Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 140 จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันโชตช่วง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 140 จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันโชตช่วง
ไป๋จิ้งอวิ๋นยิ้มและกล่าว “ศิษย์น้องหญิง เมื่อไม่กี่วันก่อนเจ้าได้ดาบ
ระดับมนุษย์ชั้นกลางมาไม่ใช่หรือ? ทำไมเจ้าไม่ไปขอให้หลินหมิงช่วย
จารึกดาบให้เจ้าล่ะ?
มู่หรงซีเบ้ปากและกล่าว “ฉินซิงเซวียนเองก็นำดาบของนางมาให้
หลินหมิงจารึกให้เช่นกัน ดาบที่หลานท่านจอมพลอย่างนางจะใช้ต้องเป็น
ดาบระดับมนุษย์ชั้นสูงอยู่แล้ว ดาบของข้าเป็นเพียงแค่ดาบระดับมนุษย์
ชั้นกลาง ไปขอให้หลินหมิงช่วยจารึกให้ก็มีแต่เสียหน้าเปล่าๆ พวกผู้
อาวุโสในตระกูลของข้ามีแต่คนขี้เหนียวทั้งนั้น! ”
เมื่อได้มู่หรงซีแอบนินทาผู้อาวุโสในตระกูลของนาง ไป๋จิ้งอวิ๋นก็อดขำ
ไม่ได้
สำหรับมู่หรงซี เมื่อนางรู้ว่าหลินหมิงคือยอดนักจารึกที่มีฝีฝือสูงส่ง
นางก็รีบไปอ้อนวอนขออาวุธจากผู้อาวุโสในตระกูลของนาง พร้อมทั้ง
วัตถุดิบหายากมากมายสำหรับการจารึก และเมื่อนางได้ทุกอย่างพร้อม
แล้วนางก็ลากไป๋จิ้งอวิ๋นไปสมาคมจารึกเป็นเพื่อนในทันดี แต่เมื่อนาง
เดินทางมาถึงสมาคมจารึก หลินหมิงก็ออกจากสมาคมจารึกไปเสียแล้ว
เพราะว่าหลินหมิงได้รับวัตถุดิบหายากที่ต้องการครบแล้ว
เรื่องนี้ทำให้มู่หรงซีรู้สึกเศร้าเสียใจเป็นเป็นอย่างมาก นางเดินทาง
กลับสำนักเจ็ดแก่นแท้อย่างหดหู่
ไป๋จิ้งอวิ๋นเข้าใจความรู้สึกของมู่หรงซีเป็นอย่างดี นางเดินไปหา
หลินหมิงกับฉินซิงเซวียน พร้อมกับกล่าวทักพวกเขาทั้งสองคน “ศิษย์น้อง
หลิน! ศิษย์น้องฉิน! ”
“อ้าว? ศิษย์พี่หญิงจิ้งอวิ๋น” หลินหมิงยิ้มและกล่าวต่อ ” ข้าหวังว่า
ท่านจะพอใจกับอาคมจารึกที่ข้าจารึกลงในดาบของท่าน ”
“แน่นอน มันเป็นการจารึกที่ยอดเยี่ยมมาก ข้าไม่ทราบว่าศิษย์น้อง
หลินพอจะมีเวลาว่างบ้างหรือไม่? มู่หรงซีเองก็อยากจะให้ศิษย์น้องหลิน
เป็นคนสลักอาคมจารึกลงบนดาบของนางเช่นกัน”
“ได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหา การจารึกไม่ได้ใช้เวลานานเท่าไร ข้ามีเวลา
มากพออยู่แล้ว ข้าต้องขอขอบใจศิษย์พี่หญิงจิ้งอวิ๋นสำหรับ ผลึกแห่งดวง
ดางชิ้นนั้น มันมีประโยขชน์ต่อข้าอย่างมาก ”
“ศิษย์น้องหลินไม่ต้องเกรงใจข้าหรอก” ไป๋จิ้งอวิ๋นกล่าวและยิ้ม
ออกมา และในเวลานั้นเองนาฬิกาทองแดงก็ส่งเสียงดังออกมา
การจัดอันดับได้เริ่มขึ้นแล้ว!
