Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 160 พลังอำนาจของไฟและสายฟ้า
ศิษย์พี่ผู้คุมไม่อยากจะเชื่อความจริงที่อยู่ตรงหน้า ขนาดนักสู้นักสู้ขั้น
ผสานชีพจรยังฝึกฝนอยู่ในนั้นได้แค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น แต่หลินหมิงกลับ
สามารถฝึกฝนอยู่ในนั้นได้นานถึงขนาดนี้!
แม้ว่าหลินหมิงจะแข็งแกร่งขนาดไหน เขาก็ยังต้องมีขีดจำกัด!
‘เขามีการฝึกฝนขั้นแค่ที่4 แต่ความสามารถและความแข็งแกร่งของ
เขากลับอยู่ในระดับเดียวกับนักสู้ขั้นผสานชีพจร นี่มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ!?’
ศิษย์พี่ผู้คุมยังคงรอหลินหมิงต่อไป จนในที่สุดฟ้าก็เริ่มมืด เขาจึง
เคาะประตูห้องฝึกฝนของหลินรหมิงอีกครั้ง เขาสังสัยเป็นอย่างยิ่งกว่า
หลินหมิงอยู่ในนั้นได้นานขนาดนี้ได้อย่างไร?
จู่ๆประตูห้องฝึกฝนก็ถูกเปิดออกมา หลินหมิงเดินออกมาพร้อมกับ
รอยยิ้มร่าเริง เพราะเขาได้ครอบครองจิตวิญญาณสายฟ้า ทำให้เขามี
ความสุขเป็นอย่างมาก
เมื่อหลินหมิงออกมา ศิษย์พี่ผู้คุมก็มองมาที่เขาด้วยสายตาที่ตื่นตนก
ในเวลานี้เสื้อผ้าของหลินหมิงไหม้เกรียมไปหมดแล้ว…
ศิษย์พี่ผู้คุมกลืนน้ำลายลงคอ เกิดอะไรขึ้นภายในห้องฝึกฝน? หลินห
มิงอยู่ในห้องฝึกฝนเป็นเวลานานแต่สภาพร่างกายของเขากลับไม่ได้ย่ำแย่
เหมือนศิษย์คนอื่นๆที่เข้าไปฝึกฝนในนั้นเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ
“ศิษย์… ศิษย์น้องหลิน เจ้าไม่ไรอะไรจริงๆรึ?”
“แน่นอน ข้าไม่เป็นอะไร ขอโทษที่ทำให้ท่านต้องเป็นห่วง นี่ก็ฟ้ามืด
แล้ว ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน ”
” ใช่… ฟ้ามืดแล้ว… เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ… ” ศิษย์พี่ผู้คุมตื่นตน
กอยู่ เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมา
หลังจากหลินหมิงเดินจากไปแล้ว ศิษย์พี่ผู้คุมก็อดสังสัยไม่ได้ว่า
หลินหมิงอยู่ในห้องฝึกฝนนานขนาดนี้ได้อย่างไร เขาจึงสูดลมหายใจเข้า
ลึกๆ โคจรพลังปราณปกคลุมร่างกายให้หนาแน่นมากที่สุดเท่าที่เขาจะทำ
ได้จากนั้นเขาก็เปิดประตูห้องฝึกฝนที่ความยากระดับ12…
แววตาของเขาเบิกกว้าง นี่เป็นความจริงที่ไม่น่าเชื่ออย่างยิ่ง!
ในห้องฝึกฝนความยากระดับ12 มีเพียงแค่สายฟ้าเส้นเล็กๆสีจางๆวิ่ง
อยู่ ปริมาณของมันหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย ไม่มีวี่แววของสายฟ้าอัน
หนาแน่นสีเข้มอยู่เลย
ศิษย์พี่ผู้คุมขยี้ตาของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้มันใจว่าเขาไม่ได้ตา
ฝาดหรือฝันไป
ไม่จริง! นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!
…
หลินหมิงเดินกลับออกมาจนถึงบริเวณทางเข้าของหุบเขาฟ้าคำราม
เขามองดูลอบๆเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครอยู่ในบริเวณนี้ เขาเป็นคนใจร้อน
และอยากจะทดสอบพลังของจิตวิญญาณสายฟ้าเร็วๆ
โดยธรรมชาติ สายฟ้าจะเกิดขึ้นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆและดับไป
แต่จิตวิญญาณสายฟ้าไม่ได้เป็นเช่นนั้น ตราบใดที่เขามีพลังปราณมากพอ
เขาก็จะสามารถใช้มันได้อย่างไร้ขีดจำกัด
จิตวิญญาณสายฟ้าคล้ายคลึงกับปราณอัคคี พลังทั้งสองเป็นสิ่งที่หา
มาครอบครองได้ยากอย่างยิ่ง!
