Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 149 สัญญาแห่งชีวิตและความตาย
“ข้าอยากให้พวกเราลงนามในสัญญาแห่งชีวิตและความตาย เมื่อทำ
เช่นนี้แล้ว ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะบาดเจ็บสาหัสหรือพิการขึ้นมา ฝ่ายที่ทำร้ายก็ไม่
จำเป็นต้องรับผิดชอบ ท่านซางเห็นชอบด้วยหรือไม่?”
หลินหมิงกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา ผลของวิชา ‘ทลายจุดชีพจร’
ร้ายแรงมากเกินไป เขาจำเป็นต้องทำสัญญาแห่งชีวิตและความตายเพื่อ
ป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
เมื่อซางกวนยู่ได้ยินเช่นนั้น เขาก็อดขำไม่ได้ เขาไม่เคยเห็นใครโง่
ดักดานขนาดนี้มาก่อน!
“หลินหมิง! ท่านบ้าไปแล้วหรือ?!” หวังยู่ฮานกล่าวอย่างเป็นห่วง นาง
ไม่ใด้สื่อสารด้วยปราณเสียง แต่นางวิ่งเข้าไปหาหลินหมิง การลงนามใน
สัญญาแห่งชีวิตและความตาย เป็นเพียงการขุดหลุมฝังศพของตัวเอง
เท่านั้น!
“หลินหมิง ท่านไม่ควรลงนามในสัญญานั่น!”
เมื่อได้ฟังซางกวนยู่ก็หัวเราะ “หวังยู่ฮาน ข้าอยากจะรู้ว่าเจ้า
เกี่ยวข้องอะไรกับหลินหมิง?!”
“ข้า…” คำพูดของหวังยู่ฮานติดอยู่ในลำคอ ความสัมพันธ์ระหว่างนาง
กันหลินหมิงก็แค่นักจารึกกับผู้ช่วยเท่านั้น ผู้ช่วยอย่างนางไม่มีสิทธ์เข้าไป
ยุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจของหลินหมิง!
หลินหมิงกล่าว “หวังยู่ฮานเป็นสหายของข้า ตั้งแต่ข้ายื่นข้อเสนอว่า
จะลงนามในสัญญาแห่งชีวิตและความตาย ข้าก็ไม่คิดที่จะกลับคำ ท่าน
ซางอย่าได้เป็นห่วง”
“งั้นก็ดี! ข้ารับใช้ไปนำสัญญาแห่งชีวิตและความตายมาให้ข้า!” ซาง
กวนยู่กล่าว
ข้ารับใช้รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว และอีกไม่นานก็วิ่งกลับมาพร้อม
กระดาษแผ่นหนึ่ง กระดาษแผ่นนั้นคือสัญญาแห่งชีวิตและความตาย
ระหว่างหลินหมิงกับซางกวนยู่
ซางกวนยู่ประทับนิ้วมือลงบนสัญญาแห่งชีวิตและความตาย จากนั้น
เขาก็ลงนามด้วยปากกาสีแดง ‘ซางกวนยู่’ สีของปากกาด้ามนั้นไม่ต่างกับ
สีของเลือดเลย จากนั้นเขาก็ส่งสัญญาพร้อมปากกาให้หลินหมิง
หลินหมิงรับสัญญาและปากกามา เขาประทับรอยนิ้วมือและลงนาม
ทำสัญญาแห่งชีวิตและความตายกับซางกวนยู่
เมื่อลงนามสำเร็จแล้ว ซางกวนยู่ก็ส่งปราณเสียงไปหาโอวหยางตี๋ฮัว
“ท่านโอวหยาง โปรดให้ข้ายืมประคำปีศาจของท่าน”
โอวหยางตี๋ฮัวยิ้ม และตอบผ่านปราณเสียง “สำหรับหลินหมิง
ในตอนนี้ เจ้าถึงกับต้องขอยืมประคำปีศาจจากข้าเลยรึ? เจ้าประเมินเขา
สูงเกินไปหรือป่าว? ”
ซางกวนยู่ตอบ “ข้าจะทำให้มันบาดเจ็บสาหัสจนเกินกว่าจะรักษา
เยี่ยวยาให้กลับมาหายดีได้ ข้าไม่ต้องการให้มีโอกาสล้มเหลวแม้แต่น้อย”
“ฮ่าๆ ผู้ที่เป็นศัตรูกับเจ้าช่างโชคร้ายจริงๆ” โอวหยางตี๋ฮัวสะบัดนิ้ว
