Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 166 พี่น้องเผ่าแม่มด
หลินหมิงเห็นปราณอัคคีบนมือของเขาเป็นสีแดงเข้ม มันดูเหมือน
เหมือนดอกบัวบาน เห็นได้ชัดว่ามันมีคุณสมบัติของเปลวเพลิงบัวเพลิง
โหมกระหน่ำอยู่ด้วย
แม้ว่าเขาจะปล่อยปราณอัคคีออกมาเพียงแค่เล็กน้อยเพื่อเผาศพของ
ฮั่วกง แต่พลังของมันกลับร้อนแรงอย่างยิ่ง เขาดึงสั้นออกมาจากแหวนมิติ
และจ่อไว้กับปราณอัคคี เพียงไม่มีลมหลายใจ มีดสั้นก็เปล่งแสงสีแดง
ออกมา อ่อนลงและถูกหลอมละลายในที่สุด
แม้จะเป็นเพลิงเล็กน้อยจากมัน มันก็ยังคงแผ่พลังความร้อนออกมา
ทั่วบริเวณราวกับน้ำหลากได้ หลินหมิงสะท้าน หากเป็นปราณอัคคีก่อน
หน้านี้ที่เกิดจากการกลืนกินลาวาเพียงอย่างเดียว ต่อให้ใช้เวลานานมันก็
ยังไม่สามารถหลอมมีดจนละลายได้ง่ายๆ
หลินหมิงสะบัดมือ ปราณอัคคีลอยไปบนศพของฮั่วกง เพียงชั่วอึดใจ
เปลวเพลิงก็ลุกท่วมไปบนศพของฮั่วกง มันเผาทำลายศพของฮัวจนให้
กลายเป็นขี้เถ้า แม้แต่กระดูกก็ไม่มีเหลือ
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขาคือเถ้าถ่านกองเล็กๆ ไม่มีร่องรอยของศพ
มนุษย์เลยแม้แต่น้อย
จากนั้นหลินหมิงก็ออกตามหาหอกทะลวงสายรุ้ง แม้ว่าเขาจะไม่ได้
ใช้งานมันมาก แต่เขาก็ยังไม่อยากเก็บมันไว้
อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะหาหอกภายในป่าใหญ่นั้นไม่ง่ายดังที่คิด แต่
โชคดีที่เขาได้ถ่ายเทปราณแท้ลงไปในหอกทะลวงสายรุ่งอยู่เป็นประจำ
ทำให้เขาสามารถค้นหาปราณแท้ที่ตกค้างอยู่ในหอก
หลินหมิงเดินไปตามทิศทางที่มีร่องรอยปราณแท้ และเขาก็พบหอก
ของเขาตกอยู่ในบ่อโคลน
หลังจากเก็บหอกทะลวงสายรุ้งกลับมาแล้ว เขาก็เริ่มวางแผนที่จะใช้
จัดการกับโอวหยางตี๋ฮัว
โอวหยางตี๋ฮัวเหนือกว่าเขาในทุกๆด้าน หากเขารีบกลับไปสำนักเจ็ด
แก่นแท้ตอนนี้ โอวหยางตี๋ฮัวที่เป็นทูตแห่งอาณาจักรก็คงจะวางแผน
เพื่อที่จะสังหารเขาใหม่อีกครั้งเป็นแน่
“ความแข็งแกร่ง ข้าต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตนเองเสียก่อน
จากนั้นค่อยกลับไปยังสำนักเจ็ดแก่นแท้เพื่อที่จะชำระหนี้แค้นทั้งหมดที่
เกิดขึ้นในวันนี้!”
หลินหมิงตัดสินใจที่จะฝึกฝนอยู่ในป่าไพศาลทางใต้ ที่แห่งนี้จะเป็น
สถานที่ซึ่งจะมอบประสบการณ์ต่างๆให้เขาได้เติบโต
…………………………… ..