แววตาของหลินหมิงเปล่งประกาย จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเขา
ลุกโชน หลักจากเขาไม่ได้เข้าร่วมการจัดอันดับมานานถึง3เดือน การจัด
อันดับในครั้งนี้ของเขา เขาจะสามารถขึ้นไปสูงได้ขนาดไหน?
“ศิษย์น้องหลินจะเข้าร่วมการจัดอันดับตั้งแต่รอบแรกเลยหรือไม่? ”
ไป๋จิ้งอวิ๋นกล่าวถาม
“แน่นอน ข้าจะไปร่วมในรอบแรกนี้เลย! ”
ปกติแล้วเหล่าศิษย์เก่งๆจะเข้าร่วมการจัดอันดับในช่วงบ่ายเป็นรอบ
ท้ายๆ ทำให้หลังจากรู้อันดับของตัวเองแล้ว อันดับของพวกเขาจะไม่ค่อย
ถูกแซงจนตกลงไป แต่สำหรับหลินหมิงเขาต้องการเป็น10อันดับแรกของ
สำนัก จะเข้าร่วมการจัดอันดับตอนไหนก็ไม่ต่างกัน
“เหล่าศิษย์ที่ต้องการเข้าร่วมการจัดอันดับในรอบแรก จงก้าวขึ้นมา
บนเวที!” ศิษย์พี่ผู้คุมตะโกนเสียงดังสนั่น
หลินหมิงทะยานขึ้นไปกลางอากาศราวกับว่าเขาเป็นนกอินทรีย์ และ
ร่อนตัวลงมาบนแท่นอาคมหมื่นอสูรสังหารอย่างพริ้วไหว
คนอื่นๆอาจจะไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติในการเคลื่อนไหวของ
เขา และมองว่ามันเป็นทักษะการเคลื่อนไหวธรรมดาๆ แต่ไม่ใช่กับฉินซิง
เซวียนและผู้อาวุโสทั้งสอง
จากสัญชาตญาณของฉินซิงเซวียน นางรู้สึกได้ว่าการเคลื่อนไหวของ
หลินหมิงเมื่อครู่ไม่ใช่ทักษะเครื่องไหวทั่วๆไป มันเป็นทักษะเคลื่อนไหวที่
แปลกประหลาดและพริ้วไหวงดงาม มันทำให้นางรู้ตื่นเต้นในตัวหลินหมิ
งมากขึ้นไปอีก
ซูเฟิงหยวนลูบเคราของเขาและกล่าว “ผู้อาวุโสซุน เมื่อครู่นี้หลินหมิง
ใช้ทักษะลึกลับบางอย่างในการเคลื่อนไหว ท่านคิดเห็นอย่างไรกับทักษะ
การเคลื่อนไหวของเขา?”
ผู้อาวุโสซุนก็สังเกตเห็นบางอย่างในการเคลื่อนไหวของหลินหมิง
เช่นกัน มันเป็นการเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาด ปกติแล้วเมื่อนักสู้
กระโดดไปกลางอากาศ ร่างกายของพวกเขาจะต้านลม ทำให้ความเร็วถูก
ลดลงไปบางส่วน แต่การเคลื่อนไหวของหลินหมิงเมื่อกี้นี้ เขากลับมี
ความเร็วเพิ่มขึ้นอีกขณะที่อยู่กลางอากาศ ราวกับว่ามีปีกที่มองไม่เห็นโบก
พัดเร่งความเร็วให้กับเขาอยู่
“มันไม่ใช่ทักษะเคลื่อนไหวของสำนักเจ็ดแก่นแท้ เป็นวิชาที่น่าสนใจ
ดี! ”
หลินหมิงได้ขึ้นมายืนอยู่บนเวทีจัดอันดับเป็นคนแรก ราวกับว่าได้นัด
หมายกันเอาไว้แล้ว เหล่าศิษย์คนอื่นๆไม่มีใครกล้าก้าวเท้าขึ้นไปบนเวที
เลย ในการจัดอันดับรอบแรก จึงมีศิษย์ที่เข้าร่วมการจัดอันดับเพียงคน
เดียวซึ่งก็คือหลินหมิง
