Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 119 ทุ่งดอกไม้ใต้พายุที่โหมกระหน่ำ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 119 ทุ่งดอกไม้ใต้พายุที่โหมกระหน่ำ
หลินหมิงวางเกราะลงบนแท่นจารึก และก้าวถอยหลังออกมา ทุก
สายตาต่างจับจ้องไปที่เขาด้วยความสงสัยว่า เขาจะทำอย่างไรต่อไป
การจะทำลายอาคมด้วยอาวุธนั้น ใช้อาวุธประเภทมีดแกะสลักที่มี
ความละเอียดอ่อนและความแม่นยำสูงจะดีที่สุด เพราะการทำลายอาคม
จำเป็นต้องใช้ฝีมือและความแม่นยำที่สูง การที่เขาเอาหอกมาใช้ทำลาย
อาคมเช่นนี้มันไม่เหมาะสมเอาเสียเลย
ตอนนี้หลินหมิงชี้หอกไปที่เกราะและพุ่งทะยานออกไป การถ่ายเท
พลังเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ
ด้วยพลังที่ถ่ายเทออกมาอย่างสมบูรณ์แบบเช่นนี้ มันอาจจะรุนแรง
เกินไปและจะทำให้เกราะเสียหายได้
ชายเจ้าของเกราะ เบิกตากว้าง เขาอยากจะตะโกนบอกให้เจ้าเด็กนี่
หยุด แต่ก่อนที่เขาจะพูดออกมา พละกำลังมหาศาลที่ถูกถ่ายเทไปยังหอก
ก็ถูกยับยั้งเอาไว้อย่างฉับพลัน หอกยังไม่ได้สัมผัสกับตัวเกราะ ยังเหลือ
ระยะห่างอยู่อีกประมาณครึ่งนิ้ว
ชายเจ้าของเกราะอึ้งจนพูดไม่ออก นี่เป็นการถ่ายเทพลังที่แม่นยำจน
น่าเหลือเชื่อ
การที่จะให้ถ่ายเทพลังทั้งหมดลงไปบนหอกได้อย่างสมบูรณ์ก็ถือว่า
ยากแล้ว แต่เด็กหนุ่มคนนี้ยังสามารถที่จะหยุดพลังทั้งหมดที่ถ่ายเท
ออกไปได้อย่างฉับพลันอีก แม้แต่เขาที่มีการฝึกฝนขั้นผสานชีพจรยังไม่
สามารถทำได้ง่ายๆถ้าไม่ได้ฝึกฝนในลักษณะนั้นมาก่อน
แต่เขาทำไปเพื่ออะไร? อักขระอาคมก็ไม่ได้ถูกทำลาย หรือว่าเขาแค่
ต้องการแสดงทักษะหอกของเขาเฉยๆ
แม้แต่หวังหวนจี่ก็ยังไม่รู้ว่าหลินหมิงทำไปเพื่ออะไร? เขาเองก็สงสัย
เช่นเดียวกับชายเจ้าของเกราะคนนั้น
ในตอนนี้หลินหมิงพุ่งหอกเข้าไปหาเกราะอย่างรุนแรงอีกครั้ง และ
หอกก็ถูกหยุดเอาไว้อย่างฉับพลันก่อนจะถึงตัวเกราะด้วยระยะห่างเล็กๆ
เช่นเดิม
จากนั้นหลินหมิงก็พุ่งหอกออกไปอีกครั้งเป็นครั้งที่สาม ในแต่ละหอก
ของเขานั้นจะมีความเร็วเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นการพุ่งหอกที่ดูรุนแรงดุจ
พายุสวรรค์ นี่เป็นทักษะหอกพื้นฐานอีกทักษะหนึ่ง ‘ทุ่งดอกไม้ใต้พายุที่
โหมกระหน่ำ’
หลินหมิงนั้นอยู่ในระดับอัจฉริยะในด้านการต่อสู้ พละกำลังของเขา
สูงกว่าใครๆที่มีอายุเท่าเทียมกัน ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีความรู้ความเข้าใจ
ในด้านการจารึกอย่างลึกซึ้ง เขาไม่ต่างอะไรกับเทวดากลับชาติมาเกิด
แล้วในตอนนี้คนอย่างเขากำลังทำอะไรอยู่?!
