Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 173 ระดับสวรรค์ขั้นต่ำ
น่าอีมองดูหลินหมิงที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่
ออก จากเริ่มต้น มันแทบจะไร้ความหมายที่ว่าเขาจะสามารถจะสังหาร
ชือกู่ต่านั้น ความห่างชั้นระหว่างขั้นดัดกระดูกและขั้นผสานชีพจรนั้น
มากมายเกินไป มิต้องกล่าวถึงชือกู่ต่าการบ่มเพาะครึ่งก้าวสู่ขั้นปราณต้น
ฟ้าแล้วด้วย
ในความคิดของนาง ความแข็งแกร่งของหลินหมิงน่าจะจำกัดที่การ
ต่อสู้กับนักสู้ขั้นดัดกระดูกพร้อมกัน 2 คน ยากที่จะไปเทียบกับนักสู้ครึ่ง
ก้าวขั้นปราณต้นฟ้าได้
น่าอีกล่าว “ข้าไม่ได้ต้องการให้เจ้าสังหารเขาในเร็วๆนี้ ข้ารอได้ถึง 5
ปี”
สำหรับน่าอี หากหลินหมิงสามารถเอาชนะชือกู่ต่าได้ในอีก 5 ปี
ข้างหน้า ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากแล้ว ในตอนนั้นหลินหมิงจะมีอายุ 20
ปี ที่สามารถเอาชนะนักสู้ครึ่งก้าวขั้นปราณต้นฟ้า เขาจะมีชื่อเสียงไปทั่ว
ป่าไพศาลทางใต้แห่งนี้!
หลินหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและกล่าวว่า “ก่อนที่จะตัดสินใจอะไรอีก
รอจนกว่าข้าจะออกมาจากเจดีย์ผู้วิเศษก่อน จากนั้นเราค่อยมาวางแผน
อีกครั้ง”
หลินหมิงไม่รู้ว่าเจดีย์ผู้วิเศษจะมอบพลังให้เขาได้มากขนาดไหน เขา
จึงไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกกี่ปีในการสังหารชือกู่ต่า
“เอาจี้ห้อยคอนั้นมาให้ข้า” หลินหมิงกล่าว หลินหมิงรับจี้ห้อยคอมา
จากน่าอีและมุ่งหน้าไปยังเจดีย์ผู้วิเศษพร้อมกับหอกอ่อนปราณคลั่งของ
เขา
ช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุดในการเข้ารับพลังจากเจดีย์ผู้วิเศษคือ ตอน
ที่อายุครบ16 ปี ในตอนนี้อีกเพียง2เดือน หลินหมิงก็จะอายุครบ16ปีแล้ว
อายุของเขาเหมาะสมที่จะเข้ารับพลังอำนาจแห่งเจดีย์ผู้วิเศษอย่างยิ่ง
เจดีย์ผู้วิเศษสูงหลายร้อยก้าวและเรืองแสงสีหยกอ่อนๆ ยอดเจดีย์มี
ทรงกลมสีฟ้าที่เปล่งแสง รูปทรงกลมสีฟ้านั่นมีลักษณะคล้ายจี้ที่อยู่ในมือ
ของเขา
ประตูคู่ทั้งสองบานของเจดีย์เป็นประตูโค้งสูง 10 ก้าว บานประตูถูก
สลักเป็นรูปเทพโบราณ
เมื่อหลินหมิงเดินเข้ามาถึงหน้าประตู เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังต้นกำเนิด
