Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 10 เหล่าหญิงสาวในเขตศักดิ์สิทธ์
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 10 เหล่าหญิงสาวในเขตศักดิ์สิทธ์
แม้ว่าหลินหมิงจะดูดซับความทรงจำของชิ้นส่วนจิตวิญญาณไป เขาก็
ยังไม่สามารถเข้าใจการจารึกที่แสนยากเย็นนั้นได้ เพื่อให้ได้ความรู้
เพิ่มเติมมาปะติปะต่อส่วนที่ขาด เขาจะต้องฝึกร่างกายและจิตวิญญาณ
ควบคู่กันไปเพื่อที่จะได้รับความทรงจำได้อย่างเต็มที่!
วัสดุในการจารึกล้วนหมายถึงเงินทองที่เขาได้มาอย่างยากลำบาก
เขาไม่อยากเสียมันแม้แต่เหรียญเดียว ขณะนี้หลินหมิงจึงไม่กล้าใช้วัสดุ
ใดๆ เขาจึงได้แต่รวบรวมสาระที่แท้จริงจากการศึกษาของต่อไป เขา
หมุนเวียนพลังงานในร่างกายของเขาและรอเวลาที่มันจะเชื่อมโยงกับ
ความทรงจำจากชิ้นส่วนจิตวิญญาณ เขาค่อยๆผสานความเข้าใจต่างๆใน
ใจของเขา
นี่เป็นกระบวนการที่น่าเบื่อมาก แต่ในใจหลินหมิงเขาจะได้เห็นตำรา
นับหมื่นๆหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า ในขณะที่จิตวิญญาณและร่างกายของเขา
ค่อยๆปรับตัวและเรียบเรียงเนื้อหาให้ง่ายแก่การเข้าใจ
มันจำเป็นต้องมีแรงจิตวิญญาณมากอย่างเหลือล้น ในทุกขณะหลินห
มิงใช้เวลาที่เหลือน้อยๆในการอ่านตำราชุ่ยๆ ‘เทคนิคการจารึก: วิธีการ
เริ่มต้นบนเส้นทางการจารึก’ เขาผ่อนคลายทำใจให้ปลอดโป่ง แม้ว่าตำรา
นี้จะอธิบายสิ่งที่เขาไม่รู้จากชิ้นส่วนจิตวิญญาณ มันก็มีบางเรื่องที่ไม่อาจ
เข้าใจได้ในการจารึกแห่งทวีปนภารินไหล
หลังจากหนึ่งวันเต็มของการฝึกฝน หลินหมิงปิดตำรา ‘จารึกการ
เทคนิค: วิธีการเริ่มต้นบนเส้นทางการจารึก’ ในตำราไม่ได้อธิบายเกี่ยวกับ
เส้นไหมนภา
เส้นไหมนภาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับหลินหมิง เขาได้เห็นวัสดุ
หลายชนิดในเทศกาลการค้าเที่ยงธรรม แต่ไม่เคยเห็นมันนี้แม้ว่าเขาได้พบ
เส้นทางที่ดีของข้อมูล แม้ว่าเขาจะพบในแหล่งข้อมูลของอาณาจักรลิขิต
ฟ้าว่ามีเส้นไหมนภา แต่ปกติพวกมันถูกนำมาใช้ในการทำสายเครื่องดนตรี
หลินหมิงไม่แน่ใจว่ามันคือสิ่งเดียวกันหรือไม่…
เพราะความแตกต่างของภูมิประเทศและระดับการฝึกฝน วัสดุที่ระบุ
ไว้ในแดนเทวะกับในดินแดนของเขาอาจไม่ใช่สิ่งเดียวกันแม้ว่าพวกมันจะ
มีชื่อเดียวกัน เส้นไหมนภาในแดนเทวะอาจจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับ
เส้นไหมนภาของทวีปนภารินไหล แม้หลินหมิงจะไม่อาจใช้ชื่อค้นหาได้
แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่นรูปลักษณะและกลิ่น ถ้าสิ่งเหล่านี้เหมือนกันแล้ว
มันก็น่าจะเป็นสิ่งเดียวกัน แต่ในใจของเขามีเพียงความทรงจำจากแดนเท
วะของเส้นไหมนภา แต่เขายังไม่เห็นพวกมันในทวีปนภารินไหล เขาไม่
สามารถตรวจสอบให้แน่ชัดถึงการมีอยู่ของมัน
หลินหมิงคิดอย่างรอบครอบเกี่ยวกับการที่เขาจะหาเส้นไหมนภา
และในท้ายที่สุดก็สรุปได้ว่าเขาอาจจะสามารถหามันได้ในสำนักเจ็ดแก่น
แท้
ส่วนใหญ่นักต่อสู้จะใช้ดาบเป็นอาวุธ บางครั้งอาจเป็นกระบี่หรือธนู
และอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีผู้ใช้อาวุธที่หายากและมีค่าสูง อย่างเช่น
พิณ!
