Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 167 ส่งแกะเข้าสู่ถ้ำเสือ
ดินแดนผู้วิเศษแห่งเผ่าน่าเป็นสถานที่ลึกลับที่มีเพียงราชีนิแม่มดและ
ผู้สืบทอดเท่านั้นที่รู้จัก ดินแดนนี้มีมรดกที่ยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยพลังลึกลับ
หากคนต่างแดนเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจะถูกสาป
แม้คนเกือบทั้งหมดในชนเผ่าของนางจะถูกฆ่าตาย แต่น่าอีก็ยังสู้ชีวิต
ต่อไป นางต้องปกป้องน้องสาวของนางไว้ให้ได้ ตอนนี้น้องสาวของนางตก
อยู่ในกำมือของสองคนชั่ว เมื่อคิดไปถึงชะตากรรมทีอาจเกิดขึ้นกับ
น้องสาวของตนแล้ว มันเหมือนมีมีดทิ่มแทงลงไปในหัวใจของน่าอี นางทำ
ได้เพียงพยายามถ่วงเวลาให้มันมาถึงช้าเท่านั้นเอง
ชายหน้าลิงได้พบว่าน่าอีนั้นพยายามถ่วงเวลา เช่นนั้นจึงได้ตักเตือน
นางด้วยความกลัว
“ฮ่าๆ พี่ใหญ่ คืนนี้เราจะนำสองสาวเข้าไปในห้อง และสอนให้พวก
นางได้รู้จักว่าพวกเรานั้นทำสิ่งใดได้บ้าง เช่นนั้นพวกนางจะได้รู้ว่าเราสอง
พี่น้องปีศาจแห่งป่าไพศาลทางใต้อย่างแท้จริง คืนนี้ ข้าจะพาพวกไปสั่ง
สอนในห้องเอง และให้นางได้รู้ถึงความเป็นหญิง… ”
ชายหัวล้านกล่าวด้วยรอยยิ้มลามก
น่าสุ้ยตัวสีหน้าซีดและหลบไปอยู่หลังพี่สาวของนางขณะที่กลืน
น้ำลายด้วยความหวาดกลัว
“ถ้าพวกเจ้ากล้าทำเช่นนั้น ข้าจะฆ่าตัวตาย!” น่าอีกล่าวว่าขณะที่กอด
น้องสาวเอาไว้ แววตาที่กล้าหาญและเด็ดเดี่ยวของนางมองไปยังชาย
หัวล้านอย่างไม่เกรงกลัวใดๆ
แน่นอนว่านางกล้าที่จะฆ่าตัวตายอย่างไม่มีความลังเล
“อย่าไปยุ่งกับน้องสาวของนาง มีเพียงแค่คนพี่เท่านั้นที่รู้จักเส้นทาง
ไปยังดินแดนผู้วิเศษ ถ้านางฆ่าตัวตายแผนการณ์ของเราก็จะล้มเหลว แต่
หากเราเข้าไปในดินแดนผู้วิเศษได้สำเร็จ พวกเราก็จะได้รับพลังและ
กลายเป็นนักสู้ขั้นผสานชีพจร เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าสามารถเลือกหญิงคนใด
ก็ได้ที่เจ้าต้องการ เจ้าต้องอดทนเพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่” ชายหน้าลิง
กล่าวผ่านกระแสเสียงปราณแท้
“หึ…” ชายหัวล้านบ่นอุบอิบอย่างผิดหวัง “ข้าล่ะชอบความกล้าหาญ
เด็ดเดี่ยวของหญิงเผ่าแม่มดจริงๆ หากข้าได้ขึ้นเตียงกับนาง มันคงจะสนุก
น่าดูเป็นแน่!”
