Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 196 หุบเขาสายฟ้าคลั่ง
วิหคเพลิงมีขนาดตัวสูงกว่า 50 ก้าว ทั่วทั้งร่างของมันถูกปกคลุมด้วย
เปลวเพลิงอันร้อนระอุ วิหคเพลิงเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่สง่างามเป็นอย่างยิ่ง
แม้ว่าวิหคเพลิงจะอยู่ห่างออกไปไกลถึง 600 ลี้ แต่หลินหมิงก็ยังรู้สึก
ได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากวิหคเพลิงตัวนั้น
แรงกดดันจากวิหคเพลิงทำให้ความเร็วของเขาถูกบั่นทอนลงไป เขา
ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เร็วเหมือนปกติ เขาเหลือบไปมองเด็กเปลวเพลิง
ที่กำลังเหาะตามหลังเขามาติดๆ เด็กเปลวเพลิงก็ได้รับผลกระทบจากแรง
กดดันของวิหคเพลิงเช่นกัน และดูเหมือนว่าแรงกดดันจากวิหคเพลิงจะ
ส่งผลกับเด็กเปลวเพลิงรุนแรงกว่าที่ส่งผลกับเขาหลายเท่า เด็กเปลวเพลิง
นั่นหยุดเหาะไล่ตามเขาแล้ว มันตัวสั่นและมองไปที่วิหคเพลิงด้วยความ
หวาดกลัว
มันกำลังหวาดกลัวอย่างนั้นหรือ?!
ในเวลานี้เอง วิหคเพลิงก็จ้องมองมาที่เด็กเปลวเพลิงราวกับเป็น
เหยื่ออันโอชะ เมื่อได้เห็นสายตาของวิหคเพลิงเด็กเปลวเพลิงก็พยายาม
เหาะหนีไปพร้อมกับกรีดร้องทุรนทุราย!
ความเร็วของเด็กเปลวเพลิงลดลงไปมาก ความเร็วของมันในตอนนี้
เหลือแค่ครึ่งเดียวของความเร็วที่มันใช้เหาะไล่ตามหลินหมิง และจู่ๆร่าง
ของเด็กเปลวเพลิงนั่นก็เปล่งแสงออกมา และหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย!
มันหนีไปแล้ว?!
หลินหมิงรีบเหาะไปข้างหน้าต่ออย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าเด็กเปลว
เพลิงนั่นกลัววิหคเพลิงเป็นอย่างมาก
วิหคเพลิงเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ธาตุอัคคี เหตุผลที่ซือกู่ต้าตามหาวิหค
เพลิงก็เพราะต้องการขนเพลิงหรือเปลวเพลิงที่มันทิ้งเอาไว้ ซือกู่ต้าจะเก็บ
เปลวเพลิงของวิหคเพลิงไปเสริมพลังและกลั่นออกมาเป็นเปลวเพลิงที่ทรง
พลังยิ่งขึ้น
สำหรับวิหคเพลิง มันต้องการกลืนกินเปลวเพลิงนิรันดร์ ซึ่งเป็นเปลว
เพลิงที่แข็งแกร่งกว่าเปลวเพลิงของมัน มันจึงต้องการที่จะกลืนกินเด็ก
เปลวเพลิงที่เป็นเปลวเพลิงนิรันดร์คนนั้น
เด็กเปลวเพลิงที่เป็นเปลวเพลิงที่แท้จริงกลัวว่าจะถูกวิหคเพลิงกลืน
กิน มันจึงรีบหลบหนี
เมื่อหลินหมิงเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้วเขาก็หัวเราะออกมา เขา
ใช้ความเร็วเต็มพิกัดเหาะหนีออกไป
เขากลัวว่าเด็กเปลวเพลิงจะกลับมาตามล่าเขาอีก เมื่อเขาเหาะมา
ระยะหนึ่งแล้ว เขาก็กลับลงไปบนพื้นดิน บึงทมิฬอันกว้างใหญ่แห่งนี้เป็น