จิตวิญญาณสายฟ้านั้นได้มาครอบครองยากยิ่งกว่าปราณอัคคีอีก
เป็นเพราะสถานที่ที่เต็มไปด้วยสายฟ้านั้น หายากกว่าสถานที่ที่เต็มไปด้วย
เปลวเพลิงหรือลาวา
หอกอ่อนปราณคลั่งในมือของเขาสั่นไหวเล็กน้อย เกิดแสงสีม่วง
ระยิบระยับขึ้นบนเพลาหอกสีเงิน มันเป็นสิ่งที่สวยงามอย่างยิ่ง
“ข้าอยากจะรู้ว่า ถ้าข้าใช้ปราณอัคคีและจิตวิญญาณสายฟ้าขณะที่ใช้
วิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ พลังของมันจะเพิ่มขึ้นอีก50%หรือไม่?”
เมื่อหลินหมิงสงสัยเช่นนั้น เขาจึงใช้ปราณอัคคีและจิตวิญญาณ
สายฟ้าพร้อมกัน จากนั้นเขาก็ใช้วิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’
ปราณอัคคีเกิดขึ้นบนมือข้างหนึ่ง จิตวิญญาณสายฟ้าเกิดขึ้นบนมือ
อีกข้างหนึ่ง และเมื่อเขาใช้วิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ พลังธาตุทั้งสองที่อยู่บน
มือของเขาก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น!
พลังทั้งสองชนิดที่อยู่บนมือแต่ละข้างของเขาเริ่มดึงดูดเข้าหากัน
และโคจรเป็นวงกลมซึ่งกันและกัน ทำให้อากาศโดยรอบเกิดการ
สั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง
เขารู้สึกว่าหากเขาควบคุมพลังทั้งสองชนิดนี้ไม่ได้ อาจจะเกิดการ
ระเบิดอย่างรุนแรงขึ้น
และในขณะนี้เอง เขาก็นึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจำได้ว่า
ประคำปีศาจก็ใช้หลักการของสายฟ้ากับเปลวเพลิงเพื่อสร้างระเบิดอัน
รุนแรง!
เมื่อคิดเช่นนั้น เขาจึงสลายพลังทั้งสองบนมือทิ้งไป “ถ้าข้าใช้พลังของ
ปราณอัคคีกับจิตวิญญาณสายฟ้าตามหลักการของประคำปีศาจ… มันก็
คงจะเกิดเป็นพลังทำลายล้างอันยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับประคำปีศาจ!?”
แต่การจะทดสอบสมมติฐานดังกล่าวเป็นอันตรายเกินไป แต่ถึง
กระนั้นความอันตรายก็ไม่สามารถหยุดความอยากรู้อยากลองของเขาได้
“ปราณอัคคีไหลเวียนเป็นวงกลม จิตวิญญาณสายฟ้าไหลคดเคี้ยว
เช่นเดียวกับงู…” หลินหมิงจำลักษณะของเปลวเพลิงและสายฟ้าที่อยู่ใน
ประคำปีศาจได้ เขาจึงใช้พลังของปราณอัคคีและจิตวิญญาณสายฟ้าเลียบ
แบบหลักการของประคำปีศาจในหอกอ่อนปราณคลั่ง
ในหอกอ่อนปราณคลั่ง งูสายฟ้าเริ่มจะเกิดการรุกไหม้ และเกิดเสียง
ปะทุราวกับเสียงของฟ้าฝ่า นี่เป็นการผสานของพลังที่น่ากลัวอย่างมาก
ใบหน้าหลินหมิงกลายเป็นสีแดง หลอดเลือดดำเริ่มประกฏขึ้นบน
ใบหน้า พลังของเปลงไฟที่แท้จริงผสานกับจิตวิญญาณสายฟ้าอยู่ภายใน
หอกของเขา เขาชี้หอกไปด้านหน้าและผลักดันลูกบอลพลังที่เกิดจากการ
ผสานกันของพลังทั้งสองออกไป ลูกบอลพลังพุ่งออกจากหอกไปด้วย
ความเร็วที่หน้าเหลือเชื่อ มันพุ่งไปยังหน้าผาที่สูงกว่า100ก้าว
ปัง!
เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง เสียงดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า เศษหินนับไม่
ถ้วยกระจัดกระจายไปทุกทิศทาง ฝุ่นควันคลุ้งไปเต็มอากาศ หน้าผาที่สูง
กว่า100ก้าวถล่มและทรุดตัวลงมา!
เมื่อเห็นอำนาจของมันหลินหมิงก็ได้แต่ตกตะลึง!
ช่างน่ากลัวอะไรเช่นนี้!
การระเบิดที่มีความรุนแรงเช่นนี้สามารสังหารนักสู้ขั้นผสานชีพจร
ช่วงกลางได้ในทันที!
นักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นที่4ที่มีพลังของเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่ง
สามารถสร้างพลังทำลายล้างได้รุนแรงถึงขนาดนี้!
พลังของวิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ ช่างยิ่งใหญ่จริงๆ วิชานี้เป็นดั่งวิชา
แห่งสรวงสวรรค์!
หลินหมิงเคยคิดว่าเคล็ดบ่มเพาะ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ซึ่งมี
‘ปราณลื่นไหลดุจแพรไหม’ ‘เคล็ดวิชาแบ่งเบาภาระไขกระดูก’ ‘แปด
ประตูเร้นลับภายใน’ และ ‘เก้าดวงดาราแห่งวิหารเต๋า’ นั้นเป็นเคล็ดบ่ม
เพาะที่อัศจรรย์และฝืนชะตาสวรรค์แล้ว
แต่เมื่อเขาได้ฝึกฝน ‘เทพทรราชคลั่ง’ ทำให้เขารู้สึกว่าเคล็ดบ่มเพาะ
‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ กลายเป็นเพียงเคล็ดบ่มเพาะธรรมดาๆเท่านั้น!
“เคล็ดบ่มเพาะ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ เป็นเคล็ดบ่มเพาะที่ทรงพลัง
ซึ่งสืบทอดกันมาอยู่ในนิกายแห่งหนึ่ง เมื่อเป็นสมาชิกของนิกายนั้นแล้วก็
จะสามารถฝึกฝนมันได้ “.
“แต่ ‘เทพทรราชคลั่ง’ นั้นเป็นวิชาลึกลับที่ถูกปิดผนึกให้หลับไหลมา
นานหลายหมื่นปี มันถูกพบอยู่ใต้ซางปรักหักพังในสถานที่โบราณแห่ง
หนึ่งของแดนเทวะ มันเป็นเคล็ดวิชาลับที่น่าอัศจรรย์พลังอำนาจของมัน
สูงส่งเกินกว่าเคล็ดบ่มเพาะ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ จะเทียบได้
“ด้วยวิชาที่ข้าสร้างขึ้นมาเองนี้ ข้าสามารถใช้มันสังหารนักสู้ที่มีการ
ฝึกฝนขั้นผสานชีพจรขั้นต้นได้อย่างง่ายดาย และการใช้มันแต่ละครั้งก็กิน
พลังปราณเพียงครึ่งหนึ่งของที่ข้ามีเท่านั้น”
ในเวลานี้เอง ศิษย์พี่ผู้คุมก็ก้าวออกมาจากห้องฝึกฝน เขายังงุนงงอยู่
ว่าสายฟ้าอันหนาแน่นในห้องฝึกฝนนั้นหายไปได้อย่างไร แล้วเขาก็ได้ยิน
เสียระเบิดที่ดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า!
เขารีบวิ่งออกมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น!
ที่นั้น… เดิมทีมันเป็นหน้าผาที่สูง100ก้าว…
ศิษย์พี่ผู้คุมคนนี้ดูแลหุบเขาฟ้าคำรามมานานหลายปี เขาจดจำ
สภาพแวดล้อมบริเวณนี้ได้เป็นอย่างดี หรือว่าที่หน้าผ่าสูง100ก้าวนั่น
พังทลายลงมาจะเป็นฝีมือของหลินหมิง?
และศิษย์พี่ผู้คุมก็เหลือบไปเห็นหลินหมิงที่กำลังถือหอกชี้ไปยังหน้า
ผาที่พังทลาย หอกของเขาเรื่องแสงอ่อนๆด้วยพลังปราณที่อัดแน่นอยู่
ภายใน
ทั้งหมดนั่นต้องเป็นฝีมือของหลินหมิงอย่างแน่นอน!
อะไรกัน!