หลินหมิงไม่ได้สนใจเหล่าศิษย์คนอื่นๆ เขาก้าวไปนั่งขัดสมาธิบนแท่น
อาคม
“การจัดอันดับนี้ไม่มีการจำกัดเวลา เมื่อล้มศัตรูที่มีการฝึกฝนขั้นที่2
ได้รับ1คะแนน ล้มศัตรูที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นที่2ได้รับ5คะแนน
ล้มศัตรูที่มีการฝึกฝนขั้นที่3ได้รับ10คะแนน ล้มศัตรูที่มีการฝึกฝนที่
จุดสูงสุดของขั้นที่3ได้รับ50คะแนน ล้มศัตรูที่มีการฝึกฝนขั้นที่4ได้รับ100
คะแนน ล้มศัตรูที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นที่4ได้รับ500คะแนน ล้ม
ศัตรูที่มีการฝึกฝนขั้นที่5ได้รับ1000คะแนน ล้มศัตรูที่มีการฝึกฝนที่
จุดสูงสุดของขั้นที่5ได้รับ5000คะแนน หากถูกฆ่าในอาคมหมื่นอสูร
สังหารก็เท่ากับว่าการจัดอันดับของเจ้าในเดือนนี้สิ้นสุดลงแล้ว หลินหมิง
เจ้าพร้อมแล้วหรือยัง? ” ศิษย์พี่ผู้คุมพูดแนะนำตามปกติ
“ข้าพร้อมแล้ว” หลินหมิงพยักหน้า ทันใดนั้นแสงสีขาวก็ปรากฏ
ขึ้นมาห่อหุ้มร่างของเขาเอาไว้
หลินหมิงได้ปรากฏตัวขึ้นมาในอีกโลกหนึ่ง ด้านหน้าของเขาเต็มไป
ด้วยอาวุธนานาชนิด
“หอก เพลายาว 8 ก้าว หัวหอกยาว 8 นิ้ว ทำจากเหล็กเหนียวทมิฬ
น้ำหนักรวม 820 จิน! ”
หลินหมิงจินตนาการภาพของอาวุธที่เขาต้องการขึ้นภายในจิตใจ มัน
คือหอกที่เหมือนกับหอกทะลวงสายรุ้งของเขา
เมื่อหอกที่เขาต้องการปรากฏขึ้นในมือของเขา ด้านหน้าของเขาก็มี
นักสู้และสัตว์ดุร้ายปรากฏขึ้นเต็มไปหมด ความแข็งแกร่งของพวกมันอยู่
ระหว่างการฝึกฝนขั้นที่2และการฝึกฝนขั้นที่3 สำหรับหลินหมิงแล้ว ศัตรู
พวกนี้ทำอะไรเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
โดยไม่รอให้เสียเวลา หลินหมิงกระโดดไปกลางวงของพวกมันและ
กวาดหอกทะลวงสายรุ้งเป็นวงกลมรอบตัว
แม้ว่าจะไม่ต้องใช้พลังปราณสั่นสะเทือนจากวิชา ‘ลื่นไหลดุจแพร
ไหม’ การกวาดหอกของหลินหมิงเพียงครั้งเดียวก็สามารถสังหารศัตรูทุก
ชีวิตได้ สำหรับศัตรูพวกนี้ เพียงแค่พละกำลังกายภาพของเขาก็มากเกิน
พอแล้ว!
เพียงหนึ่งหารโจมตีก็สังหารศัตรูทั้งหมดกว่า10ตัวได้!
หลังจากทำการกวาดล้างพวกมันไปอีกพักหนึ่ง ในที่สุดศัตรูส่วนใหญ่
ก็มีความแข็งแกร่งเทียบได้กับนักสู้ที่มีการฝึกฝนบนจุดสูงสุดของขั้นที่3
แล้ว บางตัวก็เทียบได้กับนักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นที่4เลยทีเดียว
แต่ความแข็งแกร่งของพวกมันก็ไม่ได้เป็นปัญหาเลยเมื่อมาอยู่ต่อ
หน้าหลินหมิง!
เขาจับหอกทะลวงสายรุ้งเอาไว้แน่นและพุ่งเข้าไปกลางวงของศัตรู!