ชื่อเสียงของสำนักเจ็ดแก่นแท้มากจากเจ็ดผู้เชี่ยวชาญแห่งหุบเขา
แก่นแท้ทั้งเจ็ด แต่ชื่อของหุบเขาแก่นแท้ทั้งเจ็ดมีต้นกำเนิดมาจาก
ผู้เชี่ยวชาญทั้งเจ็ด ซึ่งแต่ละคนใช้อาวุธต่างๆกัน หนึ่งในนั้นมีหญิงคนหนึ่ง
และอาวุธของนางคือพิณ!
ดังนั้นพิณจึงเป็นหนึ่งในอาวุธที่เจ็ดผู้เชี่ยวชาญเลือกใช้ และได้รับการ
สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของสำนัก
เจ็ดแก่นแท้!
แต่ความยากลำบากในการใช้มากเกินคาด จำเป็นต้องมี
ความสามารถที่สูงเหลือล้น ทั้งผู้ใช้ยังจะต้องมีอารมณ์ที่สงบและมีสมาธิ
สูง ด้วยเหตุนี้สำนักเจ็ดแก่นแท้แทบจะไร้ผู้ฝึกฝนด้วยอาวุธนี้ เมื่อเทียบ
กับหน่วยที่ใช้อาวุธที่นิยมมากกว่า อย่างน้อยร้อยละ 99 ของผู้ที่มาเรียน
พิณจะเป็นผู้หญิงที่เข้ามาเพื่อร่ำเรียนตัวอักษรและทักษะตราสารต่างๆ
พวกเขาจะไม่เน้นไปทางการต่อสู้ฆ่าฟันในศิลปะการต่อสู้มากนัก
หลินหมิงตั้งเป้าหมาย ปลายทางของเขาคือห้องโถงของแผนกพิณที่
พวกเขาจะให้การศึกษาแก่สาธารณชน!
ในแต่ละปี สำนักเจ็ดแก่นที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นในอาณาจักรลิขิตฟ้า
จะเลือกผู้มีพรสวรรค์สูงสุดเพื่อเป็นศิษย์เข้าสำนักเจ็ดแก่นแท้ซึ่งมักจะ
เป็นตระกูลที่สูงส่งเท่านั้นที่จะถูกเลือก แต่สำนักเจ็ดแก่นแท้ก็ยังให้สิทธิ์
พิเศษให้กับศิษย์นอกสำนักเพื่อเข้าสู่ห้องโถงส่วนกลางที่พวกเขาก็
สามารถเข้าร่วมฟังการบรรยายพื้นฐานได้
อย่างไรก็ตามการเข้าสู่ห้องโถงบรรยายสาธารณะจำเป็นต้องมีบัตร
ผ่านพิเศษ!
มิฉะนั้นใครต่อใครแม้แต่สุนัขก็จะมา ดังนั้นห้องบรรยายสาธารณะ
จะกีดกั้นทุกคนยกเว้นผู้ถือครองบัตรผ่านพิเศษ!
สำนักเจ็ดแก่นแท้ได้วางหลักเกณฑ์สำหรับเรื่องนี้ว่าผู้จะเข้าต้องผ่าน
อย่างน้อยข้อหนึ่งในสามข้อต่อไปนี้ หนึ่งจะต้องมีการฝึกฝนกายภาพขั้น
สาม สองเป็นตระกูลชั้นสูง หรือสามเป็นศิษย์สำนักเจ็ดแก่นแท้หรือสำนัก
ลิขิตฟ้า หากไม่ผ่านข้อใดข้อหนึ่งในสามข้อนี้ได้จะไม่มีสิทธิพิเศษในการ
เข้ามาในห้องบรรยายสาธารณะ การบรรยายได้รับความนิยมอย่างมาก
และมีความต้องการสูง แต่เนื้อหาที่แท้จริงยังคงสงวนไว้สำหรับสาวกหลัก
ด้วยบัตรผ่านพิเศษที่หลินหมิง ยืมมาจากหลินเสี่ยวตง เพราะหลิน
เสี่ยวตงอยู่ในสายตระกูลแท้และมีขนาดใหญ่มากทั้งบุตรหลานและผู้
อาวุโสต่างก็เป็นศิษย์ในสำนักเจ็ดแก่นแท้ หลินเสี่ยวตงจะได้มันมาก็ไม่ใช้
เรื่องยากเกินไป
เมื่อไม่นานมานี้หลินหมิงไปเยี่ยมหลินเสี่ยวตง ที่ตะโกนออกมา “พี่!
