Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 137 อำนาจแห่ง “ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม”
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 137 อำนาจแห่ง “ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม”
ตรอกหุ่นกระบอกไม้ถูกสร้างขึ้นอยู่บนภูเขา ตรอกหุ่นกระบอกไม้มี
ถ้ำทั้งหมด12ถ้ำ สำหรับให้เหล่าศิษย์12คนเข้าไปฝึกฝนในเวลาเดียวกัน
ถ้ำเหล่านี้ถูกสร้างโดยปรมาจารย์ขั้นปราณปลายฟ้า แต่ละถ้ำมีสัญลักษณ์
รูปดาบสลักอยู่
ตรอกหุ่นกระบอกไม้เต็มไปด้วยหุ่นกระบอกไม้ ยิ่งเข้าไปลึกหุ่น
กระบอกไม้ก็จะยิ่งแข็งแกร่งและน่ากลัวขึ้น
หุ่นกระบอกไม้เหล่านี้เป็นมรดกจากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ มันคือผลงาน
ชิ้นโบว์แดงจากฝ่ายหุ่นกระบอกแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้
เมื่อเห็นหุ่นกระบอกไม้เริ่มปรากฏตัวขึ้นมา หลินหมิงก็ยังนิ่งเฉยอยู่
เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะเข้าไปโจมตี เขารอจนกระทั้งพวกมันปรากฏตัว
ออกมาประมาณ20ตัว
เขาไม่ได้นำหอกทะลวงสายรุ้งออกมา เขาไม่คิดที่จะใช้มันอยู่แล้ว
เมื่อหุ่นกระบอกไม้ปรากฏขึ้นถึง20ตัวแล้ว เขาก็พุ่งเข้าไป
ฟับ! หุ่นกระบอกไม้ใช้กระบองไม้ฟาดฟันมาที่หลินหมิง อาวุธของ
พวกหุ่นกระบอกเหล่านี้ก็ทำมาจากไม้ อาวุธของพวกมันจะเป็นกระบอง
ดาบไม้หรือพวกแท่งไม้ มันอาจจะดูเหมือนไม่อันตรายซักเท่าไร แต่หาก
ใครโดนเข้าไปก็จะรู้เองว่ามันรุนแรงเพียงใด มันสามารถกระแทงและทะลุ
เข้าไปในร่างกาย ทำให้อาเจียนออกมาเป็นเลือดได้ง่ายๆเลย
เมื่อหลินหมิงเห็นกระบองไม้ฟาดมาตรงหน้าเขา เขาหลับตาและ
ขยับนิ้วเท้าของเขาเล็กน้อย ร่างกายของเขาถูกผลักให้ถอยพลักออกมา
ประมาณครึ่งก้าว ทำให้กระบองไม้ที่ฟาดเข้ามาเกือบจะโดนปลายจมูก
ของเขา แต่เขาก็สามารถที่จะหลบมันได้อย่างพริ้วไหว
ฟับ! หุ่นกระบอกไม้อีกตัวใช้ดาบไม้ฟาดไปกลางร่างของหลินหมิง
หลินหมิงกระโดดขึ้นไปกลางอากาศเขาลอยไปทางด้านหลังเล็กน้อย หุ่น
กระบอกไม้อีกตัวที่อยู่ด้านหลังก็โจมตีเข้ามาในขณะที่เขากำลังลอยอยู่
กลางอากาศ แต่แล้วหลินหมิงก็โบกแขนเบาๆ ร่างกายของเขา
เปรียบเสมือนใบไม้ที่ที่ปลิวไปตามสายลมเบา แรงโน้มถ่วงไม่ได้มีผลอะไร
ต่อเขา เขาสามารถเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศและหลบการโจมตีของหุ่น
กระบอกตัวนั้นได้อย่างฉิวเฉียด
มีหุ่นกระบอกไม้กว่า20ตัวในเวลานี้ แต่ก็มีเพียงแค่7-8ตัวเท่านั้นที่
โจมตีหลินหมิงพร้อมๆกันในแต่ละจังหวะ การที่หุ่นกระบอกไม้7-8ตัว
โจมตีเข้ามาพร้อมกันนั้น แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีใครจะหลบการโจมตี
ของมันได้ทั้งหมด
ฟับ ฟับ ฟับ ฟับ! ฝูงหุ่นกระบอกไม้รุมโจมตีใส่หลินหมิงอย่างต่อเนื่อง
แต่เขาก็ไม่คิดที่จะตอบโต้ เขาหลบการโจมตีจากหุ่นกระบอกไม้เหล่านั้น
ได้อย่างง่ายดายราวกับว่านี่เป็นการเดินเล่นในสวนหลังบ้าน
หลินหมิงสามารถที่จะหลบหลีกการโจมตีของเหล่าหุ่นกระบอกไม้ได้
ทั้งหมด มันเหมือนว่าร่างกายของเขาเป็นขนนก และอาวุธของหุ่น
กระบอกไม้ก็คือพัด ทุกๆครั้งที่โบกพัดเข้ามา ขนนกก็จะลอยไปทิศ
ทางตรงข้าม ไม่มีทางที่พัดที่โบกเข้ามาจะสัมผัสกับขนนกได้!