ป่าทึบที่มีหญ้าสูงเกือบ 10 ก้าว ที่แห่งนี้เป็นที่ซ่อนตัวชั้นยอด
หลินหมิงหาบริเวณที่ดูปลอดภัยและนั่งลงทำสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลัง
ปราณของตนเอง เขาลบเสียงลมหายใจ เสียงชีพจรเต้น และการมีตัวตน
ต่างๆทั้งหมดออกไป ในเวลานี้เขาไม่ต่างกับอากาศ ไม่มีทางที่ใครจะ
สัมผัสได้ว่าเขามีตัวตนอยู่ที่นี่
หลังจากผ่านไป 3 ชั่วโมง ฟ้าก็เริ่มมืด สำหรับบึงทมิฬ ช่วงเวลา
กลางคืนเป็นช่วงเวลาที่อันตรายอย่างมาก เขาจะต้องรีบฟื้นคืนพลังปราณ
และสภาพร่างกายของเขาให้กับมาพร้อมที่จะต่อสู่มากที่สุด
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง เสียงก้อนหินแตกเบาๆก็ดังขึ้นมา หินพลังปราณ
ในมือของเขาแตกออกเป็นสองซีก หลินหมิงลืมตาขึ้นมา ตอนนี้พลัง
ปราณของเขาฟื้นฟูกลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แล้ว
แม้ว่าในยามค่ำคืน บึงทมิฬแห่งนี้จะมีแมลงพิษและงูพิษอยู่มากมาย
เต็มไปหมด และหลินหมิงสามารถเหาะกลางอากาศได้ เขาจึงไม่
จำเป็นต้องคำนึงถึงสัตว์ดุร้ายเหล่านั้น
เขาคาดว่าเขาคงจะอยู่ในส่วนกลางของบึงทมิฬ
บึงทมิฬนั้นกว้างใหญ่และมีระยะทางยาวเป็นพันๆลี้ หุบเขาสายฟ้า
คลั่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 800 ลี้
หลังจากสังหารซือกู่ต้า หลินหมิงตั้งใจที่จะเดินทางไปยังหุบเขา
สายฟ้าคลั่ง ที่แห่งนั้นอาจจะมีพลังสายฟ้าที่เขาต้องการอยู่
น่าอีกล่าวว่าหญ้าสายฟ้าบนหุบเขาสายฟ้าคลั่งมีอายุหลายร้อยปี มัน
เป็นสิ่งที่มีมูลค่ามหาศาลจนแทบจะไม่อาจประเมินราคาได้ แม้แต่นักสู้ขั้น
ปราณต้นฟ้าก็ยังไม่กล้าขึ้นไปบนหุบเขาสายฟ้าคลั่ง พวกเขาทำได้เพียงแค่
ผจญภัยและค้นหาสมบัติอยู่ตามตีนเขาเท่านั้น
หลินหมิงคาดว่าความแข็งแกร่งของเขาคงเกือบจะเทียบกับนักสู้ขั้น
ปราณต้นฟ้าได้แล้ว หากเขาผจญภัยและหาสมบัติอยู่ตามตีนเขาก็คงไม่
เป็นอันตรายอะไร
ในค่ำคืนที่มืดมิด มีแสงจันทร์สลัวๆสาดส่องลงมา หลินหมิงกำลังวิ่ง
ไปทางหุบเขาสายฟ้าคลั่งอย่างรวดเร็ว เมื่อปลายเท้าของเขาสัมผัสกับ
ยอดของต้นหญ้า ร่างของเขาก็จะพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ในแต่ละ
ย่างก้าวเขาสามารถเคลื่อนที่ได้ไกลถึง 100 ก้าว
เมื่อเขาห่างจากหุบเขาสายฟ้าคลั่งประมาณ 200 ลี้ เขาก็มองเห็นเงา
ของภูเขาที่ใหญ่โตมโหฬาร
ยอดเขาของหุบเขาแห่งนั้นมีแสงสีขาวกระพริบไปมาไม่ขาดสาย แสง
นั้นคือแสงจากฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นบนยอดเขาอยู่ตลอดเวลา
หุบเขาสายฟ้าคลั่งแห่งนี้เกิดฝนฟ้าคะนองอย่างต่อเนื่องมานานกว่า
10,000 ปีแล้ว!