ข้านับถือพี่มาก!พี่จะต้องรักษาตัวเองจากความโง่เขลาให้ได้เพื่อตัวพี่เอง”
หลินเสี่ยวตงได้ชื่นชมการฝึกหนักและหาความรู้ของพี่ของเขาอย่าง
แท้จริง ในหัวใจของเขา เขามีความเชื่ออยู่เสมอว่าพี่ของเขาจะไปถึงระดับ
สูงสุดที่เป็นไปได้ของนักสู้เป็นตำนานที่รู้จักไปทั่วแผ่นดิน! แต่เทคนิคการ
แกะจารึกเป็นบางสิ่งบางอย่างที่ไม่อาจทำได้ใช้แค่ความเชื่อมั่นของคนๆ
หนึ่ง มันจำเป็นต้องมีความถนัดเฉพาะทาง!
ถ้ามันเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นนักจารึกด้วยการใช้จ่ายเพียง 800
เหรียญทองที่จะซื้อวัสดุบางอย่างและตำราคู่เล่มนี้ ‘เทคนิคการจารึก: การ
เริ่มต้นบนเส้นทางการจารึก’ แล้วนักจารึกคงจะมีอยู่เต็มไปหมด เหมือน
มด
สำหรับหลินเสี่ยวตง เพื่อให้หลินหมิงได้ศึกษาการจารึกและทำฝันให้
เป็นจริง เขาไม่เพียงยอมสูญเสียเงินทั้งหมดของเขาและกลายเป็นขอทาน
แต่เขายังยอมเสียเวลาอันมีค่าเพื่อช่วยเหลือ!
เพราะหลินเสี่ยวตงเป็นพี่น้องโดยสายเลือดของหลินหมิง ดังนั้นสิ่งที่
หลินเสี่ยวตงทำได้คือหาผ่านบัตรมาให้ ในขณะที่เขาถือว่ามันเป็นสิ่งทีเขา
ควรทำ
เขาตัดสินใจว่าเขาจะพบว่าเวลาที่เหมาะสมพาหลินหมิงไปห้องโถง
การแพทย์เพื่อพบแพทย์ที่มีชื่อเสียง อาจเป็นสิ่งที่คนอื่นไม่รู้เกี่ยวกับ
หลินหมิง แต่เขารู้สึกได้ว่าสมองและจิตวิญญาณของหลินหมิงถูกรบกวน!
จากนั้นหลินหมิงก็มาถึงที่หอประชุมของสำนักเจ็ดแก่นแท้ แผนก
พิณ มันเป็นอาคารที่สง่างามสามชั้น มีพื้นที่การบรรยายกว้างขวาง
แต่ที่น่าสงสารก็คือหลินหมิงไม่รู้เลยว่า แผนกพิณเป็นการบรรยาย
สาธารณะสำหรับผู้หญิง มันเป็นเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริง ที่ผู้ชายทุกคน
ไม่ได้รับอนุญาตให้ข้องเกี่ยว!