หลินหมิงพุ่งหอกออกไปซ้ำแล้วซ้ำอีก ในแต่ละครั้งก็เร็วขึ้นและเร็ว
ขึ้น ตอนนี้เขาก็ทำเช่นนั้นมากว่าร้อยครั้งแล้ว ด้วยหอกขนาด800จิน การ
จะทำเช่นนี้ต้องใช้กล้ามเนื้อที่แข็งแรงและเป็นผู้ที่ฝึกการใช้หอกมาจน
ชำนาญเท่านั้นถึงจะทำได้
ตอนนี้หวังหวนจี่เริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่างแล้ว ทุกๆครั้งที่หอก
ของเขาแทงไปจนเกือบจะสัมผัสกับตัวเกราะจะมีพลังปราณบางส่วนที่ถูก
ส่งผ่านหอกเข้าไปในตัวเกราะด้วย
และหวังหวนจี่แปลกใจเป็นที่สุดก็คือ เขาสัมผัสได้ว่าอาคมที่สลักลง
ไปในโครงสร้างของเกราะกำลังค่อยสลายไป
เขาทำเช่นนั้นได้อย่างไรกัน?!
ทั้งชีวิตในการเป็นนักจารึกของหวังหวนจี่ยังไม่เคยเห็นปรากฏการณ์
ที่เป็นเหมือนกับปาฏิหาริย์เช่นนี้มาก่อน เขาได้แต่มองดูการกระทำของ
หลินหมิงต่อไปอย่างพูดไม่ออก
ในแต่ละครั้งที่พลังปราณของหลินหมิงถูกส่งเข้าไปในตัวเกราะ พลัง
ปราณเหล่านั้นจะแต่ออกเป็นอณูเล็กๆแทรกซึมไปตามจุดต่างๆของตัว
เกราะ นี่เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ โดยทั่วไปแล้วพลังปราณไม่ได้มีคุณสมบัติที่
จะทำเช่นนั้นได้
แน่นอนว่า ที่พลังปราณของเขาสามารถแต่ออกเป็นอณูเล็กๆแทรก
ซึมไปในตัวเกราะได้ก็เพราะ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ และ ‘ลื่นไหลดุจแพร
ไหม’ นอกจากนี้พลังปราณเหล่านั้นยังถูกโคจรและควบคุมอย่างสมบูรณ์
แบบเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ เป็นวิชาที่ใช้ควบคุมพลังต่างๆในร่างกาย
รวมถึงพลังปราณด้วย แม้จะสามารถสำเร็จวิชานี้ได้เพียงขั้นแรก แต่มันก็
สามารถทำให้หลินหมิงควบคุมพลังปราณได้อย่างสมบูรณ์
ลำพังเพียงแค่พลังปราณอย่างเดียวคงไม่มีพลังทำลายมากพอ จึง
จำเป็นต้องใช้วิชา ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ ทำให้พลังปราณสั่นสะเทือนและ
เกิดพลังทำลายล้างขึ้นมา
ในเวลานี้หวังหวนจี่รับรู้ถึงสาเหตุที่อาคมเริ่มสลายตัวแล้ว มันเป็น
เพราะพลังปราณที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงนั่น
การสั่นสะเทือนของพลังปราณสามารถทะลวงการป้องกันได้ และยัง
สามารถส่งผ่านไปยังสิ่งอื่นๆได้อีกด้วย และถ้าหากมีพลังสั่นสะเทือนที่
รุนแรงมากๆ ก็จะก่อให้เกิดพลังทำลายล้างมหาศาล
นี่เป็นสาเหตุที่แท่นหินข้างๆสนามประลองที่ถูกหอกของหลินหมิง
เฉี่ยวไปเพียงเล็กน้อยแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทั้งหมดเป็นเพราะพลังปราณที่