ในวันนี้ศิษย์พี่ผู้คุมได้พบกับประสบการณ์ที่น่าตกใจถึง2ครั้งติดๆกัน
เขาตื่นเต้นมากพอแล้วสำหรับวันนี้ หากเขาได้พบกับสิ่งที่น่าตกใจอีกซัก
ครั้งในวันนี้ เขาคงหัวใจวายตายแน่
‘หินบนหน้าผามีเหล็กทมิฬผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก มันแข็งแรง
และทนทานกว่าหินธรรมดาหลายเท่า หลินหมิงพลังทลายหน้าผาที่
แข็งแรงทนทานขนาดนั้นได้อย่าง?!’
“ศิษย์น้อยหลิน นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!”
หลินหมิงยิ้มและตอบกลับไป “ข้าต้องขอโทษจริงๆ ข้ากำลัง
ตรวจสอบประคำปีศาจ แล้วจู่ๆมันก็ดูเหมือนจะระเบิดออกมา… ”
การระเบิดอย่างรุนแรงในครั้งนี้ มีหลักการเช่นเดียวกับประคำปีศาจ
ดังนั้นจึงไม่มีสามารถแยกออกว่ามันคือพลังของประคำปีศาจหรือ
ความสามารถของหลินหมิง
“ประคำสายฟ้ารึ?” ศิษย์พี่ผู้คุมรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แล้วเขาก็
นึกขึ้นได้ว่าในการประลองเมื่อเร็วๆนี้ ตอนนี้ซางกวนยู่หมดหนทางที่จะ
เอาชนะหลินหมิง ซางกวนยู่จึงคิดที่จะใช้ประคำปีศาจเพื่อที่จะจัดการกับ
หลินหมิง โชคดีที่หลินหมิงสามารถหยุดซางกวนยู่ได้เสียก่อน
“นั่นคือพลังของมันอย่างนั้นหรือ… ” ศิษย์พี่ผู้คุมถอนหายใจออกมา
โชคดีที่มันระเบิดใส่หน้าผา หากมันระเบิดกลางฝูงชนคงมีคนตาย
มากมายมหาศาล!
แม้จะดูเหมือนว่าศิษย์พี่ผู้คุมยังมีคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจ แต่หลินห
มิงก็รีบกล่าวออกมาเสียก่อน “ศิษย์พี่ นี่ก็มืดค่ำแล้ว ข้าคงต้องรีบกลับ ไว้
พบกันใหม่”
หลินหมิงไม่คิดจะรอให้ศิษย์พี่ผู้คุมเอ่ยถามอะไรออกมา หลังจากที่
เขาพูดจบ ร่างกายของเขาก็พุ่งทะยานไปในทันที วิธีแห่งลมทำให้เขา
เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วเป็นอย่างมาก
“โอ้ ศิษย์น้องหลินอย่าพึ่งไป ข้าอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้อง… ”
เขาเอ่ยคำถามออกมาได้เพียงครึ่งประโยค ร่างของหลินหมิงก็วิ่ง
หายไปไกลสุดสายตา เขายังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องฝึกฝนของ
หลินหมิง…
โชคดีที่หุบเขาฟ้าคำราม มีฟ้าผ่าเกิดขึ้นตลอดทั้งปี ใช้เวลาซัก
ช่วงหนึ่งห้องฝึกฝนนั่นก็คงกลับมามีสายฟ้าที่หนาแน่นอยู่เช่นเดิม
เพียง2วัน ข่าวหน้าผาระเบิดก็ได้ยินไปถึงหูของโอวหยางตี๋ฮัว
“เจ้ามันโชคดีจริงๆที่รอดมาได้! แต่เจ้าก็เสียประคำปีศาจไปแล้ว เจ้า
ไม่เหลืออะไรไว้ป้องกันตัวเองอีกแล้ว! การจะฆ่าเจ้าในตอนนี้ก็ง่ายดาย
เช่นเดียวกับฆ่าหมูฆ่าไก่!”
โอวหยางตี๋ฮัวได้ติดต่อไปยังศิษย์พี่ฝ่ายกลั่นวัตถุดิบที่โดนขับไล่ออก
จากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้คนนั้นแล้ว ในเวลานี้ศิษย์พี่จากฝ่ายกลั่นคนนั้น
ทะลวงไปขั้นปราณต้นฟ้าได้ครึ่งก้าวแล้ว เขาแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับนักสู้ที่เกือบจะทะลวงไปขั้นปราณต้นฟ้าได้สำเร็จอย่างศิษย์พี่
จากฝ่ายกลั่นวัตถุดิบคนนั้น การจะสังหารนักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นที่4อย่าง
หลินหมิงเป็นเรื่องที่ง่ายดายอย่างมาก
“หลินหมิง ชีวิตของเขามันจบลงแล้ว!”ศิษย์พี่ผู้คุมไม่อยากจะเชื่อ
ความจริงที่อยู่ตรงหน้า ขนาดนักสู้นักสู้ขั้นผสานชีพจรยังฝึกฝนอยู่ในนั้น
ได้แค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น แต่หลินหมิงกลับสามารถฝึกฝนอยู่ในนั้นได้นานถึง
ขนาดนี้!
