Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 161 กลืนกินเห็ดหลินจือสีเลือด
เป็นเวลาหลายวันแล้วที่หลินหมิงศึกษาหาข้อมูลของ ‘เทพทรราช
คลั่ง’ และเผาผลาญสิ่งสกปรกในพลังปราณเพื่อให้พลังปราณของเขา
บริสุทธิ์ แม้ว่าระดับการฝึกฝนของเขาจะก้าวหน้าขึ้นเพียงเล็กน้อยในช่วง
หลายวันนี้ แต่เขาก็ได้ประสบการณ์ที่สำคัญต่างๆมากมาย!
แม้ว่าหลินหมิงจะมีพลังปราณที่หนาแน่นอยู่มากมายมหาศาล และมี
การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ แต่เขาก็มีวิชาจู่โจมอยู่ค่อนข้าง
น้อย และเขาก็บังเอิญสร้างวิชาจู่โจมที่ร้ายแรงขึ้นมาได้ มันเป็นวิชาจู่โจม
ที่มีหลักการเช่นเดียวกับประคำปีศาจ
หลินหมิงตั้งชื่อวิชานี้ว่า – ‘เพลิงสายฟ้าพิโรธ’
“ความรุนแรงของ ‘เพลิงสายฟ้าพิโรธ’ ในตอนนี้เทียบได้กับประคำ
ปีศาจเลยทีเดียว หากศัตรูของข้าไม่ใช่นักสู้ที่มีการฝึกฝนบนจุดสูงสุดของ
ขั้นผสานชีพจรหรือระดับปราณฟ้า ข้าก็ไม่เกรงกลัว แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี
หากวิชานี้ถูกพบเห็นเข้า คงไม่มีใครเชื่อว่าข้าเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง
หากไม่อยู่ในสถานการณ์วิกฤตที่เสี่ยงต่อชีวิต ข้าก็ไม่คิดที่จะใช้มัน
แม้ว่า ‘เพลิงสายฟ้าพิโรธ’ จะมีพลังทำลายล้างมหาศาล แต่การใช้
มันเพียงครั้งเดียวก็กินพลังปราณไปเกือบครึ่งหนึ่งของพลังปราณทั้งหมด
ในร่างกายของเขา หากเขาคิดที่จะใช้มัน เขาต้องมั่นใจว่าพลังของมัน
จะต้องสามารถสังหารศัตรูได้ในครั้งเดียว หากมันสังหารศัตรูไม่ได้ การที่
เขาเสียพลังปราณไปครึ่งหนึ่งถือเป็นปัญหาที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง
ในขณะที่เขากำลังคิดหาวิธีที่จะใช้วิชาใหม่นี้ให้เกิดประสิทธิภาพ
สูงสุด ก็มีเปลวเพลิงปรากฏขึ้นมาตรงหน้า
มันเป็นเปลวเพลิงสีม่วงแดงของยันต์สื่อสาร เมื่อเขาได้ยินเสียงของผู้
ที่ติดต่อมาหาเขา เขาก็ตกใจเป็นอย่างมาก ผู้ที่ติดต่อมาหาเขาคือ ฉินจื่อห
ยา
ข้อความที่ถูกส่งผ่านยันต์สื่อสารมีใจความสั้นๆว่า “ข้าอยากพบเจ้าที่
ดงดาบไม้ไผ่หลังภูเขา”
หลินหมิงเก็บหอกอ่อนปราณคลั่งเข้าไปในแหวนมิติและมุ่งหน้าไปยัง
ดงดาบไม้ไผ่
ในตอนนี้ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว มันเป็นช่วงค่ำของวัน บนท้องฟ้าเต็มไป
