Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 156 กลืนกินเพลิงลาวา
ข่าวเรื่องหลินหมิงเอาชนะซางกวนยู่แพร่กระจายไปทั่วเมืองลิขิตฟ้า
อย่างรวดเร็ว
สำหรับในอาณาจักรแห่งนี้ ซางกวนยู่มีพรสวรรค์เป็นรองเพียงแค่ฉิน
ซิงเซวียนเท่านั้น เขาเป็นชายที่มีพรสวรรค์สูงส่งที่สุดในอาณาจักรแห่งนี้
แต่เพียงแค่คืนเดียว ชีวิตของเขาก็พังพินาศ!
ยิ่งไปกว่านั้น ขณะที่หลินหมิงทำให้ซางกวนยู่พิการ โอวหยางตี๋ฮัวก็
ออกมาช่วยเหลือ เขามีการฝึกฝนขั้นผสานชีพจร แต่เขาก็ยังมี
ความสามารถไม่พอที่จะหยุดหลินหมิง
ต่อให้เป็นออร่าอันน่าสยดสยองของโอวหยางตี๋ฮัว ก็กดดันหลินหมิง
ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ถ้าเจ้าสำนักไม่ได้มาหยุดความบาดหมางระหว่างพวกเขาเอาไว้ การ
ต่อสู้ระหว่างพวกเขาก็คงต้องเกิดขึ้น!
ในระยะเวลาเพียงแค่2เดือนครึ่ง หลินหมิงก็เอาชนะซางกวนยู่ได้แล้ว
แน่นอนว่าเมื่อเขาเอาชนะซางกวนยู่ได้ ในอนาคตอย่างน้อยเขาก็ต่อสู้
กับต้ากู่และหลิงเซ็นได้อย่างสูสี ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะเป็นแค่เด็กอายุ 15
ปีคนหนึ่งเท่านั้น
เขาเป็นเด็กที่กล้าหาญและเด็ดเดี่ยว ไม่เคยเกรงกลัวต่อผู้ใด…
แม้แต่ซางกวนยู่ก็ยังถูกหลินหมิงจัดการ ในอาณาจักรแห่งนี้คงไม่มี
ใครกล้าคิดที่จะเป็นศัตรูกับหลินหมิงอีกแล้ว!
……………………..
สำนักเจ็ดแก่นแท้ ภูเขาฟ้าพิโรธ
ภูเขาไฟแห่งนี้อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกเป็นระยะทาง 700 ลี้
จากภูเขาโจว
ภูเขาแห่งนี้มีเป็นภูเขาที่มีประโยชน์ที่สุดในอาณาจักรแห่งนี้ รอบๆ
จะมีหลุมก๊าซกำมะถันระเหยขึ้นมา หินบริเวณนี้ร้อนจนสามารถใช้ทอดไข่
ได้ บางบริเวณมีแม่น้ำลาวาสีแดงเดือดไหลลงมา ลาวาที่ไหลลงมาเดือด
บุดๆและมีฝองอากาศลอยขึ้นมาบนผิวของมัน
แม้ว่าพื้นดินบนภูเขาไฟแห่งนี้จะดูปกติ แต่ก็ต้องระมัดระวังเป็น
อย่างมาก เพราะบางบริเวณอาจเป็นผิวบางๆของแมกม่าที่พึ่งเย็นตัว หาก
เหยียบลงไปเท้าก็จะจมลงไปในแมกม่าและได้รับบาดเจ็บจากความร้อน
ระอุของมัน
สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในเจ็ดสถานที่ฝึกฝนแห่งสำนักเจ็ดแก่นแท้ ถ้ำ
ลาวา
เมื่อมาถึงภูเขาไฟแห่งนี้ หลินหมิงก็รู้สึกว่ามีคลื่นความร้อนแปลกๆ