วัวดุร้ายขนาดยักษ์ ร่างกายใหญ่โต มันมีพละกำลังหลายพันจินกำลัง
กระทืบพื้นดินจนสั่นสะเทือน ทำให้เศษหินและฝุ่นลอยคลุ้งเต็มอากาศ!
เมื่อวัวดุร้ายต้วนั้นพุ้งเขามาหาเขา หลินหมิงไม่คิดที่จะหลบ เขาตั้ง
ท่าเตรียมที่จะรับมือและแผ่พลังปราณออกมาอย่างรุนแรงราวกับภูเขาไฟ
ระเบิด “มังกรวารีทะยานห้วงสมุทร!”
ฉัวะ!
หอกทะลวงสายรุ่งเจาะทะลุผ่านร่างของวัวอย่างงายดายราวกับว่า
มันเป็นเพียงแค่ก้อนเนื้อบางๆ!
ร่างกายของหลินหมิงเต็มไปด้วยพลังปราณ เขาเอนตัวไปด้านหลัง
และยกหอกของเขาขึ้นไปด้านบนด้วยพละกำลังหลายพันจิน วัวดุร้ายตัว
นั้นถูกโยนข้ามหัวของเขาและกระเด็นไปไกล!
การถ่ายเทพละกำลังของเขาสมบูรณ์แบบ!
แต่ละการจู่โจมของเขาสามารถสังหารศัตรูได้อย่างน้อย1ชีวิต!
แม้ว่าศัตรูจะถูกฆ่าไปมากมาย แต่อาคมหมื่นอสูรสังหารก็ยังสร้าง
ศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าขึ้นมาเรื่อยๆ
…………………
ด้านนอกอาคมหมื่นอสูรสังหาร เวลาผ่านไปกว่า3ก้านธูปแล้ว ธูป
ก้านที่4กำลังถูกจุดขึ้นมา หลินหมิงนั่งอยู่บนแท่นอาคม สีหน้าของเขายัง
ดูมีชีวิตชีวา ไม่มีวี่แววว่าจะได้รับบาดเจ็บหรือเหนื่อยล้าเลยแม้แต่น้อย
“ธูปก้านที่4ถูกจุดขึ้นแล้ว! แต่เขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อนอ่อนเลย
ข้าคาดว่าเขาคงอยู่ได้ถึงธูปก้านที่7ได้อย่างไม่มีปัญหา! และแน่นอนว่าใน
เวลานี้เขาแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ความเร็วในการสังหารของเขาก็ย่อมต้อง
สูงขึ้นด้วย ในตอนนี้เขาอาจจะกำลังสู้กับศัตรูที่มีการฝึกฝนขั้นที่5แล้วก็
ได้! พวกมันแต่ละตัวให้คะแนนตัวละ1000คะแนน ข้าไม่อยากจะคิดถึง
อันดับของเขาเลย มันต้องสูงมากแน่ๆ ” ไป๋จิ้งอวิ๋นกล่าว หลังจากประเมิน
เวลาจากก้านธูปและสภาพสีหน้าของหลินหมิง
“อันดับที่10ก็คงจะมีคะแนนประมาณ8000-9000คะแนน หาก
หลินหมิงสังหารศัตรูที่มีการฝึกฝนขั้นที่5ได้ซัก5ตัว เขาก็คงจะได้เป็น10
อันดับแรกของสำนัก ”
สำหรับเด็กหนุ่มที่มีอายุเพียง15ปี แต่กลับได้เป็น10อันดับแรกของ
สำนัก ตัวตนของเขาเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัว
ในขณะที่ไป๋จิ้งอวิ๋นพูด มู่หรงซีกำลังนั่งท้าวคางอยู่บนพื้นหญ้า นาง
มองไปยังหลินหมิงที่นังขัดสมาธิอยู่บนแท่นอาคม และไม่ได้รู้สึก
ประหลาดใจอะไรซักเท่าไรกับสิ่งที่ไป๋จิ้งอวิ๋นประเมินหลินหมิงเอาไว้ อาจ
เป็นเพราะหลินหมิงได้ทำเรื่องอัศจรรย์มาหลายต่อหลายครั้ง จนนางเริ่ม
จะชินแล้ว
ในเวลานี้เองหลินหมิงกำลังต่อสู้อยู่กับศัตรูที่มีการฝึกฝนขั้นที่5ตาม
การคาดการณ์ของไป๋จิ้งอวิ๋น แต่ว่าพวกมันไม่ใช่ศัตรูที่มีการฝึกฝนขั้นที่5
ธรรมดาๆ แต่เป็นศัตรูที่มีการฝึกฝนบนจุดสูงสุดของขั้นที่5!