ป่าไพศาลทางใต้กว้าง 100,000 ลี้และยาว100,000 ลี้ มันตั้งอยู่ทาง
ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอาณาจักรลิขิตฟ้า
บริเวณนี้ไม่อยู่ใต้การปกครองของหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ ไม่มีอาณาจักร
ใดตั้งอยู่ป่ารกร้างอันกว้างใหญ่แห่งนี้ จะมีก็เพียงชนเผ่าเร่ร่อนเล็กๆ
เท่านั้น
ชนเผ่าเหล่านี้เป็นกลุ่มคนเถื่อน กินอาหารดิบ ป่าไพศาลทางใต้ พวก
เขาจะแต่งงานกับเครือญาติใกล้เคียง ในดินแดนหลักไม่ค่อยสนใจ
ศีลธรรม
เหล่าหญิงสาวในป่าไพศาลทางใต้นั้นจะแต่งกายด้วยหนังสัตว์บางๆที่
ช่วยปกปิดอวัยวะส่วนที่สำคัญเอาไว้ พวกนางส่วนใหญ่จะค่อนข้างสูงและ
ผอม มีรูปร่างที่พอเหมาะ พวกนางจะใช้หนังสัตว์พันไว้เพื่อเหน็บมีด และ
สวมเครื่องประดับที่ทำจากกระดูกของสัตว์อสูรดุร้ายป่าเอาไว้บนคอหรือ
ข้อมือ
หลินหมิงอยู่ในป่าไพศาลทางใต้มาเป็นเวลา5วันแล้ว เขาเดินทางมา
ทางทิศใต้ตลอดระยะเวลา 5 วัน ในที่สุดเขาก็ได้พบกับชนเผ่าหนึ่งของป่า
ไพศาลทางใต้
ในช่วง 5 วันที่ผ่านมานี้ หลินหมิงฆ่าสัตว์อสูรดุร้ายตามทางไป
มากกว่า 100 ตัว แต่พวกมันก็ไม่ได้แข็งแกร่งมากเท่าใดนัก สัตว์อสูรดุ
ร้ายที่แข็งแกร่งที่สุดก็เทียบได้กับนักสู้ขั้นกล้ามเนื้อผันแปรเท่านั้น พวก
มันยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะทำอันใดหลินหมิงได้
หลังจากเดินทางกว่า 5 วัน เขาก็พบกับควันไฟที่เป็นสัญญาณบ่ง
บอกว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่ แม้นี่จะเป็นเพียงชนเผ่าเล็กๆ เขาเบื่อเพราะมิได้
กินอย่างอื่นเลยนอกจากเนื้อสัตว์อสูรดุร้ายและผลไม้ในป่า แต่เมื่อไม่
เกลืออาหารจึงกลายเป็นไร้รสชาติ
เผ่านี้น่าจะมีมีประชากรน้อยกว่า 1000 คน
เมื่อหลินหมิงเดินเข้าไปในชนเผ่า มันทำให้หลินหมิงรู้สึกแปลกใหม่
ในการได้ผจญภัย
ที่แห่งนี้มีกระโจมทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่อยู่เต็มไปหมด กระโจม
เหล่านั้นถูกประดับด้วยเขาของสัตว์อสูรดุร้าย เจ้าปีศาจ ฟีนิกซ์และหิน
ต่างๆ
ในถนนมีพ่อค้าหอบสินค้ามาขาย สิ่งที่เขาขายมีตั้งแต่เครื่องประดับ
ที่ทำจากกระดูกของสัตว์อสูรดุร้าย มีดที่ทำด้วยมือ คันธนูและลูกศร หนัง
สัตว์หายาก หมวกขนนกและสิ่งของอื่นๆ
คนในป่าไพศาลทางใต้แห่งนี้แทบทุกคนจะฝึกฝนการต่อสู้ บริเวณ
โดยรอบเต็มไปด้วยสัตว์อสูรดุร้าย พวกเขาจึงต้องต่อสู้เพื่อรับมือกับสัตว์
อสูรดุร้าย ความแข็งแกร่งทางกายภาพและระดับการบ่มเพาะของพวก
เขามักจะสูงกว่าสูงคนในดินแดนหลัก
หลินหมิงกำลังมองหาพ่อค้าขายเกลือ เขาต้องการเกลือซักจิน
สำหรับปรุงอาหาร และเขาก็มองไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง นางมีอายุ
ประมาณ 16-17 ปี นางส่งยิ้มให้เขาพร้อมกับกวักมือเรียกและชี้ไปที่