…………
ในช่วงเย็นของวันแรกที่หลินหมิงเดินทางมาถึงชนเผ่าแห่งนี้ เขาก็เข้า
พักที่ห้องพักของชนเผ่า และเพื่อเป็นการประหยัดเงินทอง วันรุ่งขึ้นเขาจึง
ไปซื้อกระโจมไว้เป็นของตัวเอง เขาซื้อโอสถแก้พิษและสิ่งของที่จำเป็นต่อ
การใช้ชีวิตในป่าแห่งนี้
แม้ป่าไพศาลทางใต้แห่งนี้จะไม่ได้มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นมากนัก แต่
ตามพื้นดินก็เต็มไปด้วยพืชพันธุ์ ทุ้งหญ้า และหนองน้ำ
หลินหมิงเดินทางออกจากชนเผ่ามาประมาณ 15 นาที สภาพแวว
ล้อมโดยรอบเริ่มรกร้างมากขึ้น ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงลมที่พัดเข้ามา มี
คนแอบสะกดลอยตามเขาอยู่ เขาจึงหยุดเดินและหันกลับไปมองข้างหลัง
เมื่อคนพวกนั้นเห็นว่าหลินหมิงคงรู้ตัวแล้ว พวกเขาก็ขี่ม้าออกมา
พวกเขาคือชายหัวล้าน ชายหน้าลิงและหญิงสาวอีกสองคนที่เขาเห็นเมื่อ
วาน
“คนพวกนี้แอบตามตามข้ามาหรือ?” หลินหมิงสัมผัสได้ว่าขณะที่เขา
กำลังเลือกซื้อของใช้ที่จำเป็น มีชายสองคนที่หลบซ่อนตัวและจับตาดูเขา
อยู่
เมื่อชายสองคนขี่ม้ามาดักหน้าดักหลังของหลินหมิงเอาไว้แล้ว พวก
เขาทั้งสองก็กระโดดลงมาจากม้า ชายหน้าลิงหัวเราะและกล่าวถาม
ออกมา “น้องชาย เจ้ากำลังออกผจญภัยเพื่อหาประสบการณ์อยู่เช่นนั้น
หรือ?”
หลินหมิงยกมือคารวะ “ใช่แล้ว ข้าได้ยินมาว่าป่าที่รกร้างแดนใต้มี
สมบัติซ่อนอยู่มากมาย ข้าจึงมาที่นี่เพื่อค้นหาสมบัติเหล่านั้น
ข้าอยากจะรู้ว่าตนเองจะได้ครอบครองหย้าสมุนไพรหรือไม่ ในขณะ
ที่ข้าออกมาหาประสบการณ์เช่นนี้”
ชายคนหัวล้านหัวเราะ “น้องชาย เจ้าได้มายังสถานที่เหมาะสมแล้ว
ป่าไพศาลทางใต้แห่งนี้กว้างใหญ่ และมีสมบัติซ่อนอยู่มากมายเต็มไปหมด
แต่ก็มีอันตรายอยู่มากเช่นกัน ทั้งสัตว์อสูรดุร้าย ทั้งภูมิประเทศที่ซับซ้อน
จนหลงทางได้ง่ายๆ เจ้าไม่คิดจะเดินทางไปกับพวกข้าจะดีกว่าหรือ? พวก
ข้าแข็งแกร่งและรู้จักพื้นที่ป่าไพศาลทางใต้ดี เจ้าคิดจะมากับพวกข้า
หรือไม่?”
ขณะที่ชายหัวล้านกล่าว หลินหมิงก็มองไปยังหญิงสาวที่อยู่ด้านหลัง
แววตาของพวกนางบ่งบอกว่าพวกนางหวาดกลัวชายสองคนนี้เป็นอย่าง
มาก
หลินหมิงสะท้าน “มันดูเหมือนว่าพวกนางจะต้องการจะกล่าวบางสิ่ง
แต่ก็ไม่สามารถกล่าวสิ่งใดออกมาได้ เพราะว่าหวาดกลัวชายทั้งสองคนนี้
หรือ พวกคงมิใช่มิตรต่อกันอย่างแน่นอน…”
ขณะที่กำลังครุ่นคิดเรื่องนี้ หลินหมิงก็สังเกตปฏิกริยาของชายทั้งสอง
พวกเขาดูรีบร้อนและต้องการพาตัวเขาไปกับพวกเขาด้วย พวกเขาน่า
สงสัยเป็นอย่างยิ่ง
มิเช่นนั้น เหตุใดนักสู้จุดสูงสุดขั้นดัดกระดูกจึงต้องมาบังคับเด็กที่อยู่
เพียงขั้นกล้ามเนื้อผันแปรด้วยเล่า? เห็นได้ชัดว่ามีเป้าหมายบางอย่าง
“พวกเขาคงจะต้องการสังหารและแย่งชิงเอาสมบัติของข้าไป…”
แม้ว่าหลินหมิงจะรู้ถึงจุดประสงค์ของชายสองคนนี้ แต่เขาก็ไม่คิดที่จะ
ปฏิเสธ ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ การสังหารนักสู้ขั้นดัด
กระดูก ซัก 2-3 คนพร้อมกันได้สบาย
เมื่อชายหน้าลิงเห็นหลินหมิงลังเลใจ เขาก็รีบกล่าวว่า “เจ้าไม่อยาก
ได้สมบัติหรือ? ในป่าแห่งนี้มีสมุนไพรอายุหลายร้อยปี เช่นเห็ดหลินจือ
และโสมต่างๆ พวกเราจะไปยังโบราณสถานอีกมากมาย แต่การจะทำลาย
อาคมที่ปิดผนึกมันเอาไว้อย่างน้อยก็ต้องมีนักสู้ 3 คนที่อยู่ขั้นกล้ามเนื้อ
ผันแปรหรือเหนือกว่า หากเจ้าไปคนเดียวเจ้าย่อมก็ไม่มีทางนำสมบัติ
เหล่านั้นกลับมาได้เป็นแน่ แต่หากเจ้าไปกับพวกข้า พวกข้าจะให้ส่วนแบ่ง
เจ้า 20% เอาเช่นนี้เป็นอย่างไร?”
