Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 192 วิหคเพลิง
“จะเชื่อเหลือไม่… ทำไมเจ้าไม่ถามจิตวิญญาณของเจ้าเอาเองหละ?”
หลินหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้มอันแสนชั่วร้าย
ภายในดวงตาของเด็กหนุ่มมีพลังอำนาจลึกลับบางอย่างโคจรอยู่ เมื่อ
ทหารคนนั้นมองไปที่ดวงตาของหลินหมิง จิตใจของเขาก็เต็มไปด้วยความ
หวาดกลัว
หลินหมิงได้กล่าวว่า เมื่อจิตวิญญาณถูกกลืนกินหรือแตกสลายไป
แล้วก็จะไม่สามารถกลับมาเกิดใหม่ได้อีก ทหารคนนั้นรู้สึกได้ว่านี่ไม่ใช่
เรื่องโกหก สาเหตุที่เขาไม่กลัวตายก็เพราะเชื่อว่าจะสามารถกลับมาเกิด
ใหม่ได้อีกครั้ง การที่ไม่สามารถกลับมาเกิดใหม่ได้และต้องทุกทรมานไป
ชั่วนิรันดร์คือสิ่งที่เขากลัวเป็นที่สุด
เขาเชื่อว่าหลินหมิงพูดความจริง เขาสัมผัสได้ว่าจิตวิญญาณบางส่วน
ของเขาถูกทำลายไปแล้ว!
เมื่อคิดเช่นนั้นเขาก็เริ่มเกิดความลังเล
“เจ้าจะเชื่อข้าหรือจะไปพิสูจน์ด้วยตัวเจ้าเอง?!” หลินหมิงถามด้วย
รอยยิ้มอันโหดร้าย
ทหารคนนั้นสะดุ้ง ปากของเขาสั่น เขารีบกล่าว “ถะ… ถามมา ข้าจะ
ตอบคำถามของเจ้า”
………………
หลินหมิงถามถึงเรื่องต่างๆที่เขาต้องการ คำถามของเขาส่วนใหญ่จะ
ถามเกี่ยวกับเปลวเพลิงนิรันดร์ เขาต้องการข้อมูลของเปลวเพลิงนิรันดร์
เพื่อที่จะสรุปว่าเปลวเพลิงนิรันดร์เป็นเปลวเพลิงที่แท้จริงหรือเป็นแค่
เปลวเพลิงธรรมดา
หลังจากที่ถามคำถามไปมากมาย เขาก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเปลวเพลิงนิ
รันดร์ต้องเป็นเปลวเพลิงที่แท้จริงอย่างแน่นอน และผู้ที่ครอบครอบเปลว
เพลิงนิรันดร์ก็เป็นนักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นปราณต้นฟ้าช่วงกลาง
สำหรับเหตุผลที่จิกูด้าเดินทางไปบึงทมิฬมีอยู่ 2 เหตุผล เหตุผลแรก
ก็คือยึดชนเผ่าบึงทมิฬ
ชนเผ่าบึงทมิฬเป็นชนเผ่าเล็กๆ เดิมทีชนเผ่านี้มีประชากรเพียงแค่
20000 คน แต่เมื่อไม่กี่ปีก่อน พวกเขาได้ค้นพบเหมืองแร่เหล็กขนาดใหญ่
ทำให้ฐานอำนาจของพวกเขาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก และในเวลานี้ชนเผ่านี้ก็
มีประชาการกว่า 50000 คนแล้ว นี่ถือเป็นการเจริญเติบโตของประชากร
ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เหมืองแร่เหล็กถือเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก เผ่าหนอนไฟต้องการ
ที่จะยึดครองชนเผ่าบึงทมิฬและใช้พวกเขาขุดแร่เหล็กและส่งไปยังชนเผ่า
หนอนไฟเพื่อสร้างอาวุธ ในเวลานี้ศัตรูที่ยิ่งใหญ่อย่างชนเผ่าน่าได้ล่มสลาย
ไปแล้ว ชนเผ่าหนอนไฟสามารถยึดครองป่าแดนใต้แห่งนี้ได้ในอนาคต
และการจะทำเช่นนั้นก็จำเป็นต้องมีแร่เหล็กจำนวนมาก
เหตุผลแรกที่ซือกู่ต้าเดินทางมาบึงทมิฬไม่ได้ทำให้หลินหมิงประ
หลายใจเลยแม้แต่น้อย แต่เหตุผลที่2ทำให้เขาตกตะลึงเป็นอย่างมาก
ซือกู่ต้าเดินทางมาบึงทมิฬเพื่อตามหาวิหคเพลิง!
วิหคเพลิงเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นรองเพียงแค่สัตว์ในตำนาน และ
วิหคเพลิงยังมีความสัมพันธ์กับสายพันธุ์ของนกฟีนิกซ์อีกด้วย
สัตว์ในตำนานอย่างเช่นมังกรที่แท้จริงหรือพญาอินทรีย์ทองคำเป็น
สัตว์ที่พบได้ยากเป็นอย่างยิ่ง ไม่ต้องพูดถึงในทวีปนภาลินไหล ต่อให้เป็น
ในแดนเทวะก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะได้พบ
ความแข็งแกร่งของสัตว์ในตำนานเหล่านี้หาที่เปรียบมิได้ แม้แต่
มนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนเทวะก็ยังไม่อาจต่อกรกับสัตว์ในตำนานได้
รองลงมาจากสัตว์ในตำนานก็เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ เช่นมังกรวารี วิหค
เพลิง เต่าวิญญาณ
หากเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังพอจะพบเห็นได้บ้างในทวีปนภาลินไหล
แต่ทวีปนภาลินไหลนั้นมีอาณาจักรอยู่มากมายหลายอาณาจักร และมี
พื้นที่กว้างใหญ่กว่าป่าแดนใต้หลายสิบเท่า การที่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์อย่างวิหค
เพลิงมาปรากฏตัวในพื้นที่เล็กๆอย่างป่าแดนใต้ถือเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ
เป็นอย่างมาก
แม้จะเป็นแค่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ แต่พวกมันก็แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ซือ
กู่ต้าคงไม่โง่พอที่จะไปจับพวกมัน เขาคงจะหาวิหคเพลิงเพื่อตามเก็บเปลว
เพลิงที่มันทิ้งเอาไว้
จากนั้นเขาก็คงนำเปลวเพลิงจากวิหคเพลิงไปเสริมพลัง เช่นเดียวกับ
ที่ฮัวกงนำเปลวเพลิงดอกบัวเพลิงไปเสริมพลัง หากโชคดีเขาก็จะได้รับ
เปลวเพลิงที่ทรงพลังและแข็งแกร่งเกือบเท่าเปลวเพลิงที่แท้จริง
แม้ว่าเปลวเพลิงจากวิหคเพลิงจะร้อนแรงและทรงพลัง แต่มันก็ไม่ใช่
เปลวเพลิงที่แท้จริง สิ่งที่เขาต้องการคือเปลวเพลิงนิรันดร์ที่เป็นเปลวเพลิง
ที่แท้จริง
หลินหมิงลูบคางของเขา “เหตุใดวิหคเพลิงถึงได้มาอยู่ที่ป่าแดนใต้
แห่งนี้? การที่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์มาอยู่ที่นี่อาจเป็นลางบอกเหตุจากสวรรค์ก็
เป็นได้?!”
……………………..
บึงทมิฬอยู่ลึกเข้าไปในป่าพรุเป็นพันลี้ ที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยสัตว์ดุ
ร้ายและอันตรายเป็นอย่างมาก
ป่าพรุแห่งนั้นอยู่ข้างๆกับภูเขาสายฟ้าคลั่ง ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงกว่า
100,000 ก้าว ยอดเขาของภูเขาสายฟ้าคลั่งอยู่เหนือชั้นของเมฆ ที่แห่ง
