Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 105 กระหน่ำ!
“แม้ข้าจะต้องถูกลงโทษ แต่ถ้าทำให้หลินหมิงตายได้ มันก็คุ้มค่า…”
“การพลั้งมือฆ่าคู่ต่อสู้ในการประลอง สำนักเจ็ดแก่นแท้คงไม่ลงโทษ
ถึงขั้นประหาร อย่างร้ายแรงก็คงเป็นการคุมขังตลอดชีวิต แน่นอนว่าองค์
ชายสิบสามารถเข้ามาช่วยข้าให้รอดออกมาได้ ข้าแค่จะกลายเป็นบุคคล
หายสาบสูญไปก็เท่านั้น”
สำหรับจูเอี๋ยนแล้ว การกลายเป็นบุคคลหายสาบสูญก็ไม่ได้มีผลอะไร
กับเขา ถึงมันจะดูน่าสมเพชและเสียศักดิ์ศรีอยู่บ้างก็ตาม แต่เพื่อที่จะได้
สังหารหลินหมิง มันก็ถือว่าคุ้ม
นี่เป็นโอกาสที่เขาจะได้ลงมือสังหารหลินหมิงอย่างโจ่งแจ้ง
แต่ติดปัญหาก็ตรงที่ว่า เขามีพลังมากพอจะทำเช่นนั้นให้สำเร็จหรือ
ป่าว เขาไม่ค่อยมั่นใจในจุดนี้ซักเท่าไร
“ข้ายังมีกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ แม้ในตอนนี้ข้าจะยังควมคุม
พลังของมันได้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจเป็นอันตรายหากข้าฝืนใช้มัน แต่ในเวลา
นี้ข้าไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว”
สีหน้าของจูเอี๋ยนดูจริงจังขึ้นมา เขารวบรวมพลังปราณทั้งหมดไปไว้
ที่ดาบอัคคีโลหิต ทำให้มันเปล่งพลังอำนาจที่ร้ายแรงออกมา
“จูเอี๋ยนคิดจะจบการประลองในครั้งนี้แล้วสินะ?”
หลังจากที่ได้เห็นวิชาที่ทรงพลังอย่าง ‘หมัดสลายกระดูก’ ของหลินห
มิง ไม่แปลกเลยที่จูเอี๋ยนจะใช้วิชาที่ทรงพลังที่สุดของเขาบ้าง
หลินหมิงยิ้มออกมา เขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากจูเอี๋ยน
เขาเองก็รวบรวมพลังไปที่หอกทะลวงสายรุ้งเพื่อปะทะกับจูเอี๋ยนอยู่
เช่นกัน
ตอนนี้พลังปราณทั้งหมดของหลินหมิงถูกถ่ายเทไปยังหอกทะลวง
สายรุ้งแล้ว
“การต่อสู้ในวันนี้ เป็นการต่อสู้ที่สำคัญที่สุดในชีวิตของข้า จูเอี๋ยนก็
เป็นศัตรูที่ชั่วร้ายที่ข่มเหงข้าและตระกูลของข้ามานับครั้งไม่ถ้วน ข้า
จะต้องเอาชนะเขาเพื่อเติมเต็มจิตวิญญาณของตระกูลหลินของข้า”
ขณะที่หลินหมิงเดินเข้ามา พื้นหินอ่อนที่อยู่ใต้เท้าของเขาก็แตกร้าว
แขนของเขาขนานไปกับหอก นี่คือกระบวนท่าพื้นฐาน ‘สะพานเหล็กกั้น
แม่น้ำ’
หอกในมือของเขาดูแข็งแกร่งราวกับภูผาที่ไม่มีทางสั่นคลอน
“นี่มันท่าหอกพื้นฐาน ‘สะพานเหล็กกั้นแม่น้ำ’!”
“โอ้สวรรค์ ในที่สุดก็ได้เห็นกระบวนท่านี่อีกครั้ง” หญิงสาวที่อายุ
น้อยกว่าหลินหมิงประมาณครึ่งปีพูดขึ้น
สำหรับพวกนางแล้ว หลินหมิงก็เปรียบเสมือนวีรบุรุษผู้กล้า
ตั้งแต่ตอนที่หลินหมิงสามารถล้มซางฉางด้วยกระบวนท่าพื้นฐาน ก็มี
ศิษย์หลายคนที่เอาเขาเป็นต้นแบบ และฝึกฝนตามเขา
มันเป็นเหมือนกับปาฏิหาริย์!
