Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 138 หอกอ่อนปราณคลั่ง
ศิษย์พี่ผู้คุมเฝ้ารอเวลาที่หลินหมิงจะออกมา เขายังไม่สามารถสรุปได้
เลยว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดอาคมตรอกหุ่นกระบอกไม้ถึงได้ดูดพลังปราณ
ไปอย่างรวดเร็วและมากมายมหาศาลถึงเพียงนี้!?
“ศิ… ศิษย์น้องหลิน เป็นอย่างไรบ้าง?” เมื่อหลินหมิงออกมา เขาก็
ชะงักเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวถาม เขาอยากรู้ว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นกับ
ตรอกหุ่นกระบอกไม้หรือไม่?
“ข้ารึ? ข้าก็สบายดี!” หลินหมิงตอบกลับไปอย่างงๆ
“วันนี้เป็นวันแรกที่ข้ามาฝึกที่นี่ วันหลังข้าจะกลับมาใหม่ ขอบใจที่
ต้อนรับข้าเป็นอย่างดี” หลินหมิงกล่าวก่อนจะเดินจากไป
ศิษย์พี่ผู้คุมตกอยู่ในอาการงุนงง เขาคิดถึงความเป็นไปได้ทั้งหมดที่
จะเกิดขึ้น และเพื่อยืนยันในสิ่งที่เขาคิดเอาไว้ เขาก็หยิบเสื้อคลุมของเขา
มาสวมก่อนที่จะตรงเข้าไปในถ้ำที่หลินหมิงเดินออกมา
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้เขาแข็งเป็นหิน!
สิ่งที่เขาเห็นอยู่คือ ชิ้นส่วนของหุ่นกระบอกไม้ที่พังยับเยิน ยากที่จะ
ซ่อมแซมกลับมาใหม่ดีเหมือนเดิมได้ บางชิ้นถึงกับถูกทำลายกลายเป็น
เสี่ยงๆ ต่อให้ใช้พลังปราณจากหินพลังปราณก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานาน
เท่าไรถึงจะซ่อมแซมหุ่นกระบอกทั้งหมดในถ้ำนี้ให้กลับมาดีเหมือนเดิม”
นี่… นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน… หลินหมิงทำได้อย่างไร?!”
ลำคอของเขากระตุกกลืนน้ำลายลงไปอย่างบังคับตัวเองไม่ได้
อาคมเสียหาย!
ถะ… ถ้าหุ่นกระบอกไม้ถูกทำลายยับเยินขนาดนี้… พวกมันจะยัง
สามารถซ่อมแซมตัวเองได้อยู่รึป่าว?
…………………………
หลังจากที่หลินหมิงทะลวงมาการฝึกฝนขั้นที่4ได้แล้ว เขาก็ให้ความ
สนใจกับการฝึกฝนวิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ และ ‘ทลายจุดชีพจร’
‘ทลายจุดชีพจร’ เป็นวิชาที่ฝึกได้ไม่ยาก แต่มันก็ใช้ได้เฉพาะกับคู่
ต่อสู้ที่อยู่ในสภาพอ่อนแอ หรือว่ามีระดับการฝึกฝนต่างกันหลายๆขั้น
เท่านั้น หลินหมิงใช้เวลาเรียนรู้วิชานี้เพียงไม่กี่วันก็สำเร็จ
ด้วยพลังจากวิชา ‘ทลายจุดชีพจร’ จะทำให้สามารถส่งพลังปราณ
แทรกซึมเข้าไปในร่างกายของศัตรูเพื่อทำลายจุดชีพจรของพวกเขา!
วิชา ‘ทลายจุดชีพจร’ สามารถทำลายจุดชีพจรและทำให้การฝึกฝน
ที่มีค่อยๆสูญสลายไป ในที่สุดคนพวกนี้ก็จะไม่สามารถใช้พลังปราณได้อีก!
แม้ว่า ‘ทลายจุดชีพจร’ จะฝึกฝนให้สำเร็จได้ไม่ยาก แต่ ‘เทพทรราช
คลั่ง’ กลับตรงกันข้าม มันเป็นวิชาที่ฝึกฝนได้ยากอย่างยิ่ง
‘เทพทรราชคลั่ง’ มีทั้งหมด6ขั้น หลินหมิงใช้เวลาฝึกฝนมันมาเกือบ
ครึ่งเดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะสำเร็จขั้นแรกของมันได้เลย
“แก่นแท้ของวิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ คือการบีบอัดพลังปราณ!”