นี่คือธรรมชาติของลมที่หลินหมิงเสียเวลาทำความเข้าใจอยู่นาน!
อาวุธของพวกหุ่นกระบอกไม้ไม่มีโอกาสสัมผัสกับร่างของเขาได้เลย
แม้แต่น้อย เพียงแค่สัมผัสกับชายเสื้อของเขาก็ยังแทบจะเป็นไปไม่ได้!
“น่าเหลือเชื่อ!”
“อัศจรรย์!”
“เข้ามาอีกสิ!”
นี้เป็นครั้งแรกที่เขาใช้ ‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’ ในการต่อสู้จริง!
“พวกหุ่นกระบอกไม้เหล่านี้ยังอ่อนแอเกินไป!”
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาก็สะบัดฝ่าเท้าเพื่อดีดตัวออกจากฝูงหุ่น
กระบอกที่ล้อมเขาอยู่ และบินลอยเข้าไปยังส่วนที่ลึกกว่าของตรอกหุ่น
กระบอกไม้!
…………………
ในเวลานี้เอง ด้านนอกของตรอกหุ่นกระบอกไม้ ศิษย์พี่ผู้คุมกำลังนั่ง
มองหินพลังปราณที่เป็นตัวจ่ายพลังปราณในการทำงานของอาคมตรอก
หุ่นกระบอกไม้อยู่
ทุกอาคมที่สร้างขึ้นมาจะต้องมีแหล่งพลังงานเพื่อใช้งาน แหล่ง
พลังงานเหล่านั้นก็คือพลังปราณจากหินพลังปราณนั่นเอง
พลังปราณนี้ทำให้หุ่นกระบอกไม้เหล่านั้นซ่อมแซมตัวเองกลับมาใหม่
อีกครั้ง ซึ่งการซ่อมแซมหุ่นกระบอกไม้นั้นใช้พลังปราณไม่น้อยเลย นักสู้
บางคนอย่างเช่นหลิงเซ็นและต้ากู่ เมื่อเข้าไปในตรอกหุ่นกระบอกไม้แล้ว
จะเกิดการดูดพลังปราณไปซ่อมแซมหุ่นกระบอกอย่างมหาศาลเพราะ
พวกเขาจัดการหุ่นกระบอกไม้ไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นพลังปราณที่ต้อง
เสียไปกับการซ่อมหุ่นกระบอกไม้เหล่านั้น ทำให้ศิษย์พี่ผู้คุมรู้สึกเสียดาย
จนปวดใจ
แต่หลินหมิงได้เข้าไปในตรอกหุ่นกระบอกไม้เป็นเวลานานแล้ว แต่
การบริโภคพลังปราณก็เกิดขึ้นเพียงน้อยนิด ซึ่งหมายความว่าหลินหมิงไม่
สามารถที่จะจัดการกับหุ่นกระบอกเหล่านั้นได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้นแล้ว ศิษย์พี่ผู้คุมก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา เขาคิดว่าหลินห
มิงจะเป็นพวกเดียวกับหลิงเซ็นและต้ากู่เสียอีก “ศิษย์น้อยหลินนั้นเป็น
อัจฉริยะก็จริงอยู่ แต่มันก็ยังเร็วเกินไปที่จะมาท้าทายความยากระดับ11
ของตรอกหุ่นกระบอกไม้เช่นนี้! ”
“ศิษย์น้องหลินใจร้อนเกินไป ความแข็งแกร่งของเขายังไม่สูงพอจะ
ฝึกฝนที่ความยากระดับ11 ข้ากังวลว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา
หรือร้ายแรงถึงขั้นพิกลพิการ! ”
“ข้าคาดว่าใช้เวลาอีกไม่เกินครึ่งก้านธูป หลินหมิงจะต้องออกมา เขา
ไม่มีทางที่จะทนฝึกฝนที่ระดับความยากเช่นนี้นานไปกว่านี้ แล้วข้าก็จะ
