Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 197 หญ้าสายฟ้า
หุบเขาสายฟ้าคลั่งที่สูงกว่า 10,000 ก้าวแห่งนี้ ช่วงตีนเขาจะเป็นป่า
ไม้อันเขียวชอุ่ม มีวัชพืชอยู่บ้างประปราย ช่วงกลางของหุบเขาก็จะเป็น
บริเวณที่มีอากาศหนาวและมีหิมะตก สูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นยอดเขาซึ่งมี
ฟ้าผ่าอยู่ตลอดเวลา
เมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไปด้านบนก็จะเห็นเป็นสีเขียวของป่าไม้ สี
ขาวของหิมะ สีน้ำตาลของแผ่นดินบนยอดเขา และสีม่วงของสายฟ้า
ตามลำดับ
ต้นไม้ตามตีนเขาของหุบเขาแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก ต้องใช้ชายวัน
กลางคนถึง7-8คนกางแขนต่อกัน ถึงจะสามารถโอบล้อมต้นไม้ขนาดใหญ่
เหล่านั้นได้
ขณะที่หลินหมิงเดินขึ้นไปบนภูเขา เขาก็ได้พบต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่
ตามตีนเขา ต้นไม้ใหญ่บางต้นมีความสูงกว่า 1000 ก้าวและมีอายุมากถึง
5000 ปี
ในป่าตามตีนเขาแห่งนี้มีสัตว์ดุร้ายอยู่มากมายเช่นเดียวกับบึงทมิฬ
ทั้งงูพิษ แมลงพิษ และสัตว์ดุร้ายอื่นๆต่างก็อาศัยอยู่บริเวณนี้
หลินหมิงได้ซื้อยาแก้พิษสำหรับขจัดพิษของสัตว์พิษเหล่านี้มาเตรียม
ไว้แล้ว ทำให้เขาไม่ต้องกังวลเรื่องพิษของสัตว์ดุร้ายเหล่านั้น
หลินหมิงค่อยๆเดินทางขึ้นไปบนภูเขาอย่างระมัดระวัง เมื่อเขา
เดินทางขึ้นมาซักพักเขาก็พบกับทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง หญ้าในทุ่งหญ้าแห่งนี้สูง
กว่าความสูงของมนุษย์เสียอีก และในทุ่งหญ้าเช่นนี้ยังเต็มไปด้วยงูพิษ
และสัตว์ดุร้ายอื่นๆ
หลินหมิงเดินตรงเข้าไปในทุ่งหญ้า เมื่อเดินเข้ามาพักหนึ่งเขาก็พบกับ
สิ่งที่น่าแปลใจ ทร่ามกลางทุ่งหญ้าที่มีหญ้าขึ้นหนาแน่นแห่งนี้ กลับมีบาง
บริเวณที่เป็นพื้นที่ว่างเปล่าและไม่มีหญ้าขึ้นเลยแม้แต่ต้นเดียว พื้นที่ว่าง
เปล่าแห่งนั้นมีก้อนหินสีดำขนาดใหญ่วางอยู่ตรงกลาง
ก้อนหินสีดำนั้นคือแร่ที่มีสภาพเป็นแม่เหล็ก มีต้นหญ้าสีขาวใบเรียว
แหลมต้นหนึ่งที่เจริญเติมโตอยู่บนรอยร้าวของหินสีดำก้อนนั้น ต้นหญ้าสี
ขาวนั่นสูงประมาณ 1 ก้าว ตรงกลางของต้นหญ้ามีผลของมันอยู่ ผลของ
ต้นหญ้าส่องแสงเป็นประกายสีขาวและมีสายฟ้าอ่อนๆสถิตอยู่
หญ้าสายฟ้า!