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงถูกส่งผ่านหอกเข้าไปในแท่นหิน จนเกิดแรง
ระเบิดจากภายในกลายเป็นเศษหินชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับไม่ถ้วน
ถ้าหากเขาสามารถใช้ ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ ได้อย่างชำนาญแล้วละก็
หอกที่เฉี่ยวไปสัมผัสก็แท่งหินเช่นนั้น สามารถเปลี่ยนแท่นหินให้กลายเป็น
ผงเท่าธุลีได้ในทันที
แน่นอนว่าในตอนนี้หลินหมิงยังห่างไกลกับขั้นนั้นอีกหลายก้าวนัก
ถ้าหากเขามีพลังในระดับเดียวกับปรมาจารย์ในความทรงจำจากแดนเท
วะแล้วล่ะก็ เขาสามารถทำลายอาคมที่สลักในอุปกรณ์เช่นนี้ได้ทั้ง
อาณาจักรในหอกครั้งเดียว
เมื่อหวังยู้ฮานเห็นสีหน้าของท่านปู่ที่อึ้งอยู่กับการกระทำของหลินห
มิง นางก็ส่งกระแสปราณไปถามปู่ของนาง “ท่านปู่ หลินหมิงกำลังทำ
อะไรอยู่หรือ? ”
“ส่งพลังวิญญาณเข้าไปในเกราะนั่นสิ แล้วเจ้าก็จะเข้าใจเอง”
ด้วยความสงสัย นางจึงส่งพลังวิญญาณเข้าไปในเกราะตามที่ปู่ของ
นางบอก ทำให้นางสัมผัสได้ถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายในตัวเกราะนั่น
“ท่านปู่…เรื่องแบบนี้มันเป็นไปได้อย่างไร? อาคมมันกำลังค่อยๆ
สลายออกไป!!”
หวันหวนจี่ส่ายหัวแล้วยิ้มแห้งๆ “นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ปู่เห็น
ปรากฏการณ์เช่นนี้เหมือนเจ้านั่นแหละ ปู่ขอเดาว่ามันเป็นเพราะพลัง
ปราณแบบพิเศษ ที่สามารถแตกออกเป็นอณูเล็กๆได้ของหลินหมิง พลัง
ปราณอณูเล็กๆเหล่านนั้นแทรกซึมไปทำลายอาคมนั่นทีละนิดๆ นี่เป็น
การควมคุมพลังปราณในระดับที่สูงจนน่าเหลือเชื่อ”
หวังยู้ฮานไม่ได้ถามอะไรต่อ นางหลับตาและสัมผัสถึงสิ่งที่เกิดขึ้นใน
เกราะตัวนั้น แต่ถึงนางจะพยายามเท่าไร นางก็ยังรับรู้ได้เพียงส่วนเล็กๆ
เท่านั้น ไม่ได้ระเอียดเท่ากับที่ปู่ของนางได้กล่าวเอาไว้
เหมือนกับว่ามีขอบเขตบางๆกั้นเอาไว้ไม่ให้นางรับรู้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
ทั้งหมดภายในเกราะ นางคงจะต้องฝึกฝนอีกไม่น้อยเพื่อที่จะสามารถรับรู้
ได้ดีเท่ากับปู่ของนาง
หลังจากเวลาผ่านครึ่งก้านธูป หลินหมิงก็พุ่งหอกออกไปทั้งหมด600-
700ครั้ง
ตอนนี้หลินหมิงได้หยุดลงแล้ว เขาเก็บหอกเข้าไปในแหวนมิติ
สำหรับตัวเกราะ ไม่ได้มีความเสียหายใดใดเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
เขาทำสำเร็จแล้ว แม้ ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ ที่ทำให้พลังปราณ