ในเมื่อสำเร็จขั้นแรก จะทำให้พลังปราณถูกบีบอัดไป 50% ส่งผลให้
พละกำลังและความหนาแน่ของพลังปราณเพิ่มขึ้น50% และในขั้นที่2ก็
จะบีบอัดได้100% ขั้นที่3ก็จะบีบดีดได้ 150% แล้ะเมื่อสำเร็จขั้นสุดท้าย
ขั้นที่6 ก็จะสามารถบีบอัดพลีงปราณได้ถึง 300% ซึ่งทำให้พละกำลัง
เพิ่มขึ้นอีก3เท่า และพลังปราณก็หนาแน่นขึ้นอีก3เท่า!
ถ้าพลังปราณถูกบีบอัดให้หนาแน่นขึ้น อำนาจของมันก็จะทวีคูณขึ้น!
‘เทพทรราชคลั่ง’ เป็นวิชาที่จะบีบอัดพลังปราณให้ผู้ที่ฝึกมัน พลัง
ปราณของผู้ที่ฝึกวิชานี้ได้จะหนาแน่นขึ้น และร่างกายของพวกเขาก็จะมี
พละกำลังมากขึ้น
“ยังเหลือเวลาอยู่อีกมากพอสมควร ข้ายังไม่จำเป็นต้องฝึก ‘เทพ
ทรราชคลั่ง’ ให้สำเร็จในตอนนี้ นี้พึ่งจะผ่านมา2เดือนเท่านั้น ข้าควรที่จะ
ให้ความสนใจกับการจัดอันดับโดยอาคมหมื่นอสูรสังหาร และขึ้นเป็น10
อันดับแรกให้ได้ เพื่อรับหอกอ่อนปราณคลั่งมาก่อน ”
หอกอ่อนปราณคลั่ง เป็นอุปกรณ์ระดับมนุษย์ ชั้นกลาง มันมี
ความสามารถในการส่งผ่านพลังปราณได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เช่นเดียวกับ
อุปกรณ์ระดับมนุษย์อื่นๆ แต่หอกทะลวงสายรุ้งที่เขาใช้อยู่ในตอนนี้ หัว
หอกเป็นอุปกรณ์ระดับมนุษย์ชั้นต่ำ เพลาหอกเป็นเหล็กเหนียวทมิฬ ซึ่ง
ไม่ได้เป็นอุปกรณ์ระดับมนุษย์ แม้ว่าเหล็กเหนียวทมิฬจะมีความยืดหยุน
และความแข็งแกร่งทนทานสูง แต่มันก็ขัดขวางการถ่ายเทพลังปราณลง
ไปในหอกด้วยเช่นกัน
สำหรับวิชา ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ ที่สามารถทำให้พลังปราณ
สั่นสะเทือนและมีอานุภาพในการทำลายล้างสูงขึ้น มันจำเป็นที่จะต้อง
ส่งผ่านเข้าไปในอาวุธได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อที่จะได้แสดง
ประสิทธิภาพของมันได้อย่างเต็มที่
ดังนั้นหากหลินหมิงใช้หอกอ่อนปราณคลั่งแทนหอกทะลวงสายรุ้ง ก็
จะสามารถใช้วิชา ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ ได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ถูกลดทอน
ประสิทธิภาพลงไปเหมือนกับขณะที่ใช้หอกทะลวงสายรุ้ง
อีกเพียง3วันก็จะมีการจัดอันดับโดยอาคมหมื่นอสูรสังหาร เขา
จะต้องขึ้นเป็น10อันดับแรก และรับรางวัลชิ้นแรกของเขามาให้ได้ เมื่อ
เขาได้รับหอกอ่อนปราณคลั่งมาแล้ว เขาก็จะมีโอกาศชนะซางกวนยู่มาก
ขึ้นไปอีก