หลินหมิงได้ศึกษาข้อมูลต่างๆของหญ้าสายฟ้าจากตำราที่เขาซื้อมา
เขาจดจำรูปลักษณ์ของหญ้าสายฟ้าที่ตำราเล่มนั้นบรรยายไว้ได้เป็นอย่าง
ดี
“ใบเป็นสีขาวและเส้นใยมีสีแดงจางๆ… มันคงจะเป็นหญ้าสายฟ้า
อายุ 50 ปี”
หลินหมิงเด็ดผลของต้นหญ้าสายฟ้าออกมา เขาไม่คิดที่จะถอนมัน
ออกมาทั้งต้น กว่ามันจะเจริญเติบโตมาได้ถึงขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เขา
ไม่ต้องการที่จะทำลายชีวิตของมัน สิ่งที่เขาต้องการก็คือพลังสายฟ้าที่อยู่
ในผลของมันเท่านั้น
เขาถือผลของหญ้าสายฟ้าเอาไว้และดูดพลังสายฟ้าเข้าไปในร่างกาย
พลังสายฟ้าจากผลของหญ้าสายฟ้าค่อยๆไหลผ่านเส้นชีพจรตรงไปที่หัวใจ
ของเขา และถูกเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราชคลั่งกลืนกินเข้าไปอย่าง
ตะกละตะกลาม
หลินหมิงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย จิตวิญญาณสายฟ้าที่อยู่ในเมล็ดพันธุ์
แห่งเทพทรราชคลั่งไม่ได้แข็งแกร่งขึ้นเลยแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าพลัง
สายฟ้าจากผลของหญ้าสายฟ้าอายุ 50 ปีไม่คุณค่าไม่พอที่จะทำให้มัน
เจริญเติบโตขึ้น
หลินหมิงถอนหายใจ พลังสายฟ้าจากผลของหญ้าสายฟ้าที่เขา
ดูดกลืนเข้าไปนี้อ่อนแอกว่าพลังสายฟ้าที่อยู่ในห้องฝึกฝนของหุบเขาฟ้า
คำรามแห่งสำนักเจ็ดแก่นแท้ ความหวังที่จะตามหาหญ้าสายฟ้าเพื่อเพิ่ม
พลังของจิตวิญญาณสายฟ้าแหลกสลายไปในพริบตา
หากเขาต้องการให้จิตวิญญาณสายฟ้าเจริญเติบโตขึ้น เขาคงต้องใช้
ผลของหญ้าสายฟ้าอายุ หลายร้อยปีหรือเป็นพันปี และเขายังต้องหาวิธี
ดึงพลังสายฟ้าออกจากร่างของกิ้งก่าสายฟ้า ยังมีโอกาสอีกเล็กน้อยที่เขา
จะสามารถทำให้จิตวิญญาณสายฟ้าเจริญเติบโตขึ้นได้
แม้ว่าสายฟ้าอันทรงพลังที่ผ่าลงมาอย่างต่อเนื่องบนยอดเขาของหุบ
เขาสายฟ้าคลั่งจะสามารถทำให้จิตวิญญาณสายฟ้าเติบโตขึ้นได้อย่าง
แน่นอน แต่ที่แห่งนั้นมีกิ้งก่าสายฟ้าสีม่วงที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับ
นักสู้ขั้นปราณปลายฟ้าอยู่เต็มไปหมด เขาคงไม่สามารถขึ้นไปบนยอดเขา
ได้
หลินหมิงเดินทางเพื่อตามหาหญ้าสายฟ้าต่อไป เขาหวังว่าเขาจะได้
พบกับหญ้าสายฟ้าที่มีอายุหลายร้อยปีหรือเป็นพันปี หลังจากเดินทาง
ต่อมาซักพัก เขาก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ดังมาจากข้างหน้า
นอกจากสัตว์ดุร้ายที่แสนอันตรายอย่างกิ้งก่าสายฟ้าแล้ว มนุษย์ที่
เต็มไปด้วยความโลภบนหุบเขาแห่งนี้ก็อันตรายไม่แพ้กัน พวกเขาสามารถ
ฆ่าและปล้นทรัพย์สมบัติของนักสู้คนอื่นๆไปโดยไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย
แต่หลินหมิงก็ไม่ได้กังวล นักสู้แทบทั้งหมดที่อยู่บริเวณตีนเขานั้นมี
ระดับการฝึกฝนต่ำกว่าขึ้นที่ 5 นักสู้พวกขั้นไม่สามารถทำอันตรายต่อเขา