แทรกเข้ามาในร่างกายของเขา สถานที่แห่งนี้ร้อนระอุเกินกว่าที่คน
ธรรมดาจะก้าวเข้ามาได้
“เป็นสถานที่ที่ดี เหมาะแก่การฝึกฝน” หลินหมิงกล่าวยกย่อง ทั้งถ้ำ
ลาวาและน้ำตกเยือกแข็งต่างก็เป็นสถานที่ฝึกฝนที่มีคุณสมบัติตามชื่อของ
มันเอง น้ำตกเยือกแข็งก็จะหนาวเย็นแบบสุดๆ ถ้ำลาวาก็จะร้อนระอุแบบ
สุดๆ
ทั้งสองสถานที่ฝึกฝนนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คล้ายกันอยู่ แต่ก็มีบาง
สิ่งบางอย่างที่แตกต่างกัน…
น้ำตกเยือกแข็ง มุ่งเน้นให้ฝึกฝนการแบ่งเบาภาระของร่างกาย เมื่อ
ฝึกฝนสถานที่ที่หนาวเย็นเช่นนี้ จะช่วยให้พลังปราณซึมซาบเข้าไปในส่วน
ต่างๆของร่างกายได้ดีขึ้น
แต่ถ้ำลาวานั้นต่างออกไป แน่นอนว่าพลังปราณของนักสู้นั้นมีสิ่ง
สกปรกเจือปนอยู่ ถ้ำลาวาคือสถานที่ที่จะแผดเผาสิ่งสกปรกเหล่านั้นและ
ทำให้พลังปราณมีความบริสุทธิ์มากขึ้น
หลินหมิงได้ฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ที่ทำให้พลัง
ปราณในร่างกายหนาแน่นและบริสุทธิ์อยู่แล้ว เขาไม่มีความจำเป็นต้อง
เข้าไปฝึกฝนในถ้ำลาวาเพื่อให้พลังปราณบริสุทธิ์เหมือนคนอื่นๆ
แต่หลินหมิงได้กินยาเม็ดไขกระดูกมังกรทองและยาโอสถพญางู
ทองคำเข้าไป ยาโอสถทั้งสองชนิดนี้ได้ช่วยเร่งการฝึกฝนของเขาให้สูงขึ้น
อย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่ามันก็ทิ้งสิ่งสกปรกและสารพิษบางอย่างไว้ใน
พลังปราณของเขาด้วยเช่นกัน
หลายวันก่อน หลินหมิงก็พยายามขจัดสิ่งสกปรกเหล่านั้นออกไป แต่
เขาก็ไม่สามารถขจัดสิ่งสกปรกทั้งหมดออกไปได้อย่างสมบูรณ์ ยังมีสิ่ง
สกปรกบางอย่างที่เขาไม่มีความสามารถพอที่จะขจัดมันออกไปด้วย
ตัวเอง
ตอนนี้หมิงหลินต้องการที่จะใช้เห็ดหลินจือสีเลือด500ปีให้เกิด
ประสิทธิภาพสูงที่สุด เขาจึงจำเป็นต้องขจัดสิ่งสกปรกทั้งหมดในพลัง
ปราณของเขาออกไป และทำให้พลังปราณบริสุทธิ์มากที่สุดเท่าที่จะ
เป็นไปได้ มิฉะนั้นนอกจากประโยชน์ของเห็ดหลินจือจะถูกลดทอนลงไป
แล้ว ยังจะเกิดสิ่งสกปรกสะสมมากขึ้นจนอยากที่จะขจัดออกไปได้
“ศิษย์น้องหลิน!” ศิษย์พี่ผู้คุมกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา งานเฝ้าถ้ำ
ลาวาเป็นงานที่น่าเบื่อมาก แม้ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งพอจะต้านทาน