สามวันต่อมา –
นี่ก็เป็นเวลากว่า4เดือนแล้วที่หลินหมิงได้เข้ามาฝึกฝนในสำนักเจ็ด
แก่นแท้
หลินหมิงเข้าร่วมการจัดอันดับด้วยอาคมหมื่นอสูรสังหารครั้งแรก
เขาได้อันดับที่ 126 และหลังจากนั้นอีก1เดือนเขาก็ได้อันดับที่ 62
ส่วนในครั้งที่3นั้น เขาไม่ได้เข้าร่วมการจัดอันดับเพราะใช้เวลา
ทั้งหมดในการฝึกฝนเตรียมที่จะสู้กับจูเอี๋ยน
และหลังจากเอาชนะจูเอี๋ยนได้ เขาก็ได้รับสิทธิพิเศษที่ทำให้ได้รับ
ทรัพยากรเทียบเท่ากับ3อันดับแรกของสำนัก ทำให้เขาไม่จำเป็นต้องเข้า
ร่วมการจัดอันดับในครั้งที่4 เพราะว่าได้ทรัพยากรจากสำนักเยอะมากพอ
อยู่แล้ว
ในตอนนี้เขาก็อยู่ในสำนักเจ็ดแก่นแท้มา4เดือนแล้ว เป็นนี่เป็นการ
จัดอันดับครั้งที่5 นับตั้งแต่ที่เขาได้เข้ามาในสำนักเจ็ดแก่นแท้
สำหรับการจัดอันดับในครั้งนี้มีเหล่าศิษย์มาเข้าร่วมไม่มากนัก
ในตอนนี้ก็มีศิษย์มารอเข้าร่วมจัดอันดับอยู่เพียงแค่20กว่าคนเท่านั้น
และศิษย์ส่วนใหญ่ที่มาเข้าร่วมก็มีอันดับ100กว่าๆ มีเพียง6-7คน
เท่านั้นที่มีอันดับสูงกว่า100 และไม่มีศิษย์คนใดเลยที่มีอันดับสูงกว่า50
การจัดอันดับในครั้งนี้ดูเงียบเหงา เหล่าศิษย์เกือบทั้งหมดวางแผนที่
จะเข้าร่วมการจัดอันดับในครั้งต่อไปที่จะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
การจัดอันดับในอีก1เดือนข้างหน้าเป็นการจัดอันดับที่สำคัญมาก!
เพราะวันนั้นเป็นวันที่หลินหมิงจะต้องขึ้นเป็น10อับดับแรกของ
สำนัก เพื่อที่จะรับรางวัลหอกอ่อนปราณคลั่ง ในการจัดอันดับครั้งนั้น จะ
มีผู้ทรงอำนาจในอาณาจักรมาชมการจัดอันกันมากมาย
เหล่าศิษย์คนอื่นๆก็ไม่พลาดที่จะใช้โอกาสนี้เพื่อแสดงความสามารถ
ของตนให้ประจักษ์แก่สายตาของผู้ทรงอำนาจเหล่านั้น
แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าเลยว่า หลินหมิงจะเข้าร่วมการจัดอันดับในครั้ง
นี้ เข้ามีเวลาถึง3เดือน แต่เขาคิดจะเข้าร่วมการจัดอันดับและจะขึ้นเป็น
10อันดับแรกให้ได้ตั้งแต่ปลายเดือนที่2
อากาศยามเช้าบริสุทธิ์สดชื่น สถานที่จัดการจัดอันดับเงียบสงบมาก
มันไม่ได้คึกคักเหมือนครั้งก่อนๆ บรรยากาศเช่นนี้เหมาะแก่การควบคุม
ลมหายใจและทำสมาธิเป็นอย่างมาก ถือเป็นโชคดีของเหล่าศิษย์ที่มาจัด
อันดับในวันนี้ พวกเขาจะได้อยู่ในสภาพที่สดชื่นที่สุดและแสดงฝีมืออกมา
ได้อย่างเต็มที่