ด้วยแสงจันทร์และแสงดาว ในดงดาบไม้ไผ่มีลมหนาวพัดไปมาอย่าง
ต่อเนื่อง
เมื่อหลินหมิงมาถึง เขาก็พบฉินจื่อหยายืนถือจะเข้ยาวอยู่ในมือ เครา
ของเขายาวลงมาถึงอก เขาสวมชุดคลุมสีฟ้าที่กำลังโบกสะบัดไปตามสาย
ลม เขาดูราวกับเป็นบุคคลที่เป็นอมตะ
“คารวะท่านเจ้าสำนัก” หลินหมิงก้มหัวทำความเคารพ
“ข้าเรียกเจ้ามาเพราะมีเรื่องสำคัญบางอย่าง…” ฉินจื่อหยามองมาที่
หลินหมิง น้ำเสียงของเขาฟังดูหนักแน่นและสงบนิ่ง ฟังแล้วรู้สึกถึงความ
อบอุ่นและความห่วงใย
ฉินจื่อหยาสะบัดนิ้วมือเล็กน้อย แสงสีทองก็พุ่งเขามาที่มือของหลินห
มิงอย่างรวดเร็ว
หลินหมิงรับเหรียญทองเอาไว้ และมองดูเหรียญทองเหรียญนั้น มันมี
อักขระ2อักขระสลักอยู่ – ‘เจ็ด’ และ ‘แก่นแท้’
หรือว่าสิ่งนี้… จะเป็น… ประกาศิตเจ็ดแก่นแท้?!
ฉินจื่อหยากล่าว “ข้าภูมิใจในตัวเจ้าเป็นอย่างมาก เจ้าจงรักษามันให้
ดีและมุ่งหน้าไปยังบ่อน้ำทูตสวรรค์ ในอาณาจักรฮั่วหลัว บ่อน้ำทูตสวรรค์
เต็มไปด้วยพลังปราณที่บริสุทธิ์อย่างยิ่ง มันเป็นประโยชน์ต่อนักสู้ทุกคน
โดยเฉพาะนักสู้ที่มีการฝึกฝนตั้งแต่ขั้นปราณต้นฟ้าลงมา หากเจ้าไปที่นั่น
เจ้าจะสามารถทะลวงไปสู่ขั้นผสานชีพจรได้ในระยะเวลาสั้นๆ แต่ที่แห่ง
นั้นก็มีการจำกัดการใช้งานอยู่ ในแต่ละปีจะมีผู้ที่เข้าไปใช้งานได้เพียงแค่
3-4คนเท่านั้น ข้าไม่ได้หาโอกาสนี้มาให้เจ้าได้ง่ายๆ เจ้าจงรับมันไว้และ
มุ่งมั่นฝึกฝนให้เกิดประโยชน์สูงสุด”
“อีกไม่นาน นิกายหลักจะจัดการประลองครั้งยิ่งใหญ่ขึ้น เป็นการ
ประลองระหว่างสำนักเจ็ดแก่นแท้แห่งอาณาจักรลิขิตฟ้ากับสำนักต่อสู้
จากอาณาจักรอื่นๆอีกมากมาย เมื่อถึงเวลานั้น ข้าต้องการให้เจ้าเข้า
แข่งขันและนำชื่อเสียงกลับมาให้สำนักของเรา”
“บ่อน้ำทูตสวรรค์?” เมื่อหลินหมิงได้ยินเรื่องบ่อน้ำทูตสวรรค์เขาก็
รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
อาณาจักรฮั่วหลัวมีขนาดใหญ่กว่าอาณาจักรลิขิตฟ้าเสียอีก แต่ในแต่
ละปีกลับมีคนที่จะได้เข้าไปใช้งานบ่อน้ำทูตสวรรค์เพียงแค่3-4คน
แน่นอนว่าสำนักเจ็ดแก่นแท้แห่งอาณาจักรฮั่วหลัวก็คงไม่เต็มใจที่จะ
แบ่งปันทรัพยากรอันล้ำค่าและมีอยู่เพียงน้อยนิดนี้ให้กับสำนักเจ็ดแก่น
