Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 104 หอกที่น่าตื่นตาตื่นใจ
หลินหมิงกำลังสะสมพลังเอาไว้ ดูจากพลังอำนาจของมันแล้ว การ
โจมตีครั้งต่อไปของเขาจะต้องกวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้แหลกสลาย
ไปในได้คราเดียว
หากสังเกตดีๆแล้ว จะเห็นว่าหอกของหลินหมิงนั้นช้ากว่าดาบของจู
เอี๋ยนหลายเท่า เมื่อจูเอี๋ยนใช้ดาบ3กระบวนท่า หลินหมิงจะใช้หอกได้
เพียงกระบวนท่าเดียวเท่านั้น แต่ที่น่าประหลาดก็คือกระบวนท่าเดียว
ของเขาสามารถสยบทั้งสามกระบวนท่าที่รวดเร็วของจูเอี๋ยนได้
การที่จูเอี๋ยนพยายามจะดิ้นรนต่อสู้กับเขาอยู่ในขณะนี้ช่างไร้
ประโยชน์ยิ่งนัก
ในกลุ่มฝูงชน มีชายอยู่คนหนึ่ง เขาอายุ 30ปี เขาดูการต่อสู้ของ
หลินหมิงกับจูเอี๋ยน และได้แต่ส่ายหัวอย่างผิดหวัง “เฮ้อ… จูเอี๋ยนดู
อ่อนแอเสียจริง การเคลื่อนไหวของเขามีจุดที่ไร้ประโยชน์มากเกินไป เขา
ยังมีข้อบกพร่องอยู่อีกมาก เหว่ย เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”
ชายคนนี้ มีพรสวรรค์การต่อสู้เพียงระดับที่สอง และแม้อายุจะปา
เข้าไปถึง30แล้ว แต่การฝึกฝนของเขาก็อยู่เพียงขั้นที่สาม เขาจึงหันไป
ถามความคิดเห็นจากผู้คุ้มกันของเขา
“นายท่านขอรับ ข้าสังเกตเห็นว่า ดาบของจูเอี๋ยนอ่อนแอลงไปมาก
ในตอนแรกดาบของเขาเต็มไปด้วยพลังปราณที่ทรงอำนาจ แม้แต่ข้าเองก็
ยังไม่มั่นใจว่าจะรับมือกับมันได้หรือไม่”
ผู้คุ้มกันคนนี้เองก็มีอายุ 30 ปีเช่นกัน แต่การฝึกฝนของเขาไปถึงขั้น
ที่ 5 แล้ว เขารู้สึกว่าหากเขาต้องประลองกับจูเอี๋ยน เขาจะมีโอกาสชนะ
เพียงหนึ่งในสามเท่านั้น
“ขนาดเจ้ายังรับมือกับดาบนั่นไม่ได้งั้นรึ” ชายคนนั้นถามด้วยรอยยิ้ม
“เหว่ย เจ้ามั่นใจในตัวเองบ้างสิ นอกจากหลินเซ็นกับต้ากู่และพวกที่อยู่ใน
ระดับเดียวกับพวกเขา คนอื่นๆก็คงไม่ได้แข็งแกร่งซักเท่าไร จูเอี๋ยนเองก็มี
อันดับแค่30เองนี่…” ชายคนนั้นพูดกับผู้คุ้มกันของเขา
บนสนามประลอง พวกเขากำลังสู้กันอยู่แถวๆขอบของเวที ขณะที่
หลินหมิงแทงหอกออกไป จูเอี๋ยนก็หลบไปด้านข้าง หอกของเขาจึงเฉียด
ไปสะกิดโดนแท่นหินที่อยู่บริเวณขอบเวที
เขาชักหอกกลับ แต่สิ่งที่น่าตกใจก็คือแท่นหินที่หอกของหลินหมิ
งเฉียดไปสัมผัสเพียงเล็กน้อยกลับแต่ระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ เศษหิน
กระจายไปทุกทิศทุกทาง
“เกิดอะไรขึ้นหนะ?” ชายคนนั้นมองอย่างงงๆ หลินหมิงไม่ได้แทง
เข้าไปบนหินนั่น เพียงแค่ปลายหอกของเขาเฉี่ยวไปโดยเพียงเล็กน้อย
เท่านั้น
และแท่นหินแท่นยักษ์นั่น กลับแตกละเอียด ไม่มีเศษหินก้อนไหน
เลยที่มีขนาดใหญ่กว่ากำปั้น
ไม่ใช่แค่ชายคนนั้นที่ตกใจ แต่รวมไปถึงทุกๆคนที่อยู่ในสนาม
ประลองแห่งนี้ด้วย ไม่เว้นแม้แต่หลิงเซ็น ต้ากู่ และอาจารย์ของสำนักเจ็ด
แก้นแท้คนอื่นๆ
มันคืออะไรกันแน่?!
