Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 11 พี่สาวอาวุโส
เมื่อมีใครสักคนโกรธอาจมีความแตกต่างในการแสดงออกของความ
โกรธ มีเพียงไม่กี่คำพูดหรือการกระทำเล็กน้อยในภาษากายที่จะบ่งบอก
และมีผลกระทบที่ตามมาอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างเช่นพี่สาวอาวุโสคนนี้คิ้ว
เรียวของนางชี้ตรงขึ้นเอวของนางก็แข็งและยืดตรง นอกเหนือจากการ
เคาะบนโต๊ะอย่างรุนแรงและตะโกนด้วยเสียงอันกราดเกรี้ยวอย่างกับว่า
ตะโกนลงมาจากบนสวรรค์! ศิษย์ชายคนใดได้เห็นได้ฟังเป็นต้องหวาดกลัว
จนกระทั้งอาจฉี่ราดคากางเกงกันได้เลยทีเดียว
หลินหมิงก็ยังคงสับสนและไม่แน่ใจว่าเขามาฟังบรรยายในที่แห่งนี้
เข้าผิดอะไร เขาถามแหย่กลับไปนิด “ทำไมข้าจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา
หละ?”
ทันทีที่พี่สาวอาวุโสได้ยินถ้อยคำของหลินหมิง หัวใจของนางโหม
กระหน่ำไปด้วยเปลวไฟแห่งความโกรธ! นี้เจ้าอัธพาลน้อย! นางไม่เชื่อว่า
เขาจะมีบัตรผ่าน! ทันใดนั้นเองเสียงหวานและอ่อนโยนดังออกมา
“พี่สาวหลิง เกิดอะไรขึ้น?”
หลินหมิงมองออกไปทางเสียงหวานและเขาก็ตกใจ กึก! เสียงนั้นมา
จากหญิงสาวสวมชุดสีขาวเรียบง่ายกับผมเงางาม นางเป็นความงามอมตะ
ด้วยความสง่างามหาที่เปรียบมิได้ นางเป็นคนที่ไม่อาจมีใครอื่นเทียบได้
นางคือจากหลานจอมพลฉินเสี่ยว ฉินซิงเซวียนผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง!
ในเทศกาลการค้าเที่ยงธรรมหลินหมิงเคยเห็นนางจากที่ไกลๆ จำทุก
ลักษณะของนางได้ ทั้งเป็นคนตระกูลอันดับ1 เพรียบพร้อมด้วยพรสวรรค์
ระดับหก ความงามหาที่เปรียบมิได้ของนางและเสน่ห์อันล้นเหลือจาก
ทักษะจารึก ความแข็งแกร่งทั้งหมดนี้ทำให้กระทั่งนักสู้ทั่วพื้นปฐพีรู้สึก
ด้อยกว่า
แม้ว่าหลินหมิงจะคิดว่าเขาถูกลิขิตให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่และจะสามารถ
กลายเป็นวีรบุรุษของทั้งทวีปนภารินไหล แต่ในขณะนี้แม้แต่ฉินซิงเซวียน
ก็ยังไม่มิใช่วีรสตรีแห่งแผ่นดิน นับประสาอะไรกับเขา ไม่ต้องพูดถึงไอ้หมา
หน้าโง่จูเอี๋ยนยิ่งไร้ค่าไม่ต่างจากกบตัวเล็กๆน้อยในกะลา
หลินหมิงไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะได้พบฉินซิงเซวียนในตอนนี้ แต่
ความประหลาดใจของเขาก็เหมือนกับคนอื่นในห้องโถงโดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งพี่สาวอาวุโส!
นี่คือความจริงที่เกิดการแบ่งเพศในการศึกษา!
