Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 157 ปราณอัคคี
หรือว่า?!…
หลินหมิงลองเคลื่อนหยดลาวาที่อยู่ในร่างกายอีกหยดหนึ่งเข้าไป
ใกล้ๆหัวใจของเขา และมันก็ถูกเมล็ดพันธุ์แห่งวิชา ‘อำนาจเทพทรราช
คลั่ง’ กลืนกินเข้าไป!
ตอนนี้หลินหมิงเริ่มเข้าใจหลักการแล้ว เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราช
คลั่งต้องการพลังงานบางอย่างเพื่อบีบอัดพลังปราณ
และหยดลาวานี่ก็เป็นพลังงานชนิดหนึ่ง มันจึงถูกเมล็ดพันธุ์แห่งเทพ
ทรราชคลั่งกลืนกินเข้าไป
หลินหมิงส่งพลังวิญญาณเข้าไปตรวจสอบเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราช
คลั่งอย่างระมัดระวัง หลังจากที่มันกลืนกินหยดลาวาเข้าไป2หยด มันก็
เหมือนจะเริ่มหายใจ แต่ลมหายใจของมันยังแผ่วเบาอย่างมากจนสังเกต
ได้ยาก มันดูเหมือนว่า… เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่งกำลังเติบโตขึ้น
อย่างช้าๆ!
หลินหมิงประหลาดใจเป็นอย่างมาก!
เดิมทีเขาไม่ได้คิดที่จะหาวิธีเพื่อทำให้มันเติบโตขึ้นมา เขาไม่อยาก
เชื่อเลยว่ามันจะเติมโตขึ้นด้วยวิธีนี้ หากมันเติบโตขึ้นแล้วจะเกิดการ
เปลี่ยนแปลงอย่างไร?
การเปลี่ยนแปลงของมันทำให้หลินหมิงกังวลเล็กน้อย
จากความทรงจำที่เขาได้รับมาจากลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ ยอดฝีมือ
เจ้าของความทรงจำค้นพบวิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ ในสถานที่โบราณที่เต็ม
ไปด้วยซากปรักหักพัง มันต้องเป็นวิชาที่มีความลับบางอย่างซ่อนเอาไว้!
ยอดฝีมือผู้นั้นค้นพบวิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ ในสภาพที่ถูกปิดผนึกมา
หลายหมื่นปีแล้ว!
หลังจากที่ยอดฝีมือคนนั้นได้ฝึกฝนวิชานี้ เขาก็เก็บเรื่องราวของมันไว้
เป็นความลับ มีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่ได้รู้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของมัน!
ยอดฝีมือผู้นั้นเชื่อว่าวิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ เป็นวิชาที่ทรงคุณค่ากว่า
วิชาใดในแดนเทวะ แม้แต่วิชา ‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’ ก็มีคุณค่า
น้อยกว่าวิชานี้!
แต่แม้ว่าเขาจะฝึกฝนวิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ จนสำเร็จขั้นที่3 และ
ฝึกฝนวิชาระดับสูงและวิชาลึกลับต่างๆอีกมากมาย แต่ก็ยังไม่สามารถ
รอดชีวิตจากกการทำลายล้างแดนเทวะได้ ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์ได้ทำลาย
ล้างแดนเทวะทั้งดินแดนในพริบตา และเก็บความทรงจำของมนุษย์ทุกคน
เอาไว้!
ยอดฝีมือคนนั้นค้นพบและฝึกฝนวิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ ได้เพียงไม่กี่
ปี เขาก็เสียชีวิตจากการทำลายล้างแดนเทวะของลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์
เขามีเวลาศึกษาวิชาลึกลับวิชานี้น้อยเกินไป ทำให้เขาไม่ทราบว่า
เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่งมีหลักการในการทำงานอย่างไรบ้าง เขาคง
ไม่เคยคิดว่าเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่งจะสามารถกลืนกินลาวาได้
แม้แต่หลินหมิงเองก็คงไม่เชื่อหากไม่ได้เห็นกับตาของตัวเอง ใครจะ
ไปเชื่อว่าเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่งจะมีความสามารถลึกลับเช่นนี้
ซ่อนอยู่
หลินหมิงปล่อยให้หยดลาวาไหลเข้ามาสู่หัวใจอย่างต่อเนื่อง เมล็ด
พันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่งก็เริ่มมีลมหายใจที่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ มันไม่
ปฏิเสธหยดลาวาที่ไหลเข้ามาเลยแม้แต่น้อย มันดูดกลืนหยดลาวา
เหล่านั้นเข้าไปอย่างหิวกระหาย
เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่งดูดกลืนหยดลาวาเข้าไปอย่างต่อเนื่อง
มาเป็นเวลา 5-6 ชั่วโมงแล้ว หลินหมิงรู้สึกได้เลยว่าอุณหภูมิในบ่อลาวา
เย็นลง เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่งคงกลืนกินลาวาไปมากทีเดียว
เมื่อเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่งกลืนกินหยดลาวาเข้าไปเรื่อยๆ มัน
ก็เริ่มเติมโตและมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างช้าๆ เดิมทีมันมีขนาดเท่าเมล็ดข้าว
แต่ตอนนี้มันมีขนาดใหญ่ขึ้นจนเท่าเม็ดถั่วเขียวแล้ว
หลังจากกลืนกินหยดลาวาเข้าไปนับไม่ถ้วน เมล็ดพันธุ์แห่งเทพ
ทรราชคลั่งก็ค่อยๆเปล่งแสงสีแดงจุดเล็กๆออกมาจุดหนึ่ง หากไม่สังเกตดี
ดีก็คงจะมองไม่เห็นมัน
จุดสีแดงนั่นค่อยๆขนาดอาณาเขตพื้นที่สีแดงออกไปบนเมล็ดพันธุ์
แห่งเทพทรราชคลั่ง!