ชายหน้าลิงยื่นข้อเสนอแบ่งส่วนแบ่งให้กับหลินหมิง เพื่อล่อลวงและ
ทำให้ดูไม่น่าสงสัย
ในเวลานี้เอง หลินหมิงก็ส่งกระแสเสียงปราณแท้ไปหาหญิงสาวทั้ง
สองคนนั้น เขาถามว่า “ชายสองคนนี้เป็นสหายพวกเจ้าหรือไม่?”
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทั้งสองไม่ตอบ หลินหมิงก็คาดการณ์ว่าพวกนาง
คงใช้กระแสเสียงปราณแท้ไม่เป็น เขาจึงส่งกระแสเสียงปราณแท้ไปถาม
อีกครั้ง
“ชายทั้งสองคนนี้เป็นสหายพวกเจ้าหรือไม่? ถ้าใช่ให้กระพริบตา
เพียงข้างเดียว ถ้าไม่ใช่ให้กระพริบตาทั้งสองข้าง”
หญิงสาวที่ดูมีอายุมากกว่าค่อยๆกระพริบตาทั้งสองข้างของนาง
เพื่อสjงสัญญาณให้หลินหมิง
เมื่อหลินหมิงเห็นนางกระพริบตาทั้งสองข้าง เขาก็เข้าใจสถานการณ์
ปัจจุบันขึ้นมาทันที
ชายสองคนเป็นคนชั่วที่ลักพาตัวพวกนางมา แต่เพื่อความแน่ใจ
หลินหมิงก็ส่งกระแสเสียงปราณแท้ไปถามนางอีกครั้ง
“พวกเจ้าโดนชายสองคนนี้จับมาใช่หรือไม่? ถ้าใช่กระพริบตาข้าง
หนึ่ง ถ้าไม่ใช่กระพริบตาทั้งสองข้าง
หญิงสาวคนพี่กระพริบตาข้างหนึ่งเป็นสัญญาณตอบกลับมา พวก
นางถูกชายสองคนนี้จับตัวมาจริงๆ
ขณะที่หลินหมิงครุ่นคิดเรื่องนี้ก็น่าสนใจมกาขึ้นเรื่อยๆ ชายสองคน
นั้นจะลักพาตัวสองพี่น้องไปเพื่ออันใดกัน? พวกเขาจะนำพวกนางไปขาย
ให้นักสู้ผู้อื่นหรือ?
“ชายสองคนนี้จะไปหาสมบัติในโบราณสถานจริงหรือไม่?”
หญิงสาวคนพี่กระพริบตาข้างเดียว ซึ่งมีความหมายว่าใช่
“เรื่องที่ต้องใช้นักสู้อย่างน้อยก็ต้องมีนักสู้ 3 คนที่อยู่ขั้นกล้ามเนื้อผัน
แปรหรือเหนือกว่า ในการปลดผนึกและนำสมบัติออกมาเป็นเรื่องจริง
หรือไม่?”
ในเวลานี้หญิงสาวไม่ได้กระพริบตาเพื่อส่งสัญญาณกลับมาเช่นเคย
แต่กลับใช้กระแสเสียงปราณแท้ตอบกลับมา น้ำเสียงของนางเย็นชา
“ถ้าเจ้ายังไม่อยากตายก็รีบหนีไปซะ หากไม่รีบมันก็อาจจะสาย
เกินไป”
หลินหมิงมองไปที่หญิงสาวคนพี่ เขาประหลาดใจเล็กน้อย เขาคิดว่า
นางใช้กระแสเสียงปราณแท้ไม่ได้เสียอีก เหตุใดนางจึงไม่ใช้กระแสเสียง
ปราณแท้สื่อสารกับเขาตั้งแต่แรกเล่า?
ในตอนนี้ชายทั้งสองคนนั้นเริ่มสังเกตเห็นแล้วว่า หลินหมิงกำลังคุณ
กับน่าอีผ่านกระแสเสียงปราณแท้
ชายหน้าลิงยิ้มออกมา พร้อมกับเดินมาปิดทางหนีของเขาและกล่าว
ถาม “ตกลงว่าเจ้าจะไปกับพวกข้าหรือไม่?”