แม้ว่าหลินหมิงจะแข็งแกร่งขนาดไหน เขาก็ยังต้องมีขีดจำกัด!
‘เขามีการฝึกฝนขั้นแค่ที่4 แต่ความสามารถและความแข็งแกร่งของ
เขากลับอยู่ในระดับเดียวกับนักสู้ขั้นผสานชีพจร นี่มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ!?’
ศิษย์พี่ผู้คุมยังคงรอหลินหมิงต่อไป จนในที่สุดฟ้าก็เริ่มมืด เขาจึง
เคาะประตูห้องฝึกฝนของหลินรหมิงอีกครั้ง เขาสังสัยเป็นอย่างยิ่งกว่า
หลินหมิงอยู่ในนั้นได้นานขนาดนี้ได้อย่างไร?
จู่ๆประตูห้องฝึกฝนก็ถูกเปิดออกมา หลินหมิงเดินออกมาพร้อมกับ
รอยยิ้มร่าเริง เพราะเขาได้ครอบครองจิตวิญญาณสายฟ้า ทำให้เขามี
ความสุขเป็นอย่างมาก
เมื่อหลินหมิงออกมา ศิษย์พี่ผู้คุมก็มองมาที่เขาด้วยสายตาที่ตื่นตนก
ในเวลานี้เสื้อผ้าของหลินหมิงไหม้เกรียมไปหมดแล้ว…
ศิษย์พี่ผู้คุมกลืนน้ำลายลงคอ เกิดอะไรขึ้นภายในห้องฝึกฝน? หลินห
มิงอยู่ในห้องฝึกฝนเป็นเวลานานแต่สภาพร่างกายของเขากลับไม่ได้ย่ำแย่
เหมือนศิษย์คนอื่นๆที่เข้าไปฝึกฝนในนั้นเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ
“ศิษย์… ศิษย์น้องหลิน เจ้าไม่ไรอะไรจริงๆรึ?”
“แน่นอน ข้าไม่เป็นอะไร ขอโทษที่ทำให้ท่านต้องเป็นห่วง นี่ก็ฟ้ามืด
แล้ว ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน ”
” ใช่… ฟ้ามืดแล้ว… เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ… ” ศิษย์พี่ผู้คุมตื่นตน
กอยู่ เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมา
หลังจากหลินหมิงเดินจากไปแล้ว ศิษย์พี่ผู้คุมก็อดสังสัยไม่ได้ว่า
หลินหมิงอยู่ในห้องฝึกฝนนานขนาดนี้ได้อย่างไร เขาจึงสูดลมหายใจเข้า
ลึกๆ โคจรพลังปราณปกคลุมร่างกายให้หนาแน่นมากที่สุดเท่าที่เขาจะทำ
ได้จากนั้นเขาก็เปิดประตูห้องฝึกฝนที่ความยากระดับ12…
แววตาของเขาเบิกกว้าง นี่เป็นความจริงที่ไม่น่าเชื่ออย่างยิ่ง!
ในห้องฝึกฝนความยากระดับ12 มีเพียงแค่สายฟ้าเส้นเล็กๆสีจางๆวิ่ง
อยู่ ปริมาณของมันหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย ไม่มีวี่แววของสายฟ้าอัน
หนาแน่นสีเข้มอยู่เลย
ศิษย์พี่ผู้คุมขยี้ตาของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้มันใจว่าเขาไม่ได้ตา
ฝาดหรือฝันไป
ไม่จริง! นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!
…
หลินหมิงเดินกลับออกมาจนถึงบริเวณทางเข้าของหุบเขาฟ้าคำราม
เขามองดูลอบๆเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครอยู่ในบริเวณนี้ เขาเป็นคนใจร้อน
และอยากจะทดสอบพลังของจิตวิญญาณสายฟ้าเร็วๆ
โดยธรรมชาติ สายฟ้าจะเกิดขึ้นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆและดับไป
แต่จิตวิญญาณสายฟ้าไม่ได้เป็นเช่นนั้น ตราบใดที่เขามีพลังปราณมากพอ
เขาก็จะสามารถใช้มันได้อย่างไร้ขีดจำกัด
จิตวิญญาณสายฟ้าคล้ายคลึงกับปราณอัคคี พลังทั้งสองเป็นสิ่งที่หา
มาครอบครองได้ยากอย่างยิ่ง!
