Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 148 วันนี้ดีกว่าวันพรุ่งนี้
“ฮ่าๆ ถ้าศิษย์น้องหลินไม่พูดขึ้นมาข้าก็คงจะลืมไปแล้ว ข้าอยากจะ
ท้าเดิมพันในการต่อสู้ครั้งนี้ แต่น่าเสียดายที่ศิษย์น้องหลินไม่กล้าตอบ
รับคำท้าของข้า ในอีก15วัน ข้าต้องเดินทางไปยังหุบเขาเจ็ดแก่นแท้เพื่อ
รับการประเมินเข้าเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ ข้ามีเวลาอยู่ในอาณาจักร
แห่งนี้อีกแค่15วัน หากศิษย์น้องหลินต้องการท้าประลองกับข้า ก็คงต้อง
เป็นภายใน15วันนี้เท่านั้น ศิษย์น้องหลินมีความกล้าพอหรือไม่?”
ซางกวนยู่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เขาบีบบังคับให้หลินหมิงท้าทายเขา
ภายในครึ่งเดือนนี้ เขามีความมั่นใจอย่างมากว่าจะทำให้ชีวิตของหลินห
มิงพังพินาศได้อย่างแน่นอน ด้วยวิชา ‘ทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ และ ‘ดาบ
พรากอัฐินิรันดร์’ เขาจะให้หลินหมิงบาดเจ็บปางตายเป็นอัมพาตไปตลอด
ชีวิตและไม่สามารถฝึกฝนการต่อสู้ได้อีก!
‘การต่อสู้กับข้าคือการตัดสินใจที่โง่เขลาที่สุดในชีวิตของเจ้า ข้าจะ
ทำให้เจ้าเสียใจที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้!’
‘หญิงที่เจ้าเคยรักจะกลายเป็นขยะที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้พวก
ข้า ชื่อเสียงของเจ้าจะดับสูญ การฝึกฝนการต่อสู้ของเจ้าจะจบลง ข้าจะ
ฆ่าพ่อแม่และคนทั้งตระกูลของเจ้า ข้าจะพรากทุกสิ่งที่เจ้ามีไปให้หมด
เหลือไว้เพียงชีวิตที่ทรมานยิ่งกว่าตาย สุดท้ายเจ้าก็จะมาร้องขอความตาย
จากข้าเอง! ฮ่าๆๆ!’ ซางกวนยู่คิดในใจ
ซางกวนยู่จินตนาการถึงอนาคตที่พังพินาศและทุกข์ทรมานของ
หลินหมิง เขายิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์และชั่วร้าย เขาไม่ได้ต้องการเพียง
แค่ฆ่าหลินหมิงให้ตาย เขาต้องการให้หลินหมิงอยู่อย่างทุกข์ทรมานจน
ต้องร้องขอความตาย
ตอนนี้พึ่งจะผ่านมา2เดือนครึ่งหลังจากหลินหมิงถูกเลือกให้เป็นศิษย์
หลัก หากหลินหมิงต้องต่อสู้กับเขาในอีก15วันต่อจากนี้ก็เท่ากับว่าหลินห
มิงต้องต่อสู้กับเขาหลังจากการเป็นศิษย์หลักแค่3เดือน ทั้งๆที่สำนักเจ็ด
แก่นแท้กำหนดเวลาเอาไว้4เดือน ทั้งหมดนี้เป็นแผนการณ์ของซางกวนยู่
ซางกวนยู่ไม่มั่นใจว่าเมื่อครบ4เดือนเขาจะสามารถเอาชนะหลินหมิง
ได้หรือไม่ เขาจึงใช้กำหนดการของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้มาลดระยะเวลาการ
ท้าประลองของหลินหมิงให้เหลือเพียงแค่3เดือนนับจากวันที่หลินหมิงถูก
เลือกเป็นศิษย์หลัก
ในเมื่อเขาต้องไปทำธุระสำคัญที่หุบเขาเจ็ดแก่นแท้ในอีก15วัน และ
คงไม่ได้กลับมาอีกหลายเดือน หลินหมิงก็คงต้องท้าประลองเขาใน15วันนี้
เท่านั้น
“ท่านผู้อาวุโสโอวหยางจะรับซางกวนยู่เป็นศิษย์ลับอย่างนั้นหรือ?! ”
“ช่างเป็นเรื่องที่น่าอับอาย ข้าว่าซางกวนยู่คงหวาดกลัวหลินหมิงอยู่
เป็นแน่”
“แผนการณ์ของซางกวนยู่ช่างชั่วร้ายยิ่งนัก เขาวางแผนให้หลินหมิง
ต้องต่อสู้กับเขาก่อนกำหนด เพื่อลดเวลาฝึกฝนของหลินหมิง!”
“หลินหมิงเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่ง แต่ซางกวนยู่นั้นร้ายกาจเกินไป เขา
ใช้แผนชั่วในการเอาชนะหลินหมิง”
“ข้าอยากรู้จริงๆว่าหลินหมิงจะทำอย่างไรเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่
กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้? ”
“ข้าคิดว่าหลินหมิงคงจะยอมโดนดูถูกและไม่ท้าสู้กับซางกวนยู่ เขาไม่
มีทางเอาชนะซางกวนยู่ได้ในเวลานี้ อันดับที่6กับอันดับที่3มีความ
แข็งแกร่งแตกต่างกันมากเกินไป แม้ว่าเขาจะยังมีเวลาเหลืออีกครึ่งเดือน
แต่มันก็ยังไม่พอ ยิ่งไปกว่านั้นซางกวนยู่มีวิชา ‘ทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ ข้า
ไม่รู้ว่าในเวลานี้เขาแข็งแกร่งขนาดไหน? ”
“นั่นสิ… ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกันเจ้าเหมือนกัน”
เหล่าศิษย์มากมายพูดถึงการต่อสู้ระหว่างซางกวนยู่กับหลินหมิง
หลินหมิงยิ้มและหัวเราะออกมา “ให้เวลาข้าอีกครึ่งเดือนรึ? ไม่
จำเป็นหรอก วันนี้ย่อมดีกว่าพรุ่งนี้อยู่แล้ว เจ้ากล้ารับคำท้าประลองใน
วันนี้ของข้าหรือไม่?
“อะไรนะ?!”
ซางกวนยู่รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เขาไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง
หลินหมิงเป็นบ้าไปแล้วหรือ? เหตุใดเขาจึงต้องการต่อสู้ในวันนี้?!
เมื่อหลินหมิงกล่าวเช่นนั้น ผู้คนที่ฟังอยู่ก็ตกใจเป็นอย่างมาก ทั้ง
หยางหลิน หวังยู่ฮาน ฉินซิงเซวียน และคนอื่นๆ พวกเขาไม่คิดเลยว่า
หลินหมิงจะพูดเช่นนั้นออกมา
เมื่อไม่นานมานี้หลินหมิงได้อันดับที่6 ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของ
เขาจะเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็ยังห่างชั้นกับ
ความแข็งแกร่งของอันดับที่3 อยู่อีกมาก นี่ก็พึ่งจะผ่านมาอีกไม่กี่วัน ไม่มี
ทางที่หลินหมิงที่อยู่อันดับที่6จะเอาชนะซางกวนยู่ที่อยู่อันดับที่3ได้
“หลินหมิงคิดอะไรอยู่กันแน่? เขากำลังฆ่าตัวตายชัดๆ”
“วันนี้ย่อมดีกว่าพรุ่งนี้รึ? พูดเหมือนไม่เห็นซางกวนยู่อยู่ในสายตา
เขาช่างเป็นเด็กที่หยิ่งยโสอะไรเช่นนี้ เขาไม่ให้เกียรติศิษย์พี่เลยแม้แต่น้อย
เขายังไม่โตเป็นผู้ใหญ่พอ ถึงเวลาแล้วที่เขาจะโดนซางกวนยู่สั่งสอนซะ
บ้าง ”
“หลินหมิงช่างโง่เขลายิ่งนัก เขาไม่รู้หรือไงว่า3อันดับแรกของสำนัก
แข็งแกร่งกว่าอันดับที่4ขนาดไหน ความแข็งแกร่งของซางกวนยู่ทิ้งห่าง
อันดับที่4อย่างข้าไปอย่างไม่มีวันไล่ตามได้ทัน แล้วเขายังคิดใช้เวลาแค่2
เดือนครึ่งเพื่อต่อสู้กับซางกวนยู่ เป็นการตัดสินใจที่ขลาดเขลาสิ้นดี”
ผู้ที่พูดประโยคสุดท้ายนี้คืออันดับที่4ของสำนักเจ็ดแก่นแท้ เขาเข้า