ลดระดับความยากให้เขา เป็นความยากระดับ10… ”
ศิษย์พี่อาวุโสก็นั่งดูหินพลังปราณต่อไป จากการดูหินหลังปราณทำ
ให้รู้ว่าพลังปราณไม่ถูกดูดไปใช้ในการซ่อมแซมหุ่นกระบอกเลย นั้น
หมายความว่าหลินหมิงสู้กับหุ่นกระบอกไม่ไหว แต่เหตุใดหลินหมิงยังไม่
กลับออกมาเสียที นี่ก็ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว
“ข้าควรทำอย่างไรดี?” ศิษย์พี่ผู้คุมสับสน อาคมตรอกหุ่นกระบอกไม้
ดูดพลังปราณไปใช้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าไม่มีการดูดไปใช้เพื่อ
ซ่อมแซมหุ่นกระบอกไม้ซักครั้ง หลินหมิงเอาชนะหุ่นกระบอกไม้ไม่ได้ซัก
ตัวเลยอย่างงั้นหรอ หรืออาจเป็นไปได้ว่าหลินหมิงอาจจะถูกหุ่นกระบอก
ไม้พวกนั้นฆ่าตายไปแล้ว”
“เกิดอะไรขึ้น? หรือว่าศิษย์น้องหลินสู้กับหุ่นกระบอกไม้ไม่ไหวและ
กำลังซ่อนตัวอยู่? และทำไมเขาถึงได้เลือกความยากระดับ11?! ”
……………………………
ในขณะนี้หลินหมิงได้มาถึงส่วนที่ลึกที่สุดของตรอกหุ่นกระบอกไม้
แล้ว หุ่นกระบอกไม้ที่อยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดแห่งนี้มีผิวไม้สีแดงฉานราวกับ
ถูกย้อมด้วยเลือด
เมื่อต้องหลบการโจมตีที่รุนแรงและรวดเร็วของพวกหุ่นกระบอกไม้
เหล่านี้ ทำให้หลินหมิงรู้สึกกดดันขึ้นมาก แม้ว่าเขาจะใช้พลัง ‘ชีพจร
ปราณเทพคลั่ง’ ช่วยอยู่ แต่ไม่นานเขาก็รู้สึกเหนื่อยล้า
“คงจะถึงเวลาที่ข้าต้องหยุดการฝึกฝนแล้วสินะ!” หลังจากที่เขาหลบ
การจู่โจมจากหุ่นกระบอกไม้สีแดงเหล่านี้มาเกือบหนึ่งชั่วโมง เขาก็รู้สึกว่า
เขาควรจะพอได้แล้ว เขาเอาหอกทะลวงสายรุ้งออกมาจากแหวนมิติของ
เขา
เขากวัดแกว่งหอกทะลวงสายรุ้งอย่างคล่องแคล่ว ทุกอณูในร่างกาย
หายใจเข้าออกประสานกันเป็นหนึ่งเดียว พลังปราณของเขาเริ่ม
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวภูเขาที่กำลังสั่นไหว จิตสังหารอันรุนแรงได้แผ่
ออกมาจากร่างของหลินหมิง!
“กวาดล้าง!”
ปึก ปึก ปึก ปึก!
ด้วยพละกำลังของการฝึกฝนขั้นที่4 และพลังปราณที่สั่นสะเทือน
อย่างรุนแรง ทอกทะลวงสายรุ้งตวัดกวาดหุ่นกระบอกไม้ที่อยู่โดยรอบ
ทั้งหมดกระเด็ดกระจัดกระจายไปข้างหลังในหอกเดียว!
“โอ้! ยังไม่ตายรึ? ”
หลินหมิงพบว่าหุ่นกระบอกส่วนใหญ่เมื่อล้มลงไปแล้ว ซักครู่มันก็จะ
ลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง และมีแค่ส่วนน้อยที่แตกออกเป็นชิ้นๆ ซึ่งใช้เวลาซัก
พักแต่ละชิ้นก็เชื่อมเข้าหากันแล้วหุ่นกระบอกไม้นั่นก็ลุกกลับมาอีกครั้ง
“น่าสนใจดีนี้!”