แห่งสวรรค์และปฐพี ไม่ว่าจะมีการบ่มเพาะขั้นดัดกระดูก ขั้นปราณต้นฟ้า
ขั้นปราณปลายฟ้า พวกเขาต่างการต้องการพลังต้นการเนิดแห่งสวรรค์
และปฐพีในการยกระดับการบ่มเพาะทั้งสิ้น
“เจดีย์แห่งนี้มีพลังต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และปฐพีอยู่อย่างหนาแน่น
มาก หากข้าได้ดูดซับมัน ข้าจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน”
หลินหมิงยากที่จะดูดกลืนพลังต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และปฐพีเป็น
อย่างยิ่ง เขารีบมุ่งหน้าเข้าไปในเจดีย์ผู้วิเศษอย่างรวดเร็ว
สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปในทันที รอบตัวของเขากลายเป็น
ภาพสีดำสนิท พื้นที่เขายืนอยู่เป็นแผ่นหยกขนาดใหญ่ มันเรืองแสง
ออกมาเล็กน้อย
“เหตุใดภายในเจดีย์ถึงมีพลังต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และปฐพีน้อยกว่า
ด้านนอกเล่า?” หลินหมิงสงสัยเป็นอย่างยิ่ง เขาคิดว่าเมื่อเขาเข้ามาใน
เจดีย์แล้ว เขาจะรู้สึกได้ถึงพลังต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และปฐพีที่มหาศาล
เสียอีก
“เจดีย์ผู้วิเศษกับเจดีย์วิจิตรเจ็ดสมบัตินั้นคล้ายกันเป็นอย่างมาก”
หลินหมิงคิดย้อนไปถึงตอนที่เขาได้เขาไปในเจดีย์วิจิตรเจ็ดสมบัติ
ตอนที่เขาทดสอบเข้าสำนักเจ็ดแก่นแท้เมื่อประมาณ 4 เดือนก่อน
หลินหมิงอาจจะไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักเจ็ดแก่นแท้ แต่เขา
ก็เป็นคนที่มีความเร็วในการบ่มเพาะมากที่สุดในสำนักเจ็ดแก่นแท้ ในไม่
ช้าเขาก็คงแซงหน้าคนอื่นๆได้ไม่ยาก เขาอาจจะเป็นคนที่มีการบ่มเพาะที่
ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วที่สุดในทวีปนภาลินไหลแห่งนี้เลยก็ว่าได้!
เจดีย์วิจิตรเจ็ดสมบัติแตกต่างกับค่ายกลหมื่นสังหาร ในค่ายกลหมื่น
สังหารความแข็งแกร่งของศัตรูจะเท่าเดิมและค่อยๆเพิ่มขึ้นเพื่อฆ่าศัตรูได้
แต่ในเจดีย์วิจิตรเจ็ดสมบัติความแข็งแกร่งของศัตรูจะถูกกำหนดโดยอายุ
ของผู้ฝึกฝน ยิ่งอายุมาก ก็จะยิ่งเจอศัตรูที่แข็งแกร่ง
ดังนั้นเจดีย์วิจิตรจึงเหมาะที่จะใช้วัดระดับพรสวรรค์อย่างแท้จริง!
ภายใจจิตใจของเขาก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะแข็งแกร่งมากขึ้น!
“หอก! ยาว 9 ก้าว 9 นิ้ว หนัก1200 จิ๋น ทำจากเงินบริสุทธิ์!”
