Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 141 ความเร็วอันบ้าระห่ำ
หอกทะลวงสายรุ้งโค้งงอรับแรงกระแทกเอาไว้และดีดกลับสู่สภาพ
เดิมของมัน จากการปะทะทำให้นักสู้ที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นที่5
กระเด็นออกไปข้างหลังอย่างรุนแรง
แต่สำหรับหลินหมิงที่ใช้อาวุธที่เน้นความยืดหยุ่นแล้ว เขาไม่ได้ถอย
หลังออกไปเลยแม้แต่ครึ่งก้าว!
หลินหมิงจับหอกอย่างมั่นคงและพุ่งไปข้างหน้าอย่างรุนแรง การ
ถ่ายเทพละกำลังของเขาสมบูรณ์แบบและทรงพลังอย่างยิ่ง แม้ว่าการ
ปะทะเมื่อครู่จะไม่สามารถสังหารศัตรูได้ในทันที แต่ก็ทำให้ศัตรูของเขา
ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง
หลินหมิงพุ้งเขาไปหาสัตว์ดุร้าย2ตัวที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับ
นักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นที่5
“ตายไปซะ!”
ในขณะที่หลินหมิงตะโกนออกมา หอกทะลวงสายรุ้งก็กวาดไป
ข้างหน้าอย่างรุนแรง ปลายหอกอันแน่นไปด้วยพลังปราณที่สั่นสะเทือน
อย่างรุนแรง เมื่อปลายหอกฟาดผ่านหัวของสัตว์ดุร้ายทั้งสอง หัวของพวก
มันระเบิดออกราวกับเป็นลูกแตงโม!
ปัง! ปัง! เมื่อหัวของพวกมันระเบิดออกเป็นเศษเนื้อชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เลือดก็พุ้งกระฉูดออกมาจากคอของพวกมันและร่างของพวกมันก็ทรุดลง
บนพื้นดิน
ในเวลานี้เองนักสู้ที่มีการฝึกฝนบนจุดสูงสุดของขั้นที่5ก็ลุกกลับขึ้นมา
แม้ว่ามันจะถูกหลินหมิงผลักกระเด็นไปข้างหลังแต่มันก็ไม่ได้บาดเจ็บมาก
เท่าไร มันพุ้งเข้ามาและใช้กระบองฟาดลงมาใส่หลินหมิง
เมื่อเห็นกระบองฟาดมา หลินหมิงก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะกวัด
แก่วงหอกทะลวงสายรุ้งและพุ่งทะยานไปข้างหน้า การเคลื่อนไหวของเขา
รวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ!
ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม!
เพียงก้าวเดียวร่างของหลินหมิงก็ทะยานไปไกล เขาพุ้งมาถึงร่างของ
ศัตรูนักสู้คนนั้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับหอกของเขา
ฉึก! หอกทะลวงสายรุ้งเจาะทะลุอกของนักสู้ที่ถือกระบอง!
เมื่อหลินหมิงใช้ความเร็วสูงสุดของเขา เขาสามารถที่จะฆ่าศัตรูของ
เขาได้ในพริบตา ไม่มีแม้แต่โอกาศจะให้ศัตรูเหล่านั้นคิดที่จะรับมือ!
นักสู้ที่มีการฝึกฝนบนจุดสูงสุดของขั้นที่5คนนั้นก็คงไม่คิดว่าหลินห
มิงจะมีความเร็วมากขนาดนี้ เพราะที่ผ่านมาหลินหมิงยังไม่ได้ใช้ความเร็ว
สูงสุดของเขา และเวลาที่มันได้เห็นความเร็วสูงสุดของหลินหมิง ก็คือเวลา
ที่เป็นลมหายใจสุดท้ายของมัน!
หอกทะลวงสายรุ้งเป็นดั่งงูพิษที่ฉกเข้าไปกลางร่างพร้อมกับพรากเอา
ชีวิตของนักสู้คนนั้นไป!