วันนี้มีศิษย์เข้ามาจัดอันดับไม่มาก และส่วนใหญ่ก็เป็นศิษย์หน้าใหม่
ที่มีอันดับต่ำ ผู้คุมที่มาดูแลจึงไม่ได้ตื่นเต้นซักเท่าไร เขาเดินไปหาเหล่า
ศิษย์ที่มาเข้าร่วมการจัดอันดับ และเก็บหินพลังปราณจากพวกเขามาคน
ละก้อนเป็นค่ามัดจำในการเข้าร่วมการจัดอันดับ
ผู้คุมคนนั้นมีชื่อว่า เหลียงกวางเฟิง เขาทำงานให้กับสำนัดเจ็ดแก่น
แท้มานานแล้ว
ในสำนักเจ็ดแก่นแท้ มีผู้อาวุโสระดับสวรรค์ ผู้อาวุโสระดับพสุธา
และผู้อาวุโสระดับมนุษย์ พวกเขาล้วนมีการฝึกฝนขั้นผสานชีพจร แม้ว่า
เหลียงกวางเฟิงจะมีการฝึกฝนขั้นผสานชีพจรเช่นกันแต่เขาก็ยังได้เป็นแค่
ผู้คุม
แม้ว่าผู้คุมการจัดอันดับด้วยอาคมหมื่นอสูรสังหารจะมีฐานะสูงกว่าผู้
คุมประเภทอื่นๆ แต่ฐานะของผู้คุมก็ยังด้อยกว่าผู้อาวุโส
“ถ้าข้ามีโอกาสได้รู้จักกับหลินหมิงและทำให้เขาประทับใจข้าได้ก็คง
จะดี ในอนาคตหลิงหมิงจะต้องยิ่งใหญ่ และทรงอำนาจ เขาสามารถพลัก
ดันให้ข้าขึ้นเป็นผู้อาวุโสระดับมนุษย์ได้ง่ายๆเลย น่าเสียดายที่มีคน
ต้องการผูกมิตรกับเขามากเป็นกองทัพ คนอย่างข้าคงไม่มีโอกาสสินะ?”
เหลียนหวางเฟิงยิ้มอย่างเศร้าสร้อย
แต่ในขณะนั้นเอง ชายหนุ่มในชุดสีดำถือหอกสีม่วงเข้มก็เดินออกมา
จากกองไผ่ แววตาของเหลี่ยงกวางเฟิงเบิกกว้างจนแทบจะทะลักออกมา
ละ.. หลินหมิง!!
เขาต้องการที่จะเข้าร่วมการทดสอบในวันนี้อย่างนั้นหรือ? นี่พึ่งจะ
ผ่านมาแค่2เดือนเท่านั้น!
เหลียงกวางเฟิงประหลาดใจอย่างมาก ในเวลานี้มีศิษย์ในสำนัก
มากมายที่ศรัทธาและฝึกฝนโดยมีหลินหมิงเป็นบุคคลตัวอย่าง เขาเป็น
ดาวรุ่งที่สะกดสายตาของทุกคนในสำนักเอาไว้
“ดูนั่น ศิษย์พี่หลิน!”
“ศิษย์พี่หลินมาแล้ว!”
หลินหมิงเองก็เกือบจะอายุครบ16ปีแล้ว เขาถือว่ายังค่อนข้างจะเด็ก
อยู่ แต่แม้ว่าเขาจะอายุน้อยกว่า คนที่อายุมากกว่าเขาก็ยังต้องนับถือใน
ความสามารถของเขาและเรียกเขาว่าศิษย์พี่หลิน เช่นเดียวกับหลิงเซ็น
แม้ว่าเขาจะไม่ได้อายุมากที่สุด ก็ถือว่าเขาเป็นพี่ใหญ่ที่อาวุโสที่สุดของ
สำนัก
“ศิษย์พี่หลินจะเข้าร่วมการจัดอันดับในครั้งนี้อย่างนั้นหรือ?
“ไม่มีทาง เขามีเวลาตั้ง3เดือน ตอนนี้พึ่งจะผ่านไปเพียง2เดือน
เท่านั้น”
“เจ้าบ้า! คนอย่างเจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะทำนายว่าศิษย์พี่หลินจะทำอะไร
ข้าคิดว่าศิษย์พี่หลินจะขึ้นเป็น10อันดับแรกในวันนี้!”