สั่นสะเทือนจะมีพลังทำลายอยู่ แต่มันก็ถูกควบคุมเอาไว้อย่างดี จนไม่ได้
สร้างความเสียหายอะไรต่อโครงสร้างของเกราะ
เหตุการณ์ตรงหน้าทำให้หวังหวนจี่ตกใจเป็นอย่างมาก แม้แต่นักเล่น
แร่แปรธาตุที่สามารถควบคุมพลังปราณได้อย่างยอดเยี่ยม ก็ยังต้องทึ่งเมื่อ
มาเห็นการควบคุมพลังปราณของหลินหมิง
หลังจากที่ทำลายอาคมอันเก่าทิ้งไปแล้ว หลินหมิงก็ไม่ได้รีบวาด
อาคมอันใหม่ใส่เข้าไป เขาโคจร ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ เพื่อฟื้นพลัง
ปราณของเขาก่อน
‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ มีพลังที่น่ากลัวมาก มันสามารถใช้ฟื้นฟูพลัง
ปราณให้กลับมาได้อย่างรวดเร็ว เพียงเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป เขาก็ฟื้น
พลังปราณที่เสียไปทั้งหมดกลับมาได้สำเร็จ เขาหยิบกระดาษออกมาและ
เริ่มจดชื่อของวัตถุดิบที่ต้องใช้ลงไป
หลังจากที่เขาจดเสร็จแล้ว เขาก็ยื่นมันไปให้หญิงสาวที่มาต้อนรับเขา
ในตอนแรก และกล่าวว่า “รบกวนช่วยเตรียมวัตถุดิบเหล่านี้ให้ข้าด้วย”
“เอ่อ… ได้” หญิงคนนั้นรับกระดาษไป
ในตอนนั้นหวังยู้ฮานก็พูดขึ้นมา “ข้าจะไปด้วย”
ตอนนี้นางเป็นผู้ช่วยของหลินหมิงแล้ว และนั้นก็เป็นหน้าที่หลักของ
ผู้ช่วยนักจารึกอย่างนาง
สมาคมจารึกเป็นสถานที่ที่มีวัตถุดิบเยอะที่สุดในอาณาจักรลิขิตฟ้า
แม้วัตถุดิบที่หลินหมิงต้องการจะเป็นวัตถุดิบหายาก แต่มันก็ยังมีอยู่ใน
สมาคมจารึกแห่งนี้
อาคมที่หลินหมิงจะวาดใส่ลงไปใหม่มีชื่อว่า ‘ปราการหิมะเยือกแข็ง’
อาคมชนิดนี้เหมาะสำหรับชุดเกราะเป็นอย่างมาก นอกจากจะ
สามารถเพิ่มความเร็วในการโคจรพลังปราณแล้ว ยังสามารถดูดซับแรง
กระแทกได้ด้วย ถ้าหากเป็น ‘ปราการหิมะเยือกแข็ง’ แบบดั่งเดิม เมื่อ
ศัตรูโจมตีเข้ามาและปะทะเข้ากับเกราะจะทำให้ความเร็วของศัตรูคนนั้น
ลดลงอีกด้วย
แต่ ‘ปราการหิมะเยือกแข็ง’ แบบดั้งเดิมต้องใช้วัตถุดิบหลายชนิดที่
หายากอย่างยิ่ง ไม่มีทางที่จะมีวัตถุดิบเหล่านั้นในสมาคมจารึก และยังมี
โอกาสล้มเหลวที่ค่อนข้างสูง หลินหมิงจึงจะใช้แบบย่อให้ง่ายลง ให้มีแค่
คุณสมบัติการเพิ่มความเร็วในการโคจรพลังปราณและดูดซับแรงกระแทก
ก็เพียงพอ
“นำผลึกแห่งดวงดาว15กรัมผสมเข้ากับเลือดปีศาจระดับสามตั้งทิ้ง
ไว้ก่อน และเอาน้ำที่กลั่นจากหญ้ากระดูกดำไปผสมเข้ากับน้ำเยือกแข็ง
แห่งฤดูใบไม้ผลิ ในอัตราส่วนหนึ่งต่อสาม…..” หลินหมิงส่งกระแสปราณ
ไปบอกหวังยู้ฮานอย่างระเอียด เพราะแต่ละขั้นตอนนั้นซับซ้อนและต้อง