การจะทำลายหินนั้นไม่ใช่เรื่องยาก นักสู้ธรรมดาๆก็สามารถทำได้
แต่การที่ปลายหอกเฉี่ยวไปโดนขอบของแท่นหินเพียงเล็กน้อย แต่กลับ
สามารถทำให้แท่นหินทั้งก้อนแต่ละเอียดเป็นเสี่ยงๆเช่นนี้ ไม่มีใครเคยพบ
เคยเห็นมาก่อน แม้แต่มู่อี้ก็ไม่สามารถที่จะทำเช่นนั้นได้
องค์รัชทายาทสงสัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า และเอ่ยคำถาม
ขึ้นมา “ท่านอาจารย์ พลังนั่นมันเป็นอย่างไรกันแน่?”
แม้องค์ชายสามจะมีพื้นฐานการต่อสู้อยู่บ้าง แต่เขาไม่เคยเห็นอะไร
แบบนี้มาก่อน
มู่อี้ส่ายหัว “ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันฝ่าบาท”
จนกระทั่งหินก้อนสุดท้ายตกลงบนพื้น ฝูงชนก็ยังไม่หายตะลึงกับ
เหตุการณ์เมื่อครู่
ถึงจะเป็นศิษย์อันดับต้นๆอย่างหลิงเซ็นและต้ากู่ ก็ยังไม่อาจทำความ
เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้
พลังแบบนั้น หรือว่า…
จูเอี๋ยนมองไปยังเศษซากของหินที่แต่ละเอียด มือของเขาสั่นและ
หน้าซีด “หมัดสลายกระดูก! เจ้าฝึกมันสำเร็จได้อย่างไรกัน?”
จูเอี๋ยนได้ไปที่คลังตำรา และค้นหาดูว่าหลินหมิงเลือกวิชาอะไรไป
ฝึกฝนบ้าง เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหลินหมิงจะสำเร็จวิชาที่มีเนื้อหายสูญ
หายไปถึง70%ได้
ข้ารู้แล้ว ทำไมมันถึงหยุดดาบของซางฉางได้ด้วยมือเปล่า ทั้งหมดนี่
คงเป็นเพราะวิชา ‘หมัดสลายกระดูก’ งั้นสินะ
จูเอี๋ยนเข้าใจถึงสาเหตุที่การหายใจของเขาถูกรบกวน ทำให้เขาไม่
สามารถต่อสู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
หลินหมิงฝึกฝนมันจนสำเร็จได้อย่างไร?!
แต่สำหรับเหล่าฝูงชนที่ไม่รู้ถึงวิชาที่หลิงหมิงได้ยืมมาจากคลังตำรา ก็
ได้แต่งงกันต่อไป…
แต่สำหรับเหล่าศิษย์ในสำนักเจ็ดแก่นแท้ เมื่อได้ยินคำของจูเอี๋ยนที่
เอ่ยชื่อวิชานั้นออกมา หัวใจของพวกเขาแทบตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ก่อนที่หลินหมิงจะมีชื่อเสียง ไม่เคยมีศิษย์คนใดรู้จักวิชานี้มาก่อน จน
กระทั้งวันที่หลินหมิงเอาชนะซางฉางได้ ชื่อของวิชานี้ถึงจะได้ยินไปถึงหู
ของพวกเขา แต่ด้วยการที่เนื้อหาของมันสูญหายไปถึง70% มันจึงไม่ได้
เป็นที่นิยมซักเท่าไร แต่สำหรับวิชา ‘ศิลปะการต่อสู้ด้วยหอก’ และ
‘พื้นฐานการเคลื่อไหว’ วิชาทั้งสองนี้กลายเป็นวิชายอดนิยมในชั่วข้ามคืน
ต่อให้ศรัทธาและนับถือบูชาหลินหมิงขนาดไหน ก็ไม่มีใครคิดที่จะ
เลือกเอาวิชาที่มีเนื้อหาสูญหายไปถึง70%ไปฝึกฝนหรอก ไม่มีใครโง่พอจะ
ทำเช่นนั้น
วิชา ‘หมัดสลายกระดูก’ ก็เป็นแค่วิชาระดับต่ำ และยังขาดส่วนที่
สำคัญที่สุด ซึ่งก็คือวิธีการฝึกฝนไปอีก ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่จะไม่มีใครรู้
ถึงอานุภาพที่แท้จริงมันได้
ยิ่งเป็นวิชาระดับที่สูงขึ้นก็ยิ่งฝึกฝนได้ยากขึ้น สาเหตุที่ ‘หมัดสลาย
กระดูก’ ถูกจัดให้เป็นวิชาระดับต่ำก็เพราะความไม่สมบูรณ์ของมัน หาก
มันมีความสมบูรณ์ถึง100%แล้ว มันอาจจะอยู่ในระดับเดียวกับ ‘ผ่าดวง
ดาราสวรรค์’ เลยก็เป็นได้ ไม่มีใครคิดจะเอาเวลาไปเสี่ยงที่จะฝึกฝนกับ
วิชาที่ยากที่จะฝึกฝนได้สำเร็จเช่นนี้
และส่วนที่สูญหายไปยังเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับการเริ่มต้นอีก
ด้วย ไม่มีทางที่จะเริ่มทำความเข้าใจมันจนไปถึงส่วนหลังที่มีเนื้อหา30%
ของมันได้
วิชาที่มีเนื้อหาในตอนต้นสูญหายไปถึง70% มันแทบจะเป็นวิชาที่ไร้
ค่า ถึงกระนั้นสำนักเจ็ดแก่นแท้ก็ยังคงเก็บมันไว้ในคลังตำราชั้นนอก ทั้งๆ
ที่ควรจะโยนมันทิ้งไปตั้งนานแล้ว
ใครที่เห็นหลินหมิงเลือกวิชานี้ไปต่างก็ไม่เห็นด้วยกับเขา ไม่มีใครซัก
คนที่คิดว่าหลินหมิงจะฝึกมันได้สำเร็จ แต่ในที่สุดเขาก็ทำมันได้สำเร็จ
เขายังเป็นคนอยู่หรือป่าวเนี้ย?!
ตั้งแต่อาณาจักรนี้ถูกก่อตั้งขึ้นมา ก็พึ่งมีหลินหมิงที่แหละที่ทำอะไร
แบบนั้นได้ เขาไม่ต่างอะไรกับเทพเจ้าเลย
เรื่องราวของเขาจะต้องกลายเป็นตำนาน…
ไม่แปลกใจเลยที่หลินหมิงสามารถพัฒนาได้รวดเร็วขนาดนั้นในชั่ว
หนึ่งเดือนที่ผ่านมา…
องค์ชายสิบรู้ถึงอานุภาพของ ‘หมัดสลายกระดูก’ เป็นอย่างดี เขารู้
ว่ามันทรงพลังเพียงใด
เขามองไปที่หลินหมิง สีหน้าของเขาดูมืดมนและเป็นกังวล
ถ้าหากเขาต้องเป็นศัตรูกับลินหมิง หลิงหมิงจะเป็นอุปสรรคขนาด
ใหญ่ที่ขัดขวางการยึดบัลลังค์ของเขา
ในตอนนี้เรื่องแพ้ชนะไม่สำคัญอีกแล้ว แม้ว่าหลินหมิงจะแพ้ แต่
ชื่อเสียงของเขาก็ยังโด่งดังไปทั่ว
จูเอี๋ยนได้สูญเสียความกล้าหาญที่จะต่อสู้ไปแล้ว ต่อให้วันนี้เขา
บังเอิญเอาชนะหลินหมิงได้ เขาก็มันใจว่าในอีกไม่กี่สิบวัน หลินหมิง
จะต้องเหนือกว่าเขาอย่างที่ไม่มีทางที่เขาจะไล่ตามหลินหมิงได้ทันอีก
“ฆ่ามันเลยสิ!” ความคิดหนึ่งบังเกิดขึ้นจากด้านมืดแห่งจิตใจของจู
เอี๋ยน
ก่อนที่มันจะฝึกฝนจนแข็งแกร่งไปมากกว่านี้ ฆ่ามันซะก็สิ้นเรื่อง
แต่การจะฆ่าใครซักคนในสำนักเจ็ดแก่นแท้นั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก
และหากถูกจับได้ แน่นอนว่าจะต้องถูกประหารอย่างแน่นอน ไม่แน่ว่า
อาจรวมถึงคนในตระกูลของคนๆนั้นด้วย
แต่ถ้าหากเป็นการฆ่าที่ถูกเหมือนเหตุบังเอิญที่เกิดขึ้นในการประลอง
ล่ะ โทษของมันคงไม่ถึงประหารหรอก ยิ่งเป็นการต่อสู้ของผู้ที่มีฝีมือใน
ระดับเดียวกัน เหตุการณ์เช่นนั้นย่อมสามารถเกิดขึ้นได้ เขาแค่ต้องทำตัว
ให้ใสซื่อและแนบเนียนเสมือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญ มิใช่
ความตั้งใจของเขา