แท้แห่งอาณาจักรลิขิตฟ้า ท่านเจ้าสำนักฉินจื่อหยาคงลำบากน่าดูกว่าจะ
ได้รับ สิทธ์ในการเข้าบ่อน้ำทูตสวรรค์นี้มา
หลินหมิงโค้งคำนับด้วยความขอบใจ เขารู้สึกว่าฉินจื่อหยาเป็น
เหมือนญาติพี่น้องของเขา
ฉินจื่อหยากล่าวต่อ “ก่อนที่เจ้าจะออกเดินทาง ให้เจ้าไปที่สำนัก
ทะเบียนและลงบันทึกว่าจะออกผจญภัยเป็นเวลา2เดือน และตรวจสอบ
ให้แน่ใจว่านำเหรียญทองที่ข้ามอบให้ติดตัวมาด้วย การเดินทางไป
อาณาจักรฮั่วหลัวในครั้งนี้ถือเป็นความลับ แม้ในสำนักเจ็ดแก่นแท้เจ้าจะ
ปลอดภัย แต่เมื่อจำออกจากสำนักเจ้าก็อาจถูกลอบทำร้ายได้ ข้าจะส่ง
ยอดฝีมือมาคุ้มครองเจ้าเพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าจะเดินทางได้อย่างปลอดภัย”
“ศิษย์เข้าใจแล้ว” หลินหมิงตอบ การออกไปนอกสำนักเป็นเวลานาน
จำเป็นต้องลงบันทึกให้เรียบร้อย เพื่อให้สำนักเจ็ดแก่นแท้ตรวจสอบได้
ง่ายขึ้น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของเหล่าศิษย์เอง
“เจ้าจงออกเดินทางภายใน3วันนี้ เมื่อเจ้าไปถึงอาณาจักรฮั่วหลัวจะมี
คนรอเจ้าอยู่ที่นั่น และจำเอาไว้ว่าสถานที่ที่เจ้าจะเดินทางไปนั่นเป็น
ความลับที่ห้ามบอกใครเป็นอันขาด” เมื่อฉินจื่อหยากล่าวจบแล้วเขาก็
ทะยานหายไปกลางอากาศ
“ขอรับ” หลินหมิงโค้งคำนับ
“เมื่อข้าไปถึงบ่อน้ำทูตสวรรค์แห่งอาณาจักรฮั่วหลัวแล้ว พวกเขาจะ
ยอมรับเหรียญประกาศิตเจ็ดแก่นแท้หรือไม่? จะเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา
หรือไม่?” เกิดคำถามขึ้นในใจของเขา
หลินหมิงยังมีความกังวลอยู่เล็กน้อยขณะที่เขาเดินกลับไปยัง
กระท่อมของเขา
“การที่ท่านเจ้าสำนักฉินจื่อหยา ตั้งรางวัลอันล้ำค่าให้ข้าเพียงคน
เดียว ทั้งหอกอ่อนปราณคลั่ง ทั้งเห็ดหลินจือสีเลือด500ปี ทั้งยาเม็ดปราฎิ
หารสีคราม ทั้งยาผสานกายจิต แสดงว่าเขาทุ่มเทให้ข้าเป็นอย่างมาก
ตอนนี้เขาก็ยังหาสิทธิ์ในการเข้าใช้งานบ่อน้ำทูตสวรรค์แห่งอาณาจักรฮั่ว
หลัวมาให้ข้า เขาคงต้องแลกมาด้วยทรัพยากรที่ล้ำค่ามากพอๆกันอย่าง
แน่นอน… ”
“ท่านเจ้าสำนักไม่ได้เป็นญาติของข้า แต่เขากลับทำเพื่อข้าถึงขนาดนี้
เพียงเพื่อให้ข้านำชื่อเสียงกลับมาให้สำนักเจ็ดแก่นแท้แห่งอาณาจักรลิขิต
ฟ้าเท่านั้นเองรึ? หรือว่ามีจุดมุ่งหมายอะไรแอบแฝงอยู่เบื้องหลัง?”