ทำให้ถูกต้องแม่นยำ จะผิดพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
…
…
…
หลินหมิงวางเกราะลงบนแท่นจารึก และก้าวถอยหลังออกมา ทุก
สายตาต่างจับจ้องไปที่เขาด้วยความสงสัยว่า เขาจะทำอย่างไรต่อไป
การจะทำลายอาคมด้วยอาวุธนั้น ใช้อาวุธประเภทมีดแกะสลักที่มี
ความละเอียดอ่อนและความแม่นยำสูงจะดีที่สุด เพราะการทำลายอาคม
จำเป็นต้องใช้ฝีมือและความแม่นยำที่สูง การที่เขาเอาหอกมาใช้ทำลาย
อาคมเช่นนี้มันไม่เหมาะสมเอาเสียเลย
ตอนนี้หลินหมิงชี้หอกไปที่เกราะและพุ่งทะยานออกไป การถ่ายเท
พลังเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ
ด้วยพลังที่ถ่ายเทออกมาอย่างสมบูรณ์แบบเช่นนี้ มันอาจจะรุนแรง
เกินไปและจะทำให้เกราะเสียหายได้
ชายเจ้าของเกราะ เบิกตากว้าง เขาอยากจะตะโกนบอกให้เจ้าเด็กนี่
หยุด แต่ก่อนที่เขาจะพูดออกมา พละกำลังมหาศาลที่ถูกถ่ายเทไปยังหอก
ก็ถูกยับยั้งเอาไว้อย่างฉับพลัน หอกยังไม่ได้สัมผัสกับตัวเกราะ ยังเหลือ
ระยะห่างอยู่อีกประมาณครึ่งนิ้ว
ชายเจ้าของเกราะอึ้งจนพูดไม่ออก นี่เป็นการถ่ายเทพลังที่แม่นยำจน
น่าเหลือเชื่อ
การที่จะให้ถ่ายเทพลังทั้งหมดลงไปบนหอกได้อย่างสมบูรณ์ก็ถือว่า
ยากแล้ว แต่เด็กหนุ่มคนนี้ยังสามารถที่จะหยุดพลังทั้งหมดที่ถ่ายเท
ออกไปได้อย่างฉับพลันอีก แม้แต่เขาที่มีการฝึกฝนขั้นผสานชีพจรยังไม่
สามารถทำได้ง่ายๆถ้าไม่ได้ฝึกฝนในลักษณะนั้นมาก่อน
แต่เขาทำไปเพื่ออะไร? อักขระอาคมก็ไม่ได้ถูกทำลาย หรือว่าเขาแค่
ต้องการแสดงทักษะหอกของเขาเฉยๆ
แม้แต่หวังหวนจี่ก็ยังไม่รู้ว่าหลินหมิงทำไปเพื่ออะไร? เขาเองก็สงสัย
เช่นเดียวกับชายเจ้าของเกราะคนนั้น
ในตอนนี้หลินหมิงพุ่งหอกเข้าไปหาเกราะอย่างรุนแรงอีกครั้ง และ
หอกก็ถูกหยุดเอาไว้อย่างฉับพลันก่อนจะถึงตัวเกราะด้วยระยะห่างเล็กๆ
เช่นเดิม
จากนั้นหลินหมิงก็พุ่งหอกออกไปอีกครั้งเป็นครั้งที่สาม ในแต่ละหอก
ของเขานั้นจะมีความเร็วเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นการพุ่งหอกที่ดูรุนแรงดุจ
พายุสวรรค์ นี่เป็นทักษะหอกพื้นฐานอีกทักษะหนึ่ง ‘ทุ่งดอกไม้ใต้พายุที่
โหมกระหน่ำ’
หลินหมิงนั้นอยู่ในระดับอัจฉริยะในด้านการต่อสู้ พละกำลังของเขา
สูงกว่าใครๆที่มีอายุเท่าเทียมกัน ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีความรู้ความเข้าใจ
ในด้านการจารึกอย่างลึกซึ้ง เขาไม่ต่างอะไรกับเทวดากลับชาติมาเกิด
แล้วในตอนนี้คนอย่างเขากำลังทำอะไรอยู่?!