ความร้อนได้ตลอดทั้งวัน แต่ไม่ว่าใครก็คงไม่ชอบอยู่ในสภาพแวดล้อม
เช่นนี้ทั้งวันอย่างแน่นอน
“ความยากระดับ11 ระยะเวลา2ชั่วโมง”
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินหมิงมาฝึกฝนที่ถ้ำลาวา เขาเลือกระดับความ
ยากที่เหมาะสมกับตัวเอง
“อืม…!” ศิษย์พี่ผู้คุมเชื่อว่าความยากระดับ11 คงไม่ใช่เรื่องยาก
สำหรับหลินหมิง
หลักในการสร้างสถานที่ฝึกฝนทั้งเจ็ดขึ้นมานั้น คือการเสริมพลังของ
ธรรมชาติในสถานที่เหล่านั้น เช่นการสร้างน้ำตกเยือกแข็ง ก็สร้างโดยการ
เพิ่มพลังให้น้ำตกที่หนาวเย็นอยู่แล้วให้หนาวเย็นขึ้นอีก การสร้างอุโมงค์
มหาวายุ ก็สร้างโดยการเพิ่มแรงลมในอุโมงค์ที่มีลมพัดรุนแรงอยู่แล้ว ให้
รุนแรงขึ้นอีก
แต่ถ้ำลาวานั้นต่างกับสถานที่ฝึกฝนอื่นๆ สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกเสริม
พลังเพื่อใช้สำหรับการฝึกฝน แต่ถูกลดทอนพลังเพื่อใช้ในการฝึกฝน
อุณหภูมิของลาวาทั่วๆไปนั้นสูงกว่าน้ำที่กำลังเดือดเป็น10เท่า และ
ลาวาบนภูเขาแห่งนี้ก็ร้อนแรงกว่าลาวาทั่วๆไปอีก
ภูเขาฟ้าพิโรธแห่งนี้ ยังเป็นแหล่งผลิตเหล็กทมิฬอีกด้วย เมื่อเหล็ก
ทมิฬผสมเข้ากับลาวา อุณภูมิของมันจะสูงกว่าน้ำเดือดถึง 20 เท่า
ต่อให้เป็นนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้า ถ้าอยู่บนเหล็กทมิฬที่มีความร้อน
ขนาดนี้ก็ถูกทอดกรอบได้ง่ายๆ
เมื่อหลินหมิงเขามาในมิติถ้ำลาวาความยากระดับที่11 เขาก็ถอด
เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายทั้งหมดออก หากเขาลงไปแช่ตัวในลาวาขณะที่ใส่
เสื้อผ้าอยู่ เสื้อผ้าเหล่านั้นก็จะถูกเผาเป็นขี้เถ้าอยู่ดี เป็นเรื่องที่รู้กันดีว่า
ต้องเปลือยกายก่อนลงไปแช่ในลาวา
เขาเดินผ่านหินร้อนระอุไปอยู่หน้าบ่อลาวา ลาวามีสีแดงเข้มและ
ร้อนเป็นอย่างมาก มีฟองอากาศลอยขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง การที่จะ
กระโดดลงไปนั้น ต้องใช้ความกล้าหาญเป็นอย่างมาก
หลินหมิงโคจรพลังปราณในร่างกาย เขาสูบลมหายใจเข้าไปจนเต็ม
ปอด และกระโดดลงไปในบ่อลาวา
ตูม!
ร่างของเขาจมลงไปในลาวาจนถึงช่วงเอวอย่างรวดเร็ว และค่อยๆจม
ลงไปอีกอย่างช้าๆ ลาวามีเนื้อเหนียวและหนืดทำให้จมลงไปได้ยาก
“ร้อนอย่างยิ่ง!”