เมื่อนักสู้ที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้นที่5ถูกสังหาร สัตว์ดุร้ายและ
นักสู้คนอื่นๆก็เกิดความหวาดกลัวขึ้นมา ในเวลานี้ไม่มีศัตรูซักคนที่กล้าพุ้ง
เข้ามาหาเขา
จิตสังหารอันน่าหวาดกลัวแผ่ออกมาจากร่างของหลินหมิง และ
เขาพุ้งไปสังหารศัตรูที่เหลืออยู่อย่างบ้าระห่ำ และด้วย ‘ก้าวย่างวิหค
ทองคำถลาลม’ ทำให้การโจมตีทุกๆครั้งของเหล่าศัตรูไม่มีโอกาสที่จะ
สัมผัสกับร่างของเขาได้เลย
หลังจากที่สังหารนักสู้และสัตว์ดุร้ายที่มีการฝึกฝนขั้นที่5ไปอีก
มากมาย ในที่สุดก็มีนักสู้เกราะเงินที่มีการฝึกฝนขั้นผสานชีพจรปรากฏตัว
ออกมา!
“ขั้นผสานชีพจร?! ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า ข้าจะสามารถรับมือ
กับนักสู้ขั้นผสานชีพจรที่ได้ซักแค่ไหน!”
เมื่อนักสู้ขั้นผสานชีพจรมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า หลินหมิงก็รู้สึก
ตื่นเต้นขึ้นอย่างมาก เขาเคยได้ยินมาว่าหลิงเซ็นสามารถเอาชนะนักสู้ขั้น
ผสานชีพจรที่อยู่ในช่วงแรกๆได้ นักสู้เกราะเงินที่อยู่ตรงหน้าเขาก็เช่นกัน
เห็นได้ชัดว่านักสู้เกราะเงินคนนั้นพึ่งจะทะลวงเข้ามาในขั้นผสานชีพจรได้
ไม่นาน ชีพจรทั่วร่างก็ยังไม่ผสานเข้าด้วยกัน เขาเป็นนักสู้ขั้นผสานชีพจร
ที่ดูอ่อนแอกว่านักสู้ขั้นผสานชีพจรทั่วๆไปอยู่มาก หากหลิงเซ็นอยู่ที่นี่ นัก
สู้เกราะเงินคนนี้ก็คงถูกหลิงเซ็นสังหารอย่างง่ายดาย!
แต่สำหรับหลินหมิงมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย แม้ว่ามันจะเป็นนักสู้ที่พึ่ง
จะทะลวงขึ้นมาขั้นผสานชีพจรได้ไม่นาน และยังอ่อนแอกว่านักสู้ขั้น
ผสานชีพจรทั่วๆไปอยู่มาก แต่นักสู้คนนี้ก็แข็งแกร่งกว่านักสู้ที่มีการฝึกฝน
ที่จุดสูงสุดของขั้นที่5อยู่มากทีเดียว!
โดยทั่วไปสำหรับการจัดอันดับ เหล่าศิษย์จะหลีกเลี่ยงศัตรูที่
แข็งแกร่ง และกำจัดศัตรูที่อ่อนแอให้หมดเสียก่อน
นี่เป็นวีธีที่จะสามารถเพิ่มคะแนนในการจัดอันดับของตนให้สูงที่สุด
หากต้องต่อสู้กับนักสู้ที่แข็งแกร่งกว่าและมีโอกาสแพ้ พวกเขาก็จะ
พยายามสังหารศัตรูที่สามารถเอาชนะได้ให้หมดก่อน
แม้แต่ซางกวนยู่กับต้ากู่เองก็เช่นกัน พวกเขาทั้งสองก็ยังไม่สามารถ
เอาชนะนักสู้ขั้นผสานชีพจรได้ เมื่อนักสู้ขั้นผสานชีพจรปรากฏตัวออกมา
พวกเขาก็จะสังหารศัตรูที่มีการฝึกฝนขั้นที่5ให้ได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
ต้ากู่นั้นมีพละกำลังที่สูงมาก และด้วยสมาธิที่เหนือกว่าซางกวนยู่
แม้ว่าเขาจะตกอยู่ทร่ามกลางฝูงนักสู้ขั้นผสานชีพจร เขาก็ยังสามารถหา
วีธีเยื้อเวลาเพื่อที่จะจัดการศัตรูที่อยู่ในขั้นที่5ทั้งหมดลงได้ก่อนที่เขาจะ
ตาย! นี่คือสาเหตุที่ต้ากู่มีอันดับสูงกว่าซางกวนยู่
แต่สำหรับหมิงหลิงเขาไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้น ด้วยคะแนนของ
เขาในตอนนี้ เขาได้เป็น10อันดับแรกของสำนักอยู่แล้ว!