เหตุผลของเรื่องนี้ก็คือการที่แผนกพิณมีศิษย์เป็นผู้หญิงทุกคน ผู้หญิง
เหล่านี้ที่อยากจะศึกษาพิณมักจะมาจากครอบครัวชนชั้นสูง ในชีวิตของ
พวกเขาเต็มไปด้วยท่วงทำนองหวานๆของเพลงและการปรากฏตัวของ
พวกเขายังอยู่ในระดับสูงเหลือใจ! พวกเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้หญิงที่สวย
ที่สุด ผลก็คือพวกหนุ่ม ขุนนาง นักสู้ มากมายถูกล่อลวงด้วยความคิด
ลามกและฝันว่าพวกเขาจะได้สัมผัสแม้เพียงซักครึ่งหนึ่งในความงาม
เหล่านี้
อาจมีพวกหนุ่มๆอาศัยสถานะของตระกูลเพื่อที่รับบัตรผ่าน ซึ่งจะมี
คนของแผนกพิณมาสอดส่อง พวกที่มีความตั้งใจที่ไม่ดีและสกปรก พวก
เขาอาจไม่ได้มาเพื่อศึกษาเป็นหลัก ดูจากแววตาของพวกเขา ที่มุ่งเน้นแต่
การสังเกตความโค้งเว้าของสาวๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีต้นขาเรียวและ
… ทรวงอกโต
หลังจากการบรรยายจบ พวกเขาจะพากันไปทานอาหารในบริเวณ
ใกล้เคียงและไปเลือกหาซื้อสินค้า! ในที่สุดความงามของแผนกพิณก็จะ
เป็นที่ประจัก ความอดทนของเหล่าชายหนุ่มอาจถึงขีดจำกัด พวกเขา
ต้องการที่จะเยี่ยวยาหัวใจและหาอาหารสายตา ซึ่งอาจเป็นการรบกวน
เหล่านักศึกษาส่วนใหญ่ เพราะเกือบทั้งหมดเป็นผู้หญิง ซึ่งอาจเป็นการ
สร้างความรำคาญที่มีพวกลามกคอยไล่ตาม!
แผนกพิณเริ่มที่จะป้องกันไม่ให้เหล่าชายหนุ่มใช้บัตรผ่านเข้ามา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผู้ชายที่มีเล่ห์เหลี่ยมความอันธพาล พวกเขาไล่พวก
นั้นออกไปอย่างไม่ลดละและไม่มีความเมตตา!
เมื่อหลินหมิงเข้าในห้องโถงของแผนกพิณ แต่เวลาบรรยายยังไม่ได้
เริ่มต้นและศิษย์หญิงหลายคนคุยกันเงียบๆ แลกเปลี่ยนพูดคุยทักษะพิณ
กับคนอื่นๆ ในห้องโถงหญิงคนหนึ่งกำลังเล่นเพลงใหม่ มันเป็นเพลงที่
ว่องไวและสดใหม่ที่เต็มไปด้วยความสง่างามเป็นเสียงที่ไพเราะ มันเป็น
ทำนองที่ดึงดูดอยู่ในใจของคน
หลินหมิงเดินเข้ามาและสังเกต เส้นสายบนพิณไม่ใช้เส้นไหมนภา
อย่างที่เขาได้คาดการณ์ไว้ แน่นอนว่าเส้นไหมนภาเป็นรายการที่มีราคา
แพงและหายาก เส้นไหมนภาต้องทำให้เกิดเสียงที่รุนแรงและหวงแหน
คนที่มีการฝึกฝนต่ำอาจจะได้รับบาดเจ็บพยายามได้หากเล่นดนตรีด้วย
เส้นเสียงที่ทำจากเส้นไหมนภา เหล่าศิษย์นองที่เป็นดังเช่นดอกไม้เล็กและ
เปราะบางของแผนกพิณคงไม่มีประสิทธิภาพที่จะใช้มันได้
สาวที่กำลังเล่นพิณเป็นคนที่อุทิศตัวเพื่อฝีมือของนาง นางพยายาม
ส่งสัญญาณเตือนหลินหมิง และศิษย์หญิงสองคนที่กำลังฟังฟังท่วงทำนอง
สังเกตเห็นการปรากฏตัวของชายคนหนึ่ง พวกนางขมวดคิ้วแน่น แต่ก็
ไม่ได้พูดอะไร
ปกตินั้น มักจะมีผู้ชายบางคนที่มีความตั้งใจที่ชั่วร้ายโฉบเช่น
แมลงวัน พวกเขามักทำท่าเป็นผู้ที่ชื่นชอบเสียงพิณแต่ก็ทำเพื่อจะมา
ใกล้ชิดเท่านั้น และหาโอกาสมองทรวงอกของศิษย์หญิง ‘ เป็นผู้ชาย
ประเภทที่ทำให้นักเรียนหญิงรู้สึกขยะแขยงที่สุด
เหล่าศิษย์หญิงที่มาศึกษาพิณมักจะมีผิวพรรณเปล่งประกายสวยงาม
ไม่ต้องการที่จะเสียหน้ามาเถียงกับสัตว์สกปรกผิดปกติทางเพศ กลุ่มศิษย์
สาวต่างรวมตัวกันหมดและรอพี่สาวอาวุโสมาจัดการ พวกที่นิสัยเสีย
ทั้งหมดคงถูกโยนออกนอกประตูไป
ดังนั้นแม้จะมีบรรดาเหล่าชายร้ายไร้ยางอายมา ก็มักจะถูกโยน
ออกมาและถูกไล่กลับไปพร้อมกับข้ออ้างที่ว่าพวกเขาเป็นนักศึกษาที่
ต้องการศึกษาพิณอย่างแท้จริงร่วมกับศิษย์หญิงคนอื่นๆ พวกเขาไม่ได้มี
ความคิดสกปรกใดๆ แต่ก็ไม่ต้องสงสัย มันย่อมเป็นผู้ไร้ยางอายที่ชั่วช้า!
