Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 162 กับดัก
หลินหมิงกล่าวถามหวังอวี่หาน “ศิษย์พี่ไป๋ได้ฝากข้อความอันใดไว้ให้
ข้าหรือไม่เมื่อนางได้มาส่ง? เช่น ให้ข้าช่วยจากหรือกอักขระ?”
หวังอวี่หานส่ายหัวและกล่าวว่า “จิ้งอวิ๋นไม่ได้กล่าวสิ่งใด นางนำวัสดุ
มาให้แล้วก็จากไป”
“เจ้ามีข้อมูลยันสื่อสารของไป๋จิ้งอวิ๋นได้หรือไม่ ข้าต้องการที่จะใช้ยัน
สื่อสารกล่าวถามนาง”
หวังอวี่หานกล่าว “ข้าสามารถใช้ยันต์สื่นสารติดต่อนางได้ แต่นาง
ออกจากอาณาจักรลิขิตฟ้าไปแล้ว นางขอลาพักจากสำนักเจ็ดแก่นแท้เป็น
เวลา 5 เดือน ข้าคิดว่านางคงไม่กลับมาในเร็วๆนี้ ”
ยันต์สื่อสาร สามารถใช้ได้ในระยะทางที่จำกัด เมื่อบุคคลที่ต้องการ
สื่อสารด้วยอยู่ไกลเกินกำหนด ก็จะไม่สามารถใช้มันได้
“ลาพักการฝึกฝนหรือ?” หลินหมิงแปลกใจ สำนักเจ็ดแก่นแท้เป็น
สถานที่ทรงคุณค่าอย่างมาก นางจะลาพักไปเพื่อเหตุใดกัน?
ไป๋จิ้งอวิ๋นไม่ทิ้งข้อความอันใดเอาไว้เลย หลินหมิงสับสนกับเรื่องนี้
อย่างมาก
“ถ้าศิษยพี่จิ้งอวิ๋นกลับมาแล้ว ช่วยบอกข้าด้วย”
“ย่อมได้”
“หวังอวี่หาน… หากเป็นไปได้ข้าอยากให้เจ้าช่วยจัดเตรียมห้องจารึก
ให้ข้าด้วย ข้าจะจารึกอักขระให้ลูกค้าก่อน”
“อืม ได้!”
…………………………
สองวันต่อมา ในช่วงเวลากลางคืน –
หลินหมิงอยู่ในชุดคลุมสีดำ เขาจะเดินทางออกจากอาณาจักรลิขิต
ฟ้าไปยังอาณาจักรฮั่วหลัวด้วยอินทรีย์สวรรค์ในคืนนี้
อินทรีย์สวรรค์เป็นอินทรีย์สีเทาขนาดยักษ์ น้อยคนนักที่จะมีโอกาส
ได้พบเห็นมัน อินทรีย์สวรรค์มีความยาวรประมาณ 40 ก้าว มันสามารถ
บินได้ไกลถึง 8000 ลี้ในแต่ละวัน มันถือเป็นสัตว์อสูรดุร้ายระดับ 3 มี
เพียงผู้ฝึกสัตว์อสูรดุร้ายจากสำนักใหญ่เท่านั้นที่จะสามารถฝึกมันให้เชื่อง
ได้ แต่ละตัวมีมูลค่าราวๆ 200,000 เหรียญทอง และมิใช่สิ่งที่สามารถใช้
เงินซื้อมาได้ง่ายๆ
ในคืนนี้ ในคืนนี้หลินหมิงได้ขี่อินทรีย์สวรรค์มุ่งหน้าไปยังหุบเขาบ่อ
น้ำพุทูตสวรรค์ของอาณาจักรฮั่วหลัว
หลินหมิงได้จารึกอักขระ ‘ดารา’ ลงบนหอกอ่อนปราณคลั่งสำเร็จ
แล้ว ปราณแท้ที่อยู่ภายในหอกอ่อนปราณคลั่งจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
50%
ทักษะของจารึก ‘หอกดารา’ เป็นทักษะที่เยี่ยมยอด เมื่อใช้ทักษะนี้
ปราณแท้จะผสานเข้ากับหอก ทำให้หอกอ่อนปราณคลั่งยืดยาวออกไป
ได้มากอย่างยิ่ง ตราบใดที่มีปราณแท้มากพอ!
ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ เขาสามารถใช้ ‘หอกดารา’ ยืด
หอกอ่อนปราณคลั่งออกไปได้ประมาณ 100 ก้าว
ในเวลานี้เอง ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามา หลินหมิงรอเขามานานแล้ว
นักสู้ผู้นี้มีอายุประมาณ 30 ปี เขาอยู่จุดสูงสุดขั้นผสานชีพจร ยิ่งไปกว่า
นั้น เขาอาจจะทะลวงไปถึงครึ่งก้าวขั้นปราณต้นฟ้าแล้วก็เป็นได้ด้วย บน
หลังของเขาสะพายดาบยักษ์เอาไว้ ใบหน้าของเขามีแผลเป็นยาวเป็นรูปงู
เหมือนถูกมีดกรีด
นักสู้ผู้นี้คือคนที่ฉินจื่อหยาส่งมาคุ้มครองหลินหมิงในการเดินทางครั้ง
นี้
หลังจากมาถึงเวลาที่ตกลงกันไว้ หลินหมิงก็มารอชายผู้นี้ตามสถานที่
ที่ฉินจื่อหยาบอกเพื่อที่จะออกเดินทางไปยังอาณาจักรฮั่วหลัว
เมื่อหลินหมิงเห็นชายผู้นี้ เขาก็ตกตะลึง ศิษย์ของฉินจื่อหยาผู้นี้มี
ปราณแท้ที่บริสุทธิ์อย่างยิ่ง ออร่าของเขาแข็งแกร่งและทรงพลัง หากมีนัก
สู้ที่ทะลวงไปถึงครึ่งก้าวขั้นปราณต้นฟ้า หากได้ชายผู้นี้คอยคุ้มครอง เขาก็
ไม่มีความจำเป็นต้องเกรงกลัวสมาคมพันธมิตรหอการค้าอีกต่อไป
“คารวะศิษย์พี่” หลินหมิงกล่าวทักทาย
“อืม” ชายคนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย “เจ้าพร้อมจะออก
เดินทางแล้วหรือยัง? ”
“แน่นอน” หลินหมิงอยากจะสนทนาและทำความรู้จักกับศิษย์พี่ผู้นี้
ให้มากกว่านี้ แต่ดูเหมือนว่าศิษย์พี่ผู้นี้จะไม่ต้องการสนทนากับเขา
ศิษย์พี่คนนั้นผิวปากเสียงดัง ก็ได้มีอินทรีย์สวรรค์ 2 ตัวบินลงมาจาก
ท้องฟ้า!
อินทรีย์สวรรค์บินได้รวดเร็วอย่างยิ่ง การมาเยือนของอินทรีย์สวรรค์
ทำให้เกิดลมพัดอย่างรุนแรง
หลินหมิงโคจรปราณแท้เพื่อต้านแรงลมที่พัดเข้ามา เขามองไปศิษย์พี่
คนนั้นและครุ่นคิดอะไรบ้างอย่าง
‘นี้เป็นการเดินทางออกจากอาณาจักรที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย เหตุใด
เขาถึงเรียกนกยักษ์ออกมาอย่างเอิกเกริกเช่นนี้ การทำแบบนี้อาจทำให้ถูก
พบเข้า และการเดินทางก็จะไม่ปลอดภัย’
‘แม้ว่าท่านเจ้าสำนักฉินจื่อหยาจะเป็นคนน่าเชื่อถือ และคงไม่คิดร้าย
ต่อข้า แต่ข้าก็ต้องระมัดระวังตัวเอาไว้ด้วย ข้าย่อมจะประมาทไม่ได้อย่าง
เด็ดขาด”
ครั้งแรกที่หลินหมิงได้พบกับฉินจื่อหยา เขารู้สึกได้ถึงออร่าอ่อนโยน
ที่แผ่ออกมาจากร่างของฉินจื่อหยา โดยทั่วไปผู้ที่จะมีออร่าเช่นนี้ได้จะต้อง
เป็นคนที่มีคุณธรรม ไม่หลอกลวงหรือคิดร้ายต่อผู้อื่น
อินทรีสวรรค์ทั้งสองบินมา 1 วัน 1 คืนเต็ม หลังจากลงไปพักอยู่ 2
ชั่วโมง พวกเขาก็ได้บินไปอีก 8000 ลี้
อินทรีย์ทั้งสองเริ่มออกบินไป หลังจากเวลาผ่านไปประมาณ 2
ชั่วโมง วิสัยทัศน์โดยรอบก็กลายเป็นที่รกร้าง นี่คือทางตอนใต้ของ
อาณาจักรลิขิตฟ้า
หลินหมิงรู้ว่านี่ไม่ใช่ทิศทางที่ตรงไปยังอาณาจักรฮั่วหลัวโดยตรง
พวกเขากำลังไปทางอ้อม แม้ว่าจะไปทางอ้อมแต่ด้วยความเร็วของ
อินทรีย์สวรรค์ ก็คงจะไปถึงอาณาจักรฮั่วหลัวโดยใช้เวลาเพียงแค่วันครึ่ง
“สาเหตุที่เดินทางโดยใช้ทางอ้อมก็เพื่อความปลอดภัยเช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงนึกสงสัยอยู่ในใจ ที่จริงแล้วด้วยความสูงเช่นนี้ ศัตรูไม่สามารถ
ทำอะไรเขาได้อยู่แล้ว การจะมุ่งหน้าไปอาณาจักรฮั่วหลัวโดยตรงก็ย่อม
มิใช่ปัญหา
“หรือว่าการที่มันอ้อมมายังที่รกร้างแห่งนี้เพื่อหาที่ฝังศพของข้ากัน
แน่… ” หลินหมิงเกิดลางสังหรณ์ว่าตนอาจจะกำลังตกอยู่ในอันตราย
เขาเริ่มรู้สึกกังวล แขนขาของเขาเริ่มเย็นและสั่น เขารู้สึกได้ว่ามีจิต
สังหารที่ถูกกักเก็บเอาไว้อย่างมิดชิดเล็ดลอดออกมาจากนักสู้ที่มา
คุ้มครองเขา!