หลินหมิงขมวดคิ้ว ความช่วยเหลือจากฉินจื่อหยานั่นมากมาย
มหาศาลเกินไป แม้ว่าเขาจะปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก แต่เขาก็อดสงสัย
ไม่ได้ว่ามีจุดมุ่งหมายอะไรแอบแฝงอยู่หรือป่าว
“เมื่อข้าออกเดินทาง ชีวิตของข้าก็อาจตกอยู่ในอันตราย ดังนั้นเวลา
ที่เหลืออีก3วันนี้ ข้าต้องเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่
จะเป็นไปได้”
เมื่อคิดเช่นนั้น หลิงหมิงก็หยิบเห็ดหลินจือสีเลือด500ปีออกมาจาก
แหวนมิติ
สิ่งสกปรกในพลังปราณของเขาถูกขจัดออกไปอย่างมากแล้ว
ผลข้างเคียงจากยาเม็ดไขกระดูกมังกรทองและยาโอสถพญางูทองคำก็ถูก
ขจัดออกไปอย่างสมบูรณ์ ตอนนี้เขาสามารถใช้เห็ดหลินจือสีเลือด500ปี
ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
เห็ดหลินจือสีเลือด500ปี จะเสริมพลังให้เลือด, เสริมพละกำลังของ
ร่างกาย และช่วยให้การฝึกฝนก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว
หลินหมิงนำเห็ดหลินจือสีเลือด500ปีเข้าไปในปาก แม้รสชาติของมัน
จะไม่ค่อยดีซักเท่าไร แต่เนื้อของมันก็อ่อนละมุนเป็นอย่างมาก มัน
กลายเป็นเหมือนครีมนุ่มๆที่ไหลลงไปตามลำคอของเขา
หลังจากกลืนมันลงไป เขาก็รู้สึกถึงพลังมหาศาลที่แพร่ไปตามเส้น
เลือดในร่างกาย เขารู้สึกฮึกเหิม กระปี้กระเป่า พลังมหาศาลไหวเวียนไป
ทั่วร่างกาย
เลือดในร่างกายของเขาไหวเวียนไปทั่วร่างอย่างรุนแรง ทำให้เขารู้สึก
เวียนหัว ใบหน้าและผิวหนังทั่วทั้งร่างร้อนระอุและกลายเป็นสีแดง ที่เป็น
เช่นนี้ก็เพราะเลือดในร่างกายของเขาไหวเวียนด้วยความแรงและ
ความเร็วที่สูงเกินไป ทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายต้องขยายตัวขึ้น จึงทำ
ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
เหงื่อปนเลือดเริ่มซึมออกมาจากทุกส่วนของร่างกาย เมื่อเห็นเช่นนั้น
หลินหมิงจึงรีบโคจรพลังปราณและปิดรูขุมขนทั้งหมดของร่างกายเพื่อ
ไม่ให้เลือดทะลักออกมา เลือดในร่างกายของเขามีส่วนผสมของเห็ด
หลินจือสีเลือด500ปี เขาไม่ต้องการที่จะเสียมันไปแม้แต่ส่วนเล็กๆ
แม้ว่าเลือดจะซึมออกมานอกร่างกายเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึก
ทรมานหรือเจ็บปวดแต่อย่างใด เขาเพียงแค่รู้สึกเวียนหัวเล็กน้อยเท่านั้น
หากเปรียบเทียบเห็ดหลินจือสีเลือดกับยาเม็ดไขกระดูกมังกรทอง
และยาโอสถพญางูทองคำ ยา2อย่างหลังทำให้เจ็บปวดมากกว่า เพราะยา
ทั้งสองชนิดนี้ช่วยดัดแปลงกล้ามเนื้อและชำระล้างไขกระดูก แต่เห็ด