“นี่มัน… ปราณอัคคี?!”
หลินหมิงตกใจเป็นอย่างมาก! หากฝึกฝนในสถานที่พิเศษก็อาจทำให้
เกิดพลังปราณพิเศษขึ้นมา อย่างเช่นผู้ที่ฝึกฝนในบ่อลาวา ก็อาจจะมี
ปราณอัคคีเกิดขึ้นในร่างกาย!
หากเป็นไฟทั่วๆไป มันจำเป็นต้องมีวัสดุเพื่อใช้การเผาไหม้ อย่างเช่น
กระดาษหรือฟืน หากปราศจากวัสดุที่ใช้ในการเผาไหม้แล้ว ไฟทั่วๆไปก็
จะดับลงไป แต่ไฟจากปราณอัคคีนั้นเป็นนิรันดร์ แม้ว่าจะมีลมพายุพัดเข้า
มาความร้อนแรงของไฟจากปราณอัคคีก็ไม่ลดลง
นี่คือสาเหตุที่นักเล่นแร่แปรธาตุจากฝ่ายกลั่นวัตถุดิบเดินทางไปทั่ว
โลกเพื่อฝึกฝนและทำทุกวิธีทางเพื่อให้ได้ปราณอัคคีมาครอบครอง!
หลินหมิงไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ปราณอัคคีจะเกิดขึ้นในหัวใจของเขา
แน่นอนว่าปราณอัคคีที่เกิดขึ้นจากหยดลาวาในถ้ำลาวาแห่งนี้ ต้องเป็น
ปราณอัคคีที่อ่อนแอที่สุดในโลกอย่างแน่นอน หากเขาต้องการให้ปราณ
อัคคีมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ก็ต้องไปยังภูเขาไฟที่ร้อนแรงกว่าภูเขาไฟแห่งนี้
“ถ้าเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่งกลืนกินลาวาเข้าไปจำนวนมากขึ้น
และหลากหลายขึ้น มันจะส่งผลต่อปราณอัคคีหรือไม่?” หลิงหมิงสงสัย
หลินหมิงปล่อยหยดลาวาจำนวนมากเข้ามาในร่างกายเพื่อให้เมล็ด
พันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่งดูดกลืนเข้าไป แม้ว่าลาวาจะถูกกลืนกินเข้าไปอีก
เป็นจำนวนมาก แต่ปราณอัคคีก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเลย
มันดูเหมือนว่าเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่งดูดกลืนลาวานี้เข้าไปจน
อิ่มตัวแล้ว และลาวาในสถานที่แห่งนี้ก็อ่อนแอเกินไป มันไม่มี
ประสิทธิภาพพอจะทำให้เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่งเติบโตได้อีก
หยดลาวาถูกบีบอัดจนเล็กลงเท่าฝุ่นผง นี่เป็นการบีบอัดพลังที่น่า
เหลือเชื่อ หากมันระเบิดออกมาคงจะรุนแรงเป็นอย่างมาก!
นอกจากเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่งจะบีบอัดพลังปราณได้แล้ว
มันยังสามารถบีบอัดและกลืนกินลาวาเหล่านี้ได้ ลาวาปริมาณมหาศาลถูก
บีบอัดจนมีขนาดเล็กจนแทบมองไม่เห็นและถูกเก็บสะสมอยู่ภายในหัวใจ
ของเขา เมื่อพลังมหาศาลขนาดนั้นถูกบีบอัดและเก็บอยู่ในหัวใจของ
ตนเอง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องรู้สึกวิตกกังวลเป็นธรรมดา
“ข้าไม่อยากคิดเลยว่า หากมันระเบิดขึ้นมา…” หลินหมิงรู้สึกกังวล
หลินหมิงได้แต่ทำใจให้สบายและปลอบใจตัวเอง มันเป็นถึงวิชา
ลึกลับที่ถูกปิดผนึกไว้หลายหมื่นในสถานที่โบราณแห่งแดนเทวะ มันคงไม่
ระเบิดออกมาง่ายๆหรอก…มั้ง!