“คางคกต่ำเตียริอาจจะกินหงส์ฟ้า!” หัวใจของพี่สาวอาวุโสแผดเผา
ขณะที่นางได้วิจารณ์เขา ความคิดของเหล่าหญิงสาวล้วนซับซ้อนยิ่งนัก
แม้ว่าพี่สาวอาวุโสกล่าวหาว่าเขาเป็นคนที่น่ารังเกียจแต่หลินหมิงไม่
ตอบสนองอันใด หลังจากที่ได้เห็นฉินซิงเซวียน นางไม่ได้รู้สึกเหมือนหญิง
ทั่วไปว่าเขาเป็นผู้ชายที่ผิดหรือน่ารังเกียจ เรื่องนี้นางไม่ได้คิดเกี่ยวกับมัน
หลังจากที่ศิษย์หญิงที่นี่ต่างติดนิสัยรังเกียจผู้ชายกันทั่วหน้า!
นางตอบฉินซิงเซวียน “เด็กน้อยตัวผู้น่ารังเกียจนี้แอบไปก่อกวนเหล่า
ศิษย์หญิงอย่างเราๆ ข้ากำลังสอบปากคำมัน เรื่องที่มันบังอาจเข้ามาที่นี้
?”
คำพูดไม่กี่คำเหล่านั้นทำให้หลินหมิงถึงกับต้องเกาหัว เขามาที่นี่เพื่อ
ไปราวีสาวๆ ? ทำไมเขาถูกกล่าวหาว่าอย่างนั้น?
เขากล่าวตอบ “ข้ามาที่นี่เพื่อดูหนังสืออ้างอิงบางอย่างโปรดอย่า
กล่าวโทษข้าในสิ่งที่ข้าไม่ได้ทำโดยไม่มีหลักฐาน สิ่งที่พี่สาวกำลังทำคือ
เรื่องที่ไร้สาระดังเช่นการดูถูกสติปัญญาของตัวเอง”
“หาหนังสืออ้างอิง? สิ่งที่แกดูตำรา’พิณนภา’อย่างแกจะไปมีปัญญา
สร้างพิณได้ยังไง? ”
หลินหมิงไม่ได้ตอบสนองต่อการเยาะเย้ย เขาเพียงกล่าวว่า”ข้าแค่
อยากเข้าใจบางสิ่งบางอย่าง.”
“ฮึ! ชายเหล่านี้ช่างไร้ยางอายกล่าวเสมอว่าต้องการเข้าใจท่วงทำนอง
และใช้วิธีนี้เป็นข้ออ้างในการแอบเข้ามาก่อกวน! การกระทำดังกล่าวเป็น
ที่น่าขยะแขยงจริงๆ แกมีความสนใจในพิณ? ดีงั้นข้าขอถามแกหน่อย
บันทึกพิณมีทั้งหมดกี่เล่มเป็นอย่างไรบ้าง? สิ่งที่ราชาแห่งวัสดุพิณกล่าวไว้
ว่าให้เสียงแหลมที่สุดคืออะไร วัสดุใดเหมาะสมกับพิณเสียงต่ำ หากแก
สามารถบอกข้าได้ข้าจะเชื่อว่าแกมีความสนใจในดนตรีและแกต้องการที่
จะศึกษาพิณจริงๆ ”
หลินหมิงค้างไปในทันที เขารู้เพียงรายละเอียดเล็กน้อยที่สุดของพิณ
และท่วงทำนองอีกเล็กน้อย ซึ่งเรียกได้ว่าเขาไม่รู้อะไรเลย!
“ฮึ! เมื่อแกตอบไม่ได้แกยังกล้าที่นี้อีกรึ! แกเพียงต้องการมองไปที่
หนังสือเพื่อให้เราไม่สนใจงั้นสินะ เป้าหมายที่แท้จริงของแกคือการแอบ
มองเหล่าศิษย์สาว! ข้าเคยชายชั่วอย่างแกมานักต่อนัก ส่งบัตรผ่านของแก
มา ! “พี่สาวอาวุโสเอามือของนางชี้หน้าของหลินหมิง
หลินหมิงเงียบไป บัตรผ่านของเขาถูกยืมมาและแม้ว่าสำนักเจ็ดแก่น
แท้ การต่อสู้เจ็ดจะหละหลวมในการใช้บัตรผ่าน แต่เขาก็ปฏิบัติตาม
กฎระเบียบตั้งแต่เขาใช้บัตรผ่านเข้ามาอยู่ที่นี่
ฉินซิงเซวียนก็กล่าวขึ้นมา “พี่สาวหลิงการพิจารณาตัดสินนั้น นี้เป็น
เพียงความผิดครั้งแรกของเขา ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรุนแรงกับเด็ก ”
ฉินชิงหวยเองก็ยังคิดว่าหลินหมิงโกหกและความจริงก็คือเขาต้อง
โกหกแน่นอน!