หลินหมิงจินตนาการถึงหอกอ่อนปราณคลั่ง จากนั้นหอกที่ดูคล้าย
กับหอกอ่อนปราณคลั่งปรากฏขึ้นมา แม้ว่ารูปลักษณ์จะดูคล้ายกัน แต่
คุณภาพของมันต่ำกว่าหอกอ่อนปราณคลั่ง
เจดีย์ผู้วิเศษเป็นสถานที่ทดสอบความสามารถของนักสู้ ทั้งอาวุธและ
อุปกรณ์อื่นๆที่นักสู้ต้องการจะมีประสิทธิภาพต่ำอย่างมาก มันไม่
เหมือนกับค่ายกลหมื่นสังหารที่จะมอบอาวุธและอุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยม
ตามที่นักสู้ต้องการ
ในขณะนี้ ก็ได้มีร่างเง่านักสู้ที่มีการบ่มเพาะจุดสูงสุดขั้นฝึกฝน
กล้ามเนื้อปรากฏออกมา นักสู้คนนั้นถือดาบและแต่งกายด้วยเครื่องแต่ง
กายสีดำทั้งตัว
หลินหมิงจำได้ว่าศัตรูตัวแรกที่เขาพบในเจดีย์วิจิตรเจ็ดสมบัติก็มีการ
บ่มเพาะขั้นฝึกฝนกล้ามช่วงต้น แต่ตอนนี้ศัตรูตัวนี้ดูแข็งแกร่งกว่าตัวที่เขา
พบในเจดีย์วิจิตรเจ็ดสมบัติอยู่เล็กน้อย คงเป็นเพราะเขามีอายุมากขึ้นอีก
หลายเดือนเป็นแน่
นักสู้ชุดดำพุ่งเขามาหาหลินหมิง หลินหมิงไม่คิดที่จะจะใช้หอกของ
เขา เขาเพียงหมัดออกไปข้างหน้าโดยใช้ปราณแท้สั่นสะเทือนแค่ร้อยกว่า
เส้นเท่านั้น กำปั้นของเขาจมลงไปในร่างของชายชุดดำราวกับอสรพิษ
นักสู้ชุดดำล้มลมกับฟื้นด้วยเสียง ‘ฟรุป’ และตกตายไป
สำหรับเขา การกำจัดนักสู้ที่มีการบ่มเพาะจุดสูงสุดขั้นฝึกฝนกล้ามได้
และง่ายดายอย่างยิ่งอีกด้วย
แต่ในความเป็นจริง นักสู้โดยทั่วไปเมื่อพวกเขามีอายุ 15-16 ปี พวก
เขาก็จะมีการบ่มเพาะขั้นฝึกฝนกล้าม หากมีการบ่มเพาะจุดสูงสุดขั้น
ฝึกฝนกล้ามได้ ก็จะถือว่าดีมากทีเดียว
แต่สำหรับน่าอีกับน่าสุ่ยนั้น พวกนางมีอายุแค่ 15 ปี แต่พวกนางก็มี
การบ่มเพาะขั้นกล้ามเนื้อผันแปรแล้ว ถือเป็นการบ่มเพาะที่ก้าวหน้าไป
อย่างรวดเร็วอย่างยิ่ง
แต่ฉินซิงเซวียนนั้นมีการบ่มเพาะขั้นผสานชีพจรตั้งแต่ยังอายุ 15 ปี
เป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง
สำหรับหลินหมิงเขามีการบ่มเพาะขั้นกล้ามเนื้อผันแปรเมื่อตอนที่
อายุ 15 ปี แต่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาก็เทียบได้กับนักสู้ขั้นผสาน
ชีพจร! มันเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง
ด่านแรกเป็นอะไรที่ง่ายมากสำหรับเขา เขาเตรียมตัวให้พร้อม
สำหรับด่านที่ 2 ในเวลานี้เองร่างของชายชุดดำที่หลินหมิงจัดการไปก็
สลายกลายเป็นพลังงานบางอย่างพุ่งเข้ามาในร่างกายของเขา มันไหลไป
ตามกระดูก เส้นเลือดและแม้แต่เส้นชีพจรต่างๆทั่วร่างกายโดยไม่สูญ
เปล่าแม้แต่น้อย
“หืม?” หลินหมิงประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง “หรือว่านี่จะเป็นพลังแห่ง
แม่มด? ข้าได้มันมาแล้ว! ศัตรูที่ข้าสังหารจะกลายเป็นพลังต้นกำเนิดแห่ง
สวรรค์และปฐพีมาให้ข้าดูดซับ! น่าอัศจรรย์ยิ่ง!”