ด้วยเหตุนี้พี่สาวอาวุโสก็กลายเป็นคนไร้ความปรานีมาตลอด นางติด
ป้ายที่เขียนเป็นตัวหนาเหนือประตูทางเข้าเขียนไว้ว่า ‘ห้ามสุนัขตัวผู้เข้า”
เรื่องนี้กลายเป็นที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดก็ถูกส่งผ่านไปสู่
สมาชิกระดับสูงในแผนก ผู้ชายจึงไม่ได้รับอนุญาตจากแผนกพิณในการ
เข้าไปในห้องโถง ยกเว้นว่าจะเป็นศิษย์ชายที่เข้ามาภายใต้เงื่อนไขที่เข็ม
งวดซึ่งจะถูกกำหนดโดยศิษย์หญิงของแผนกพิณ คนที่มีแววความลามก
และความตั้งใจชั่วร้ายถูกไล่ออกทันทีและได้เพิกถอนสิทธิ์ทั้งหมด
ตลอดไป!
เมื่อเป็นเช่นนี้ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ห้องโถงของแผนกพิณไม่เห็น
แม้แต่เงาของผู้ชาย
เป็นธรรมดาที่หลินหมิงจะไม่ทราบประวัติของแผนกพิณและพวก
นิสัยเสียๆที่ถูกไล่ออกไป เขามองไปรอบๆสักครู่แต่ก็ไม่พบเครื่องดนตรีที่
ทำจากเส้นไหมนภา และเริ่มที่จะเดินเล่นไปยังด้านหนึ่งห้องโถงที่สะสม
ตำราไว้ หวังว่าบางทีนั่นอาจจะมีอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขา
ต้องการ
ขณะที่เขาเดินไปนั้น ศิษย์หลายคนเริ่มมองไปที่หลินหมิงที่ยืนอยู่
ใกล้ๆชั้นหนังสือ พวกเขากล่าวพร้อมกับเสียงกระซิบ “คนผู้นี้ดูไม่
เหมือนว่าจะมาศึกษาพิณ”
“อืมข้าคิดว่าข้าจะเห็นว่าคนพาลเจ้าเล่ห์ถูกเสี่ยวเซียนจัดการในอีก
สักครู่”
“น่าแปลกที่เขายังดูเด็ก เขามองดูราวๆ 15-16 ปี. ”
“ฮึ! เดียวนี้เด็ก16ปีแล้วควรจะแต่งงาน ใครบางคนที่อายุน้อยอย่าง
ข้าก็อาจจะเป็นแม่คนแล้วก็ได้”
หญิงสาวที่พูดเป็นเพียงสาวอายุ 17 ปี ในเมืองลิขิตฟ้า หญิงอายุ 18
ปีโดยทั่วไปจะต้องแต่งงานแล้ว ในชนบทพวกเขาก็จะแต่งงานกันเร็วขึ้น
ไปอีกหนึ่งหรือสองปี ชายที่แต่งงานแล้วอายุ 16 ปีก็ไม่ได้หายากเกินไป
“มันไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของเรา พี่สาวอาวุโสคงจะมาบรรยายใน
เร็วๆนี้ ถ้ามันมีความคิดสกปรกใดๆ นางจะรู้ได้ทันทีและจะส่งเขาออกไป.
”
หลินหมิงไม่เคยได้ยินการสนทนาเหล่านี้จากเหล่าศิษย์หญิง มิฉะนั้น
เขาคงจะไม่ปิดปากเงียบ แน่นอนเขาไม่ได้มองไปที่ป้ายของเสี่ยวเซียน แต่
นั่นก็เป็นเพราะเขาเอาแต่ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสายเส้นเสียงทำมาจาก
วัสดุใด!