แน่นอนว่าพี่สาวอาวุโสไม่อาจเพิกเฉยต่อคำของฉินซิงเซวียน ดังนั้น
นางจึงกล่าวว่า “ซิงเซวียน นางช่างมีหัวใจที่อ่อนโยนมาก บางทีมันก็มาก
เกินไป เราไม่อาจจะทนชายชั่วเช่นนี้ได้ ชายประเภทนี้เพียงแค่แอบผ่าน
เข้ามาก่อกวน”
‘ต้องการบัตรผ่านของข้ารึ’ หลินหมิงกล่าว “พี่สาวเป็นเพียงศิษย์คน
หนึ่ง มิใช่ผู้มีอำนาจในสำนัก จะมีอำนาจทำสิ่งนี้ได้อย่างไรและจะกล่าวหา
ว่าข้าผิดในเรื่องใด? ”
“ฮึ! นั้นใช้ปากพูด? ข้ามีคุณสมบัติที่จะยึดบัตรผ่านทุกใบและได้รับ
อนุญาตโดยเจ้าสำนัก ในแผนกพิณ ทุกคนต้องเชื่อฟังข้า นี่แห่งนี้ข้านี่
แหละเทพเจ้า! ตอนนี้แกคิดว่าข้าทำได้รึยัง!
ผ่านบัตรนั้นถูกยืมมาจากหลินเสี่ยวตง หลินหมิงไม่สามารถปล่อยให้
มันยึดไปได้ หากเป็นเช่นนั้นเขาต้องเผชิญกับน้องชายของเขาที่ได้รับ
ความเจ็บปวดในสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเขา!
หลินหมิงไม่มีทางเลือกใดๆ แต่ต้องยอมรับว่าจุดประสงค์ของเขา
ไม่ได้อะไรเพิ่มเลย ในการจารึกเขาก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรใหม่ ช่างน่าผิดหวัง
เสียจริง
หลินหมิงกล่าวออกไป “ข้ากำลังค้นคว้าการจารึกโดยใช้วัสดุคือเส้น
ไหมนภา”
ค้นคว้าการจารึก? การใช้เส้นไหนนภาคือวัสดุชนิดใหม่บางอย่าง?
หากคำพูดเหล่านี้ออกมาจากผู้เชี่ยวชาญการจารึกอยู่อายุ 50 หรือ
60 พวกนางแลพี่สาวอาวุโสคงไม่แปลกใจ แต่นี่เป็นเพียงเด็กหนุ่ม16ปีซึ่ง
จะไปรู้เรื่องการจารึกได้อย่างไร? การพัฒนาวัสดุและเทคนิคใหม่? แก
กำลังหลอกข้า? นี้ต้องเป็นฝันร้ายของแก?