ไม่มีใครเข้าใจถึงอำนาจของการทำลายล้างจาก ‘ลื่นไหลดุจแพร
ไหม’ ไปมากกว่าหลินหมิงอีกแล้ว เมื่อเขามีการฝึกฝนขั้นที่3 พลังของ
‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ ทำให้หอกของเขาแทงทะลุเข้าไปในหินได้เป็นสิบ
นิ้ว ในตอนนี้เขาก็แข็งแกร่งขึ้นอีกขั้นหนึ่งแล้ว พลังของเขาต้องมาก
กว่าเดิมอย่างแน่นอน!
แต่ตอนนี้ การกวาดหอกของเขาทำให้หุ่นกระบอกไม้แตกออกได้
เพียงตัวสองตัวเท่านั้น!
“พวกหุ่นกระบอกไม้เหล่านี้มีความยืดหยุนและความทนทานสูงมาก
มากพอที่จะให้ข้าได้สนุกกับพวกมันอย่างเต็มที่! ”
หลังจากทะลวงมาการฝึกฝนขั้นที่4ได้ เขาก็เข้าใจ ‘ก้าวย่างวิหค
ทองคำถลาลม’ มากขั้นอีกส่วนหนึ่ง เขาต้องการที่จะทดสอบ
ความสามารถของเขาในตอนนี้
ปัก ปัก ปัก! หุ่นกระบอกไม้เริ่มแตกกระจุยทีละตัวๆ หอกทะลวงสาย
รุ่งเป็นเหมือนมังกรทมิฬที่แหวกว่ายอย่างเกรี้ยวกราดอยู่รอบกายของ
หลินหมิง
“สนุกจริงๆ!”
“เข้ามาอีก ฮ่าๆ!”
หลินหมิงกวัดแกว่งหอกทะลวงสายรุ้งอย่างรุนแรง แต่ละหอกเปี่ยม
ด้วยพลังปราณที่สั่นสะเทือนจากพลังของ ‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ ทำให้หุ่น
กระบอกไม้แตกออกเป็นชิ้นๆและบางชิ้นที่ถูกแทงลงไปตรงก็ได้รับความ
เสียหายอย่างรุนแรงจนเกือบจะถูกทำลาย!
หลินหมิงนั้นไม่รู้มาก่อนเลยว่า สำหรับนักสู้คนอื่นๆแล้ว พวกเขาทำ
ได้แค่ซัดให้หุ่นกระบอกกระเด็กล้มลงไปเท่านั้น มีเพียงแค่คนระดับหลิง
เซ็นกับต้ากู่ที่ทำให้พวกมันแตกออกเป็นชิ้นๆได้ แต่ก็ไม่เคยมีใครเกือบที่
จะทำลายมันลงได้มาก่อน
แม้ว่าคนที่อยู่ระดับเดียวกับหลิงเซ็นจะทำให้แต่ละส่วนของหุ่น
กระบอกไม้แตกออกจากกันเป็นชิ้นๆได้ แต่ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นก็ยังสมบูรณ์
ดีอยู่และกลับมาเชื่อมกันอีกครั้ง แต่การจู่โจมของหลินหมิง นอกจากจะ
ทำให้หุ่นกระบอกไม้แตกออกเป็นชิ้นๆแล้ว มันทำให้บางชิ้นส่วนที่ถูกแทง
เข้าไปตรงๆได้รับความเสียหายร้ายแรงอีกด้วย
หุ่นกระบอกไม้สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ แต่การซ่อมแซมนี้จะต้อง
ใช้พลังปราณ ถ้าหุ่นกระบอกไม้เพียงแค่ถูกแรงจู่โจมให้กระเด็นล้มลง ก็
จะใช้พลังปราณในการซ่อมแซมแค่เล็กน้อย ต่อให้ถูกหลิงเซ็นโจมตีจน
แตกออกเป็นชิ้นๆก็ยังใช้พลังปราณในการซ่อมแซมมากระดับหนึ่งเท่านั้น
แต่เมื่อถูกแทงด้วยหอกซึ่งอันแน่นด้วยพลังปราณที่สั่นสะเทือนของ
หลินหมิง นอกจากพวกมันจะแตกออกเป็นชิ้นๆแล้ว บางชิ้นยังได้เกือบ
ถูกทำลายด้วย นี้การสิ้นเปลืองพลังปราณในการซ่อมแซมอย่างแท้จริง
การจะใช้พลังปราณในการซ่อมแซมมันกลับมาต้องใช้เวลานานมาก และ
ยังต้องใช้พลังปราณเป็นในปริมาณที่มากมายมหาศาลเพื่อที่จะซ่อมแซม
ชิ้นส่วนที่เกือบจะถูกทำลายนี้ให้กลับมาดีอีกครั้ง!