หุบเขาสายฟ้าคลั่งเป็นหุบเขาที่สูงที่สุดในป่าแดนใต้ ยอดเขาของ
ภูเขาแห่งนี้สูงกว่า 100,000 ก้าวและทะลุขึ้นไปอยู่เหนือชั้นของเมฆ บน
ยอดเขาของหุบเขาสายฟ้าคลั่งจะมีหิมะตกและมีฝนฟ้าคะนองตลอดเวลา
ที่ราบสูงถูกแบ่งออกเป็น 6 ชั้น ชั้นใต้เมฆเรียกว่า ชั้นใต้เมฆถูก
เรียกว่า ชั้นใต้สวรรค์ ในชั้นนี้อาจมีหิมะตกหรือฟ้าผ่าได้บ้างเป็นบางครั้ง
นี่เป็นชั้นที่มนุษย์อาศัยอยู่ ไม่ได้มีอะไรพิเศษ
เหนือชั้นของเมฆขึ้นไป 9000 ก้าวจะเป็นชั้นสวรรค์โหมกระหน่ำ ใน
ชั้นนี้จะมีลมพัดรุนแรงอย่างยิ่ง แม้แต่นกอินทรีย์สวรรค์ก็ยังไม่อาจบินบน
ชั้นนี้ได้
เหนือชั้นของเมฆขึ้นไป 30,000 ก้าว จะเป็นชั้นสวรรค์โกลาหล ใน
ชั้นนี้พลังธาตุต่างโลหะ ไม้ น้ำ ไฟ ดิน สายฟ้า ลม จะมีสภาพสมบูรณ์ ที่
แห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีแรงกดดันมหาศาล ต่อให้เป็นนักสู้ขั้นปราณปลาย
ฟ้า ถ้าได้รับแรงกดดันจากชั้นสวรรค์โกลาหลเป็นเวลานานก็ยังมีโอกาส
ตายได้
หุบเขาสายฟ้าคลั่งมีความสูงถึง 100,000 ก้าว ยอดเขาของหุบเขา
แห่งนี้จึงอยู่ในชั้นสวรรค์โกลาหล และเนื่องจากภูเขาแห่งนี้มีความเป็น
แม่เหล็กอยู่มาก ทำให้เกิดฟ้าผ่าอย่างรุนแรงอยู่ตลอดเวลา
นี่คือเหตุผลหุบเขาแห่งนี้ถูกเรียกว่าหุบเขาสายฟ้าคลั่ง
หลินหมิงคาดการณ์ว่า บนยอดเขาของหุบเขาสายฟ้าคลั่ง จะต้องมี
สายฟ้าทีทรงพลังสถิตอยู่อย่างแน่นอน แม้ว่าเขาจะต้องการมัน แต่ขนาด
นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้ายังไม่อาจขึ้นไปได้ เขาเองก็คงหมดหวังที่จะได้ดูดซับ
พลังสายฟ้าที่ยิ่งใหญ่นั่น!
แต่ถึงกระนั้นหลินหมิงก็ยังอยากจะลองดู หากเขาไปต่อไม่ไหวแล้ว
ค่อยถอยกลับลงมาก็ยังไม่สาย!
ผ่านไปอีก 2 ชั่วโมง หลินหมิงก็เดินทางมาถึงตีนเขาของหุบเขา
สายฟ้าคลั่ง เขาพบว่าที่ตีนเขาของหุบเขาแห่งนี้มีหมู่บ้านเล็กๆอยู่ มันคง
เป็นหมู่บ้านของชนเผ่าใดซักชนเผ่าหนึ่งในป่าแดนใต้แห่งนี้
แม้ว่าตอนนี้จะยังเช้ามืดอยู่ แต่พวกเขาก็เริ่มตื่นมาเตรียมตัวทำงาน
บางคนก็เป็นชาวนาแบกเครื่องไม้เครื่องมือและเมล็ดพันธุ์ออกไปทำนา
บางคนก็ออกล่าสัตว์ บางคนก็ทำเครื่องปั้นดินเผา แต่ละคนก็มีหน้าที่ที่
แตกต่างกันออกไป
หลังจากเดินเข้ามาในหมู่บ้านเล็กๆของชนเผ่าแห่งนี้ เขาก็เดินเข้าไป
ในโรงเตี้ยมแห่งหนึ่งเพื่อจะเช่าที่พักอาศัย เขาแผ่พลังวิญญาณออกไป
ตรวจสอบสิ่งต่างๆในบริเวณที่โรงเตี้ยมแห่งนี้ และเขาก็ประหลาดใจเป็น
อย่างมาก ในหมู่บ้านแห่งนี้มีนักสู้อยู่เต็มไปหมด แทบไม่มีคนธรรมดาที่
ไม่ได้ฝึกฝนการต่อสู้อยู่เลย แม้แต่เจ้าของที่พักก็ยังเป็นนักสู้ที่มีการฝึกฝน
ขั้นที่1
คนเหล่านี้มาที่นี่เพื่อตามหาหญ้าสายฟ้าอย่างนั้นหรือ?