และในเวลานี้หลินหมิงก็เกิดความคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา “ถ้าเมล็ด
พันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่งสามารถกลืนกินลาวาได้ แล้วพลังงานรูปแบบ
อื่นๆอย่างเช่นไฟฟ้าล่ะ เมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่งจะสามารถกลืนกิน
มันได้หรือไม่?”
มันก็อาจจะเป็นไปได้!
ในสำนักเจ็ดแก่นแท้มีสถานที่ฝึกฝนธาตุสายฟ้าอยู่ ซึ่งก็คือหุบเขาฟ้า
คำราม หากเขาจะลองดูดกลืนพลังไฟฟ้า ก็คงจะต้องไปที่นั้น
แต่เขามีพลังอัคคีที่ถูกบีบอัดอยู่ภายในร่างเป็นจำนวนมาก หากเขา
บีบอัดพลังสายฟ้าเข้าไปด้วย มันอาจจะเป็นอันตราย…
ทั้งสายฟ้าและไฟต่างก็เป็นธาตุที่มีพลังการทำลายล้างที่รุนแรง หาก
พลังทั้งสองธาตุมารวมกัน อาจจะเกิดระเบิดขึ้น นี่ไม่ใช่เรื่องตลก!
หลินหมิงเกิดความกังวลขึ้นภายในจิตใจ แค่ความกังวลของเขาก็ไม่
สามารถหยุดความอยากรู้อยากลองของเขาได้
วิชานี้เป็นวิชาที่ลึกลับและน่ากลัว แต่มันก็เป็นวิชาที่น่าค้นหา!
มันอาจจะเป็นวิชาที่มีศักยภาพไร้ขีดจำกัด ถ้าเขาดูดกลืนไฟลาวา
และได้ปราณอัคคีมา แล้วหากเขาไปดูดกลืนสายฟ้าล่ะ?!
พลังมหาศาลที่อยู่แค่เอื้อมเช่นนี้ จะให้เขาไม่สนใจมันได้อย่างไร?
วิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ เป็นวิชาที่ยังมีความลับอยู่อีกมากมาย น่า
สงสารยอดฝีมือที่ค้นพบวิชานี้ เขาเสียชีวิตไปก่อนที่จะได้รู้ความลับของ
มัน ดังนั้นข้าจะเป็นคนค้นหาความลับทั้งหมดของวิชานี้เอง!
“ข้าจะนำพลังสายฟ้าเข้ามาในร่างกายอย่างระมัดระวัง และ
ตรวจสอบด้วยพลังวิญญาณอย่างต่อเนื่อง หากมันดูเหมือนจะเป็น
อันตราย ข้าจะรีบดันพลังสายฟ้าออกไปทันที”
แม้ว่าพลังอำนาจของวิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ จะน่าหลงไหล แต่หาก
มันจะทำให้เขาเสียชีวิต มันก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด หลินหมิงจึงต้องง
ระมัดระวังเป็นอย่างมาก
………………………………
ห่างออกไปไม่ไกลจากสำนักเจ็ดแก่นแท้ มีพระราชวังหลังหนึ่งตั้งอยู่
พระราชวังแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตหรือเล็กจนเกินไป แต่ว่ามันถูกสร้างขึ้นอย่าง
ประณีตงดงามด้วยทองคำบริสุทธิ์และหยกชั้นเลิศ
ที่แห่งนี้เป็นที่อยู่ของทูตแห่งอาณาจักร!