เขาเป็นถึงนักสู้ที่ทะลวงไปถึงครึ่งก้าวขั้นปราณต้นฟ้าแล้ว ต่อให้ใช้
‘เพลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้าง’ ก็ยังไม่สามารถจัดการเขาได้แน่!
…………………
ณ หุบเขาโจว เวลากลางดึก
“มันจะลงมือแล้วหรือยัง?” เสียงหนึ่งดังขึ้นมา ผู้ที่กล่าวออกมานี้คือ
โอวหยางตี๋ฮัว
“ไม่ต้องห่วง อีกเดี๋ยวก็จะได้เวลาแล้ว” เสียงของหญิงสาวดังขึ้น แต่
แท้ที่จริงแล้วเจ้าของเสียงกลับเป็นชายที่ชื่อไป่หลัว
ฮั่วกงเป็นศิษย์น้องของโอวหยางตี๋ฮัว เขาคือคนที่ขี่อินทรีย์สวรรค์อยู่
ข้างๆหลินหมิง
โอวหยางตี๋ฮัวยิ้มอย่างชั่วร้ายและกล่าวว่า “ภาพมายาของเจ้าช่าง
ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ในอาณาจักรแห่งนี้ คงมีแค่เพียงฉินจื่อหยาคนเดียวที่มอง
มันออกได้”
ไป่หลัวอยู่ในแผนกภาพมายาแห่งหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ เขาถนัดการใช้
ภาพมายาเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการปลอมตัว นอกจากเขายังสามารถ
ลอกเลียนรูปลักษณ์ภายนอกและน้ำเสียงและบุคลิกของบุคคลได้อีกด้วย
หากไม่ใช่นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าที่ทะลวงไปถึงครึ่งก้าวขั้นปราณปลายฟ้า
อย่างฉินจื่อหยา ก็คงไม่มีทางที่จะมองมันออกได้
เมื่อสามวันก่อน ไป่หลัวได้ปลอมตัวเป็นฉินจื่อหยา และเป็นคนสั่งให้
หลินหมิงออกเดินทางไปยังอาณาจักรฮั่วหลัว
“เดิมที แม้แต่ฉินจื่อหยาก็ไม่มีทางมองภาพมายาของข้าออก แต่ใน
เวลานี้เขาทะลวงไปยังครึ่งก้าวขั้นปราณปลายฟ้าแล้ว จึงมีโอกาสที่มันจะ
มองภาพมายาของข้าออก โชคดีที่เขาเดินทางออกจากอาณาจักลิขิตฟ้า
แล้ว ไม่มีทางกลับมาได้ในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน”
“ฮ่าๆ เมื่อเขาไม่อยู่ เราก็สามารถล่อหลินหมิงออกมานอกสำนักเจ็ด
แก่นแท้และฆ่ามันได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ฮั่วกงผลักให้มันตกลงมา
กระแทกพื้นดินตายอย่างน่าอนาถ!” โอวหยางตี๋ฮัวยิ้มอย่างชั่วร้ายขณะที่
กล่าวออกมา
ถ้าหากหลินหมิงยังอยู่ที่สำนักเจ็ดแก่นแท้ แม้ว่าพวกเขาจะสามารถ
สังหารหลินหมิงได้สำเร็จ แต่ก็ย่อมต้องมีหลักฐานหลงเหลืออยู่ และใน
ที่สุดทางหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ก็จะสามารถสืบมาถึงตัวผู้ทำผิดได้
แต่ถ้าหลินหมิงได้ออกมาจากสำนักเจ็ดแก่นแท้ และออกไปนอก
อาณาจักรลิจิตฟ้าแล้ว เมื่อเขาได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย จะไม่มีผู้ใดรู้ว่า
เขาอยู่ที่ใดและจะไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่อีกด้วย!