หลินหมิงพุ่งหอกออกไปซ้ำแล้วซ้ำอีก ในแต่ละครั้งก็เร็วขึ้นและเร็ว
ขึ้น ตอนนี้เขาก็ทำเช่นนั้นมากว่าร้อยครั้งแล้ว ด้วยหอกขนาด800จิน การ
จะทำเช่นนี้ต้องใช้กล้ามเนื้อที่แข็งแรงและเป็นผู้ที่ฝึกการใช้หอกมาจน
ชำนาญเท่านั้นถึงจะทำได้
ตอนนี้หวังหวนจี่เริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่างแล้ว ทุกๆครั้งที่หอก
ของเขาแทงไปจนเกือบจะสัมผัสกับตัวเกราะจะมีพลังปราณบางส่วนที่ถูก
ส่งผ่านหอกเข้าไปในตัวเกราะด้วย
และที่หวังหวนจี่แปลกใจเป็นที่สุดก็คือ เขาสัมผัสได้ว่าอาคมที่สลัก
ลงไปในโครงสร้างของเกราะกำลังค่อยสลายไป
หลินหมิงทำเช่นนั้นได้อย่างไรกัน?!
ทั้งชีวิตในการเป็นนักจารึกของหวังหวนจี่ยังไม่เคยเห็นปรากฏการณ์
ที่เป็นเหมือนกับปาฏิหาริย์เช่นนี้มาก่อน เขาได้แต่มองดูการกระทำของ
หลินหมิงต่อไปอย่างพูดไม่ออก
ในแต่ละครั้งที่พลังปราณของหลินหมิงถูกส่งเข้าไปในตัวเกราะ พลัง
ปราณเหล่านั้นจะแต่ออกเป็นอณูเล็กๆแทรกซึมไปตามจุดต่างๆของตัว
เกราะ นี่เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ โดยทั่วไปแล้วพลังปราณไม่ได้มีคุณสมบัติที่
จะทำเช่นนั้นได้
แน่นอนว่า ที่พลังปราณของเขาสามารถแต่ออกเป็นอณูเล็กๆแทรก
ซึมไปในตัวเกราะได้ก็เพราะ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ และ ‘ลื่นไหลดุจแพร
ไหม’ นอกจากนี้พลังปราณเหล่านั้นยังถูกโคจรและควบคุมอย่างสมบูรณ์
แบบเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ เป็นวิชาที่ใช้ควบคุมพลังต่างๆในร่างกาย
รวมถึงพลังปราณด้วย แม้จะสามารถสำเร็จวิชานี้ได้เพียงขั้นแรก แต่มันก็
สามารถทำให้หลินหมิงควบคุมพลังปราณได้อย่างสมบูรณ์
ลำพังเพียงแค่พลังปราณอย่างเดียวคงไม่มีพลังทำลายมากพอ จึง
จำเป็นต้องใช้วิชา ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ ทำให้พลังปราณสั่นสะเทือนและ
เกิดพลังทำลายล้างขึ้นมา
ในเวลานี้หวังหวนจี่รับรู้ถึงสาเหตุที่อาคมเริ่มสลายตัวแล้ว มันเป็น
เพราะพลังปราณที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงนั่น
การสั่นสะเทือนของพลังปราณสามารถทะลวงการป้องกันได้ และยัง
สามารถส่งผ่านไปยังสิ่งอื่นๆได้อีกด้วย และถ้าหากมีพลังสั่นสะเทือนที่
รุนแรงมากๆ ก็จะก่อให้เกิดพลังทำลายล้างมหาศาล
นี่เป็นสาเหตุที่แท่นหินข้างๆสนามประลองที่ถูกหอกของหลินหมิง
เฉี่ยวไปเพียงเล็กน้อยแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทั้งหมดเป็นเพราะพลังปราณที่