ปกติแล้วนักสู้ทุกคนต้องพยายามที่จะเพิ่มอันดับให้สูงขึ้นมากที่สุด
เท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะได้รับทรัพยากรที่จำเป็นต่อการฝึกฝนจากสำนัก
มากขึ้น แต่หลินหมิงอยู่ในช่วงทดสอบเป็นศิษย์หลัก เขาจึงได้รับทรัพยา
การจากสำนักเทียบเท่ากับ3อันดับแรกของสำนักอยู่แล้ว เขาไม่
จำเป็นต้องเพิ่มอันดับของเขาเพื่อให้ได้รับทรัพยากรเพิ่มขึ้น ที่เขาต้องการ
ก็แค่เป็น10อันดับแรกและรับเอาหอกอ่อนปราณคลั่งมาก็เพียงพอ
แน่นอนว่าหากหลบการโจมตีของนักสู้ขั้นผสานชีพจรคนนั้นไป
เรื่อยๆและค่อยๆหาโอกาสสังหารศัตรูที่มีการฝึกฝนขั้นที่5 คะแนนของ
เขาก็จะเพิ่มมากขึ้น แต่จำนวนของนักสู้ขั้นผสานชีพจรก็จะเพิ่มมาขึ้นด้วย
เช่นกัน ซึ่งหากมีนักสู้ขั้นผสานชีพจรอยู่หลายๆคนแล้ว ก็ไม่มีโอกาสแม้
เพียงเล็กน้อยที่เขาจะสามารถสังหารนักสู้ขั้นผสานชีพจรลงได้
หลินหมิงไม่ได้ต้องการจะรู้ว่าเขามีคะแนนในการจัดอันดับอยู่เท่าไร
แต่สิ่งที่เขาต้องการจะรู้ก็คือความแข็งแกร่งของเขายังต่างกับนักสู้ขั้น
ผสานชีพจรอยู่อีกแค่ไหน!
“ตาย!” หลินหมิงไม่คิดที่จะไปจัดการกับศัตรูที่มีการฝึกฝนขั้นที่5
เหมือนคนอื่นๆ เขากวัดแกว่งหอกทะลวงสายรุ้งและทะยานเข้าไปหา
นักรบเกราะเงินที่มีการฝึกฝนในขั้นผสานชีพจรคนนั้น!
……………………………
ด้านนอกมิติอาคมหมื่นอสูรสังหาร ไฟจากก้านธูปดอกที่6กำลังมอด
ดับไป ธูปก้านที่7กำลังถูกจุดขึ้นมา มันเป็นไปตามที่ใครๆหลายคนได้
คาดการณ์เอาไว้ หลินหมิงจะต้องอยู่ได้ถึงธูปก้านที่7อยู่แล้ว ในการจัด
อันดับครั้งสุดท้ายของมู่หรงซี นางใช้เวลา6ก้านธูปเศษๆ และได้เป็น
อันดับที่28
แต่ใครต่อใครก็รู้ดีว่าระยะเวลา6ก้านธูปของหลินหมิง สามารถ
สังหารศัตรูได้มากกว่าระยะเวลา6ก้านธูปของคนทั่วๆไป ความเร็วในการ
สังหารของเขาน่ากลัวอย่างยิ่ง!