“ป่าไพศาลทางใต้อันกว้างใหญ่แห่งนี้เต็มไปด้วยสัตว์อสูรดุร้ายและ
แมลงพิษ ทันทีที่มันตกลงไปตาย ศพของมันก็จะถูกกัดกินจนไม่เหลือไว้
แม้แต่กระดูกเพียงชิ้นเดียว!”
โอวหยางตี๋ฮัวกล่าวพร้อมกับเลียริมฝีปาก เขากำลังรอฟังข่าวดีจาก
ฮั่วกงอยู่
…………… ..
ณ ป่าไพศาลทางใต้
เมื่อออกเดินทางมาได้ซักระยะหนึ่ง จู่ๆศิษย์ที่ฉินจื่อหยาส่งมา
ปกป้องเขาก็ผิวปากเสียงดัง และทันใดนั้นอินทรีย์สวรรค์ที่หลินหมิงขี่อยู่ก็
ดิ้นอย่างบ้าคลั่ง มันพยายามสะบัดให้เขาตกลงไป!
“ไอ้อินทรีย์บ้านี่!”
หลินหมิงจับขนของอินทรีย์สวรรค์เอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง และใช้มือ
อีกข้างหนึ่งดึงหอกอ่อนปราณคลั่งออกมาจากแหวนมิติ
แม้ว่าอินทรีย์สวรรค์จะแข็งแรงมาก แต่เมื่อมีหอกที่หนักถึง1200 จิ
นบนหลักของมัน ก็ทำให้การบินของมันเสียสมดุล
หลินหมิงใช้โอกาสนี้พุ่งหอกลงไปบนหลังของอินทรีย์สวรรค์ มันกรีด
ร้องด้วยความเจ็บปวดและกระพือปีกอย่างรุนแรงขึ้น!
“เจ้าหนู ข้าต้องเขาโทษเจ้าด้วยที่ข้าต้องทำเช่นนี้ก็เพราะ
ผลประโยชน์ที่ข้าจะได้รับในอนาคต เจ้าอย่าได้ถือโทษโกรธข้าเลย”
“ผู้ใดเป็นคนสั่งให้เจ้ามาสังหารข้า? ฉินจื่อหยาหรือ?” เมื่อเขากล่าว
กล่าวถามออกไป เขาก็รู้สึกว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ผู้ที่วางแผนสังหารเขา
ต้องไม่ใช่ฉินจื่อหยาอย่างแน่นอน
“ฮ่าๆ เจ้าคิดว่าเป็นฉินจื่อหยางั้นหรือ? เจ้าจะคิดว่าเป็นผู้ใดก็แล้วแต่
เจ้า เพราะไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ต้องตายอยู่ดี! ”
‘เจ้าคิดว่าเป็นฉินจื่อหยาหรือ…’ คำกล่าวนี้ดังก้องอยู่ในหัวใจของ
หลินหมิง และจากนั้นเขาก็สงบลง…
ในเวลาเขาเลิกสนใจเรื่องที่ว่าผู้ใดเป็นสั่งฆ่าตนแล้ว เขาต้องหาวิธีเอา
ตัวรอดจากสถานการณ์นี้ให้ได้เสียก่อน ทันใดนั้นฮั่วกงก็ผิวปาก อินทรีย์
สวรรค์อีกตัวที่ฮั่วกงขี่อยู่ก็บินมาทางหลินหมิง!
“ได้เวลาที่เจ้าต้องไปลงนรกแล้ว!” ฮั่วกงดึงดาบยักษ์ที่พาดอยู่บนหลัง
ออกมา และฟันที่ลำคอของหลินหมิง!
เคล้ง!
หลินหมิงยกหอกอ่อนปราณคลั่งขึ้นมาป้องกันการโจมตีจากฮั่วกงไว้
ได้
แต่ความแข็งแกร่งระหว่างพวกเขาก็แตกต่างกันมากเกินไป หลินหมิ
งถูกแรงกระแทกผลักกระเด็นลอยออกไป
เขาใช้หอกอ่อนปราณคลั่งพุ่งลงไปบนหลังของอินทรีย์สวรรค์อีกครั้ง
หอกของเขาฉีกเนื้อของมันจนเป็นแผลยาว แต่มันก็ตื้นเกินกว่าจะสามารถ
ยึดร่างของเขาเอาไว้ได้
ในตอนนี้ ร่างของหลินหมิงกำลังดิ่งลงสู่พื้นด้วยความสูงหลายพัน
ก้าว!