นั้นเกิดฝนฟ้าคะนองอยู่เป็นประจำ และเป็นเป็นฤดูฝนตลอดทั้งปี
5 วันต่อมา ทหารจากเผ่าหนอนไฟกว่า20000คนก็เดินทางมาถึงบึง
ทมิฬ พวกเราช่วยกันค้นหาวิหคเพลิงเพื่อรอเก็บเปลวเพลิงของมัน
นายทหารหลายสิบคนที่เป็นหัวหน้าหน่วยย่อยดูแลทหารทั้ง20000คนนี้มี
การฝึกฝนขั้นผสานชีพจรเป็นอย่างน้อย แต่ส่วนใหญ่เก็บเป็นนักสู้ขั้น
ผสานชีพจรช่วงต้น มีบางส่วนที่เป็นนักสู้ขั้นผสานชีพช่วงกลาง และมีแค่
ไม่กี่คนที่เป็นนักสู้ขั้นผสานชีพช่วงปลาย
พวกเขาค้นหาร่องรอยของวิหคเพลิงเป็นเวลากว่า10วัน แต่ผล
สุดท้ายพวกเขาก็ไม่พบแม้แต่เงาของวิหคเพลิง ในระหว่างนี้ทหารบาง
กลุ่มก็ต้องปะทะกับสัตว์ดุร้ายและเสียชีวิตไปกว่าร้อยคนแล้ว
ซือกู่ต้าโมโหเป็นอย่างมากที่ไม่พบหงส์ไฟในการออกตามหาครั้งนี้
เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าแม้แต่เปลวเพลิงที่วิหคเพลิงทิ้งเอาไว้ พวกเขาก็ไม่
มีโอกาศได้พบ
สามวันต่อมาซือกู่ต้าเรียกรวมพลและยกเลิกการค้นหาวิหคเพลิง เขา
รู้สึกโมโหเป็นอย่างมากที่ไม่ได้พบกับเปลวเพลิงของวิหคเพลิง เขาจะไป
ระบายความอารมณ์โดยการกวาดล้างชนเผ่าบึงทมิฬ
ชนเผ่าบึงทมิฬมีประชากรประมาณ 50000 คน และมีทหารเพียง
ประมาณ 5000 คนเท่านั้น พวกเขาจะต่อสู้กับกองทัพจากเผ่าหนอนไฟที่
มีทหาร 20000 คนได้อย่างไร?
ประชากรและทหารจากชนเผ่าบึงทมิฬไม่คิดที่จะทำสงครามและ
ต่อต้านกองทัพจากเผ่าหนอนไฟ พวกเขายอมถูกจับและตกเป็นทาสของ
เผ่าหนอนไฟแต่โดยดี
ซือกู่ต้าขี่ม้าสีแดงเข้มพร้อมหอกคู่ใจขนาด10ก้าววิ่งนำกองกำลัง
จำนวนหนึ่งมุ่งตรงไปยังที่พักของหัวหน้าเผ่า!
ระหว่างทางซือกู่ต้าก็ระบายอารมณ์โดยการตัดหัวคนที่เขาวิ่งผ่านไป
ด้วย เขาวิ่งไปยังที่พักของหัวหน้าเผ่าด้วยความคึกคะนอง
ทหารจากชนเผ่าหนอนไฟจะชอบปล้นหัวหน้าจากชนเผ่าอื่นเป็น
อย่างมาก เพราะทรัพย์สมบัติมีค่าและหญิงงามส่วนใหญ่ในชนเผ่าก็จะถูก
ส่งมาให้หัวหน้าเผ่า!
ปัง!
ซือกู่ต้าถล่มกำแพงที่พักของหัวหน้าเผ่าเข้ามา ที่พักของหัวหน้าเผ่า
เป็นห้องโถงที่กว้างใหญ่มาก แต่ในที่แห่งนี้กลับไม่มีใครอยู่เลยซักคน!
หัวหน้าเผ่าคงรู้ดีอยู่แล้วว่าจะต้องพ่ายแพ้ และเขาก็คงพานางบำเรอ
ทั้งหลายของเขาหนีไปนานแล้ว!
เหล่าหญิงสาวพวกนั้นไม่เคยฝึกฝนการต่อสู้มาก่อน เมื่อพวกนางหนี
ออกไปเช่นนี้ก็เป็นไปได้สูงที่จะตกเป็นอาหารของเหล่าสัตว์ดุร้ายในบึง
ทมิฬแห่งนี้
ซือกู่ต้าตะโกน “ถ่ายทอดคำสั่งของข้า ให้จับเชลยมารวมกันในห้อง
โถงแห่งนี้ ทรัพย์สมบัติและสิ่งของมีค่าต่างๆก็ให้นำมารวมกันที่นี่ด้วย ไป
ได้! นายพลทหารฝ่ายซ้าย!”