“ธูปก้านที่เจ็ดถูกจุดขึ้นมาแล้ว ข้าว่าหลินหมิงคงใกล้ถึงขีดจำกัดของ
ตนเองแล้ว ”
ในเวลานี้ หลินหมิงกำลังต่อสู้อย่างยากลำบาก เมื่อต้องต่อสู้กับนักสู้
ขั้นผสานชีพจร ทร่ามกลางฝูงศัตรูที่มีการฝึกฝนขั้นที่5 ทำให้เขารู้สึก
กดดันเป็นอย่างมาก!
แม้ว่านักสู้เกราะเงินนั้นจะพึ่งทะลวงขึ้นมาขั้นผสานชีพจรได้ไม่นาน
แต่ความแข็งแกร่งของมันก็เหนือกว่านักสู้ที่มีการฝึกฝนบนจุดสูงสุดของ
ขั้นที่5อยู่มากทีเดียว!
หากเขาไม่มีวิชา ‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’ แล้วต้องมาต่อสู้กับ
นักสู้ขั้นผสานชีพจร โดยที่มีนักสู้และสัตว์ดุร้ายที่มีการฝึกฝนขั้นที่5คอย
ก่อกวนอยู่เช่นนี้ เขาคงจะถูกรุมฆ่าตายอย่างทรมานไปแล้ว
ในระหว่างที่เขาต่อสู้กับนักสู้ขั้นผสานชีพจร บาดแผลบนร่างของเขา
ก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้น ในตอนนี้เขามีบาดแผลอยู่บนร่างมากกว่าสิบ
แผล บางบาดแผลลึกลงไปถึงกระดูก ทำให้เขาเสียเลือดไปจำนวนมาก
เขาคงจะใกล้ถึงขีดจำกัดของตัวเองแล้ว
เมื่อเขาใช้หอกที่อัดแน่นด้วยพลังปราณที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
แทงใส่นักสู้เกราะเงิน แม้ว่าหอกจะทะลุเกราะเข้าไปได้ แต่ก็สร้างความ
เสียหายได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น!
แม้ว่าหอกของเขาจะเต็มไปด้วยพลังปราณที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
แต่ก็ทำได้เพียงแค่สร้างบาดแผลเท่านั้น พลังปราณสั่นสะเทือนจากวิชา
‘ลื่นไหลดุจแพรไหม’ ไม่สามารถฆ่ามันได้ นักสู้ขั้นผสานชีพจรแข็งแกร่ง
เกินไป
ในขณะที่ธูปก้านที่7ลุกไหม้ไปได้ครึ่งดอก หลินหมิงก็ถูกนักสู้ขั้น
ผสานชีพจรสังหาร และถูกส่งกลับมาบนแท่นอาคมหมื่นอสูรสังหาร
การจัดอันกับของเขาจบลงแล้ว!
หลินหมิงไม่สามารถสังหารนักสู้เกราะเงินขั้นผสานชีพจรคนนั้นได้
เขาทำได้แค่ฝากรอบแผลไว้บนร่างของมัน
แม้ว่าความแข็งแกร่งของหลินหมิงจะเป็นรองนักสู้ขั้นผสานชีพจรอยู่
มาก แต่ด้วยพลังของ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ก็ทำให้เขาต่อสู้กับนักสู้
เกราะเงินได้หลายกระบวนท่าและฝากรอบแผลเอาไว้ได้
ทั้งๆที่ต้องคอยรับมือกับนักสู้และสัตว์ดุร้ายที่มีการฝึกฝนขั้นที่5อีก
เกือบ10ชีวิตไปด้วยในขณะที่ต่อสู้อยู่กับนักสู้เกราะเงิน แต่เขาก็ยัง
สามารถทำได้ถึงขนาดนี้ หากชาวเมืองรู้เรื่องที่เขาทำในอาคมหมื่นอสูร
สังหารละก็ คงทำให้คนทั้งอาณาจักรตกใตกับความแข็งแกร่งของเขาไม่
น้อย นักสู้ที่พึ่งจะทะลวงขึ้นมาการฝึกฝนขั้นที่4ได้ไม่กี่วัน สามารถสร้าง
บาดแผลให้นักสู้ขั้นผสานชีพจรจนกระอักเลือดออกมาได้!