หลินหมิงรู้สึกว่าขาของเขากำลังอยู่ในเตาเผา แม้ว่าเขาจะโคจรพลัง
ปราณเพื่อปกป้องร่างกายเอาไว้แล้ว แต่ความเจ็บปวดก็ยังรุนแรงจนแทบ
จะทนไม่ไหว
ผ่านไปชั่วครู่ ร่างกายของเขาก็ปรับสภาพได้ดีขึ้น เขาเริ่มจะคุ้นกับ
ความร้อนที่แผ่เข้ามาในร่างกาย เขาสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดและดัน
ร่างของเขาให้จมลงไปในลาวา
ในเวลานี้เขาจมลงไปในบ่อลาวา เขาไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย
แค่มือของตัวเองเขาก็มองไม่เห็น
แม้ว่าเขาจะโคจรพลังปราณปกป้องร่างกายเขาไว้ แต่ลาวานี่ก็ร้อน
เกิดกว่าจะต้านทานได้ เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างกับว่ามีเข็มอันร้อนระอุทิ่ม
แทงเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง
ในน้ำตกเยือกแข็ง นักสู้บางคนพอจะแช่อยู่ในน้ำเย็นจัดโดยไม่โคจร
พลังปราณเพื่อปกป้องร่างกายได้
แต่ในถ้ำลาวาแห่งนี้ คงไม่มีใครโง่พอจะทำเช่นนั้น ลาวาในที่นี้
ร้อนแรงอย่างยิ่ง และยังมีก๊าสพิษปะปนอยู่ในลาวาเหล่านี้ด้วย หากไม่
โคจรพลังปราณท้านตานไว้ก็คงจะตายในไม่กี่อึดใจ
ดังนั้นการโคจรพลังปราณเพื่อปกป้องร่างกายจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ
มาก ยิ่งไปกว่านั้นการจะใช้ประโยชน์จากลาวานี่ก็คือ การปล่อยให้ลาวา
บางส่วนผ่านการป้องกันของพลังปราณเข้ามาในร่างกาย เพื่อให้ความ
ร้อนจากลาวาที่ผ่านเข้ามาเหล่านั้นขจัดสิ่งสกปรกในพลังปราณออกไป
การฝึกฝนในลักษณะนี้ถือว่าอันตรายอย่างยิ่ง ผู้ฝึกต้องโคจรพลังปราณ
อย่างพิถีพิถัน หากพลาดล่ะก็มีโอกาสที่จะบาดเจ็ดสาหัสจากความร้อน
ของลาวา และมีความเป็นไปได้ว่าจุดจีพจรจะถูกความร้อนทำลายจน
เสียหาย
แม้ว่าจะมีการฝึกฝนระดับสูง แต่หากพลาดก็บาดเจ็บสาหัสได้
โดยง่าย เพราะเหตุผลเหล่านี้ทำให้ถ้ำลาวาค่อนข้างเงียบเหงาและไม่เป็น
ที่นิยมซักเท่าไร
กึกึกึกึกึกึกึกึ!
หลินหมิงได้ยินเสียงของพลังปราณที่ถูกเผาไหม้ด้วยความร้อนของ
ลาวา แต่เขาก็ไม่คิดที่จะรอให้เสียเวลา เขาค่อยๆปล่อยให้ลาวาส่วนเล็กๆ
ลอดผ่านพลังปราณที่ปกคลุมร่างกายเข้ามา เขาหลับตาทำสมาธิและเข้าสู่
สภาวะเจตจำนงนักสู้ และนำลาวาส่วนเล็กๆเข้ามาในร่างกายอย่าง
ระมัดระวัง
เมื่อลาวาส่วนเล็กๆไหลเข้ามาในร่างกายของเขา ความร้อนของมันก็
แผ่ออกมาราวกับมีมังกรไฟกำลังบ้าคลั่งอยู่ภายในร่าง ความร้อนระอุ
ระเบิดไปทั่วทุกทิศทางในร่างกายของเขา แต่พลังปราณในร่างของเขาก็
หนาแน่นเป็นอย่างมาก ทำให้เขาไม่ได้รับอันตรายใดใด
หลินหมิงปล่อยให้ลาวาส่วนเล็กๆแผ่ความร้อนออกไปตามส่วนต่างๆ
ของร่างกายเพื่อเผาทำรายสิ่งสกปรกในพลังปราณ
ความร้อนจากลาวาสามารถขจัดสิ่งสกปรกได้และในเวลาเดียวกันมัน
ก็เผาทำลายพลังปราณของเขาไปด้วย แต่พลังปราณของเขาสามารถสร้าง