ได้
และหุบเขาแห่งนี้ก็ไม่ค่อยมีนักสู้ขั้นผสานชีพจรหรือระดับปราณฟ้า
ซักเท่าไร เพราะคนส่วนใหญ่ที่มาที่นี่ก็เพื่อเก็บหญ้าสายฟ้าไปขาย และต่อ
ให้เป็นหญ้าสายฟ้าอายุ 100 ปี ก็ยังขายได้แค่ 100 เหรียญทอง ซึ่งมัน
เป็นจำนวนเงินที่น้อยมาสำหรับนักสู้ขั้นผสานชีพจรและนักสู้ระดับปราณ
ฟ้า
ยิ่งหลินหมิงเดินตรงไปข้างหน้า เสียงการต่อสู้ที่ได้ยินก็ชัดเจนขึ้น
เรื่อยๆ เขาได้ยินเสียงดาบปะทะกันและเสียงคำรามของสัตว์ดุร้าย
หลินหมิงแผ่พลังวิญญาณออกไปข้างหน้าเพื่อตรวจสอบสถานการณ์
ทั้งหมด เขาพบว่าห่างออกไปไม่ไกลมีนักสู้ 5 คนกำลังรุมล้อมสัตว์ดุร้าย
ตัวหนึ่งอยู่ สัตว์ดุร้ายตัวนี้มีรูปร่างคล้ายแรด บนหลังของมันมีเกล็ดที่
แข็งแรงทนทาน หางของมันมีขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยหนามอันแหลม
คม
เขาสัมผัสได้ว่าความแข็งแกร่งของสัตว์ดุร้ายตัวนี้เทียบเท่ากับความ
แข็งแกร่งของนักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นที่ 4 ผิวหนังของมันหนาและยังถูกปก
คลุมด้วยเกล็ดแข็ง ทำให้มันทนทานและถูกทำร้ายได้ยาก และหางของ
มันยังมีพละกำลังมหาศาลและเต็มไปด้วยหนามอันแหลมคม การฟาด
หางของมันสามารถบดขยี้ก้อนหินให้แตกเป็นเสี่ยงๆได้อย่างง่ายดาย
ส่วนนักสู้ห้าคนที่รุมล้อมมันอยู่เป็นชาย 3 คนและหญิง 2 คน พวก
เขาทั้งห้ามีรอยสักรูปมังกรดำขนาดเล็กอยู่บนอกด้านขวา แสดงให้เห็นว่า
พวกเขามาจากชนเผ่าหรือสำนักเดียวกัน หญิงสาวสองคนนั้นเป็นฝาแฝด
ที่หน้าตาเหมือนกัน พวกนางมีอายุประมาณ 19 ปีและมีการฝึกฝนขั้นที่ 3
พวกนางใช้ดาบเป็นอาวุธ ซึ่งมันไม่สามารถทำอันตรายต่อสัตว์ดุร้ายตัวนั้น
ได้เลย
สำหรับชายอีก 3 คน เป็นเด็กหนุ่มที่มีการฝึกฝนขั้นที่ 3 ช่วงต้นคน
หนึ่ง และชายวัยกลางคนอีก 2 คน ชายวัยกลางคนแรกมีการฝึกฝนขั้นที่
4 ช่วงต้น และอีกคนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำมีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของขั้น
ที่ 4
นักสู้ที่มีการฝึกฝนที่จุดสูงสุดของนั้นที่ 4 สวมชุดสีดำและใช้ไม้พลอง
เหล็กทมิฬเป็นอาวุธ สำหรับสัตว์ดุร้ายที่มีเกล็ดหนาเช่นนี้ การใช้อาวุธ
ประเภทไม้พลองหรือหอกจะเหมาะสมที่สุด นักสู้คนนี้มีการตอบสนองที่
รวดเร็ว เขาจะเป็นคนที่ดึงความสนใจของสัตว์ดุร้ายตัวนั้นเอาไว้
เขาโจมตีไปบริเวณหน้าผากของสัตว์ดุร้าย นี่เป็นจุดอ่อนจุดหนึ่งของ
สัตว์ดุร้ายประเภทนี้
แม้ว่าแรดเกล็ดหนาจะมีพลังป้องกันสูงมาก แต่มันก็ไม่สามารถต่อกร
กับกลุ่มนักสู้ทั้ง5คนนั้นได้ ในที่สุดเลือดก็เริ่มซึมออกมาจากดวงตาและหู
ของมัน
เมื่อนักสู้ชุดดำคนนั้นเห็นว่าแรดเกล็ดหนาเริ่มอ่อนแรง เขาก็ใช้
ทักษะต่อสู้อันทรงพลังของเขา ไม้พลองเหล็กทมิฬเริ่มเปล่งแสงสีแดงเข้ม
ออกมา
“ทลายห้าบุปผา!”