หลินจือเพียงแค่ช่วยเสริมพลังของเลือด จึงไม่ได้ทำให้เจ็บปวดทรมาน
เหมือนยาทั้งสองชนิดนั้น
หลินหมิงหลับตานั่งสมาธิโคจรพลัง ‘ชีพจรปราณเทพคลั่ง’ เป็นเวลา
กว่า5ชั่วโมง ในเวลานี้ดวงอาทิตย์กำลังขึ้นจากขอบฟ้า
เมื่อเขาโคจรพลังปราณในร่างกาย เขารู้สึกได้ว่าพลังปราณในร่าง
ไม่ได้เต็มเปี่ยมเหมือนเดิม มันมีช่องว่างที่ขาดพลังปราณไปอยู่อีกมาก
ทีเดียว
ช่องว่างที่ขาดพลังปราณที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่เพราะพลังปราณของเขา
ถูกใช้ออกไปจนทำให้เกิดช่องว่างที่ขาดพลังปราณขึ้นมา แต่เป็นเพราะ
ร่างกายของเขาสามารถกักเก็บพลังปราณได้มากขึ้นจากการใช้เห็ด
หลินจือสีเลือด500ปี
โดยทั่วไปแล้ว เมื่อระดับการฝึกฝนสูงขึ้น ร่างกายของนักสู้ก็จะมี
ขีดจำกัดในการกักเก็บพลังปราณที่สูงขึ้น แต่ในตอนนี้แม้ว่าระดับการ
ฝึกฝนของเขาจะไม่ได้เพิ่มสูงขึ้น แต่ร่างกายของเขาก็สามารถกักเก็บพลัง
ปราณได้มากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นพลังงานมหาศาลที่อยู่ในเลือดของเขายังทำ
ให้ความทนทานและพละกำลังของร่างกายเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย
“เหลือเวลาอีก2วันก่อนที่ข้าจะต้องออกเดินทาง เวลาน้อยนิดแค่นี้คง
ฝึกฝนอะไรได้ไม่มากเท่าไร หนทางที่จะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นใน
ระยะเวลาเพียงน้อยนิดแค่นี้ก็คือการจารึกหอกอ่อนปราณคลั่ง”
ก่อนหน้านี้เขามั่วแต่ยุ่งอยู่กับการฝึกฝนการต่อสู้ และวัตถุดิบที่ต้อง
ใช้ในการจารึกอาคม ‘ดวงดารา’ ก็หายากอย่างยิ่ง เขาจึงติดประกาศว่า
เขาต้องการวัตถุดิบหายากอะไรบ้างไว้ที่สมาคมจารึก เพื่อให้ลูกค้าที่
ต้องการให้เขาจารึกอุปกรณ์ให้เป็นคนไปหามันมา
โดยไม่คิดไม่ฝัน ในบ่ายวันนี้หวังยู่ฮานก็ใช้ยันต์สื่อสารมาบอกว่า
วัตถุดิบทั้งหมดที่เขาต้องการพร้อมแล้ว
เรื่องนี้ทำให้หลินหมิงประหลาดใจเป็นอย่างมาก
เมื่อเขาเดินทางมาถึงสมาคมจารึก หวังยู่ฮานก็ได้เตรียมวัตถุดิบ
ทั้งหมดเอาไว้ให้แล้ว พร้อมกับเขียนรายระเอียดที่มาของมัน
วัตถุดิบหายากประมาณ 20% ได้มาจากลูกค้า 40%มาจากองค์รัช
ทายาท และอีก40%ที่เหลือมาจากไป๋จิ้งอวิ๋น
“ไป๋จิ้งอวิ๋น?!”
หลินหมิงแปลกใจเป็นอย่างมาก แม้ว่าวัตถุดิบที่เขาต้องใช้ในการวาด
อาคม “ดวงดารา’ อาจจะไม่ได้แพงและหายากเท่ากับวัตถุดิบที่เขา
นำมาใช้วาดจารึกร่างกาย แต่การจะเก็บรวบรวมวัตถุดิบจำนวนมากถึง
40%ในช่วงเวลาสั้นๆคงต้องใช้เงินและเส้นสายจำนวนมากทีเดียว