ชายหัวล้านกล่าว “น้องชาย เจ้าควรจะคิดให้รอบครอบ มิเช่นนั้น
เจ้าอาจจะเสียใจภายหลังได้”
ชายทั้งสองคนยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ คำพูดของพวกเขาแฝงจิต
สังหารอยู่ด้วย ในความคิดพวกเขา หลินหมิงก็เป็นเพียงนักสู้ขั้นกล้ามเนื้อ
ผันแปรคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งไม่มีความอันตรายต่อนักสู้ที่มีการบ่มเพาะที่
จุดสูงสุดของขั้นดัดกระดูกช่วงปลายอย่างพวกเขาเลย แต่การที่หลินหมิง
จะจัดการพวกเขานั้นเป็นเรื่องง่ายอย่างยิ่ง
แต่พวกเขาทั้งสองไม่รู้เลยว่า หลินหมิงก็มี ‘เพลิงสายฟ้าแห่งการ
ทำลายล้าง’ ที่สามารถฆ่านักสู้ที่มีการบ่มเพาะขั้นผสานชีพจรได้อย่าง
ง่ายดาย แต่ชายสองคนนี้ก็มีการบ่มเพาะเพียงขั้นดัดกระดูกเท่านั้น เขา
คิดว่าการจะจัดการชายสองคนนี้คงไม่จำเป็นต้องใช้ ‘เพลิงสายฟ้าแห่ง
การทำลาย’ ด้วยซ้ำ
สิ่งที่เขาสนใจก็คือ ตำแหน่งที่ตั้งของโบราณสถาน หากเขาฆ่าชาย
สองคนนี้ไปแล้ว เขาก็กลัวว่าจะไม่มีใครพาเขาไปที่นั้น
เมื่อฟังจากที่ชายทั้งสองคนพูดแล้ว เรื่องที่ว่าจำเป็นต้องใช้นักสู้อย่าง
น้อยก็ต้องมีนักสู้ 3 คนที่อยู่ขั้นกล้ามเนื้อผันแปรหรือเหนือกว่าเพื่อปลด
ผนึกสมบัติ มันอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้
หลินหมิงตัดสินใจที่จะแกล้งเป็นรุ่นเยาว์ผู้โง่เขลาจากตระกูลใหญ่ที่
ไม่เคยผจญกับโลหภายนอก เพื่อให้พวกเขาลดการป้องกันลง
หากชายสองคนนี้พาเขาไปถึงโบราณสถาน เขาก็ค่อยส่งทั้งสองคน
ไปลงนรกก็ยังไม่สายเกินไป สมบัติทั้งหมดต้องเป็นของเขา
ในเวลานี้เอง หญิงคนพี่ก็ส่งกระแสเสียงปราณแท้มาหาหลินหมิง “ข้า
บอกให้เจ้าหนีไป แต่เจ้าก็ไม่ฟัง ตอนนี้พวกเขาสงสัยว่าเจ้าอาจจะรู้
อะไรบ้างอย่างจากข้า แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางปล่อยเจ้าไปอย่าง
แน่นอน มันสายเกินกว่าที่เจ้าจะหนีได้แล้ว”
หลังจากกล่าวจบ ใบหน้าที่น่ารักของนางก็กลายเป็นเย็นชา
หลินหมิงคิดว่ามันค่อนข้างตลก เขาไม่เคยคิดที่จะหนีเลยแม้แต่น้อย
สิ่งที่เขาจะทำก็คือเดินทางไปกับชายทั้งสองคนนี้
สมบัติอันใดกันที่จะอยู่ในโบราณสถานแห่งนั้น? มันจะมีอันตราย
มากเพียงใดกัน?
หลินหมิงมีข้อสงสัยอยู่อีกมากมาย และหญิงคนพี่เห็นได้ชัดว่าไม่ต้อง
ตอบเขา หญิงคนน้องดูเหมือนจะช่วยเขา แต่นางทำเพียงแค่กระพริบตา
มันยากที่จะได้คำตอบแน่ชัดจากเพียงแค่การกระพริบตา
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินหมิงแกล้งยิ้มออกมาอย่างใสซื่อและกล่าวว่า “นี่
ก็เป็นครั้งแรกที่ข้าออกมาผจญภัยในป่าไพศาลทางใต้ ข้าไม่คุ้นเคยกับ
พื้นที่แห่งนี้ ยิ่งไปกว่านั้นระดับการบ่มเพาะของข้าก็ยังอ่อนด้อย เส้นทาง
ก็เต็มไปด้วยอันตราย ถ้าพี่ชายทั้งสองยินดีให้ข้าร่วมทางไปด้วย ข้าก็
ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง”
เมื่อได้ยินหลินหมิงกล่าวเช่นนี้ ชายหน้าลิงก็ผงะเล็กน้อย เจ้านี่มันโง่
หรือว่าแกล้งโง่กันแน่?