ของเขา แหวนมิติสีเทาหลุดออกจากนิ้วของโอวหยางตี๋ฮัวและลอยไปยัง
มือของซางกวนยู่ที่ไขว้หลังรอรับอยู่
การส่งแหวนมิติระหว่างพวกเขาแนบเนียนและเป็นธรรมชาติจนไม่มี
ใครสามารถสังเกตเห็นได้ แต่หลินหมิงได้ฝึกฝน ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’
ทำให้ประสาทสัมผัสของเขาเฉียบคมเป็นอย่างมาก เขาสัมผัสได้ว่าซาง
กวนยู่รับแหวนมิติมาจากโอวหยางตี๋ฮัว
“มีอะไรอยู่ในแหวนวงนั้น?” หลินหมิงคิด แหวนที่โอวหยางตี๋ฮัวส่งมา
จะต้องมีวัตถุอันตรายอยู่อย่างแน่นอน “ข้าไม่รู้ว่าโอวหยางตี๋ฮัวส่งอะไร
ให้กับซางกวนยู่ ในการต่อสู้ครั้งนี้ข้าจะต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก”
เขตทหารแห่งพระราชวังอยู่ไม่ไกลจากเขตที่จัดงานเลี้ยงขึ้น พื้นดิน
ถูกปูด้วยหินสีฟ้า บริเวณเขตทหารแห่งนี้มีพื้นที่หลายสิบไร่
การต่อสู้ของพวกเขา ทำให้แขกมากมายที่มาร่วมงานเลี้ยงฉลองรู้สึก
ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก มีแขกเดินทางไปยังเขตทหารแห่งพระราชวังเพื่อดู
การต่อสู้ระหว่างหลินหมิงกับซางกวนยู่มากมาย แม้แต่มู่หรงซีกับไป๋จิ้
งอวิ๋นเองก็เช่นกัน
ซางกวนยู่จากเดิมที่ใส่ชุดผ้าไหมหรุหรา เขาไปเปลี่ยนเป็นชุดลำลอง
เรียบง่ายที่เหมาะแก่การต่อสู้ ในมือของเขามีดาบระดับมนุษย์ชั้นสูงอยู่
ดาบที่หลินหมิงเป็นคนสลักอาคมจารึกให้เขาเมื่อหนึ่งเดือนก่อน
เมื่อเห็นดาบของซางกวนยู่ หวังยู่ฮานก็ได้แต่ถอนหายใจ หลินหมิงไม่
น่าจารึกดาบระดับมนุษย์ชั้นสูงให้ซางกวนยู่เลย
ซางกวนยู่กวัดแกว่งดาบในมือและกล่าวอย่างมีความสุข “ศิษย์น้อง
หลินจำดาบเล่มนี้ได้หรือไม่? ข้าต้องขอบใจการจารึกอันยอดเยี่ยมของ
ท่าน ข้าอยากจะรู้จริงๆว่าเมื่อเจ้าต้องมาต่อสู่กับดาบที่ตัวเองเป็นคนจารึก
เจ้าจะรู้สึกอย่างไร?”
“มันคงเป็นความรู้สึกเช่นเดียวกับที่ท่านซางจะได้รู้สึกในไม่ช้านี้”
หลินหมิงดึงหอกอ่อนปราณคลั่งออกมา
ซางกวนยู่ไม่เข้าใจความหมายที่หลินหมิงพูดออกมา เขาไม่รู้เลยว่า
เลือดสัตว์ดุร้ายระดับ5ที่เขามอบให้หลินหมิงไปนั้น ทำให้หลินหมิงมี
วัตถุดิบสำหรับการจารึกอาคม ‘ตราประทับยอดนักสู้’ ครบถ้วน และมัน
ทำให้หลินหมิงแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากมายมหาศาลขนาดไหน
“หอก… หอกไม่มีอาคมจารึก!” เมื่อเห็นหอกของหลินหมิง หวังยู่ฮาน
ก็ตกใจเป็นอย่างมาก เหตุใดปรมาจารย์แห่งการจารึกอย่างหลินหมิงถึงไม่
จารึกหอกของตังเอง?!
เขาคิดอะไรอยู่กันแน่?!
เมื่อหวังยู่ฮานพูดเช่นนั้น แขกที่มาดูการต่อสู่ก็ตกใจเป็นอย่างมาก
พวกเขาหันไปดูหอกของหลินหมิง
แม้ว่าจากระยะไกลเช่นนี้ พวกเขาจะไม่สามารถรับรู้ได้ว่าหอกนั่นมี
จารึกอยู่หรือไม่ แต่ในเมื่อหวังยู่ฮานพูดเช่นนั้น มันก็คงจะเป็นเรื่องจริง!