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงถูกส่งผ่านหอกเข้าไปในแท่นหิน จนเกิดแรง
ระเบิดจากภายในกลายเป็นเศษหินชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับไม่ถ้วน
ถ้าหากเขาสามารถใช้ ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ ได้อย่างชำนาญแล้วละก็
หอกที่เฉี่ยวไปสัมผัสก็แท่งหินเช่นนั้น สามารถเปลี่ยนแท่นหินให้กลายเป็น
ผงเท่าธุลีได้ในทันที
แน่นอนว่าในตอนนี้หลินหมิงยังห่างไกลกับขั้นนั้นอีกหลายก้าวนัก
ถ้าหากเขามีพลังในระดับเดียวกับปรมาจารย์ในความทรงจำจากแดนเท
วะแล้วล่ะก็ เขาสามารถทำลายอาคมที่สลักในอุปกรณ์เช่นนี้ได้ทั้ง
อาณาจักรภายในหอกครั้งเดียว
เมื่อหวังยู้ฮานเห็นสีหน้าของท่านปู่ที่อึ้งอยู่กับการกระทำของหลินห
มิง นางก็ส่งกระแสปราณไปถามปู่ของนาง “ท่านปู่ หลินหมิงกำลังทำ
อะไรอยู่หรือ? ”
“ส่งพลังวิญญาณเข้าไปในเกราะนั่นสิ แล้วเจ้าก็จะเข้าใจเอง”
ด้วยความสงสัย นางจึงส่งพลังวิญญาณเข้าไปในเกราะตามที่ปู่ของ
นางบอก ทำให้นางสัมผัสได้ถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายในตัวเกราะนั่น
“ท่านปู่…เรื่องแบบนี้มันเป็นไปได้อย่างไร? อาคมมันกำลังค่อยๆ
สลายออกไป!!”
หวันหวนจี่ส่ายหัวแล้วยิ้มแห้งๆ “นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ปู่เห็น
ปรากฏการณ์เช่นนี้เหมือนกับเจ้านั่นแหละ ปู่ขอเดาว่ามันเป็นเพราะพลัง
ปราณแบบพิเศษ ที่สามารถแตกออกเป็นอณูเล็กๆได้ของหลินหมิง พลัง
ปราณอณูเล็กๆเหล่านนั้นแทรกซึมไปทำลายอาคมนั่นทีละนิดๆ นี่เป็น
การควมคุมพลังปราณในระดับที่สูงจนน่าเหลือเชื่อ”
หวังยู้ฮานไม่ได้ถามอะไรต่อ นางหลับตาและสัมผัสถึงสิ่งที่เกิดขึ้นใน
เกราะตัวนั้น แต่ถึงนางจะพยายามเท่าไร นางก็ยังรับรู้ได้เพียงส่วนเล็กๆ
เท่านั้น ไม่ได้ระเอียดเท่ากับที่ปู่ของนางได้กล่าวเอาไว้
เหมือนกับว่ามีขอบเขตบางๆกั้นเอาไว้ไม่ให้นางรับรู้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
ทั้งหมดภายในเกราะ นางคงจะต้องฝึกฝนอีกไม่น้อยเพื่อที่จะสามารถรับรู้
ได้ดีเท่ากับปู่ของนาง
หลังจากเวลาผ่านครึ่งก้านธูป หลินหมิงก็พุ่งหอกออกไปทั้งหมด600-
700ครั้ง
ตอนนี้หลินหมิงได้หยุดลงแล้ว เขาเก็บหอกเข้าไปในแหวนมิติ
สำหรับตัวเกราะ ไม่ได้มีความเสียหายใดใดเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
เขาทำสำเร็จแล้ว แม้ ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ ที่ทำให้พลังปราณ
สั่นสะเทือนจะมีพลังทำลายอยู่ แต่มันก็ถูกควบคุมเอาไว้อย่างดี จนไม่ได้