จิตวิญญาณสายฟ้านั้นได้มาครอบครองยากยิ่งกว่าปราณอัคคีอีก
เป็นเพราะสถานที่ที่เต็มไปด้วยสายฟ้านั้น หายากกว่าสถานที่ที่เต็มไปด้วย
เปลวเพลิงหรือลาวา
หอกอ่อนปราณคลั่งในมือของเขาสั่นไหวเล็กน้อย เกิดแสงสีม่วง
ระยิบระยับขึ้นบนเพลาหอกสีเงิน มันเป็นสิ่งที่สวยงามอย่างยิ่ง
“ข้าอยากจะรู้ว่า ถ้าข้าใช้ปราณอัคคีและจิตวิญญาณสายฟ้าขณะที่ใช้
วิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ พลังของมันจะเพิ่มขึ้นอีก50%หรือไม่?”
เมื่อหลินหมิงสงสัยเช่นนั้น เขาจึงใช้ปราณอัคคีและจิตวิญญาณ
สายฟ้าพร้อมกัน จากนั้นเขาก็ใช้วิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’
ปราณอัคคีเกิดขึ้นบนมือข้างหนึ่ง จิตวิญญาณสายฟ้าเกิดขึ้นบนมือ
อีกข้างหนึ่ง และเมื่อเขาใช้วิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ พลังธาตุทั้งสองที่อยู่บน
มือของเขาก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น!
พลังทั้งสองชนิดที่อยู่บนมือแต่ละข้างของเขาเริ่มดึงดูดเข้าหากัน
และโคจรเป็นวงกลมซึ่งกันและกัน ทำให้อากาศโดยรอบเกิดการ
สั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง
เขารู้สึกว่าหากเขาควบคุมพลังทั้งสองชนิดนี้ไม่ได้ อาจจะเกิดการ
ระเบิดอย่างรุนแรงขึ้น
และในขณะนี้เอง เขาก็นึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจำได้ว่า
ประคำปีศาจก็ใช้หลักการของสายฟ้ากับเปลวเพลิงเพื่อสร้างระเบิดอัน
รุนแรง!
เมื่อคิดเช่นนั้น เขาจึงสลายพลังทั้งสองบนมือทิ้งไป “ถ้าข้าใช้พลังของ
ปราณอัคคีกับจิตวิญญาณสายฟ้าตามหลักการของประคำปีศาจ… มันก็
คงจะเกิดเป็นพลังทำลายล้างอันยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับประคำปีศาจ!?”
แต่การจะทดสอบสมมติฐานดังกล่าวเป็นอันตรายเกินไป แต่ถึง
กระนั้นความอันตรายก็ไม่สามารถหยุดความอยากรู้อยากลองของเขาได้
“ปราณอัคคีไหลเวียนเป็นวงกลม จิตวิญญาณสายฟ้าไหลคดเคี้ยว
เช่นเดียวกับงู…” หลินหมิงจำลักษณะของเปลวเพลิงและสายฟ้าที่อยู่ใน
ประคำปีศาจได้ เขาจึงใช้พลังของปราณอัคคีและจิตวิญญาณสายฟ้าเลียบ
แบบหลักการของประคำปีศาจในหอกอ่อนปราณคลั่ง
ในหอกอ่อนปราณคลั่ง งูสายฟ้าเริ่มจะเกิดการรุกไหม้ และเกิดเสียง
ปะทุราวกับเสียงของฟ้าฝ่า นี่เป็นการผสานของพลังที่น่ากลัวอย่างมาก
ใบหน้าหลินหมิงกลายเป็นสีแดง หลอดเลือดดำเริ่มประกฏขึ้นบน
ใบหน้า พลังของเปลงไฟที่แท้จริงผสานกับจิตวิญญาณสายฟ้าอยู่ภายใน
หอกของเขา เขาชี้หอกไปด้านหน้าและผลักดันลูกบอลพลังที่เกิดจากการ
ผสานกันของพลังทั้งสองออกไป ลูกบอลพลังพุ่งออกจากหอกไปด้วย
ความเร็วที่หน้าเหลือเชื่อ มันพุ่งไปยังหน้าผาที่สูงกว่า100ก้าว
ปัง!
เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง เสียงดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า เศษหินนับไม่
ถ้วยกระจัดกระจายไปทุกทิศทาง ฝุ่นควันคลุ้งไปเต็มอากาศ หน้าผาที่สูง
กว่า100ก้าวถล่มและทรุดตัวลงมา!