ใจความแข็งแกร่งของซางกวนยู่เป็นอย่างดี เพราะเขาไม่เคยแย่งชิงอันดับ
3มาจากซางกวนยู่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว และเขารู้ตัวดีว่าในอนาคตเขาจะ
ถูกหลินหมิงแซงหน้าไป แต่การจัดอันดับครั้งล่าสุดคือครึ่งเดือนก่อน
หลินหมิงพึ่งจะได้อันดับที่6 ในเวลานี้ไม่มีทางที่หลินหมิงจะเอาชนะซาง
กวนยู่ที่เป็นอันดับ3ได้อย่างแน่นอน
ในกลุ่มคนที่คุยกันมีแต่คนอิจฉาความสามารถของหลินหมิง พวกเขา
หวังจะเห็นซางกวนยู่สั่งสอนหลินหมิง หากหลินหมิงบาดเจ็บสาหัส พิการ
หรือจุดชีพจรได้รับความเสียหาย จนทำให้การฝึกฝนการต่อสู้ของเขา
หยุดชะงักลง และไม่สามารถผ่านการทดสอบเป็นศิษย์หลักได้ คนพวกนี้ก็
คงจะสะใจเป็นอย่างมาก
“ศิษย์น้องหลิน เจ้าจงลองคิดดูใหม่เถิด!” องค์รัชทายาทส่งกระแส
ปราณเสียงไปหาหลินหมิง “หากเจ้าต่อสู้กับซางกวนยู่ในตอนนี้ เขาจะทำ
ร้ายเจ้าอย่างโหดเหี้ยม ในเวลานี้เขามีการสนับสนุนจากโอวหยางตี๋ฮัว เจ้า
จงอย่าได้ประมาท มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะอาศัยการต่อสู้ในครั้งที่เพื่อ
ฆ่าเจ้าโดยแกล้งทำเสมือนว่าเป็นแค่เหตุบังเอิญ”
เป็นที่รู้กันดีว่า เมื่อนักสู้ที่มีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกันต่อสู้กันด้วย
ความสมัครใจ การใช้พลังที่รุนแรงที่สุดและบังเอิญทำให้คู่ต่อสู้เสียชีวิต
เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น สำนักเจ็ดแก่นแท้จะไม่มี
การลงโทษศิษย์ที่พลั้งมือฆ่าคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือใกล้เคียงกัน
หลินหมิงกล่าว “ท่านองค์รัชทายาท ไม่กี่วันที่ผ่านมาความแข็งแกร่ง
ของข้าก้าวหน้าขึ้นอย่างมหาศาล แม้ว่าข้าจะไม่สามารถเอาชนะซางกวน
ยู่ได้ แต่ข้าก็มั่นใจว่าข้าแข็งแกร่งพอจะไม่ถูกเขาทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส”
ทันทีที่หลินหมิงพูดจน ก็มีปราณกระแสเสียงส่งมาหาเขาหาเข้า
มากมาย ปราณกระแสเสียงเหล่านั้นมาจาก หวังยู่ฮาน ไป๋จิ้งอวิ๋น และฉิน
ซิงเซวียน พวกนางเป็นห่วงเขาอย่างมากและหวังให้เขาตัดสินใจใหม่
หลินหมิงหันไปยิ้มให้หญิงสาวทั้งสาม รอยยิ้มของเขาสื่อความหมาย
ว่าไม่ต้องเป็นห่วง
ยิ่งเป็นอันดับต้นๆ ความแข็งแกร่งของอันดับที่สูงขึ้นไป1อันดับก็ยิ่ง
มากขึ้น หลินหมิงที่อยู่อันดับที่6 ไม่มีทางเอาชนะซางกวนยู่ที่อยู่ในอันดับ
ที่3ได้ด้วยระยะเวลาที่ผ่านมาอีกแค่ครึ่งเดือนอย่างแน่นอน
แต่ความจริงที่ไม่มีใครรู้ก็คือ ในการจัดอันดับของหลินหมิง เขาแค่
ต้องการทำให้ตัวเองเป็น10อันดับแรกเท่านั้น เขาไม่ได้พยายามอย่างสุด