หลินหมิงลุกขึ้นยืนและเดินลงมาจากแท่นอาคม ทุกสายตาไม่ได้มอง
มาที่หลินหมิง แต่มองไปที่แท่นหินจัดอันดับ ทุกๆคนต่างก็อยากรู้อันดับ
ของหลินหมิง
สำนักเจ็ดแก่นแท้ได้ประเมินเอาไว้ว่า หากหลินหมิงทุ่มเทอย่างสุด
ความสามารถแล้วล่ะก็ เขาจะสามารถเป็น10อันดับแรกของสำนักได้ เมื่อ
เวลาผ่านไป3เดือนหลังจากถูกเลือกให้เป็นศิษย์หลัก
นั้นคือขีดจำกัดที่สำนักเจ็ดแก่นแท้ได้ประเมินเอาไว้!
หากหลินหมิงหละหลวมในการฝึกฝนแม้เพียงเล็กน้อยตลอด3เดือนนี้
หลินหมิงก็จะไปไม่ถึง10อันดับแรกของสำนัก
“การที่หลินหมิงกล้ามาเข้าร่วมการจัดอันดับในวันนี้ แสดงว่าเขา
จะต้องมั่นใจในฝีมือของตนเองอย่างมาก แต่เขาก็ไม่น่าจะสามารถเป็น10
อันดับแรกได้เร็วขนาดนั้น อันดับของเขาคงอยู่ประมาณ10กว่าๆ และเขา
ก็คงขึ้นเป็น10อันดับแรกได้ในเดือนต่อไป” ศิษย์ห้องสวรรค์คนหนึ่งกล่าว
เขามีอันดับที่20 ในเวลานี้ใครๆก็คิดว่าอันดับของหลินหมิงคงจะอยู่ในช่วง
10กว่าๆ
“ก็คงจะเป็นเช่นนั้น การประเมินของสำนักเจ็ดแก่นแท้มักจะถูกต้อง
เสมอ หากหลินหมิงจะได้ขึ้นเป็น10อันดับแรก ก็คงเป็นในเดือนหน้า! ”
ในความคิดเห็นของพวกเขา หลิงหมิงจะขึ้นเป็น10อันดับแรกได้ใน
เดือนที่3 และเรื่องราวของหลินหมิงก็จะกลายเป็นตำนานเช่นเดียวกำ
นิทานก่อนนอนของพวกเด็กๆ
แต่หากหลินหมิงสามารถขึ้นเป็น10อันดับแรกได้ตั้งแต่ในวันนี้ พวก
เขาก็คงจะตกใจกันจนพูดอะไรไม่ออก หากหลินหมิงทำเช่นนั้นได้จริงก็คง
ไม่มีคำนิยามใดใดที่คู่ควรกับเขาอีก
อัจฉริยะ?! สัตว์ประหลาด?! ปีศาจ?! คำนิยายเหล่านี้ไม่มีคุณสมบัติ
พอที่จะนิยามความสามารถของหลินหมิง
สายตาของพวกเขามองไปที่แถวที่2ของแท่นหินจัดอันดับ แถวที่2มี
จะมีรายชื่อของศิษย์ที่มีอันดับ11-20อยู่
พวกเขาเฝ้ามองอยู่อีกหลายอึดใจ และในที่สุดก็เกิดการเปลี่ยนแปลง
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้น ชื่อของทุกคนที่อยู่ในอันดับ11-20
เลื่อนลงไป1อันดับ
มันหมายความว่าชื่อของหลินหมิงอยู่ใน10อันดับแรก!
ชื่อของอันดับที่6ถูกดันออกไปอยู่ในอันดับที่7 และปรากฏเป็นชื่อ
ของหลินหมิงขึ้นมาแทน
หลินหมิง อันดับที่ 6 !!!