…………………………
ด้านนอกตรอกหุ่นกระบอกไม้ ศิษย์พี่ผู้คุมยังคงรอให้หลินหมิงออก
มาอยู่ และสายตาของเขาก็เหลือบมองไปที่หินพลังปราณ ในเวลานี้เขา
ตกตะลึงและใจสั่นอย่างหวาดผวา
หินพลังปราณถูกดูดพลังปราณไปใช้อย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่เขาเคย
เห็นมา จากหินพลังปราณที่ดูเหมือนผลึกใสแวววาวเริ่มขุ่นหมองและแตก
ออกอย่างรวดเร็ว!
เมื่อเป็นเช่นนี้อาคมจะเปลี่ยนหินพลังปราณก้อนใหม่โดนอัตโนมัติ
แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าสิ่งใดก็คือ หินพลังปราณแต่ละก้อนอยู่ได้เพียงครึ่ง
ก้านธูปก็ถูกสูบพลังปราณไปจนหมดแล้ว!
บ้าไปแล้ว… ทำไมพลังปราณถึงถูกใช้อย่างมหาศาลเช่นนี้!?
ขนาดหลิงเซ็นยังไม่สามารถทำให้ต้องดูดพลังปราณไปซ่อมแซมหุ่น
กระบอกมากถึงขนาดนี้เลย!
หรือว่านี้เป็นฝีมือของหลินหมิง? ไม่… เป็นไปไม่ได้!
เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!
ศิษย์พี่ผู้คุม มองหินพลังปราณที่ถูกสูบพลังปราณออกไปอย่าง
รวดเร็ว เขาตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก ไม่มีทางที่ใครจะทำได้ถึงขนาด
นี้ ถึงเขาจะเคยปักใจเชื่อเช่นนั้น แต่ในตอนนี้ความจริงก็ปรากฏอยู่
ตรงหน้าของเขา
นี่… พลังบ้าอะไรกันที่ทำได้ถึงขนาดนี้?
ศิษย์พี่ผู้คุมยังคงตกตะลึงอยู่กับพลังปราณที่ถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่เป็นความจริง
………………………
“อื้ม? พังไปหมดแล้วอย่างงั้นหรอ? ”
หลินหมิงทำลายหุ่นกระบอกไม้ทั้งหมดอย่างเพลิดเพลิน พวกมันไม่
ต่างอะไรกับลูกแมวน้อย พวกมันทั้งหมดแตกออกเป็นชิ้นๆ บางชิ้นถูก
ทำลายจนเสียหายอย่างร้ายแรง ยากที่จะซ่อมแซมได้
“หุ่นกระบอกไม้ทั้งหมดมีแค่นี้งั้นสินะ? นี่มันความยากระดับ11แล้ว
อย่างนั้นหรือ?! “หลินหมิงคิดในใจ เหมือนกับว่าเขาไม่เชื่อว่ากำลังฝึกอยู่
ในความยากระดับ11
ถ้าศิษย์พี่อาวุโสได้รู้เรื่องที่หลินหมิงคิดในใจ เขาคงจะต้องอึ้งจนเอา
หัวโขกกำแพงตายแน่ๆ แม้ว่าหุ่นกระบอกไม้พวกนี้จะสามารถซ่อมแซม
ตัวเองได้ แต่หลินหมิงได้สร้างความเสียหายร้ายแรงจนเกือบจพถูกทำลาย
ให้กับมัน การซ่อมแซมความเสียหายที่หลินหมิงได้ทำไว้นี้ คงจะต้องใช้
เวลาอีกนาน!
“ถึงแม้ว่าในตอนนี้ข้าจะยังเอาชนะซางกวนยู่ไม่ได้ แต่ข้าก็สามารถที่
จะเข้าร่วมการจัดอันดับโดยอาคมหมื่นอสูรสังหารและเป็น10อันดับแรก
ได้ไม่ยาก และข้าก็จะได้รับหอกแก่แทนสวรรค์ หอกระดับมนุษย์ชั้นกลาง
มาครอบครอง ”
หลินหมิงเก็บหอกทะลวงสายรุ้งของเขาและเดินออกจากตรอกหุ่น
กระบอกไม้