มีเพียงผู้เชี่ยวชาญการจารึกเท่านั้นที่จะค้นหาวัสดุและเทคนิคใหม่ๆ
แต่นี้เด็ก15 ปีเด็กบ้านนอกที่อ่านตำรากระจอกๆเช่น ‘เทคนิคการจารึก:
วิธีการเริ่มต้นบนเส้นทางการจารึก’จะไปทำอะไรได้ แม้จะพิจารณาอีกกี่
ครั้งการหาวัสดุใหม่ย่อมต้องเป็นเรื่องที่โกหกออกมาอีกครั้งอย่างแน่นอน
พี่สาวอาวุโสหัวเราะออกมาดังๆ “แกคิดว่าข้าโง่รึ? แม้ข้าจะไม่เข้าใจ
การจารึกเลย แต่โชคไม่ดีสำหรับแก! ที่ด้านข้างของข้าคือผู้เชี่ยวชาญการ
จารึกที่ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรลิขิตฟ้า! แกต้องการที่จะแสดงทักษะขยะ
ของแกกับผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงมั้ยหละ? ข้ากำลังจะขำตาย ซิงเซวียนท่าน
เริ่มศึกษาวัสดุชนิดใหม่หรือยัง”
ฉินซิงเซวียนมองตรงไปที่หลินหมิง นางคล้ายกับเขาในเรื่องของอายุ
และไม่ได้เชื่อว่าหลินหมิงจะพูดความจริง นางกล่าวว่า “การจารึกมี
เทคนิคมากมายและมีความหลากหลายอย่างลึกซึ้ง เพียงแค่ในวัสดุหลักก็
มีการบันทึกไว้กว่า 13,600 ชนิดและวัสดุขั้นสูงมากมักจะเป็นความลับ
ของผู้ค้นพบเป็นเรื่องยากที่จะระบุจำนวน แต่เพียงแค่ 13,600 ก็เพียงพอ
พอสำหรับการจารึกและการเรียนรู้ซึ่งคุณสมบัติและอัตราส่วนในการผสม
และสิ่งอื่นๆ ข้ายังไม่สามารถที่จะใช้งานครบทุกวัสดุหลักเหล่านี้ ข้าจึงยัง
ไม่ค้าหาซึ่งวัสดุชนิดใหม่”
พี่สาวอาวุโสหัวเราะด้วยรอยยิ้ม”ฮ่า! เจ้าเด็กโฉดชั่วที่แอบเข้ามาเพื่อ
ก่อกวน หมดหนทางรึยังหละ!หาข้ออ้างมาอีกสิ ผู้เชี่ยวชาญการจารึกที่
แท้จริงรอแกอยู่! ”
หลินหมิงได้ยินเสียงหัวเราะที่เกินจริงและไม่มีการลดละ ผู้หญิงคนนี้
รับรองได้เลยว่าบ้าบออย่างสมบูรณ์ เพราะนางถูกทิ้งไม่มีชายใดเอาหรือ
อะไร? นางมีความผิดปกติทางด้านจิตใจต่อผู้ชายแทบทุกคน
เขากล่าวว่า “ข้ามาเพื่อศึกษาจริงๆ ข้าเรียนเทคนิคการจารึกและมี
แรงบันดาลใจจากความใฝ่ฝัน ไม่มีใครเป็นคนกำหนดได้ว่าข้าจะต้อง
ประสบความสำเร็จหรือจะไม่ประสบความสำเร็จ? มีใครห้ามไม่ให้ผู้ฝึกหัด
การจารึกไปค้นหาวัสดุใหม่หรืออย่างไร”
“ฮึ! ดูเหมือนว่าแกไม่กลัวตายจนกว่าแกจะได้เห็นโลงศพตัวเอง! ดี! ดี
มาก วันนี้ข้าจะให้แกถูกตัดสินโดยซิงเซวียนละกัน ข้าไม่เข้าใจมัน ให้นาง
เป็นผู้ทดสอบเขา”
ฉินซิงเซวียนรู้สึกผิดหวัง พี่สาวอาวุโสหวาดระแวงของผู้ชายเสียจริง
แต่มองไปที่ชายหนุ่มคนนี้เขาจะต้องโกหกแน่ๆ เขาเป็นคนหนุ่มสาวและ
สวมใส่ชุดที่เรียบง่ายส่อให้เห็นภูมิหลังของตระกูลที่ไม่ได้โดดเด่นอะไร
และไม่โอกาสที่จะได้เรียนรู้การจารึก แต่ทำไมถึงต้องโหดร้ายต้องเด็กชาย
ขนาดนั้น?