ชายชุดดำคำราม ไม้พลองเหล็กฟาดเข้าไปกลางหน้าผากของแรด
เกล็ดหนาอย่างรุนแรง เสียงกระโหลกแตกดั่งสนั่น
แรดเกล็ดหน้าขาทรุด ร่างไร้วิญญาณของมันล้มลงไปบนพื้น
“ศิษย์พี่ วิชาของท่านทรงพลังจริงๆ!” เด็กหนุ่มคนหนึ่งกล่าวชื่นชม
ชายชุดสีดำด้วยความนับถือ
ชายชุดสีดำหัวเราะออกมาและกล่าว “ไปตัดนอของมันมา นอของ
มันมีค่าและขายได้แพงมากทีเดียว”
“ขอรับ” เด็กหนุ่มตอบรับและรีบทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวฝาแฝดทั้งสองมองชายหนุ่มชุดดำด้วยความอิจฉาและกล่าว
“วิชาทลายห้าบุปผาของศิษย์พี่ทรงพลังอย่างยิ่ง น่าเสียดายที่พวกข้าทั้ง
สองยังไม่เคยได้เรียนรู้วิชาจู่โจมใดใดเลย… ”
สำหรับนักสู้ทั่วๆไป การจะได้ฝึกวิชาที่ทรงนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก
วิชาและเคล็ดบ่มเพาะต่างๆที่พวกเขาทั้งห้าฝึกฝนมาเป็นวิชาและ
เคล็ดบ่มเพาะระดับต่ำๆทั้งสิน พวกเขามาจากสำนักเล็กๆที่มีศิษย์อยู่ไม่กี่
คน และเจ้าสำนักของสำนักแห่งนั้นถูกเรียกว่า ‘ท่านอาจารย์’ และยังมี
การฝึกฝนแค่จุดสูงสุดของขั้นที่5
สำหรับนักสู้ทั้งห้าคนนั้น หากเทียบกับเหล่าศิษย์ที่มีอายุเท่ากันจาก
สำนักเจ็ดแก่นแท้แล้วยังถือว่าอ่อนแอกว่ามาก
เมื่อได้ยินเสียงเยินยอของหญิงสาวทั้งสอง ชายชุดดำก็กล่าว “ซางยู่
ซางหลาน พวกเจ้าอย่าได้กังวลไปเลย พรสวรรค์ของพวกเจ้าก็ถือว่าสูง
แล้ว หากพวกเจ้ามุ่งมั่นทำประโยชน์ต่อไป ท่านอาจารย์จะต้องถ่ายทอด
วิชาที่ทรงพลังให้พวกเจ้าแน่นอน ข้าจะพูดถึงความดีความชอบของพวก
เจ้าและขอให้ท่านอาจารย์ถ่ายทอดวิชา ‘เก้าดอกไม้ใบมีด’ ให้พวกเจ้า”
หญิงสาวทั้งสองยิ้มออกมาอย่างมีความสุขและกล่าว “ขอบใจศิษย์พี่”
ชายชุดดำพยักหน้ารับคำขอบใจ เขารู้สึกมีความสุขมาที่ได้เป็นที่ชื่น
ชอบของหญิงสาวทั้งสอง
ในเวลานี้เองชายชุดดำคนนั้นก็สังเกตเห็นหลินหมิง เขารู้สึกตกใจ
มาก เขาไม่รู้สึกมาก่อนเลยว่ามีใครอยู่ในบริเวณนี้
แต่ในเวลานี้หลินหมิงยังแสดงระดับการฝึกฝนของตัวเองเป็นการ
ฝึกฝนขั้นที่ 3 อยู่ ชายชุดดำคนนั้นจึงไม่ได้รู้สึกเป็นกังวล
ชายชุดดำมองไปที่หลินหมิงและกล่าว “สวัสดีพ่อหนุ่ม เจ้าเองก็ออก
ผจญภัยในหุบเขาแห่งนี้เหมือนกันรึ? เจ้าอยากผจญภัยร่วมกับพวกข้า
หรือไม่? ข้าว่าหุบเขาสายฟ้าคลั่งแห่งนี้คงจะอันตรายเกินไปสำหรับนักสู้ที่
มีการฝึกฝนขั้นที่ 3 ช่วงต้นอย่างเจ้า เจ้าไม่ควรที่จะออกผจญภัยตาม
ลำพัง”
เมื่อนักสู้อีก 4 คนที่มากับชายชุดดำได้เห็นหลินหมิง พวกเขาก็ตกใจ
เป็นอย่างมาก เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่านักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นที่ 3 ช่วงต้น
อย่างหลินหมิงจะกล้าขึ้นมาบนหุบเขาแห่งนี้ด้วยตัวคนเดียว
หลินหมิงกล่าว “ไม่เป็นไร ข้าเคยชินกับการออกผจญภัยคนเดียว”
หลังจากได้รับคำปฏิเสธจากหลินหมิง ชายชุดดำก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
ภายในใจเขาหวังจะให้หลินหมิงประสบอุบัติเหตุและได้รับบาดเจ็บสาหัส
ในความคิดของชายชุดดำคนนั้น แม้ว่าการที่สามารถทะลวงขึ้นมา
การฝึกฝนขั้นที่ 3 ได้ตั้งแต่อายุ15ปีจะเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ แต่หลินห
มิงก็ยังขาดประสบการณ์และยังไม่รู้จักโลกภายนอกดีพอ ท้ายที่สุดหลินห
มิงก็คงต้องถูกสัตว์ดุร้ายฆ่าตายอย่างน่าสังเวช
เด็กหนุ่มที่อยู่ด้านข้างกับชายชุดดำพูดขึ้นมาเบาๆ “ปล่อยให้เจ้านั่น
ผจญภัยคนเดียวไปเถอะ การที่มันปฏิเสธท่าน ก็เหมือนกับการปฏิเสธที่
จะมีชีวิตอยู่ มันคงจะตายในอีกไม่ช้า”