ในเวลานี้ โอวหยางตี๋ฮัวกำลังนั่งทำหน้าเศร้าอยู่บนเก้าอี้ ด้านหน้า
ของเขามีชายคนหนึ่งที่ดูราวกับผู้หญิงนั่งอยู่
ชายคนนี้คือรองเจ้าสำนักแห่งสำนักเจ็ดแก่นแท้ ไป่โหล่ว
ไป่โหล่วเคยเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสโอวหยางปั๋วเหยียน แต่รูปกาย
ภายนอกของเขาดูเหมือนผู้หญิง แนวคิดการฝึกฝนของฝ่ายการปกครอง
เป็นการเติมเต็มพลังหยางด้วยพลังหยินของผู้อื่น มันเหมาะกับชายที่มี
รูปร่างมาตราฐานเหมือนชายทั่วๆไป มันไม่เหมาะกับไป่โหล่วที่มีรูปร่าง
คล้ายผู้หญิง แม้ไป่โหล่วจะพยายามฝึกฝนอย่างมุ่งมั่น แต่ผลการฝึกฝนก็
อยู่ในขั้นที่ไม่น่าพอใจ
เมื่อเป็นเช่นนั้น ไป่โหล่วจึงย้ายออกจากฝ่ายการปกครอง และไปเข้า
ร่วมกับฝ่ายภาพมายาแทน หัวหน้าฝ่ายภาพมายาเป็นผู้หญิง และเหล่า
ศิษย์เกือบทั้งหมดในฝ่ายนี้ก็เป็นผู้หญิง พวกนางมีความเชี่ยวชาญในการ
ใช้อำนาจมายาทุกประเภท
การฝึกฝนที่ฝ่ายภาพมายา เป็นการฝึกฝนที่เหมาะสำหรับผู้หญิง มัน
เป็นเรื่องยากสำหรับชาย แต่ไป่โหล่วมีหลายสิ่งหลายอย่างคล้ายกับผู้หญิง
การฝึกฝนที่ฝ่ายภาพมายาจึงเหมาะสมกับเขา ตอนนี้ไป่โหล่วเป็นนักสู้ขั้น
ปราณต้นฟ้าช่วงกลาง และสำเร็จวิชา ‘จิตแห่งความฝัน’ ขั้นที่4แล้ว ภาพ
ลวงตาที่เขาสร้างขึ้นมานั้นไร้ที่ติ แม้แต่นักสู้ที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของ
ขั้นปราณต้นฟ้า ก็ยากที่จะมองออก
“ที่เรียกข้ามาวันนี้ มีเรื่องอะไรงั้นรึ? สำคัญขนาดที่ต้องพูดคุยกันใน
ห้องลับเลยหรือไง?” นอกจากไป่โหล่วจะมีเลือนร่างคล้ายหญิงแล้ว
น้ำเสียงของเขายังอ่อนโยนราวกับเสียงของผู้หญิงด้วย สิ่งเหล่านี้ทำให้
โอวหยางตี๋ฮัวรู้สึกแปลกๆ
โอวหยางตี๋ฮัวรุกขึ้นจากเก้าอี้ ถอยหลังทิ้งระยะห่างออกไปเล็กน้อย
และกล่าว “ข้าอยากให้ท่านช่วยจัดการชายคนหนึ่ง”
“ฮ่าๆ ชายคนนั้นคงจะเป็นหลินหมิงสินะ” ไป่โหล่วกล่าวถามด้วย
รอยยิ้มจางๆ แม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่ในงานเลี้ยงครั้งนั้น แต่เขาก็รู้ว่าหลินห
มิงทำให้โอวหยางตี๋ฮัวต้องอับอายเป็นอย่างมาก
“ใช่! มันนั่นแหละ!” โอวหยางตี๋ฮัวกล่าวตอบไปตรงๆ
หลังจากการต่อสู้ในวันนั้นจบลง ซางกวนยู่ก็สลบเป็นตายหนึ่งวัน
หนึ่งคือ เมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่าจุดชีพจรทั่วร่างถูกทำลายไปแล้ว เมื่อ
แผนการทั้งหมดของซางกวนยู่ถูกทำลาย การจะได้รับหญิงแห่งหยินทั้ง12
คนของโอวหยางตี๋ฮัวก็ถูกทำลายลงไปด้วย ทำให้โอวหยางตี๋ฮัวโกรธแค้น
หลินหมิงเป็นอย่างมาก
“มันคงเป็นไปได้ยาก ข้าคือหนึ่งในสองรองเจ้าสำนักแห่งสำนักเจ็ด
แก่นแท้ หากข่าวที่ว่าข้าสังหารศิษย์ในสำนักของตัวเองรั่วไหลออกไปมัน
จะเป็นภัยต่อชีวิตของข้า ยิ่งไปกว่านั้นหลินหมิงกำลังจะกลายเป็นศิษย์
หลัก เขามีอำนาจและอิทธิพลอย่างมาก เจ้าสำนักฉินจื่อหยาเองก็
ประเมินเขาไว้สูงและจับตาดูเขาอยู่ตลอดเวลา นี่เป็นเรื่องที่ข้าไม่สามารถ
ช่วยเจ้าได้จริงๆ”
แม้ว่าไป่โหล่วจะเป็นพันธมิตรกับโอวหยางไอฮัว แต่เขาก็ไม่สามารถ
ช่วยโอวหยางตี๋ฮัวได้ หากเขาช่วยเหลือโอวหยางตี๋ฮัวก็จะเป็นการนำภัย
พิบัติมาสู่ตัวของเขาเอง และเขาเองก็ไม่ค่อยถูกกับฉินจื่อหยานัก หาก
ฉินจื่อหยาหาเรื่องเอาผิดเขาได้ ฉินจื่อหยาก็เอาผิดเขาจนถึงที่สุดอย่าง
แน่นอน