นางกล่าวว่า “พี่สาวหลิง โปรดปล่อยเรื่องนี้ให้ข้าเป็นผู้พิจารณาเอง”
พี่สาวอาวุโสตอบว่า “ซิงเซวียน เจ้าอย่าใจอ่อนเกินไป! เจ้าไม่ถึงการ
ที่เหล่าศิษย์หญิงของเราถูกคุกคามโดยพวกสวะเหล่านี้และเราต่อสู้เพื่อจะ
หยุดพวกเขา! ถ้าเรามีความใจอ่อนและเมตตาแล้ว พวกมันจะสิ้นไปจะมา
ก่อกวนการศึกษาของเหล่าศิษย์หญิงเรื่อยไป! ”
ฉินซิงเซวียนไม่รู้จะทำอย่างไร ที่นางทำได้มีเพียงหาคำถามที่ไม่
ยากจนเกินไป มันน่าจะดีถ้าเขาจะตอบได้ซักข้อหนึ่ง!
“นี่เจ้ารู้หรือไม่ ใครเป็นผู้ก่อตั้งหน่อยจารึกแห่งอาณาจักรลิขิตฟ้า?”
ฉินซิงเซวียนถามด้วยคำถามทั่วไป แต่มันก็ทำให้หลินหมิงเงียบไป
และเกิดความสับสนในหัวของเขา ไอเวรนรกที่ไหนจะไปรู้จักไอ้แก่ผู้ก่อตั้ง
หน่วยจารึกของอาณาจักรลิขิตฟ้า? ความทรงจำแดนเทวะไม่มีความรู้
เล็กๆน้อยๆเช่นนี้และแม้กระทั่งตำราเทคนิคการจารึก: วิธีการเริ่มต้นบน
เส้นทางการจารึก’ก็พูดเพียงความรู้พื้นฐานในแง่ของวิธีการไม่ได้มี
เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของอาณาจักรลิขิตฟ้าอยู่เลย
เมื่อเห็นหลินหมิงชะงัก รอยยิ้มของพี่สาวอาวุโสเติบโตก็สดใสมากขึ้น
นี้จะเป็นการยืนยันสำหรับนางว่าชายชั่วผู้นั้นไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าความ
ชั่วช้าและโรคจิต และนางเองก็อยากจะทรมานคนพาลโฉดชั่วเพื่อความ
สนุกสนานสักเล็กน้อย
“แกคงไม่รู้งั้นสิ? แม้ข้าจะรู้ข้าก็ไม่บอกแก ฮ่าๆ”
หลินหมิงกล่าวอย่างไม่เต็มใจ “ข้าไม่ทราบเรื่องประวัติ แต่ข้ารู้เรื่อง
โอสถและวัสดุ”
โอสถและวัสดุ? นี้มันมีซับซ้อนและความหลากหลายที่แม้แต่ฉินซิงเซ
วียนยังไม่อาจเข้าใจในวัยเพียงเท่านี้ ฉินซิงเซวียนคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่
สมควรที่จะโกหกไปเรื่อยๆ หากเขาผิดเขาควรต้องยอมรับมันและแก้ไข
ทำไมถึงต้องหลอกลวงอย่างต่อเนื่องต่อไป?
ดังนั้นนางจึงถามคำถามที่ยากและลึกซึ้งเพราะนางต้องการที่จะจบ
การสอบสวนที่น่าเบื่อและไร้สาระนี้ หลังจากที่นางมาที่นี่เพื่อศึกษาพิณ
แม้ว่าฉินซิงเซวียนจะใช้ดาบเป็นอาวุธแต่นางก็ไม่หยุดที่จะหาเครื่องดนตรี
อย่างใดซักอย่างหนึ่งมาประกอบ
“งั้นข้าขอถามว่า เจ้าสามารถแสดงการจารึกอักขระ’สั่นสะเทือน’
ขึ้นมาได้หรือไม่”