ความสามารถเพื่อให้ได้คะแนนจัดอันดับสูงที่สุด หากเขาต้องการให้
คะแนนของเขาสูงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เขาสามารถใช้ ‘ก้าวย่างวิหค
ทองคำถลาลม’ หลีกเลี่ยงศัตรูขั้นผสานชีพจรและจัดการศัตรูที่มีการ
ฝึกฝนขั้นที่5ทั้งหมดได้เช่นเดียวกับต้ากู่ และอันดับของเขาก็จะสูงกว่าซาง
กวนยู่
และไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาสำเร็จ ‘เทพทรราชคลั่ง’ ขั้นแรก และยัง
จารึกอาคม ‘ตราประทับยอดนักสู้’ ลงบนร่างกายแล้วด้วย ยิ่งไปกว่านั้น
เขายังสำเร็จ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ขั้นที่2โดยสมบูรณ์ที่ส่งผลให้ ‘ลื่น
ไหลดุจแพรไหม’ พัฒนาขึ้นจนเปลี่ยนพลังปราณทั้งหมดให้กลายเป็นเส้น
ใยปราณ ความแข็งแกร่งในวันที่เขาจัดอันดับได้ที่6เทียบกับความ
แข็งแกร่งในวันนี้ของเขาไม่ได้เลย
ในเวลานี้ซางกวนยู่เองก็แอบยิ้มอยู่ในใจ ‘เมื่อเจ้าต้องการที่จะตาย
ข้าก็จะสนองให้เอง จริงๆแล้วข้ายังให้เวลาเจ้าอีกตั้งครึ่งเดือน เจ้ามันโง่
เองที่ประมาทคนอย่างข้า เจ้าจะได้ตามสมใจอยาก!’
เมื่อคิดเช่นนั้น ซางกวนยู่ก็เผยแววตาอันโหดเหี้ยมออกมา ใบหน้า
ของเขามีรอยยิ้มที่น่าหวาดกลัว “วันนี้ย่อมดีกว่าพรุ่งนี้รึ? ความคิดของเจ้า
ช่างตื่นเขินยิ่งนัก หากเจ้าต้องการเช่นนั้น เราก็มาเริ่มกันเลยดีกว่า!”
หลินหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เดี๋ยวก่อน ข้าว่าการต่อสู้ระหว่างพวก
เราที่มีฝีมือใกล้เคียงกันคงจะทำให้เกิดบาดแผลร้ายแรงขึ้นเป็นแน่… ”
เมื่อซางกวนยู่ได้ฟังเขาก็หัวเราะออกมา “ฮ่าๆ ศิษย์น้องหลินกลัวจะ
ถูกข้าทำร้ายงั้นรึ? ไม่ต้องห่วง ข้าจะระวังไม่ให้เจ้าบาดเจ็บสาหัส”
หลินหมิงยิ้มและกล่าว “ไม่ใช่เช่นนั้น ข้าต่างหากที่เกรงว่าจะพลั้งมือ
ทำร้ายท่านซางจนบาดเจ็บสาหัส หากเหตุการเช่นนั้นเกิดขึ้นจริง ข้าก็คง
ไม่รู้ว่าจะอธิบายกับทางสมาคมพันธมิตรหอการค้าอย่างไร”
“อะ… อะไรนะ? หลินหมิงกลัวว่าจะทำร้ายซางกวนยู่จนบาดเจ็บ
สาหัสอย่างนั้นหรือ?”
“หลินหมิงมันเป็นบ้าไปแล้ว!”
“ในเวลานี้เขาคงบ้าจนสะกดคำว่า ‘ตาย’ ไม่ถูกแล้ว!”
เมื่อซางกวนยู่ได้ยินที่หลินหมิงพูดก็หัวเราะออกมา “เจ้าคิดว่าเจ้าจะ
บังเอิญสร้างรอยบาดแผลเล็กๆน้อยๆให้ข้าได้งั้นรึ? แล้วเจ้าต้องการให้ข้า
ทำอย่างไร?”
หลินหมิงกล่าว “ข้าอยากให้พวกเราลงนามในสัญญาแห่งชีวิตและ
ความตาย เมื่อทำเช่นนี้แล้ว ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะบาดเจ็บสาหัสหรือพิการขึ้นมา
ฝ่ายที่ทำร้ายก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ ท่านซางเห็นชอบด้วยหรือไม่?”