เมื่อหลินหมิงโคจรปราณแท้ของตัวเอง เขาก็ประหลาดใจที่พบว่า
พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีทำให้การบ่มเพาะขั้นกล้ามเนื้อผันแปรของ
เขาเสถียรมากขึ้น เขาก็สัมผัสได้ว่าระดับการบ่มเพาะของเขาก้าวหน้าขึ้น
ไปอย่างยิ่ง
หลินหมิงมีความสุข 72 เจย์ดีของผู้อาวุโสผู้นี้น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง
จะต้องมีความสามารถพิเศษอย่างยิ่งที่จะรวบรวมพลังต้นกำเนิดสวรรค์
และปฐพีได้มากมายเช่นนี้ ทั่วทั้งเจย์คือค่ายกลขนาดยักษ์ที่รวบรวม
พลังงานสวรรค์และปฐพี
อย่างไรก็ตาม ปราณของซึ่งควบแน่นที่นี่ได้มีขีดจำกัด ไม่สงสัยเลยว่า
มีเพียงแค่ผู้สืบทอดคนต่อไปเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าไปได้
เขาอดใจรอที่จะดูดซับพลังต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และปฐพีแทบไม่
ไหวแล้ว เจดีย์ผู้วิเศษเป็นแหล่งพลังต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และปฐพีที่ยอด
เยี่ยมจริงๆ
หลินหมิงกระโดดและไปโผล่บนชึ้นที่ 2 ศัตรูเป็นนักสู้ที่มีการบ่มเพาะ
ขั้นกล้ามเนื้อผันแปร
โดยทั่วไปแล้วนักสู้อัจฉริยะที่มีอายุ 15 ปี ก็ยังมีการบ่มเพาะแค่ขั้น
กล้ามเนื้อผันแปรเท่านั้น อย่างเช่นหวังหยานเฟิง ตอนที่เขาสอบเข้าสำนัก
เจ็ดแก่นแท้ เขาก็มีอายุ 15 ปีและมีการบ่มเพาะขั้นกล้ามเนื้อผันแปร
หลินหมิงปล่อยหมัดออกไปอีกครั้ง ในครั้งนี้เขาใช้เส้นใยปราณแท้
สั่นสะเทือน 800 เส้น ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เขาก็สามารถกำจัด
นักสู้คนนั้นได้!
ในด่านต้นๆนั้น หลินหมิงคิดจะเก็บออมพลังเอาไว้ให้มากที่สุด
เพราะหลังจากด่านที่ 4 ศัตรูที่ปรากฏตัวออกมาจะแข็งแกร่งเป็นอย่าง
มาก
หลินหมิงดูดซับพลังต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และปฐพีเข้าไปอีกครั้ง
ปริมาณมากกว่าพลังต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และปฐพีที่ได้รับจากนักสู้ที่มี
การบ่มเพาะขั้นขั้นฝึกฝนกล้ามเนื้อ
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง นักสู้ที่มีการบ่มเพาะที่จุดสูงสุดของขั้นกล้ามเนื้อ
ผันแปรก็ปรากฏตัวออกมาพร้อมกัน 2 คน พวกเขาอยู่ในชุดดำทั้งตัว
เช่นเดิม
หลินหมิงใช้ก้าวยางวิหคทองคำถลาลมพุ่งเข้าไปยังนักสู้ชุดดำทั้งสอง
อย่างรวดเร็ว หอกเงินแทงทะลุร่างของนักสู้ทั้งสองในหอกเดียว พวกเขา
ไม่มีโอกาสได้ตอบโต้เลยแม้แต่น้อย!
ขณะที่เขาดูดซับพลังต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และปฐพีเข้ามา เขาก็รู้สึก
ว่ากลามเนื้อของเขามีประสิทธิภาพสูงขึ้น มันแข็งแกร่งมากขึ้น!