“พ่อหนุ่ม เจ้าพึ่งเคยมาที่หุบเขาสายฟ้าคลั่งอย่างนั้นหรือ?” เจ้าของ
โรงเตี้ยมกล่าวถามหลินหมิง
“ใช่แล้ว” หลินหมิงพยักหน้า ในเวลานี้เขาลดระดับการฝึกฝนของ
ตนเองลงมาเป็นการฝึกฝนขั้นที่3 เพื่อให้เหมาะสมกับอายุของเขา
โดยทั่วไปเด็กที่มีอายุ 15 ปีแต่สามารถทะลวงมาการฝึกฝนขั้นที่ 3 ได้ก็ถือ
ว่าเป็นอัจฉริยะแล้ว
“พ่อหนุ่มอายุยังน้อย แต่ก็มีการฝึกฝนขั้นที่ 3 แล้ว ความมุ่งมั่นของ
เจ้าช่างน่าประทับใจเสียจริงๆ แต่หุบเขาสายฟ้าคลั่งก็ยังอันตรายเกินไป
สำหรับนักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นที่ 3 อย่างเจ้า การจะขึ้นไปบนเนินเขาและ
ค้นหาหญ้าสายฟ้าคงจะเป็นเรื่องยากเกินไปสำหรับเจ้า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลินหมิงก็ยิ้มออกมาอย่างสุขใจ ดูเหมือนว่าเจ้าของ
โรงเตี้ยมคนนี้จะมีข้อมูลของหุบเขาสายฟ้าคลั่งอยู่มากทีเดียว
หลินหมิงถาม “หญ้าสายฟ้ามีคุณประโยชน์อย่างไร? เหตุใดจึงมีนักสู้
มากมายยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อค้นหามัน?”ในความคิดของหลินหมิง หญ้า
สายฟ้าน่าจะเป็นที่ต้องการแค่นักสู้ที่ใช้พลังธาตุสายฟ้าเท่านั้น ซึ่งนักสู้ที่
ใช้พลังธาตุสายฟ้าก็มีอยู่ค่อนข้างน้อย เหตุใดถึงได้มีนักสู้มากมายยอม
เสี่ยงชีวิตเพื่อค้นหญ้าหญ้าสายฟ้ากันมากมายถึงขนาดนี้
เจ้าของโรงเตี้ยมประหลาดใจมากที่หลินหมิงไม่รู้ถึงคุณประโยชน์
ของหญ้าสายฟ้า
เจ้าของโรงเตี้ยมกล่าว “หญ้าสายฟ้ามีพลังของสายฟ้าอยู่ มัน
สามารถสกัดมาทำประคำสายฟ้าที่มีพลังทำลายล้างมหาศาลได้ ยิ่งอายุ
ของหญ้าสายฟ้ามากขึ้น ความรุนแรงของประคำสายฟ้าที่สร้างขึ้นมาจาก
หญ้าสายฟ้าก็จะรุนแรงขึ้นด้วย ในป่าแดนใต้แห่งนี้เกิดสงครามขึ้นเป็น
ประจำ ชนเผ่าใหญ่ๆหลายชนเผ่ารับซื้อหญ้าสายฟ้าในราคาสูง เพื่อนำไป
ทำอาวุธที่มีพลังรุนแรงและสร้างความได้เปรียบในการทำสงคราม”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง…” หลินหมิงพึมพำ
เจ้าของโรงเตี้ยมกล่าว “ข้ามีตำราที่บันทึกข้อมูลที่สำคัญต่างๆของ
หุบเขาสายฟ้าคลั่งอยู่ ข้าจะขายให้เจ้าในราคา 50 เหรียญทอง เจ้าสนใจ
หรือไม่?”
“ตกลง!”