ขึ้นใหม่ได้ ในขณะที่สิ่งสกปรกไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้อีก
ลาวาหยดเล็กๆหยดเดียวไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา และมันก็มี
ประโยชน์เพียงน้อยนิด เขาจึงปล่อยให้ลาวาหยดเล็กๆจำนวนมากจากทุก
ทิศทุกทางค่อยๆลอดผ่านพลังปราณและไหลเข้ามาในร่างกาย
ลาวาหยดเล็กๆนับไม่ถ้วนไหลเข้าสู่ร่างกาย แม้ว่าพลังปราณของเขา
จะหนาแน่นและบริสุทธิ์แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะควบคุมลาวา
เหล่านี้
ใบหน้าของเขากลายเป็นสีแดง เส้นเลือดดำปรากฏขึ้นกลางหน้าผาก
หยาดเหงื่อซึมออกมาตามร่างกาย ทันทีที่เหงื่อเริ่มซึมออกมา มันก็ระเหย
ไปในทันที เพราะพลังปราณที่ห่อหุ่มร่างกายของเขามีอุณหภูมิสูงมาก
หลินหมิงเอาหินพลังปราณออกมาจากแหวนมิติและถือไว้ในมือ เขา
ดูดพลังปราณจากหินพลังปราณเข้าสู่ร่างกาย และโคจรพลัง ‘ชีพจร
ปราณเทพคลั่ง’
ด้วยการฝึกฝนเช่นนี้ ทำให้สิ่งสกปรกค่อยๆถูกทำลายไปอย่างช้าๆ…
สิ่งสกปรกในพลังปราณค่อยๆลดลงอย่างต่อเนื่อง และหินพลังปราณ
ก้อนแรกก็หมดสภาพไป หลินหมิงเอาหินพลังปราณอีกก้อนมาใช้งานต่อ
ในทันที
ในเวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง เขาจะใช้หินพลังปราณบริสุทธิ์หมดไป
หนึ่งก้อน นี่เป็นการฝึกฝนที่สิ้นเปลืองทรัพยากรเป็นอย่างมาก
หินพลังปราณบริสุทธิ์มีราคาสูงถึงก้อนละ 1000 เหรียญทอง!
ทุกอณุในร่างกายของเขาเริ่มหายใจผสานเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อลด
ความรุนแรงจากลาวาที่ไหลเข้ามาในร่างกาย
เขากำลังลังเลอยู่ว่าจะฝึกฝนต่อไปดีหรือไม่ หากฝึกฝนด้วยวิธีที่
อันตรายเช่นนี้นานกว่านี้อาจทำให้จุดชีพจรเกิดความเสียหาย แต่ถ้าเขา
ทิ้งการฝึกไว้ครึ่งทางเช่นนี้ เขาก็จะได้รับประโยชน์จากการฝึกฝนเพียง
เล็กน้อยเท่านั้น
ในขณะที่หลินหมิงกำลังลังเลอยู่ ลาวาส่วนเล็กๆในร่างกายก็ลอยเข้า
ไปใกล้กับหัวใจของเขา
“แย่แล้ว!”
หลินหมิงตกใจเป็นอย่างมาก หัวใจเป็นศูนย์กลางของเส้นเลือดใน
ร่างกาย ถ้ามันได้รับความเสียหายอาจทำให้เสียชีวิตได้
เขารีบส่งพลังปราณเข้าไปเพื่อหยุดหยดลาวาที่ลอยไปใกล้หัวใจ แต่
มันก็สายเกินไปแล้ว หยดลาวากำลังทะลวงเข้าไปในหัวใจของเขา
ในเวลานี้เอง เมล็ดพันธุ์แห่งวิชาเทพทรราชคลั่งที่อยู่ในหัวใจของ
หลินหมิงก็ระเบิดพลังปราณออกมาอย่างรุนแรง หยดลาวาที่หลุดรอดเข้า
มาถูกเมล็ดพันธุ์แห่งวิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ กลืนกินเข้าไป!
“อืม…?”
หลินหมิงสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เมล็ดพันธุ์แห่ง
วิชา ‘อำนาจเทพทรราชคลั่ง’ กลืนกินหยดลาวาเข้าไปอย่างนั้นหรือ?!
หลินหมิงส่งพลังวิญญาณเข้าไปตรวจสอบและเขาก็ต้องตกใจอย่าง
มา เขาพบว่าหยดลาวาที่ถูกกลืนเข้านั้น กลายไปเป็นส่วนหนึ่งของเมล็ด
พันธุ์แห่งวิชา ‘อำนาจเทพทรราชคลั่ง’!