“อย่าคาดเดาอะไรอีกเลย วันนี้ศิษย์พี่หลินคงจะแค่มาเดินเล่นเท่านั้น
แหละ”
เมื่อหลินหมิงเดินเข้ามา ศิษย์หญิงคนหนึ่งอายุ15ปีจึงกล่าวถามเขา
อย่างสุภาพ “ศิษย์พี่หลินจะเข้าร่วมการจัดอันดับในวันนี้หรือป่าว?
“ใช่” หลินหมิงพยักหน้า
คำตอบของหลินหมิงทำให้ศิษย์ทุกคนที่อยู่ที่นั่นรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่าง
มาก บางคนถึงกับต้องใช้ยันต์สื่อสารตามเพื่อนๆของพวกเขามาดูการจัด
อันดับของหลินหมิงเลยทีเดียว
การจัดอันดับของหลินหมิงเป็นเรื่องที่ใครต่อใครต่างก็ให้ความสำคัญ
อย่างยิ่ง! ถ้าหากเขาเป็น10อันดับแรกของสำนักได้สำเร็จ ในอนาคตเขาก็
จะท้าทายกับซางกวนยู่ ต้ากู่ และหลิงเซ็นในเดือนต่อๆไป
ศิษย์ทั้ง3คนนี้ได้ประจำอยู่ที่อันดับ1-3มานานกว่าหนึ่งปีแล้ว ไม่มี
ใครซักคนเลยที่สามารถไปแย่งชิง3อันดับแรกจากพวกเขามาได้…
แต่กับหลินหมิง เขาอาจจะแย่งชิง3อันดับแรกมาได้ก็เป็นได้ เมื่อเขา
เอาชนะซางกวนยู่ได้ เขาก็คงจะผ่านการทดสอบของสำนักเจ็ดแก่นแท้
และได้ขึ้นเป็นเป็นศิษย์หลัก!
ในอนาคตเขาจะได้เป็นเจ้าสำนักหรือทูตแห่งอาณาจักร!
หลินหมิงเดินตรงไปยังแทนอาคมหมื่นอสูรสังหาร และนำหินพลัง
ปราณที่ใช้มัดจำในการทดสอบออกมา
เหลียงหวางเฟิงยิ้มและกล่าว “ศิษย์น้องหลินไม่จำเป็นต้องวางมัดจำ
หินพลังปราณเพื่อเขาร่วมการทดสอบเช่นเดียวกับศิษย์ทั่วๆไปหรอก ข้า
มั่นใจว่าอันดับของศิษย์น้องหลินจะต้องเพิ่มสูงขึ้นมากและศิษย์น้องต้อง
ได้รับหินพลังปราณคืนอย่างแน่นอนอยู่แล้ว” ครั้งสุดท้ายที่เขาได้เขาร่วม
การจัดอันดับ เขามีอันดับที่62 แต่มันก็เป็นเวลาหลายเดือนมาแล้ว อันดับ
ของเขาจะต้องเพิ่มสูงหลายสิบอันดับอย่างแน่นอน แม้ว่าหลินหมิงจะวาง
มัดจำหินหลังปราณเอาไว้ แต่เขาก็ต้องได้รับมันคืออยู่แล้ว
หลินหมิงกล่าว “อย่างนั้นก็ดี ขอบใจมากท่านผู้คุมเหลียง”
ข่าวเรื่องหลินหมิงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อมันได้ยินไปถึงหู
ของเหล่าศิษย์ พวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะเดินทางมายังสถานที่ในการจัด
อันดับ ผ่านไปได้ไม่นานบริเวณแท่นอาคมหมื่นอสูรสังหารก็มีผู้คนเข้ามา
มากมาย
เมื่อได้ยินข่าว แม้แต่ผู้อาวุโสก็ยังมาดูการจัดอันดับของเขา
“หลินหมิง! ฮ่าๆ เจ้าคิดจะท้าทาย10อันดับแรกของสำนักตั้งแต่
ตอนนี้เลยอย่างนั้นรึ?” หลินหมิงหันไปทางต้นเสียง เจ้าของเสียงเป็นผู้
อาวุโสระดับสวรรค์ของสำนักเจ็ดแก่นแท้ ผู้อาวุโสซุนไซฟาน