เขายังคงมองหาข้อมูลเกี่ยวกับเส้นไหมนภา โชคดีที่แผนกพิณ
บรรยายในห้องโถงขนาดใหญ่มาก แต่ละด้านจะมีพื้นที่สำหรับการตั้ง
ตำราหนังสือ แต่ละมุมแยกแยะตามความหลากหลายของความรู้ทาง
ดนตรีและประวัติศาสตร์
แน่นอนว่าหลินหมิงไม่ได้สนใจในดนตรีใดๆ ในการค้นหาของเขาใน
ที่สุดก็พบสิ่งที่เขากำลังมองหา! มันเป็นตำราชื่อ’พิณนภา’
‘พิณนภา’ เป็นสารานุกรมเครื่องดนตรีโบราณทุกประเภทซึ่งรวมถึง
ต้นกำเนิดของผู้ใช้ ผู้ผลิตวัสดุและความรู้ที่เป็นความลับอื่น ๆ ทั้งหมดที่
ถูกอธิบายอย่างละเอียด แน่นอนวัสดุที่หายากเหล่านี้ยังรวมถึงเส้นไหม
นภา! หลินหมิงก็ตื่นเต้นเหลือใจและเขาก็เริ่มอ่านด้วยความมุมานะ
‘พิณนภา’ แนะนำคุณสมบัติของเส้นไหมนภาและวิธีการรวบรวม
ตำราเล่มนี้มีข้อบกพร่องเพียงอย่างเดียวคือไม่มีภาพเส้นไหมนภาอยู่ด้วย
แต่หลินหมิงก็สามารถที่จะตรวจสอบว่ามันเป็นเส้นไหมนภาที่กำลังมอง
หาหรือไม่!
หลินหมิงจริงจังในอ่านและไม่ได้ตระหนักถึงศิษย์หญิงทุกคนในห้อง
ขณะที่การบรรยายเริ่มขึ้น ในทางกลับกันเหล่าสาวงามบนแดนสวรรค์นี้
ต่างมองดูผู้ชายเพียงคนเดียวในเสื้อผ้าสกปรกของเขา
โชคดีที่หลินหมิงไม่ได้มองไปรอบๆ สมาธิทั้งหมดกำลังจดจ่ออยู่กับ
หนังสือเล่มนี้ แม้ว่าศิษย์หญิงจะคิดว่ามันอาจเป็นการเสแสร้งแต่พวกนาง
ก็ไม่ได้มีหลักฐานใดๆ ที่พวกนางจะไล่เขาออก
เดิมทีการบรรยายจะมีการดำเนินการได้อย่างราบรื่น แต่ด้วยการ
ดำรงอยู่ของพี่สาวอาวุโสแห่งแผนกพิณที่เต็มไปด้วยอคติอย่างมากกับเพศ
ชาย!
ในแวดวงสังคมของหนุ่มขุนนางนักสู้ ชื่อพี่สาวอาวุโสเป็นเหมือน
สายฟ้าที่ดังก้องอยู่ในหูของพวกเขาและทำให้เกิดความเดือดร้อนขึ้นใน
หัวใจของพวกเขา ป้ายที่เขียนว่า”ห้ามหมาตัวผู้เข้า’เป็นตัวหนังสือที่แสดง
ถึงการดูถูกจากพวกนาง ทำให้พวกเขารู้สึกถึงความเจ็บปวดของการเสีย
หน้ากับเหล่าศิษย์หญิง ! พวกเขาต่างสาปแช่งให้นางขึ้นคานสำหรับช่วง
ชีวิตที่เหลือของนาง!
ในความเป็นพี่สาวอาวุโสคือความงามในหมู่ความงาม นางเป็นคนที่
อายุประมาณ 20 ปีและมีใบหน้ารูปไข่ที่สมบูรณ์แบบด้วยสัดส่วนที่น่า
หลงใหล สูง และต้นขาเรียวสูง
มันช่างน่าเสียดายที่พี่สาวอาวุโสไม่เคยแสดงความสนใจใดๆต่อผู้ชาย
และมักจะรู้สึกหงุดหงิดกับอารมณ์ได้อย่างง่ายดาย ผู้ชายคนไหนที่กล้าที่
จะจ้องมองความงดงามของนางจะถูกเตะอย่างรวดเร็วไปที่ระหว่างขา
ของพวกเขา!
หลังจากพี่สาวอาวุโสมาถึงนางสังเกตเห็นหลินหมิงในทันที! คิ้วของ
นางเหี่ยวย่นในทันใด นางวางลงพิณของนางและมายืนด้านหน้าของเขา
นางทุบฝ่ามือลงบนโต๊ะทำงานสามครั้งและถามเขาว่า “แกเข้ามาได้ยังไง?”