เมื่อเห็นอำนาจของมันหลินหมิงก็ได้แต่ตกตะลึง!
ช่างน่ากลัวอะไรเช่นนี้!
การระเบิดที่มีความรุนแรงเช่นนี้สามารสังหารนักสู้ขั้นผสานชีพจร
ช่วงกลางได้ในทันที!
นักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นที่4ที่มีพลังของเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่ง
สามารถสร้างพลังทำลายล้างได้รุนแรงถึงขนาดนี้!
พลังของวิชา ‘เทพทรราชคลั่ง’ ช่างยิ่งใหญ่จริงๆ วิชานี้เป็นดั่งวิชา
แห่งสรวงสวรรค์!
หลินหมิงเคยคิดว่าเคล็ดบ่มเพาะ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ ซึ่งมี
‘ปราณลื่นไหลดุจแพรไหม’ ‘เคล็ดวิชาแบ่งเบาภาระไขกระดูก’ ‘แปด
ประตูเร้นลับภายใน’ และ ‘เก้าดวงดาราแห่งวิหารเต๋า’ นั้นเป็นเคล็ดบ่ม
เพาะที่อัศจรรย์และฝืนชะตาสวรรค์แล้ว
แต่เมื่อเขาได้ฝึกฝน ‘เทพทรราชคลั่ง’ ทำให้เขารู้สึกว่าเคล็ดบ่มเพาะ
‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ กลายเป็นเพียงเคล็ดบ่มเพาะธรรมดาๆเท่านั้น!
“เคล็ดบ่มเพาะ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ เป็นเคล็ดบ่มเพาะที่ทรงพลัง
ซึ่งสืบทอดกันมาอยู่ในนิกายแห่งหนึ่ง เมื่อเป็นสมาชิกของนิกายนั้นแล้วก็
จะสามารถฝึกฝนมันได้ “.
“แต่ ‘เทพทรราชคลั่ง’ นั้นเป็นวิชาลึกลับที่ถูกปิดผนึกให้หลับไหลมา
นานหลายหมื่นปี มันถูกพบอยู่ใต้ซางปรักหักพังในสถานที่โบราณแห่ง
หนึ่งของแดนเทวะ มันเป็นเคล็ดวิชาลับที่น่าอัศจรรย์พลังอำนาจของมัน
สูงส่งเกินกว่าเคล็ดบ่มเพาะ ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ จะเทียบได้
“ด้วยวิชาที่ข้าสร้างขึ้นมาเองนี้ ข้าสามารถใช้มันสังหารนักสู้ที่มีการ
ฝึกฝนขั้นผสานชีพจรขั้นต้นได้อย่างง่ายดาย และการใช้มันแต่ละครั้งก็กิน
พลังปราณเพียงครึ่งหนึ่งของที่ข้ามีเท่านั้น”
ในเวลานี้เอง ศิษย์พี่ผู้คุมก็ก้าวออกมาจากห้องฝึกฝน เขายังงุนงงอยู่
ว่าสายฟ้าอันหนาแน่นในห้องฝึกฝนนั้นหายไปได้อย่างไร แล้วเขาก็ได้ยิน
เสียระเบิดที่ดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า!
เขารีบวิ่งออกมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น!
ที่นั้น… เดิมทีมันเป็นหน้าผาที่สูง100ก้าว…
ศิษย์พี่ผู้คุมคนนี้ดูแลหุบเขาฟ้าคำรามมานานหลายปี เขาจดจำ
สภาพแวดล้อมบริเวณนี้ได้เป็นอย่างดี หรือว่าที่หน้าผ่าสูง100ก้าวนั่น
พังทลายลงมาจะเป็นฝีมือของหลินหมิง?
และศิษย์พี่ผู้คุมก็เหลือบไปเห็นหลินหมิงที่กำลังถือหอกชี้ไปยังหน้า
ผาที่พังทลาย หอกของเขาเรื่องแสงอ่อนๆด้วยพลังปราณที่อัดแน่นอยู่
ภายใน
ทั้งหมดนั่นต้องเป็นฝีมือของหลินหมิงอย่างแน่นอน!
อะไรกัน!