กระโจมของนาง
หลินหมิงตกตะลึงไปชั่วครู่วัฒนธรรมของคนที่นี่เปิดเผยมากมาก เมื่อ
ชายหญิงชอบพอกัน เขาและนางก็จะนอนด้วยกัน และในเช้าวันถัดไปเขา
และนางก็จะแยกกันไปใช้ชีวิตตามปกติ ถ้าหากหญิงคนนั้นเกิดมีลูกขึ้นมา
ก็จะเป็นเพียงการแต่งงานลอยๆ ยิ่งกว่าระบบการแต่งงานของนักสู้เสียอีก
หลินหมิงได้โบกมือปฏิเสธนางไป เขาไม่คิดที่จะมีลูกในป่าป่าไพศาล
ทางใต้แห่งนี้แน่นอน
เมื่อเห็นเขาปฏิเสธ หญิงสาวคนนั้นก็ทำหน้าผิดหวังพร้อมกับเดิน
กลับเข้าไปในกระโจม
หลินหมิงไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
เขามองออกไปรอบๆ เขาเห็นหญิง 2 คนและชาย 2 คนกำลังเดินมา
ชายทั้งสองคนดูมีอายุราวๆ 30-40 ปี ชายคนหนึ่งหัวล้าน เขา
สะพายไม้กระบองยาว 10 ก้าวไว้บนหลัง
ส่วนชายอีกคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ เขาค่อนข้างตัวเล็ก เขาสวมเกราะ
หนังและสะพายขวาน เขาหน้าตาคล้ายลิงเป็นอย่างยิ่ง
สิ่งที่ทำให้หลินหมิงประหลาดใจก็คือชายทั้งสองคนนี้มีการบ่มเพาะ
ขั้นดัดกระดูกช่วงปลาย
มันน่าประหลาดใจตรงที่ว่าในชนเผ่าเล็กๆที่มีประชากรราวๆ 1000
คน กลับมีนักสู้ขั้นดัดกระดูกช่วงปลาย 2 คน
หลินหมิงหันไปมองหญิงสาวอีก 2 คนที่เดินมากับพวกเขา พวกนาง
มีอายุประมาณ 14-15 ปี แต่พวกนางกลับมีการบ่มเพาะขั้นกายผันแปร
สิ่งนี้ทำให้หลินหมิงประหลาดใจเป็นอย่างมาก ระดับการบ่มเพาะนี้
เทียบเท่ากับรุ่นเยาว์ในตระกูลขุนนางชั้นสูงในอาณาจักรลิขิตฟ้าเลย
ทีเดียว
“บางทีคนอื่นๆก็คง…” หลินหมิงได้คาดเดา
ขณะที่หลินหมิงมองไปยังชายหนุ่มขั้นดัดกระดูกช่วงปลายทั้งสอง
พวกเขาเองก็มองมาที่หลินหมิงเช่นกัน
ชายหัวล้านใช้กระแสเสียงปราณแท้คุยกับชายหน้าลิงที่อยู่ข้างๆ “พี่
ใหญ่ ดูเจ้าหนุ่มนั่นสิ มันมีการบ่มเพาะขั้นกล้ามเนื้อผันแปร มันเหมาะที่
จะเป็นเหยื่อของเรา ”
ชายหน้าลิงยิ้มออกมา และตอบกลับไปด้วยกระแสปราณเสียง “ฮ่าๆ
ช่างโชคดีจริงๆ มันดูมีอายุประมาณ15-16ปี และมีการบ่มเพาะขั้น
กล้ามเนื้อผันแปร มันคงเป็นคนจากตระกูลขุนนางชั้นสูง เด็กจากตระกูล
ชั้นสูงพวกนี้มักจะก้วยประสบการณ์และหยิ่งยโส”
“ฮ่าๆ เมื่อเราฆ่าเจ้าหนุ่มนั่น เราก็จะได้ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของมัน”
“อืม แต่รอมันออกไปจากที่นี่ก่อน บริเวณนี้โจ่งแจ้งเกินไป หากผู้ที่
อยู่เบื้องหลังของมันรู้ว่าพวกเราเป็นคนฆ่ามัน ย่อมมิใช่เรื่องดีแน่”
“ข้าเข้าใจแล้ว” ชายหัวล้านกล่าว
ชายหน้าลิงเลียริมฝีปากและหันไปพูดกับหญิงสาวที่อยู่ด้านหลัง “น่า
อี คืนนี้พวกเราจะพักกันที่นี่ มั่นใจได้เลยว่าหากข้าได้พบกับดินแดน
ผู้วิเศษ ข้าก็จะปล่อยเจ้ากับน้อยสาวของเจ้าไป แต่หากเจ้าคิดตุกติก ก็