หลังจากที่หลินหมิงได้รับหอกอ่อนปราณคลั่งมาแล้ว เหตุใดเขาจึง
ไม่ได้จารึกอาคมลงบนหอกของเขา? แล้วในตอนนี้เขาคิดที่จะใช้หอกที่ไร้
อาคมจารึกมาต่อสู้กับซางกวนยู่งั้นหรือ? ทำไมเขาถึงโง่เขลาเช่นนี้?!
อาวุธของหลินหมิงมีระดับต่ำกว่าอาวุธของซางกวนยู่ ยิ่งไปกว่านั้น
อาวุธของหลินหมิงยังไม่มีอาคมจารึกอีก หลินหมิงจะสู้ซางกวนยู่ได้
อย่างไร? ผลของการต่อสู้ถูกตัดสินแล้ว!
ฉินซิงเซวียนเองก็เฝ้าดูหลินหมิงอยู่จากตำแหน่งที่ห่างไกลออกไป
แม้ว่าหลินหมิงจะเป็นเด็ก แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่มีความคิดเด็กๆ เมื่อหลินหมิ
งกล้าท้าทายซางกวนยู่ ก็หมายความว่าเขามีไพ่ตายที่สามารถต่อกรซาง
กวนยู่ได้อยู่ในมือ
“ฮ่าๆ ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าจะโง่เง่าได้ถึงขนาดนี้ เจ้ามีอาวุธที่ดี
แต่เจ้ากลับไม่คิดที่จะจารึกมันก่อนที่จะนำมันมาใช้ในการต่อสู้” ซางกวนยู่
กล่าวดูถูกในความเบาปัญญาของหลินหมิง
หลินหมิงมองที่หอกอ่อนปราณคลั่งของเขา สาเหตุที่เขายังไม่จารึก
หอกอ่อนปราณคลั่งก็เพราะ เขาต้องเก็บรวบรวมวัตถุดิบหากยากนานา
ชนิด เพื่อจารึกอาคมที่ทรงพลังที่สุดของเขาของบนหอกแก่นแท้สวรค์
แน่นอนว่าการจะรวบรวมวัตถุดิบหายากเหล่านั้นต้องใช้เวลานาน
แต่การที่หอกของเขาไม่มีอาคาจารึก ก็ไม่ได้สงผลเสียอะไรมากเท่าไร
เพราะเดิมที่เขาก็ใช้หอกทะลวงสายรุ้งที่ไม่สามารถสลักอาคมจารึกได้อยู่
แล้ว
หลินหมิงก้าวเท้าไปข้างหน้า เขาถือหอกอ่อนปราณคลั่งเอาไว้ในมือ
ขวา เขาสัมผัสได้ว่ามือขวาของเขามีพลังปราณที่รุนแรงอยู่ นี่เป็นผลจาก
อาคม ‘ตราประทับยอดนักสู้’ ที่สลักอยู่บนหลังมือของเขา
หลังจากที่เขาจารึก ‘ตราประทับยอดนักสู้’ ลงบนร่างกายได้สำเร็จ
เมื่อเขารวบรวมพลังปราณและต่อยออกไป หมัดของเขามีพละกำลังสูงถึง
7200 จิน พละกำลังขนาดนี้เทียบได้กับพละกำลังของนักสู้ขั้นผสานชีพจร
เลยทีเดียว!