หลินหมิงจ่ายเงินซื้อตำราข้อมูลของหุบเขาสายฟ้าคลั่งมา เขารู้สึกมี
ความสุขอย่างมาก ที่แห่งนี้เป็นถิ่นทุรกันดาร ไม่ได้มีโรงพิมพ์เหมือนใน
เมือง ตำราเล่มนั้นจึงถูกเขียนด้วยลายมือและในสถานที่แห่งนี้ก็คงมีตำรา
เช่นนี้อยู่ไม่กี่เล่ม
หลังจากศึกษาข้อมูลจากตำราเล่มนั้นอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดหลินหมิงก็
เข้าใจว่า ทำไมนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าถึงไม่สามารถขึ้นไปบนยอดเขาได้ และ
ทำได้เพียงผจญภัยอยู่ตามช่วงกลางๆของหุบเขาเท่านั้น
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะกิ้งก่าสายฟ้า!
กิ้งก่าสายฟ้าเป็นสัตว์ดุร้ายที่อันตราบเป็นอย่างยิ่ง!
กิ้งก่าสายฟ้าเป็นงูที่มีสี่ขา และพวกมันยังมีสายเลือดของมังกรวารีที่
เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์!
พลังของสัตว์ดุร้ายที่มีสายเลือดของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นั่นแข็งแกร่งขนาด
ไหนก็เป็นสิ่งที่รู้กันดี
ช่วงตีนเขาจะมีกิ้งก่าสายฟ้าอยู่น้อยมาก และพวกมันก็ไม่ได้
แข็งแกร่งเหมือนกิ่งก่าสายฟ้าที่อยู่บนยอดเขา ความแข็งแกร่งของกิ้งก่าที่
อยู่ตามตีนเขาเทียบได้กับนักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นที่4-5
ยิ่งขึ้นไปบริเวณที่สูงขึ้น จำนวนและความแข็งแกร่งของกิ้งก่าสายฟ้า
ก็จะเพิ่มสูงขึ้น ในบริเวณที่สูงขึ้นไปอีกกิ้งก่าสายฟ้าจะมีผิวสีแดง และถูก
เรียกว่า กิ้งก่าสายฟ้าสีแดง มันมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับนักสู้ที่มีการ
ฝึกฝนขั้นผสานชีพจร
สูงขึ้นไปอีกจะเป็นกิ้งก่าสายฟ้าสีฟ้า พวกมันมีความแข็งแกร่ง
เทียบเท่ากับนักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นปราณต้นฟ้า
และสูงขึ้นไปอีกก็จะเป็นกิ้งก่าสายฟ้าสีม่วง พวกมันมีการฝึกฝน
เทียบเท่ากับนักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้นปราณปลายฟ้า!
หลินหมิงไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้อ่าน เขายังไม่เคยพบกับนักสู้ขั้น
ปราณปลายฟ้ามาก่อน เขาไม่คิดเลยว่าบนยอดเขาของหุบเขาสายฟ้าคลั่ง
แห่งนี้ จะมีสัตว์ดุร้ายที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับนักสู้ที่มีการฝึกฝนขั้น
ปราณปลายฟ้าอยู่เต็มไปหมด
ถ้าไปเจอกับกิ้งก่าสายฟ้าสีม่วงละก็ แม้แต่นักสู้ขั้นปราณต้นฟ้าก็จะ
ถูกยังทำให้กลายเป็นเถ้าธุลีได้อย่างง่ายดาย
หลินหมิงขมวดคิ้ว
เมื่อเปรียบเทียบเขากับนักสู้คนอื่นๆ เขาถือว่าได้เปรียบอยู่มาก
เพราะเขามีจิตวิญญาณสายฟ้าอยู่ ทำให้เขาได้รับความเสียหายจากธาตุ
สายฟ้าน้อยกว่านักสู้คนอื่นๆ
“สำหรับหุบเขาสายฟ้าคลั่งแห่งนี้ ข้ามีความได้เปรียบในการเอาตัว
รอดสูงกว่านักสู้คนอื่นๆเป็นอย่างมาก แต่หากจะให้ขึ้นไปถึงยอดเขา มันก็
คงเป็นเรื่องที่ยากเกินไปสำหรับข้า…”
“ก่อนอื่นข้าต้องไปที่ตีนเขาขอบหุบเขาสายฟ้าคลั่งและค่อยๆไต่
ระดับขึ้นไป ข้าจะขึ้นไปให้สูงที่สุดเท่าที่ข้ายังคิดว่าจะสามารถหนีกลับลง
มาได้อย่างปลอดภัย”