อย่าได้หาว่าข้าไม่เตือน เจ้าคงไม่รู้สินะว่า แม่มดอย่างพวกเจ้าขายได้ใน
ราคาสูงมากในอาณาจักรฮั่วหลัว”
ชายหน้าลิงยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย เด็กสาวที่ชื่อน่าอีก็จ้องมอง
กลับไปที่ชายหน้าลิง แววตาของนางดูน่าสงสารอย่างมาก นางอยู่กับ
น้องสาว น่าสุ่ย
สำหรับน่าอี นางไม่ได้กลัวตายเลยแม้แต่น้อย แต่เพราะชายสองคนนี้
จับนองสาวของนางเป็นตัวประกัน นางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำ
ตามคำสั่ง
พวกนางทั้งสองเป็นพี่น้องกัน หญิงสาวชื่อว่าน่าอี นางอายุ 15 ปี
น้องสาวอายุ 14 ปี ชื่อว่าน่าสุ่ย พวกนางทั้งสองเป็นคนเผ่าแม่มดจากป่า
ไพศาลทางใต้
ชนเผ่าของป่าไพศาลทางใต้แดนใต้มีมากมายหลายชนเผ่า และชน
เผ่าที่ยิ่งใหญ่มากชนเผ่าหนึ่งก็คือชนเผ่าแม่มด ที่ถูกปกครองโดยผู้หญิง ที่
ถูกเรียกว่าราชินีแม่มด
ชนเผ่าแดนใต้มีความเชื่อเรื่องอาถรรพ์และสิ่งลี้ลับ และราชินีแม่มดก็
เป็นผู้นำชนเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุด
ตำแหน่งราชินีแม่มดไม่ได้ถูกมอบให้กันตามสายเลือด มันมีกฏเกณฑ์
ที่ซับซ้อนในการมอบตำแหน่งนี้
หญิงสาวสองคนนี้เกิดในเผ่าแม่มด หากไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้น พวกนาง
จะถูกส่งไปยังดินแดนผู้วิเศษเมื่อพวกนางอายุครบ 16 ปีก็ หนึ่งในพวก
นางจะได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์ของผู้วิเศษและถูกเลือกให้เป็นราชินีแม่มดคน
ต่อไปตามกฏของเผ่า
อย่างไรก็ตาม เมื่อน่าอีมีอายุเพียง 14 ปี ชนเผ่าของนางก็ถูกฝูงสัตว์
อสูรดุร้ายบุกโจมตี
ในป่าไพศาลทางใต้ มีสัตว์อสูรดุร้ายอยู่นับไม่ถ้วน โดยปกติพวกมัน
จะแยกกันอยู่ แต่เมื่อพวกมันรวมตัวกันอาจจมีฝูงสัตว์อสูรดุร้ายกว่าสิบ
ล้านตัว มันก็มากพอที่จะกวาดล้างชนเผ่าใดๆ ต่อให้มีประชากรเป็นล้านก็
ตาม
หลังจากเผ่าน่าถูกกวาดล้างโดยฝูงสัตว์อสูร แทบจะไม่มีสิ่งใด
หลงเหลือในเผ่าอีก มีเพียง 10% ของประชากรเท่านั้นที่หลงเหลืออยู่
ในเวลานั้นเอง เผ่าหนอนเพลิงที่อยู่ใกล้เคียงและมีความบาดหมาด
กับเผ่าน่า ก็ใช้โอกาสที่เผ่าน่ากำลังถูกสัตว์อสูรโจมตีนี้เข้ามากวาดล้าง
เผ่าพันธุ์ของชนเผ่าน่า เผ่าหนอนเพลิงนั้นเชื่อในหมอผี จึงทำให้เผ่าทั้ง
สองมีความเชื่อในผู้นำคล้ายกัน ไม่เพียงแค่นั้น เผ่าทั้งสองยังได้ขัดแย้ง
ผลประโยชน์มายาวนานแล้วอีกด้วย
เมื่อเผ่าน่าอ่อนแอลงจึงช่วยไม่ได้ที่จะต้องล่มสลายเพราะเผ่าหนอน
เพลิง
อย่างไรก็ตาม สองพี่น้องน่าอีและน่าสุ่ยเป็นความหวังของเผ่า ก่อนที่
สงครามจะเริ่ม พวกนางได้ส่งออกไปก่อน แต่มันก็กลายเป็นเหมือน
หนีเสือปะจรเข้ สองพี่น้องต้องมาเจอกับชายหน้าลิงที่ได้ลักพาตัวพวกนาง
เป้าหมายของพวกเขาเรียบง่าย มันก็คือดินแดนผู้วิเศษของเผ่าน่า