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าและจักรพรรดิอมตะจากหมื่นล้านปี
ก่อน
เมื่อจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าและจักรพรรดิอมตะเผชิญกับจักรพรรดิ
วิญญาณ พวกเขาได้บ่มเพาะมานานอย่างมากแล้ว พวกเขาเป็นตัวตนที่
สามารถอธิบายได้ว่าเป็นสัตว์ประหลาดชรา
อายุของพกวเขามากเกินอย่างยิ่ง แม้ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่ง แต่
ศักยภาพของพวกเขาก็ลดลงจนแทบไม่อาจขุดออกมาได้อีก จักรพรรดิ
วิญญาณไม่กลัวพวกเขาเพราะสิ่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่า
และจักรพรรดิอมตะ จักรพรรดิวิญญาณสามารถปล่อยให้พวกเขาฝึกฝน
ได้อย่างอิสระตามที่ชต้องการโดยไม่ต้องกังวล
แต่หลินหมิงนั้นต่างออกไป เขาเพิ่งบ่มเพาะเพียงไม่กี่ปี เมื่อเทียบกับ
จ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าและจักรพรรดิอมตะ ช่วงเวลาก็น้อยอย่างยิ่ง
แต่ในช่วงเวลาสั้นๆ เขาสามารถบรรลุถึงเทพแท้จริงและมีความ
แข็งแกร่งเทียบเท่ากับเทพแท้จริงสูงสุด ยิ่งกว่านั้น เขายังคงสามารถ
พัฒนาต่อไปได้อีก เขาอาจกล่าวได้ว่าได้ถึงขีดสุดของเทพแท้จริง
ในเวลาเพียง 10,000 ปี ด้วยการบ่มเพาะความแข็งแกร่ง หลินหมิงก็
ครอบครองความแข็งแกร่งของขีดสุดเทพแท้จริงแล้ว นี่คือสิ่งที่จักรพรรดิ
วิญญาณแทบจะมิอาจเชื่อ หมื่นล้านปีก่อน ไม่ว่าจะจ้าวแห่งเส้นทางอาชู
ร่าและจักรพรรดิอมตะ พวกเขาก็ไม่สามารถเข้าถึงความสูงดังกล่าวได้
หากจักรพรรดิวิญญาณปล่อยให้ศัตรูเติบโตอย่างอิสระแล้ว ศัตรูผู้นี้ก็
น่าจะเหนือกว่าจ้าวแห่งเส้นทางอาชูร่าและจักรพรรดิอมตะได้ในอนาคต
บางทีคงเหนือกว่าแม้แต่ตัวเขาเอง
ไม่ช้าก็เร็ว ศัตรูรายนี้จะส่งเขาไปลงนรกได้
โดยทั่วไปแล้ว จักรพรรดิวิญญาณต้องป้องกันสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้น
จักรพรรดิวิญญาณพุ่งไปอย่างรวดเร็วสู่ส่วนลึกของอเวจีทมิฬ
ในเวลาเดียวกัน ในชั้น 17 ของอเวจีทมิฬ ที่ตำหนักแดนราชันเร้น
เสียงดังก้องกังวานไปทั่ว
“ผู้อาวุโสทุกคนของแดนราชันเร้จงมาพบข้าทันที!”
เสียงนี้มีความยิ่งใหญ่และออร่าที่สง่างาม มันดังก้องทั่วหูของอสูรโล
กันต์เทพแท้จริง เมื่ออสูรโลกันต์ได้ยินเสียงนี้ พวกเขาก็รู้สึกว่าโลหิตที่
ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดและหัวใจเริ่มพลุ่งพล่าน ราวกับว่าสะท้อนกับ
เสียงดังกล่าว
อสูรโลกันต์ระดับสูงจำนวนมากคุกเข่าลงโดยตรง “ตามบัญชา”
ด้วยเสียงเรียกนี้ อสูรโลกันต์เทพแท้จริงของแดนราชันเร้นจึงได้รีบ
เข้าไปในตำหนัก
ที่ตำหนักนี้มีโลกอิสระ นี่คือดินแดนต้องห้ามของแดนราชันเร้น หาก
ไม่ได้รับอนุญาตอย่างชัดเจน จะไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไปเด็ดขาด
แต่ตอนนี้ ดินแดนต้องห้ามกลับถูกเปิดออกและเทพแท้จริงของแดน
ราชันเร้นเริ่มเข้ามาทีละคน
ช่วงเวลาที่พวกเขาเข้าไปในดินแดนต้องห้ามแห่งนี้ พวกเขารู้สึกแรง
กดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่ตกลงมาเหนือพวกเขา อสูรโลกันต์เทพแท้จริง
ทั้งหมดคุกเข่าลง
ตรงหน้าพวกเขา ไม่ไกลเกินไป มันมีหัวอสูรยักษ์ หัวอสูรนี้ดูคล้าย
หลอมมาจากโลหะ มันลอยอยู่บนท้องฟ้า ใหญ่กว่าหนึ่งพันไมล์ ราวกับ
ดวงดาวเล็ก
หัวอสูรนี้คือ – เร้น!
ต่อหน้าของเร้น, อสูรโลกันต์เหล่านี้ไม่กล้าหายใจแม้แต่ครั้งเดียว
พวกเขาไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมองลึก
พวกเขาคุกเข่าอย่างเคารพ หัวแตะพื้นขณะที่รอคำสั่งจากเร้น
เร้นยังคงเงียบ อสูรโลกันต์ทั้งหมดรอคำสั่งของเขา
และมีบางสิ่งที่คล้ายกันเกิดขึ้นในอาณาจักรอสูรนทีคลั่ง ในเมือง
หลวงของอาณาจักรอสูรนทีคลั่ง สิ่งมีชีวิตยาว 1,000 ไมล์คล้ายกับงูนอน
อยู่บนยอดเขา นัยน์ตาอำพันของมันส่องประกายเย็นยะเยือกขณะที่มอง
ไปยังอสูรโลกันต์นับไม่ถ้วนที่คุกเข่าด้านล่างขุนเขาศักดิ์สิทธิ์
งูยักษ์ตัวนี้มีปีกคู่หนึ่งและมีสี่กรงเล็บ นอกจากนี้ มันยังมีเขาเดียวที่
ยื่นออกมาจากหัว มันคล้ายมังกรวารีเล็กน้อย และยังเป็นผู้ปกครองที่
แท้จริงของอาณาจักรอสูรนทีคลั่ง – นที!
อาณาจักรอสูรนทีคลั่งดำรงอยู่มาเป็นเวลา 2 พันล้านปีแล้ว มีอสูรโล
กันต์น้อยมากที่เคยเห็นนที่ ส่วนใหญ่จะไม่มีใครรู้ว่านทีอยู่ที่ใด ในความ
เป็นจริง ในช่วงหลายร้อยล้านปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่านทีจะหายไปอย่าง
สมบูรณ์และอสูรโลกันต์บางตนถึงกับสงสัยว่านทีตายแล้ว
แต่วันนี้ นทีได้ปรากฏตัวขึ้น ยิ่งกว่านั้น นทียังปรากฏบนขุนเขา
ศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรอสูรนทีคลั่ง ต่อหน้าผู้คนในเมืองหลวงนับล้าน
ล้านล้านล้าน อสูรโลกันต์ทั้งหมดที่อยู่ในระยะทางหลายแสนไมล์สามารถ
เห็นฉากนี้ได้
สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความกลัว
อสูรโลกันต์ทั้งหมดมีลางสังหรณ์ว่าเรื่องใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นในอเวจี
ทมิฬ