“ขอรับท่านแม่ทัพ!” ชายคนหนึ่งกระโดดลงจากม้าและก้าวออกมา
ข้างหน้า
“เจ้านำทหาร 5000 ไปตามล่าหัวหน้าเผ่าบึงทมิฬ ชายทุกคนที่กำลัง
หนีให้จับกลับมาทรมานให้ตายอย่างช้าๆ ส่วนผู้หญิงให้จับกลับมาเป็น
โสเภณี! ”
“ขอรับท่านแม่ทัพ!” ชายคนนั้นก้มหัวรับคำสั่งและกระโดดขึ้นไปบน
ม้าไปมุ่งหน้าออกไป
ผู้ที่หลบหนีย่อมต้องรับโทษหนักกว่าผู้ที่ยอมจำนน ดังนั้นคนจากชน
เผ่าบึงทมิฬส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะยอมตกเป็นทาส เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้
ผ่านไปซักพักก็มีเสียงกรีดร้องของชายคนหนึ่งดังขึ้นมา และมีเสียง
ร้องไห้ของเหล่าหญิงสาวอีกมากมาย
ซือกู่ต้ายิ้ม เขามีความสุขมากที่ได้ยินเสียงนี้
“ไปเร็ว! อย่าให้เสียเวลา!”
…………………
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เชลยทั้งหมดก็ถูกพาไปรวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่
ทั้งชายและหญิงต่างก็ถูกซ้อมและได้รับบาดเจ็บกันมาไม่มากก็น้อย
ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ทหารจากเผ่าหนอนไฟค่อยๆแบกหีบที่เต็มไปด้วยทรัพย์สมบัติเงิน
ทองเข้ามากองรวมกันในห้องโถงแห่งนั้น
“รายงานท่านแม่ทัพ พวกเราพบเด็กชายหญิงคู่หนึ่ง พวกเขา
สารภาพว่าเป็นลูกของหัวหน้าเผ่าบึงทมิฬ” ทหารผลักเด็กชายหญิงทั้ง
สองออกมา เด็กสองคนนี้ดูมีอายุราวๆ 16-17 ปี พวกเขาแต่งกายด้วยชุด
เก่าๆ ใบหน้าเบื้อนดินจนดูราวกับคนงานทั่วๆไป แต่หากสังเกตุที่มือของ
พวกเขา มือของพวกเขาอ่อนโยนและไม่ได้ด้านเหมือนคนงานทั่วๆไป
แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่เคยทำงานหนักมาก่อน
“ฮ่าๆ ดีมาก” ซือกู่ต้ายิ้มอย่างชั่วร้าย สำหรับชายหญิงคู่นี้ เด็กผู้ชาย
เขาจะเอาไปขายให้กับผู้ปกครองชนเผ่าที่เป็นผู้หญิง ผู้ปกครองชนเผ่าที่
เป็นผู้หญิงมักจะชอบเอาเด็กผู้ชายที่น่ารักและอ่อนโยนเช่นนี้ไปเป็นสัตว์
เลี้ยงของพวกนาง ส่วนเด็กผู้หญิงคนนั้นเขาจะให้มาเป็นนางบำเรอของ
เขาเอง
ซือกู่ต้ากระโดดลงจากหลังม้า และเดินตรงไปหาเด็กหนุ่มสาวทั้งสอง
เขาคว้าไปที่แขนของเด็กหญิงคนนั้น ทันใดนั้นเด็กหญิงคนนั้นก็ดึงหน้าไม้
ที่ซ่อนอยู่ออกมาและกำลังจะเหนี่ยวไกใส่ซือกู่ต้าในระยะประชิด ลูกศร
ของหน้าไม้เต็มไปด้วยยาพิษร้ายแรง
“ตายไปซะ!”
ซือกู่ต้าใช้ฝ่ามือตบไปที่แขนของเด็กหญิงคนนั้นอย่างรุนแรง เสียง
กระดูกหักดังสนั่น เด็กหญิงคนนั้นกรีดร้องออกมาอย่างน่าเวทนา นาง
เกือบจะหมดสติจากการเจ็บปวดที่เกิดขึ้น หากซือกู่ต้าไม่คิดจะเอานางมา
เป็นนางบำเรอ นางก็คงตายไปแล้ว
ในเวลานี้เอง ท่าทีของซือกู่ต้าก็เปลี่ยนไปในทันที สัญชาตญาณของ
เขาบอกว่าของกำลังตกอยู่ในอันตราย เขารีบกระโดดไปด้านหลัง ทันใด
นั้นก็มีแสงสีม่วงเล็กๆพุ่งออกมาอย่างไม่คาดฝัน แสงสีม่วงนั่นพุ่งไปที่เอว
ของเขาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ แสงนั่นทำให้เขารู้สึกชาขยับเขยื้อน
ร่างกายไม่ได้และเจ็บปวดจนอยากจะกระอักเลือดออกมา
“ใครน่ะ!?”