หลินหมิงคิด “พลังแห่งเจดีย์ผู้วิเศษยอดเยี่ยมยิ่งนัก”
ในเวลานี้เอง มิติด้านหน้าของหลินหมิงเริ่มบิดเบื้อน ด้านหน้าของ
หลินหมิงก็ปรากฏทรงกลมสีแดงสีแดงขนาดใหญ่ขึ้นมากลางอากาศ บน
พื้นผิวของมันมีรอยยุบลงไปคล้ายรูปจี้ห้อยคอที่น่าอีให้เขามา
น่าอีกล่าวว่าต้องมีจี้ห้อยคอจึงเข้าสู้ด่านที่ 4 ได้ มิเช่นนั้นรับพลังจาก
เจดีย์ผู้วิเศษได้เพียง 3 ด่านแรกเท่านั้น
หลินหมิงดึงจี้ห้อยคอที่ได้รับจากน่าอีออกมาจากแหวนมิติและค่อยๆ
วางลงไปบนผิวของทรงกลมสีแดง
ทันใดนั้นจี้ที่น่าอีให้มาก็จมเข้าไปในทรงกลมสีแดงลูกนั้น และทรง
กลมสีแดงนั่นก็เปล่งแสงจ้าออกมา
ในหูของหลินหมิงได้ยินเสียงสวดบางอย่าง มันคล้ายกับที่เขาได้ยิน
ตอนที่น่าอีอธิฐานเพื่อเปิดประตูเข้ามาในดิยแดนผู้วิเศษ
“หืม? คำอธิฐาน…”
หัวใจของหลินหมิงสั่นสะท้านราวกับแผ่นดินไหว เมื่อตอนที่น่าอีเปิด
ค่ายกลเข้ามาในดินแดนผู้วิเศษ หลินหมิงได้ยินเสียงของนางที่คล้ายกัน
แต่ของน่าอีค่อนข้างคลุมเครือและไม่ชัดเจน หลินหมิงจึงไม่ได้ใส่ใจมาก
นัก และคิดว่ามันเป็นเพียงบทสวดที่ถูกส่งผ่านกันมาระหว่างผุู้สืบทอด
เท่านั้น
แต่ในตอนนี้ เสียงนี้ชัดเจนและดังก้องในหูของหลินหมิง มันเป็น
ภาษาหนึ่งของแดนเทวะ!
หลินหมิงได้เคยดูดซับเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของ 2 ผู้อาวุโสจากแดน
เทวะ ถึงแม้จะเป็นเสี้ยวเล็กแต่เมื่อนำ 2 ส่วนมารวมกัน หลินหมิงจึง
เข้าใจภาษาจากแดนเทวะ
มีเสียงดังออกมาจากภายในทรงกลมสีแดงนั่น “ประเมินระดับ
พรสวรรค์: ระดับสวรรค์ขั้นต่ำ ร้องขอเตรียมการเคลื่อนย้าย!”
หลินหมิงตกตะลึง แม้แต่พรสวรรค์ก็ถูกประเมินก็เป็นเกณฑ์ในการ
ประเมินหรือ?
และเขาก็ถูกประเมินว่ามีพรสวรรค์ ระดับสวรรค์ขั้นต่ำ!
ถึงแม้หลินหมิงจะมิรู้ว่าพรสวรรค์ระดับสวรรค์ขั้นต่ำนั้นหมายความ
ว่าอย่างไร แต่สิ่งที่เขารู้คือทั่วทั้งอาณาจักรลิขิตฟ้า หรือป่าไพศาลทางใต้ที่
กว้างถึง 200,000 ลี้ที่ถูกปกครองโดยสำนักหุบเขาเจ็ดแก่นแท้ มีเพียงแม้
ไม่กี่คนที่มีอายุเท่าเขาและสามารถมีความแข็งแกร่งเกินเขา!
และความหมายของข้อความที่ว่าร้องขอเตรียมการเคลื่อนย้าย มัน
หมายความว่าอย่างไร? เขาจะถูกค่ายกลเคลื่อนย้ายไปที่อื่นหรือ?