ในวันนี้ศิษย์พี่ผู้คุมได้พบกับประสบการณ์ที่น่าตกใจถึง2ครั้งติดๆกัน
เขาตื่นเต้นมากพอแล้วสำหรับวันนี้ หากเขาได้พบกับสิ่งที่น่าตกใจอีกซัก
ครั้งในวันนี้ เขาคงหัวใจวายตายแน่
‘หินบนหน้าผามีเหล็กทมิฬผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก มันแข็งแรง
และทนทานกว่าหินธรรมดาหลายเท่า หลินหมิงพลังทลายหน้าผาที่
แข็งแรงทนทานขนาดนั้นได้อย่าง?!’
“ศิษย์น้อยหลิน นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!”
หลินหมิงยิ้มและตอบกลับไป “ข้าต้องขอโทษจริงๆ ข้ากำลัง
ตรวจสอบประคำปีศาจ แล้วจู่ๆมันก็ดูเหมือนจะระเบิดออกมา… ”
การระเบิดอย่างรุนแรงในครั้งนี้ มีหลักการเช่นเดียวกับประคำปีศาจ
ดังนั้นจึงไม่มีสามารถแยกออกว่ามันคือพลังของประคำปีศาจหรือ
ความสามารถของหลินหมิง
“ประคำสายฟ้ารึ?” ศิษย์พี่ผู้คุมรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แล้วเขาก็
นึกขึ้นได้ว่าในการประลองเมื่อเร็วๆนี้ ตอนนี้ซางกวนยู่หมดหนทางที่จะ
เอาชนะหลินหมิง ซางกวนยู่จึงคิดที่จะใช้ประคำปีศาจเพื่อที่จะจัดการกับ
หลินหมิง โชคดีที่หลินหมิงสามารถหยุดซางกวนยู่ได้เสียก่อน
“นั่นคือพลังของมันอย่างนั้นหรือ… ” ศิษย์พี่ผู้คุมถอนหายใจออกมา
โชคดีที่มันระเบิดใส่หน้าผา หากมันระเบิดกลางฝูงชนคงมีคนตาย
มากมายมหาศาล!
แม้จะดูเหมือนว่าศิษย์พี่ผู้คุมยังมีคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจ แต่หลินห
มิงก็รีบกล่าวออกมาเสียก่อน “ศิษย์พี่ นี่ก็มืดค่ำแล้ว ข้าคงต้องรีบกลับ ไว้
พบกันใหม่”
หลินหมิงไม่คิดจะรอให้ศิษย์พี่ผู้คุมเอ่ยถามอะไรออกมา หลังจากที่
เขาพูดจบ ร่างกายของเขาก็พุ่งทะยานไปในทันที วิธีแห่งลมทำให้เขา
เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วเป็นอย่างมาก
“โอ้ ศิษย์น้องหลินอย่าพึ่งไป ข้าอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้อง… ”
เขาเอ่ยคำถามออกมาได้เพียงครึ่งประโยค ร่างของหลินหมิงก็วิ่ง
หายไปไกลสุดสายตา เขายังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องฝึกฝนของ
หลินหมิง…
โชคดีที่หุบเขาฟ้าคำราม มีฟ้าผ่าเกิดขึ้นตลอดทั้งปี ใช้เวลาซัก
ช่วงหนึ่งห้องฝึกฝนนั่นก็คงกลับมามีสายฟ้าที่หนาแน่นอยู่เช่นเดิม
เพียง2วัน ข่าวหน้าผาระเบิดก็ได้ยินไปถึงหูของโอวหยางตี๋ฮัว
“เจ้ามันโชคดีจริงๆที่รอดมาได้! แต่เจ้าก็เสียประคำปีศาจไปแล้ว เจ้า
ไม่เหลืออะไรไว้ป้องกันตัวเองอีกแล้ว! การจะฆ่าเจ้าในตอนนี้ก็ง่ายดาย
เช่นเดียวกับฆ่าหมูฆ่าไก่!”
โอวหยางตี๋ฮัวได้ติดต่อไปยังศิษย์พี่ฝ่ายกลั่นวัตถุดิบที่โดนขับไล่ออก
จากหุบเขาเจ็ดแก่นแท้คนนั้นแล้ว ในเวลานี้ศิษย์พี่จากฝ่ายกลั่นคนนั้น
ทะลวงไปขั้นปราณต้นฟ้าได้ครึ่งก้าวแล้ว เขาแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับนักสู้ที่เกือบจะทะลวงไปขั้นปราณต้นฟ้าได้สำเร็จอย่างศิษย์พี่
จากฝ่ายกลั่นวัตถุดิบคนนั้น การจะสังหารนักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นที่4อย่าง
หลินหมิงเป็นเรื่องที่ง่ายดายอย่างมาก
“หลินหมิง ชีวิตของเขามันจบลงแล้ว!”