ในเวลานี้หลินหมิงแผ่ออร่าอันน่าเกรงขามออกมา ศิษย์บางคนที่มี
การฝึกฝนในระดับต่ำๆถึงกับต้องถอยออกไปดูอยู่ห่างๆ
“นั่นคือออร่าแห่งผู้บัญชาการ! หลินหมิงมีจุดเด่นในเรื่องความ
แข็งแกร่ง ซางกวนยู่มีจุดเด่นในเรื่องความเร็ว นี่คือการต่อสู้ของนักสู้ที่มี
พละกำลังสูงที่สุดในสำนักกับนักสู้ที่ว่องไวที่สุดในสำนัก!” ศิษย์คนหนึ่ง
กล่าว
“นักสู้ที่มีพละกำลังสูงที่สุดของสำนักรึ? ก็จริงอยู่ว่านักสู้ที่มีความเร็ว
สูงที่สุดก็คือซางกวนยู่ แต่ต้ากู่ต่างหากที่มีพละกำลังสูงที่สุดในสำนัก นอก
จะเขาจะมีการฝึกฝนในขึ้นที่5แล้ว และขายังเป็นคนที่มี ‘พละกำลัง
ศักดิ์สิทธิ์แต่กำเนิด’ อีกด้วย”
“สำหรับหลินหมิง แม้ว่าเขาจะเป็นอัจฉริยะแต่เขาก็ยังอ่อน
ประสบการณ์ ข้าขอเดิมพันข้างซางกวนยู่ หลินหมิงไม่มีทางที่จะสัมผัส
ชายเสื้อของซางกวนยู่ได้ ความเร็วของพวกเขาแตกต่างกันเกินไป ยิ่งไป
กว่านั้นซางกวนยู่ยังสำเร็จวิชา ‘พลังแห่งประเป็นเจ้า’ มานานหลายเดือน
แล้ว พละกำลังและความแข็งแกร่งของเขาเหนือกว่าหลินหมิงอย่าง
แน่นอน! ”
คนที่พูดคือชายหนุ่มจากตระกูลขุนนางชั้นสูง เขาอิจฉาในความ
แข็งแกร่งของหลินหมิงเป็นอย่างมาก เขาหวังจะเห็นหลินหมิงพ่ายแพ้
และไม่สามารถฝึกฝนการต่อสู้ได้อีก
เขาเชื่อว่าเมื่อคนจากตระกูลที่ต้อยต่ำอย่างตระกูลหลิน กล้าไปท้า
ทายคนจากตระกูลที่ยิ่งใหญ่อย่างตระกูลซาง ชีวิตต่อจากนี้ของหลินหมิง
จะพังพินาศย่อยยับอย่างน่าสังเวช
ซางกวนยู่ยิ้มเยาะเย้ย “ออร่าอันน่าเกรงขามของเจ้าก็น่าสนใจดี แต่
มันมีผลกับข้าเลยแม้แต่น้อย และข้าก็ไม่ใช่จูเอี๋ยน ข้าไม่กลัวไอ้วิชาเศษ
ซากที่ไม่สมบูณ์อย่าง ‘หมัดสลายกระดูก’ ของเจ้า!”
หลินหมิงไม่ใส่ใจคำพูดของจูเอี๋ยนเลยแม้แต่น้อย เขากล่าว “ข้าเองก็
อยากรู้เหมือนกันว่าวิชาบ้ากามที่ผู้ฝึกต้องมั่วสุมกับผู้หญิงไปวันๆมันจะ
แน่ซักแค่ไหน! และข้าก็ไม่เคยเกรงกลัววิชาขั้นแรกที่ฝึกฝนมานานแต่ก็ยัง
ไม่สามารถสำเร็จขั้นที่2ได้เสียทีของเจ้า!”
เมื่อหลินหมิงกล่าวเช่นนั้น ซางกวนยู่ก็โกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที เป็น
ความจริงที่ว่าเขาฝึกฝน ‘ทัณฑ์สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์’ มานานแล้ว แต่ก็ยังไม่
สามารถทะลวงไปขั้นที่2ได้เสียที
คำพูดของหลินหมิงทิ่มแทงหัวใจของซางกวนยู่อย่างรุนแรง!
“ไอ้สัตว์นรก! ข้าไม่เก็บปากหมาๆของแกไว้แน่ ตายยย!” ซางกวนยู่
คำรามเสียงดัง ทันใดนั้นร่างของเขาก็หายวับไปกับตา หลงเหลือไว้เพียง
เสียงฝีเท้าเบาๆและเสียงคมดาบที่ตัดผ่านอาการด้วยความเร็วสูงเท่านั้น!
“เร็วจนน่าเหลือเชื่อ!”
“ให้ตายเถอะ! ข้ามองตามการเคลื่อนไหวของเขาไม่ทัน! นี่เป็น
ความเร็วที่เกินขอบเขตของมนุษย์ไปแล้ว!?”
นี่เป็นความเร็วที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง หลินหมิงจะทำอย่างไร?
เขาไม่มีทางรู้ได้เลยว่าดาบของซางกวนยู่จะทิ่มแทงเข้ามาจาก
ทิศทางไหน!
หลินหมิงถือหอกอ่อนปราณคลั่งเอาไว้ข้างกาย ในเวลานี้เขายังยืนอยู่
อย่างสงบนิ่ง
คนหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนมองด้วยตาเปล่าไม่ทัน อีกคน
หนึ่งได้แต่ยืนอยู่กับที่เฉยๆ เห็นได้ชัดว่าหลินหมิงเสียเปรียบซางกวนยู่
อย่างชัดเจน!
ซางกวนยู่วิ่งอยู่รอบๆตัวหลินหมิง ในเวลานี้เขามาอยู่ด้านหลังของ
หลินหมิงแล้ว เขาก็ยิ้มอย่างกินเลือดกินเนื้อ เป้าหมายของเขาคือตัดหัว
ของหลินหมิงด้วยดาบความเร็วสูงของเขา!