ด้วยกระบวนท่า ‘สะพานเหล็กกั้นแม่น้ำ’ ที่แข็งแกร่งของหลินหมิง
ทุกสรรพสิ่งที่เข้ามาปะทะจะต้องแหลกสลาย
พลังที่จะสยบทั้งหมื่นกระบวนท่าจากคู่ต่อสู้ทั้งปวง
มนุษย์ในรุ่นราวคราวเดียวกันที่สามารถจะใช้เพียงกระบวนท่า
พื้นฐานต้านการโจมตีของจูเอี๋ยนได้ก็คงจะมีแต่หลินหมิง
เมื่อได้เห็นกระบวนท่านั้น จูเอี๋ยนก็สับสนเล็กน้อย
หากเป็นในสถานการณ์ปกติแล้ว เขาอาจจะดูถูกที่หลินหมิงจะใช้
เพียงแค่กระบวนท่าพื้นฐานเพื่อรับมือกับกระบวนท่าสุดยอดของเขา แต่
ในตอนนี้เขาจะไม่ประมาทอีกต่อไป
“ย๊ากกก” จูเอี๋ยนคำราม พลังปราณที่อัดแน่นอยู่ในดาบของเขา
ร้อนแรงดั่งเพลิงนรกโลกันต์ ทุกๆสิ่งโดยรอบจะต้องมอดไหม้เป็นเถ้าธุลี
แม้แต่เสื้อของเขาเอง…
จูเอี๋ยนฉีกเสื้อออกราวกับฉีกเศษกระดาษ เศษผ้าอาบเปลวเพลิงถูก
โยนลงมาบนพื้น เผยให้เห็นกล้ามเป็นมัดๆ และด้วยพลังปราณที่ร้อนแรง
ของเขา ผิวกายของเขาก็กลายเป็นสีแดงเดือด
ดาบอัคคีโลหิต ถูกเพลงไฟแผดเผาจนมีสีแดงส่องสว่างออกมา
สำหรับทักษะนี้ หากไม่สามารถใช้ได้อย่างสมบูรณ์แล้วจะเป็นอันตรายต่อ
ผู้ใช้มัน แม้เขายังยังไม่ได้รับผลของมันในตอนนี้ แต่ในอีกไม่นานความ
เจ็บปวดที่ถูกเผาไหม้จากภายในราวกับเข็มเพลิงนับพันฝังอยู่ในร่างจะ
เกิดขึ้นกับเขาอย่างแน่นอน
จูเอี๋ยนทะยานไปกลางอากาศ เขาจับดาบด้วยสองมือไว้เหนือหัว
พลังปราณแห่งเพลิงอันร้อนระอุเริ่มก่อตัวเป็นรูปดอกบัว
“ดอกบัวเพลิงนรกโลกันต์!”
ดอกบัวเพลิงนั่น นอกจากจะอัดแน่ไฟด้วยพลังปราณแห่งไฟแล้ว มัน
ยังดูดซับพลังจากแสงอาทิตย์มาเพิ่มพลังของมันอีกด้วย
ตอนนี้หลินหมิงมีจิตใจสงบนิ่ง ไม่มีอะไรที่จะสามารถสั่นคลอนจิตใจ
และสมาธิของเข้าได้
พลังปราณทั้งหมดของเขาถูกรวมรวบไปไว้ที่หอกและพลังปราณที่
อัดแน่นอยู่ในหอกเหล่านั้นก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หลินหมิงพุ่ง
ออกไปหาจูเอี๋ยนพร้อมหอกของเขา
ปัง!!
หอกทะลวงสายรุ้งของหลินหมิงปะทะเข้ากับ ‘ดอกบัวเพลิงนรกโล
กันต์’ เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับพื้นที่ของลานประลองที่
แตกเป็นเสี่ยงๆ
หลังจากการระเบิดอย่างรุนแรงของพลังปราณที่เข้าปะทะกันทั้งสอง
เผยให้เห็นร่างของจูเอี๋ยนนอนอาบเลือดหมดสติอยู่บนพื้น ไม่มีใครรู้ว่าเขา
จะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
แต่ในด้านของหลินหมิงเอง สภาพของเขาก็ไม่สู้ดีนัก เขาบาดเจ็ก
หนักจากการปะทะเมื่อครู่ เขากระเด็นออกมาหลายก้าวก่อนจะพยุงร่าง
เอาไว้ด้วยหอกอย่างยากลำบาก
เขาเกือบจะกระอักเลือดออกมา แต่ด้วย ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ จึง
ทำให้เขายังฝืนเอาไว้ได้
“เป็นการปะทะกันของพลังปราณที่รุนแรงเสียจริง และพลังเพลิง
จากดอกบัวนั้นยังสามารถทะลุทะลวงการป้องกันด้วยพลังปราณ
สั่นสะเทือนของข้าได้อีก หากข้าไม่ได้มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นที่สาม
ข้าคงบาทเจ็บสาหัสหรือพิการไปแล้ว”
“กระบวนท่าของจูเอี๋ยนเมื่อครู่ ได้ใช้พลังปราณทั้งหมดของเขาไป
แล้ว อาการบาดเจ็บของเขาคงรุนแรงน่าดู”
…
ชู่ ชู่!
เสียงเปลวเพลิงเล็กๆมอบดับ ความเงียบสงบกลับมาปกคลุมลาน
ประลองอีกครั้ง
การต่อสู้ของจอมยุทธขั้น4และขั้น5 รุนแรงได้ถึงขนานนี้เลยอย่างนั้น
หรือ?!