สร้างความเสียหายอะไรต่อโครงสร้างของเกราะ
เหตุการณ์ตรงหน้าทำให้หวังหวนจี่ตกใจเป็นอย่างมาก แม้แต่นักเล่น
แร่แปรธาตุที่สามารถควบคุมพลังปราณได้อย่างยอดเยี่ยม ก็ยังต้องทึ่งเมื่อ
มาเห็นการควบคุมพลังปราณของหลินหมิง
หลังจากที่ทำลายอาคมอันเก่าทิ้งไปแล้ว หลินหมิงก็ไม่ได้รีบวาด
อาคมอันใหม่ใส่เข้าไปในทันที เขาโคจร ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ เพื่อฟื้น
พลังปราณของเขาก่อน
‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ มีพลังที่น่ากลัวมาก มันสามารถใช้ฟื้นฟูพลัง
ปราณให้กลับมาได้อย่างรวดเร็ว เพียงเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป เขาก็ฟื้น
พลังปราณที่เสียไปทั้งหมดกลับมาได้สำเร็จ เขาหยิบกระดาษออกมาและ
เริ่มจดชื่อของวัตถุดิบที่ต้องใช้ลงไป
หลังจากที่เขาจดเสร็จแล้ว เขาก็ยื่นมันไปให้หญิงสาวที่มาต้อนรับเขา
ในตอนแรก และกล่าวว่า “รบกวนช่วยเตรียมวัตถุดิบเหล่านี้ให้ข้าด้วย”
“เอ่อ… ได้” หญิงคนนั้นรับกระดาษไป
ในตอนนั้นหวังยู้ฮานก็พูดขึ้นมา “ข้าจะไปด้วย”
ตอนนี้นางเป็นผู้ช่วยของหลินหมิงแล้ว และนั้นก็เป็นหน้าที่หลักของ
ผู้ช่วยนักจารึกอย่างนาง
สมาคมจารึกเป็นสถานที่ที่มีวัตถุดิบเยอะที่สุดในอาณาจักรลิขิตฟ้า
แม้วัตถุดิบที่หลินหมิงต้องการจะเป็นวัตถุดิบหายาก แต่มันก็ยังมีอยู่ใน
สมาคมจารึกแห่งนี้
อาคมที่หลินหมิงจะวาดใส่ลงไปใหม่มีชื่อว่า ‘ปราการหิมะเยือกแข็ง’
อาคมชนิดนี้เหมาะสำหรับชุดเกราะเป็นอย่างมาก นอกจากจะ
สามารถเพิ่มความเร็วในการโคจรพลังปราณแล้ว ยังสามารถดูดซับแรง
กระแทกได้ด้วย ถ้าหากเป็น ‘ปราการหิมะเยือกแข็ง’ แบบดั่งเดิม เมื่อ
ศัตรูโจมตีเข้ามาและปะทะเข้ากับเกราะจะทำให้ความเร็วของศัตรูคนนั้น
ลดลงอีกด้วย
แต่ ‘ปราการหิมะเยือกแข็ง’ แบบดั้งเดิมต้องใช้วัตถุดิบหลายชนิดที่
หายากอย่างยิ่ง ไม่มีทางที่จะมีวัตถุดิบเหล่านั้นในสมาคมจารึก และยังมี
โอกาสล้มเหลวที่ค่อนข้างสูง หลินหมิงจึงจะใช้แบบย่อให้ง่ายลง ให้มีแค่
คุณสมบัติการเพิ่มความเร็วในการโคจรพลังปราณและดูดซับแรงกระแทก
ก็เพียงพอ
“นำผลึกแห่งดวงดาว15กรัมผสมเข้ากับเลือดปีศาจระดับสามตั้งทิ้ง
ไว้ก่อน และเอาน้ำที่กลั่นจากหญ้ากระดูกดำไปผสมเข้ากับน้ำเยือกแข็ง
แห่งฤดูใบไม้ผลิ ในอัตราส่วนหนึ่งต่อสาม…..” หลินหมิงส่งกระแสปราณ
ไปบอกหวังยู้ฮานอย่างระเอียด เพราะแต่ละขั้นตอนนั้นซับซ้อนและต้อง
ทำให้ถูกต้องแม่นยำ จะผิดพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว