Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 172 ความเกลียดชังอย่างถึงที่สุดของน่าอี
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 172 ความเกลียดชังอย่างถึงที่สุดของน่าอี
หน้าลิงของเขาคว้ำอยู่บนพื้น ริมปากของเขาสั่นสะทเาน เขา
พยายามใช้แขนดันตัวเองไปข้างหลังเพื่อหนี ไม่เพียงแค่จะเสียขาทั้งสอง
ข้างไป แต่ปราณแท้ในร่างของเขาก็รั่วไหลออกไปด้วย เมื่อเส้นชีพจรถูก
ทำลายจึงไม่อาจใช้ปราณแท้ได้อีกต่อไป การจะฆ่าตัวตายจึงยากยิ่งกว่า
ปีนสวรรค์
หลินหมิงเอาสมุนไพรฟื้นฟูโลหิตที่ราคาหลายร้อยเหรียญทองออกมา
ขยี้มันจนมีน้ำออกมาและหยดใส่ขาของชายหน้าลิง ครู่ต่อมาโลหิตก็ได้
หยุดไหล
เขาไม่ได้ต้องการใช้ชายหน้าลิงตายจากการเสียเลือดมากเกินไป
“เจ้า… เจ้าจะทำอะไรข้า” ชายหน้าลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้าน
เขาไม่ต่างอะไรกับเนื้อที่อยู่บนเขียง ไม่ว่าผู้ใดก็สามารถทำสิ่งใดกับเขาก็
ย่อมได้
หลินหมิงหันไปที่น่าอีและกล่าว “ในเมื่อเจ้าใช้แมลงพิษ เช่นนั้นก็คงมี
วิธีจัดการมันใช่หรือไม่?”
น่าอีนิ่งไปชั่วครู่ นางสูดลมหายใจเข้าลึกและกล่าว “ข้ามีวิธี”
“เช่นนั้นก็มาตรงนี้ ข้าก็ไม่คิดว่าเจ้าต้องมานั่งเลี้ยงข้าวเขาไปอีก 3 ปี
เช่นกัน”
น่าอีเดินไปที่ชายหน้าลิง นางดึงมีดสั้นที่เหน็บไว้กับเข็มขัดของนาง
ออกมา
ชายหน้าลิงมองไปที่มีดสั้นด้วยสีหน้าหวาดกลัว ภายในจิตใจขงเขา
เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“น่าสุ่ยหันไปทางอื่น” น่าอีกล่าว
“อืม…” น่าสุ่ยกล่าวพร้อมกับหันไปทางอื่นอย่างเชื่อฟัง ฉากที่จะ
เกิดขึ้นนี้จะรุนแรงเกินไปสำหรับนาง
หลินหมิงส่งปราณเสียงไปหาน่าอี “เหตุการณ์เมื่อครู่ก็เป็นเหตุการณ์
นองเลือดอยู่แล้ว เจ้ายังต้องการให้น้องสาวของเจ้าหันหน้าหนีไปทางอื่น
อีกหรือ?”
น่าอีเงียบชั่วขณะก่อนจะกล่าว “ข้าแค่หวังว่านางจะไม่ต้องพบเห็น
เหตุการณ์ที่โหดร้ายเช่นนั้นอีก”
“ดี แล้วเจ้าจะจัดการเรื่องแมลงเชื่อมชะตาทำลายหัวใจอย่างไร?”
น่าอีกล่าว “ข้าจะเอาแมลงเชื่อมชะตาทำลายหัวใจออกมาก่อนที่เขา
จะตาย”
เมื่อกล่าวจบ มีดสั้นของนางก็แทงเข้าไปที่หัวใจของชายหน้าลิง มีด
สั้นของนางเป็นเพียงอาวุธธรรมดาๆ แต่มันก็มีความคมอย่างมาก มันแทง
เข้าไปที่หน้าอกของชายหน้าลิงได้อย่างง่ายดายราวกับตัดเต้าหู้
ชายหน้าลิงกรีดร้องอย่างเจ็บปวด เขาสูญเสียการบ่มเพาะทั้งหมดไป
แล้ว เขาจะเอาสิ่งใดไปขัดขืนนักสู้ที่มีการบ่มเพาะขั้นกล้ามเนื้อได้เล่า?
น่าอีผ่าเปิดหน้าอกของชายหน้าลิง เผยให้เห็นหัวใจของมนุษย์ที่
กำลังเต้นอยู่ ร่างกายและใบหน้าของน่าอีเปื้อนไปด้วยโลหิต
แต่นางเพียงแค่กระพริบตา มิได้เช็ดโลหิตออกจากใบหน้า และเอื้อม
มือเข้าไปยังพนังหัวใจของชายหน้าลิงและหยิบแมลงเชื่อมชะตาทำลาย
หัวใจออกมา
แม้แต่หลินหมิงที่เคยผ่านฉากการฆ่ามามากในค่ายกลหมื่นสังหาร ก็
ยังถึงกับพูดไม่ออกเมื่อมองไปที่น่าอี หญิงผู้นี้ไร้ปราณีอย่างยิ่ง
น่าอีหยิบแมลงเชื่อมชะตาทำลายหัวใจมาวางบนแขนของตัวเอง
ในขณะที่ชายหน้าลิงนอนชักกระตุกอยู่บนพื้น
สำหรับร่างกายของมนุษย์ จุดที่จะทำให้เสียชีวิตในทันทีมีเพียงจุด
เดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือหัวสมอง ส่วนอวัยวะสำคัญอื่นๆอย่างเช่นหัวใจหรือ
ปอด เมื่อถูกทำลายแล้วจะมีระยะเวลาชั่วครู่ก่อนที่จะตกตายไป น่าอีใช้
เวลาผ่าเปิดหัวใจของชายหน้าลิงออกแล้วหยิบแมลงเชื่อมชะตาทำลาย
หัวใจออกมาโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น
และน่าอีใช้เวลาเพียง 10 วิเท่านั้นในการเอาแมลงตัวนี้กลับเข้าไปยัง
ร่างของนาง
หลังจากนำแมลงเชื่อมชะตาทำลายหัวใจออกมาสำเร็จแล้ว น่าอีก็
เริ่มหน้าซีด หลินหมิงจึงหยิบผ้าขนหนูจากแหวนมิติของเขาออกมาให้นาง
“ขอบใจ” น่าอีกล่าว นางใช้ผ้าขนหนูเช็ดเลือดบนใบหน้าและผมของ
นาง
หลินหมิงกล่าว “ข้าจำได้ว่าเจ้าสาบานเอาไว้ 2 ข้อ ข้อแรกคือการ
ปกป้องน้องสาว ส่วนอีกข้อหนึ่งก็คงเป็นการแก้แค้นให้เผ่าของเจ้าช่
หรือไม่?”
น่าอีเงียบและไม่ได้กล่าวอันใดออกมา นางยังคงเช็ดโลหิตต่อไป จน
ผ้ากลายเป็นสีแดง
“ข้าต้องขอดอภัย” หลินหมิงกล่าว
“ไม่มีสิ่งใดที่เจ้าต้องขออภัย ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณเจ้า ถ้าไม่ได้
เจ้าช่วยเอาไว้ ข้าและน้องสาวของข้าก็คงตกตายไปแล้ว”
“ดินแดนผู้วิเศษแห่งนี้เป็นพื้นที่ของชนเผ่าของเจ้า เรื่องที่ข้าขออภัยก็
คือ การที่ข้าเข้ามาในดินแดนของเจ้าเช่นนี้ มันคงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม
ข้าต้องขออภัยจริงๆ”
น่าอีกล่าวว่า “เจ้าและข้าไม่เคยพบกันมาก่อน แต่เจ้าก็ยังช่วยข้าและ
น้องสาวของข้าเอาไว้ แม้ว่าดินแดนผู้วิเศษแห่งนี้จะเป็นของชนเผ่าน่า แต่
พวกเขาก็แทบจะไม่เหลือแล้ว”
น่าอีกล้าวพร้อมกับถอนหายใจอย่างหนักหน่วง
เมื่อกล่าวถึงดินแดนผู้วิเศษ หลินหมิงก็เกิดความสงสัยและกล่าวถาม
ขึ้นมา “เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่า ทุกเผ่ามีเจดีย์ผู้วิเศษหรือไม่?”
น่าอีกล่าว “ไม่ เดิมทีมันมี 7 เจดีย์ มันกล่าวเอาไว้ว่าผู้วิเศษได้ทิ้ง 72
เจย์เอาไว้และบินไปยังดวงดาว ด้วยเหตุผลบางประการ เช่น สงคราม ฝูง
สัตว์อสูร หรือแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิด จึงเหลือเพียงแค่ 65 เจดีย์
ผู้วิเศษ”
“มันเป็นเช่นนี้เอง…” หลินหมิงได้คาดการณ์ว่า ‘ผู้วิเศษ’ นี้ จะต้อง
เป็นผู้อาวุโสทีน่าตกตะลึงอย่างแน่นอน และคำกล่าวที่ว่า ‘บินไปยัง
ดวงดาว’ หรือว่าผู้อาวุโสผู้นี้จะบินไปบางแห่งสักที่ในแดนเทวะหรือไม่
“เจ้าช่วยบอกข้าได้หรือไม่ว่าพลังของแม่มดคือสิ่งใด?”
น่าอีกล่าวว่า “พลังแห่งแม่มด คือพลังที่จะช่วยเพิ่มระดับการบ่ม
เพาะของนักสู้และทำให้พวกเขาทะลวงไปยังระดับที่สูงขึ้น ผู้หนึ่งสามารถ
เข้าไปในเจดีย์ผู้วิเศษและรับพลังได้เพียงครั้งเดียว สำหรับผู้ที่มีระดับการ
บ่มเพาะไม่สูงมากจะได้รับประโยชน์มากที่สุด แต่สำหรับผู้ที่มีการบ่ม
เพาะที่สูงอยู่แล้วจะได้รับประโยชน์ไม่มากนัก”
“แต่สำหรับผู้ที่มีการบ่มเพาะต่ำเกินไปก็จะมีปัญหา ดังนั้นผู้ที่
เหมาะสมจะรับพลังจากเจดีย์ผู้วิเศษมากที่สุดคือผู้ที่มีอายุประมาณ 16 ปี
และมีการบ่มเพาะขั้นกล้ามเนื้อผันแปรหรือขั้นดัดกระดูก พวกเขาจะ
ได้รับประโยชน์สูงสุด”
การที่น่าอีอธิบายให้เขาฟังเช่นนี้ ทำให้หลินหมิงข้างแปลกใจ นาง
อธิบายอย่างกับไม่รู้ว่าเขามาที่นี่เพื่อรับพลังแห่งแม่มดเลย
ผ่านไปสักพัก หลินหมิงจึงได้กล่าวกับนางตรงๆ “ที่จริงแล้วข้ามาที่นี่
เพราะต้องการพลังในเจดีย์ผู้วิเศษ”
น่าอีกล่าว “ข้ารู้ มิเช่นนั้นเจ้าคงไม่แกล้งโง่มาตลอดทางเช่นนี้ เจ้า
กลัวว่าเจดีย์ผู้วิเศษนั่นจะมีกับดักอะไรซ่อนอยู่ใช่หรือไม่?”
“ใช่” หลินหมิงกล่าวตอบอย่างตรงไปตรงมา
น่าอีถอดสร้อยคอของนางออกมา จี้ที่ห้อยไว้กับสร้อยคอของนาง
เป็นสมบัติที่นางเก็บรักษามาเป็นอย่างดี มันถูกสร้างขึ้นจากโลหะลึกลับ
บางอย่างที่หลินหมิงไม่รู้จัก ในห้องที่มืดสลัว จี้ห้อยคอของนางส่องแสง
อ่อนๆออกมา
รูปร่างของจี้ห้อยคอดูคล้ายกับรูปดวงตาบนประตูทางเข้า
น่าอีกล่าว “นี่เป็นกุญแจสำหรับเจดีย์ผู้วิเศษ มันเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์
จากชนเผ่าของข้า ด้วยสิ่งนี้จะทำให้เจ้าเข้าไปทดสอบเพื่อรับพลังแห่งแม่
มดในระดับสูงๆได้ หากปราศจากสิ่งนี้ จะสามารถรับพลังแห่งแม่มดได้
สูงสุดเพียงแค่ระดับที่ 3 เท่านั้น”
หลินหมิงตะลึงเล็กน้อย เขามองไปที่น่าอีด้วยความประหลาดใจ
และกล่าวถาม “เหตุใดเจ้าถึงมอบสมบัติศักดิ์สิทธิ์จากชนเผ่าของเจ้าให้ข้า
เช่นนี้เล่า?”
น่าอีกล่าว “ข้าอยากให้เจ้าช่วยสังหารคนผู้หนึ่ง!”
“เขาคือคนที่สังหารครอบครัวของเจ้าใช่หรือไม่?”
“ใช่!” เมื่อน่าอีกล่าวถึงคนผู้นั้น สายตาของนางเต็มไปด้วยความ
เกลียดชังอย่างถึงที่สุด
“เขาเป็นแม่ทัพใหญ่ของเผ่าหนอนเพลิง ชื่อว่าชือกู่ต่า บิดามารดา
ของข้าเป็นอาจารย์ในชนเผ่าของข้า หลังจากถูกฝูงสัตว์ดุร้ายขนาดยักษ์
บุกโจมตี ชนเผ่าหนอนเพลิงก็ใช้โอกาสนั้นเข้ามาฆ่าล้างเผ่าของข้า ชือ
กู่ต่าเป็นคนฆ่าบิดาของข้าให้ตายอย่างทุกข์ทรมาน ส่วนมารดาของข้า…”
น่าอีชะงัก ปากของนางสั่นสะท้าน ดวงตามีหยดน้ำตาไหลลงมา
เมื่อเห็นปฏิกริยาเช่นนี้ หลินหมิงก็พอเข้าใจสิ่งที่นางจะพูด มารดา
ของนางคงถูกจะถูกคนพวกนั้นข่มขืน
น่าอีกัดฟันและกล่าวต่อว่า “มารดาของข้าถูกชือกู่ต่าข่มขืน แล้วก็…
แล้วก็ถูกพวกมันกินทั้งเป็น”
“กิน… ถูกกินหรือ?!” หลินหมิงกลืนน้ำลาย เขาพูดย้ำอีกครั้งเพื่อให้
แน่ใจว่าเขาไม่ได้ฟังผิดไป
น่าอีกล่าวต่อ “เผ่าหนอนเพลิงเป็นเผ่าป่าเถือน พวกเขาจะกินนักโทษ
ที่พวกเขาจับตัวเอาไว้เป็นอาหาร โดยเฉพาะชนเผ่าที่มีความเชื่อที่
แตกต่างกัน เผ่าหนอนเพลิงนับถือผู้ทรงวิญญาณ แต่เผ่าน่าของข้านับถือ
แม่มด เผ่าน่าของข้าจึงถูกมองเป็นศัตรู”
“นี่…” หลินหลินอุทานด้วยแปลกใจ แต่มันก็คงเป็นเรื่องธรรมดาของ
บางชนเผ่าในป่าไพศาลทางใต้แห่งนี้ มันเป็นสถานที่ซึ่งเก่าแก่โบราณ
ไม่ได้เจริญรุ่งเรืองเหมือนในอาณาจักรที่เขาเคยอาศัยอยู่
น่าอีกล่าว “องค์รักษ์ของมารดาข้า เสี่ยงชีวิตเข้าไปนำศพของท่าน
มารดากลับมา ศพของท่านเละไปหมด เพราะถูกต้ม ผมของนางล่วงออก
เกือบหมด ร่างเต็มไปด้วยรอยฟัน แขนขาขาดไปอย่างละข้าง และกระดูก
แตกหักทุกที่… ”
ยิ่งน่าอีกล่าวออกมามากเพียงใดนางก็ยิ่งสงบมากขึ้นเท่านั้น นางได้
ล่วงหล่นลงไปในนรกแห่งความเกลียดชังที่แท้จริง ฝังลึกอยู่ในจิตใจของ
นาง
เมื่อได้ฟังเช่นนี้ เขายังรู้สึกโศกเศร้า แล้วสำหรับนางที่ต้องพบกับ
สถานการณ์เช่นนั้นด้วยตัวเองและคนผู้นั้นก็ยังเป็นมารดาของนางเองอีก
ด้วย!
เขาช่วยไม่ได้ที่จะมองไปยังน่าสุ่ยผู้ที่ไม่รู้ถึงสภาพของมารดาตนเอง
และน่าอีเองก็คงมิบอกเรื่องนี้กับนางไปจนวันตาย
ไมาสงสัยเลยว่า นางดูเย็นชาอย่างยิ่งด้วยวัยเพียงเท่านี้ และมีจิตใจ
เข็มแข็งอย่างยิ่งอีกด้วย!
หลินหมิงสูดลมหายใจลึกและกล่าวถาม “ชือกู่ต่านั้น มีการบ่มเพาะ
ขั้นใด?”
“ครึ่งก้าวขั้นปราณต้นฟ้า!”
“นี่…” หลินหมิงคิ้วขมวด แม้ว่าเขาจะเคยสังหารฮั่วกงที่เป็นนักสู้ครึ่ง
ก้าวขั้นปราณต้นฟ้ามาแล้ว แต่การต่อสู้ในครั้งนั้นต้องก็ต้องอาศัยปัจจัย
มากมายหลายอย่างเข้าช่วย ทั้งการต่อสู้กลางอากาศที่เขาเป็นฝ่าย
ได้เปรียบ ทั้งการบาดเจ็บจากการตกจากที่สูงของฮั่วกง ทั้งลูกปักปีศาจ
หากขาดปัจจัยเหล่านั้นไปซักข้อหนึ่งก็คงเป็นเขาที่ถูกฮั่วกงฆ่าตายไปแล้ว
เขาไม่มีทางเอาชนะนักสู้ครึ่งก้าวปราณฟ้าครึ่งก้าวได้อย่างแน่นอน
ไม่เพียงแค่นั้น ชือกู่ต่ายังเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ เขามีลูกน้องคอยคุ้มกัน
หลายคน การสังหารท่ามกลางการคุ้มกันเช่นนั้น ก็จะเป็นเรื่องยากอย่าง
ยิ่ง