แม้แต่จูเอี๋ยนที่เป็นนักสู้ระดับหัวกระทิของสำนักเจ็ดแก่นแท้ หลินห
มิงก็ยังสามารถที่จะเอาชนะเขาได้
“จูเอี๋ยนตายหรือยังนะ?”
“นั่นคงจะเป็นกระบวนท่าที่ทรงพลังที่สุดของเขา จริงๆแล้ว ‘ดอก
บังเพลิงนรกโลกันต์’ มันไม่ใช่วิชาสำหรับนักสู้ขั้นที่5 เขาไม่ควรที่จะใช้มัน
เช่นนั้น”
“การใช้พลังจนเกินขีดจำกัดจะส่งผลเสียต่อการฝึกฝนการต่อสู้ใน
ระยะยาว เขายอมที่จะทำให้เกิดผลเสียที่ร้ายแรงเช่นนั้นเพื่อที่จะเอาชนะ
หลินหมิง แต่ที่สุดแล้วจูเอี๋ยนก็ยังแพ้อยู่ดี หลินหมิงนี่น่ากลัวจริงๆ”
เหล่าผู้ชมที่มีการฝึกฝนระดับสูงๆ สามารถที่จะเห็นการปะทะกันใน
ครั้งสุดท้ายอย่างชัดเจน สิ่งที่พวกเขาเห็นทำให้เกิดความสงสัยขึ้น
“น่าแปลกจริงๆ นักสู้ที่มีเพียงพรสวรรค์ระดับสาม ไม่มีทางที่จะมี
พัฒนาการที่รวดเร็วได้ขนาดนี้ เพียงแค่สองเดือนเขาสามารถที่จะเข้าห้อง
สวรรค์ได้แล้วจริงๆหรือนี่ เขายังอายุแค่15ปีอยู่เลย”
“ข้าคาดว่า เป็นไปได้สูงที่เขาจะสามารถเข้าถึงเจตจำนงนักสู้ได้”
“เจตจำนงนักสู้รึ มันคืออะไรกันแน่?”
“เอ่อ ข้าก็แค่เคยได้ยินเกี่ยวกับมัน ข้าไม่รู้ถึงรายละเอียดของมัน
หรอก”
ศิษย์จากห้องมนุษย์กำลังคุยกัน แต่บทสนทนาของพวกเขาก็ได้ยินถึง
หูของศิษย์ในห้องสวรรค์คนหนึ่ง เขาเบิกตากว้าง “พวกเจ้าว่าอย่างไรนะ
หลินหมิงเข้าถึงเจตจำจงแห่งการต่อสู้ได้อย่างนั้นหรือ?”
“อืม… ใช่” ศิษย์จากห้องมนุษย์ตอบกลับไปแบบงงๆ
“ใครบอกพวกเจ้า?!”
ศิษย์จากห้องสวรรค์ถามด้วยความอยากรู้ ทำให้ศิษย์จากห้องมนุษย์
รู้สึกหวาดกลัว มันก็เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับศิษย์ห้องมนุษย์ที่ต้อง
เผชิญหน้ากับศิษย์ในห้องสวรรค์
“ข้าได้ยินมาจากผู้คุมน้ำตกเยือกแข็ง ศิษย์พี่จื่อตง”
“จื่อตงงั้นเรอะ?!” แม้ว่าการฝึกฝนของเขาจะยังไม่ถึงขั้นผสานชีพจร
แต่เขาทำงานกับสำนักเจ็ดแก่นแท้มานานแล้ว มันคงไม่ผิดแน่
หลินหมิงได้เข้าถึงเจตจำนงนักสู้แล้วสินะ
ช่างเป็นคนที่น่ากลัวเหลือเกิน!
ในขณะนี้ หน่วยปฐมพยาบาลก็ได้มาถึง พวกเขาช่วยกันรักษา
เยียวยาอาการบาดเจ็บของจูเอี๋ยน แต่หลินหมิงไม่คิดแม้แต่จะหันกลับไป
ดูอาการของมัน เขาเดินลงจากเวทีอย่างเหนื่อยล้า
พลังที่หลินหมิงได้แสดงออกในครั้งนี้ ทำให้หลายคนรู้สึกกดดันอยู่ไม่
น้อย
เมื่อหลินหมิงเดินลงมา เหล่าผู้คนที่อยู่ด้านหน้าของเขาต่างหลีกทาง
ให้อย่างพร้อมเพรียง สำหรับคนที่มีเขาเป็นต้นแบบ ก็ยิ่งศรัทธาในตัวของ
หลินหมิงมากขึ้นไปอีก
“หลินหมิง ข้าขอแสดงความยินดีด้วย” องค์รัชทายาท หยางหลิน
ลุกขึ้นจากที่นั่งและยิ้มต้อนรับอย่างอบอุ่น นี่เป็นการกระทำที่แสดงให้
เห็นว่า เขาไม่ได้ตัดสินคุณค่าของนักสู้จากระดับพรสวรรค์
ภาค 2 ดาวรุ่งแห่งอาณาจักรลิขิตฟ้า