ไป๋จิ้งอวิ๋นประเมินความเร็วในการสังหารศัตรูของหลินหมิงเอาไว้สูง
มาก แต่หลินหมิงก็ยังสังหารศัตรูได้เร็วกว่านั้น!
หลินหมิงพึ่งจะทะลวงขึ้นมาการฝึกฝนขั้นที่4ได้ไม่นาน แต่เขากำลัง
เผชิญหน้าอยู่กับศัตรูที่มีการฝึกฝนบนจุดสูงสุดของขั้นที่5 ระดับการ
ฝึกฝนระหว่างพวกเขาแตกต่างกันอย่างมาก!
“จุดสูงสุดของขั้นที่5รึ?” หลินหมิงพูดออกมาพร้อมกับเลียริมฝีปาก
แววตาของเขาเปี่ยมล้นด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ทั่วร่างของเขาเปียก
โชกไปด้วยเลือดของเหล่าศัตรู สีหน้าของเขาดูร้ายกาจและโหดเหี้ยม
เมื่อความแข็งแกร่งของศัตรูเพิ่มสูงขึ้น ความกดดันที่เกิดขึ้นในการ
ต่อสู้ของหลินหมิงก็เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน หลินหมิงได้พบกับศัตรูที่มี
แข็งแกร่งที่สุดในอาคมหมื่นอสูรสังหารแล้ว พวกมันมีการฝึกฝนที่
จุดสูงสุดของขั้นที่5 ในเวลานี้พวกมันกำลังล้อมเขาอยู่จากทุกทิศทาง เมื่อ
ถูกล้อมด้วยศัตรูระดับนี้ ทำให้การต่อสู้ของเขาเป็นไปอย่างยากลำบาก
เพล้ง!
หลินหมิงกำลังปะทะกับนักสู้ที่มีการฝึกฝนบนจุดสูงสุดของขั้นที่5
นักสู้คนนั้นใช้กระบองระดับสูงเป็นอาวุธ พลังของมันสามารถทำลายและ
บดขยี้กระดูกของผู้ที่ถูกโจมตีให้แหลกเป็นเสี่ยงๆได้!
หลินหมิงกวัดแกว่งหอกทะลวงสายรุ้งอย่างคล่องแคล่วว่องไวเข้าไป
ทะปะกับกระบองของศัตรูนักสู้คนนั้น
หอกและกระบองปะทะกันอย่างรุนแรง ประกายแสงไฟอันร้อนแรง
ระเบิดขึ้นมาอย่างน่ากลัว!
ในเวลานี้เองที่ความยืดหยุ่นของหอกจะแสดงประโยชน์ของมัน
ออกมา หากปะทะกันอย่างรุนแรงเช่นนี้แล้วเพลาหอกไม่มีความยืดหยุน
ผู้ที่ใช้อาวุธจะได้รับแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและอาจได้รับบาดเจ็บ
สาหัส
นักสู้ที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นที่5นั้น มีความแข็งแกร่งที่สูงมาก
แต่โดยรวมแล้วก็ยังเทียบกับหลินหมิงไม่ได้!
ด้วยพลังของ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ผสานกับ ‘ลื่นไหลดุจแพร่ไหม’
หอกของหลินหมิงเป็นดั่งกระแสน้ำที่เชี่ยวกราด!
หอกทะลวงสายรุ้งโค้งงอรับแรงกระแทกเอาไว้และดีดกลับสู่สภาพ
เดิมของมัน จากการปะทะทำให้นักสู้ที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นที่5
กระเด็นออกไปข้างหลังอย่างรุนแรง
แต่สำหรับหลินหมิงที่ใช้อาวุธที่เน้นความยืดหยุ่นแล้ว เขาไม่ได้ถอย
หลังออกไปเลยแม้แต่ครึ่งก้าว!